Introduction to Buddhaphumi Philosophy : living a Self-Sufficient Life According to the Eightfold Noble Path
คำสำคัญ ชีวิตพอเพียง, อริยมรรค ๘ ประการ
บทนำ : ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา
๑.มายาภาพแห่งบริโภคนิยมและข้อจำกัดทางญาณวิทยาของมนุษย์ยุคดิจิทัล
ในบริบทของโลกยุคปัจจุบัน มนุษย์ดำรงชีวิตอยู่ท่ามกลางกระแสการแข่งขันที่ดุเดือดเพื่อความอยู่รอดโดยมีเทคโนโลยี่คอมพิวเตอร์ อินเตอร์เน็ต และโทรศัพท์มือถือความเร็วสูงเป็นเครื่องมือหลัก จิตใจของมนุษยชาติต้องรับรู้ และเผชิญกับกระแสข้อมูลข่าวสารจำนวนมหาศาลผ่าน "อายตนะภายใน" (ตา หู จมูก ลิ้น กายและใจ ) อยู่ตลอดเวลา การรับรู้เหล่านี้ถูกกระตุ้นด้วยวัฒนธรรมบริโภคนิยมที่มุ่งสนองตัณหา และความปรารถนาส่วนตนอย่างไม่มีที่สิ้นสุดผ่านสิ่งบันเทิง ค่านิยมทางสังคมและความเพลิด เพลินต่าง ๆ
ในทางญาณวิทยา เมื่อมนุษย์รับรู้สิ่งเร้าเหล่านั้น ข้อมูลจะถูกบันทึกไว้ในฐานะ "หลักฐานทางอารมณ์" หรือ "สัญญาจำได้หมายรู้" ภายในจิตใจ ทว่า ธรรมชาติของจิตใจมิได้หยุดอยู่เพียงแค่การรับรู้และบันทึกข้อมูลเท่านั้น แต่ยังมีกระบวนการคิด ปรุงแต่ง และประมวลผล (สังขาร) จากหลักฐานทางอารมณ์เหล่านั้น
เมื่อพวกเขามีความพึงพอใจในสิ่งที่ตนมี ตนได้รับ หรือสิ่งที่ตนเป็น ภายใต้สิ่งเร้าของโลกยุคใหม่ มักแปรเปลี่ยนเป็นความยึดมั่นถือมั่น (อุปาทาน) ที่ครอบงำมนุษย์ไปจนกระทั่งกาลกิริยา (ตาย) ซึ่งในความเป็นจริงอันเที่ยงแท้ หลังจากความตายสิ้นสุดลง มนุษย์เกิดใหม่ในภพภูมิอื่น จะไม่สามารถนำเอาทรัพย์สิน เงินทองหรือเทคโนโลยี่ใด ๆ เพื่อใส่ติดดวงวิญญาณไปสู่ภพภูมิอื่นได้เลย สิ่งที่คงเหลือและสืบทอดต่อไปมีเพียง "กระแสอารมณ์ ประสบการณ์ และวิบากกรรม" ที่สั่งสมและประทับแน่นอยู่ในจิตใจเท่านั้น
๒.วิกฤตการณ์ทางจริยธรรมและการแสวงหาความรู้ที่ไร้รากฐาน
เมื่อโลกแปรเปลี่ยนไป ผู้คนทั่วโลกเลือกใช้ชีวิตตามความกระแสตัณหาและความปรารถนาส่วนตน แทนที่จะตระหนักถึงธรรมชาติที่แท้จริงของชีวิต แม้ว่ามนุษย์บางกลุ่มจะเพียบพร้อมไปด้วยทรัพยากรภายนอกหรือ "ปัจจัย ๔" (ที่อยู่อาศัย อาหาร เครื่องนุ่งห่ม และยารักษาโรค) อย่างเพียงพอเพียงแล้วก็ตาม แต่ด้วยเหตุที่มนุษย์ยังมีอวิชชา และมีความเห็นแก่ตัว โดยเนื้อแท้ จึงมักแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนจากการทำงาน และ บิดเบือนความจริงเพื่อความมั่งคั่ง
มนุษย์ในสังคมมักใช้ "เหตุผล" เป็นเครื่องมือเดียวในการอธิบายความจริง แต่เหตุผลเหล่านั้นมักเป็นเพียง "ความรู้เชิงอนุมาน" (Inferential Knowledge) ที่เกิดจากการคาดคะเน การทบทวนประสบการณ์ทางอารมณ์ที่สั่งสม หรือ การคิดคำนวณ เพื่อผลประโยชน์เชิงตรรกะ มิใช่ความจริงเชิงประจักษ์ขั้นสูงสุด (ปรมัตถ์สัจจะ)
วิกฤตจริยธรรมสังคม : ปรากฏการณ์ที่ผู้นำคิดหรือนักพูดในสังคม ใช้ประโยชน์จากความโลภ และข้อจำกัดทางปัญญาของเพื่อนมนุษย์ เพื่อหลอกลวงและสร้างสถานะทางสังคมจึงเกิดขึ้นทั่วไป เหตุผลของมนุษย์จึงมีความแปรปรวน แตกต่างกันไปตามสภาพแวดล้อมธรรมชาติและสังคมของแต่ละประเทศ ซึ่งไม่อาจนำมาใช้เป็นเกณฑ์สากลในการดับทุกข์ที่แท้จริงได้
๓.พุทธวิธีวิทยา : การรื้อถอนสภาวะบีบคั้นของปัจจัย๔ ด้วยอริยมรรค๘
สาเหตุเกิดพุทธวิธีวิทยา (Buddhsit Methology) คิอวิธีการ(ระบบวิธีการที่ใช้ในสาขาพระพุทธศาสนา) หรือของพระพุทธเจ้านั้นเอง จิตใจจึงเกิดความสงสัย ผู้คนมักทบทวนประสบการณ์ทางอารมณ์ที่สั่งสมมา เพื่อตั้งคำถามถึงความจริงของสิ่งต่าง ๆ เมื่อพวกเขารู้ความจริง พวกเขาก็พอใจและพยายามใช้มันเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวเพื่อเป้าหมายต่าง ๆ แสดงสถานะทางสังคมและได้รับความไว้วางใจจากผู้อื่นในงานหรือธุรกิจของตน ปัญหาอยู่ที่ความสามารถในการคิดอย่างก้าวหน้า โดยไม่ตกอยู่ในความเสื่อมทราม เพราะสิ่งนี้ขัดขวางการบรรลุความฝัน แม้ว่ามนุษย์จะมีเหตุผลสำหรับการกระทำของตนเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการกระทำที่ดีหรือชั่ว บางคนคิดก่อนทำผิด ในขณะที่บางคนกลับไม่ใช้เหตุผลก่อนตัดสินใจผิดพลาดในชีวิต ดังนั้นการใช้เหตุผลจึงแตกต่างกันไปตามสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ และสังคมของผู้คนในแต่ละประเทศ ปรากฏการณ์เหล่านี้เป็นหลักฐานทางอารมณ์ที่สั่งสมอยู่ในจิตใจ ซึ่งอารมณ์เหล่านี้ถูกนำมาใช้เป็นข้อมูลในการวิเคราะห์ โดยอนุมานความรู้จากหลักฐานต่าง ๆ เพื่อพิสูจน์ความจริง โดยใช้เหตุผล เป็นเครื่องมือที่นักปรัชญาใช้ในการอธิบายความจริงในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง นี่คือความรู้เชิงเหตุผลเกี่ยวกับเรื่องนั้น
เมื่อศึกษาหลักปรัชญาพุทธภูมิที่ปรากฏใน "พระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาราชวิทยาลัย " ผู้เขียนได้พบข้อเท็จจริงอันเป็นทางสว่างว่า เมื่อพระโพธิสัตว์สิทธัตถะทรงพัฒนาศักยภาพแห่งชีวิตผ่านการปฏิบัติ "อริยมรรคมีองค์ ๘ " พระองค์ทรงสามารถชำระจิตใจให้บริสุทธิ์ปราศจากอคติต่อผู้อื่น ทรงบรรลุความรู้แจ้งเชิงประจักษ์ โดยเฉพาะเกิดดับของสรรพสัตว์ และการรวมตัวกันของกายและจิตใจครรภ์มารดา
เมื่อพระโพธิสัตว์สิทธัตถะทรงปฏิบัติธรรมตามอริยมรรคมีองค์ ๘ พระองค์ก็ทรงบรรลุญาณทิพย์เหนือมนุษย์ทั้งปวง พระองค์ก็ทรงเห็นวิญญาณของสัตว์เล็ก และใหญ่ละทิ้งกายไปเกิดในโลกอื่น มันแสดงให้เห็นว่าชีวิตมนุษย์เกิดจากการรวมตัวปัจจัยทางร่างกายและจิตใจในครรภ์มารดา พุทธญาณทัศนะนี้ทำให้ทรงมองเห็นสัจจะเกี่ยวกับ "ปัจจัยสี่" (the four requisites) ในมิติที่ลึกซึ้ง ดังปรากฏหลักฐานในพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬา ฯ เล่ม ๑๑ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๓ ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค อุทุมพริกสูตรว่าด้วยอุปกิเลส (เครื่องเศร้าหมอง) [๕๙] ที่ระบุถึง "ลาภสักการะอันบริบูรณ์ว่าประกอบด้วย ๑.ผ้านุ่งห่ม ๒.อาหาร ๓.ที่อยู่อาศัย ๔.ยารักษาโรค ในทางปรัชญาพุทธภูมิปัจจัยทั้ง ๔ นี้ไม่ใช่สิ่งของเพื่อตอบสนองความทะยานอยาก แต่เป็น" เครื่องบรรเทาทุกขเวทนาทางกายภาพ" เพื่อให้กระบวนการของชีวิตดำเนินต่อไปได้สำหรับการปฏิบัติธรรม :

โดยทั่วไปแล้ว ธรรมชาติของมนุษย์นั้นไม่เที่ยงแท้ เพราะทุกคนเกิดมาเพื่อตายอย่างไรก็ตาม ไม่มีใครอยากตาย ทุกคนปรารถนาที่จะมีอายุยืนยาว ดังนั้นเป้าหมายชีวิตของทุกคน คือการหาวิธีการเอาตัวรอด ไม่ว่าพวกเขาจอยู่ในสังคมแบบไหนก็ตาม ไม่ว่าจะพวกเขาจะอาศัยอยู่ในป่า บนภูเขาสูง หรือกลางทะเลทรายที่มีกลางวันอากาศร้อนจัดและกลางคืนอากาศหนาวเย็น แม้แต่ทหารที่ต่อสู้ตามชายแดนของประเทศไทยและกัมพูชา พวกเขาต้องใช้สติ สมาธิและเหตุผลเพื่อหาวิธีเอาชีวิตรอด พวกเขาต้องหาวิธีเอาชีวิตรอดจากการต่อสู้ด้วยสติปัญญาและกลยุทธการเอาชีวิตรอดของตนเอง
๑.อาหาร : เกิดจากสภาวะบีบคั้นตามกฎธรรมชาติของสรีระ ("ความหิวโหยเรื้อรัง") มนุษย์ต้องบริโภคอย่างน้อยสามมื้อต่อวันเพื่อรักษากายยังไม่ให้ดับสลาย หากขาดอาหารในยามวิกฤตหรือสงคราม ความตายย่อมมาถึง การบริหารจึงเป็นการเยียวยารักษาชีวิตไว้ มิใช่เพื่อความมัวเมา
๒. ที่พักอาศัย : สถานที่พักผ่อนที่ปลอดภัย เพื่อฟื้นฟู้พลังงานของจิตและกายจากการเหนื่อยล้าและปกป้องชีวิตจากสิ่งรบกวนภายนอก
๓. เครื่องนุ่งห่ม : เป็นเครื่องมือทางสังคมและสรีระเพื่อปกปิดความละอาย ความบกพร่องของร่างกายและปกป้องกายจากสภาพอากาศรวมถึงลดอคติและการเหยียดหยามในสังคม มนุษย์ที่มีจิตใจคับแคบ
๔. ยารักษาโรค : เป็นสิ่งจำเป็นขั้นวิกฤตในการต่อสู่กับโรคภัยไข้เจ็บ ( ดังเช่นโรคโควิค -19 ) หากขาดแคลนยารักษาโรคและเตียงในโรงพยาบาลย่อมนำไปสู่ความทุกข์ทรมานและการเสียชีวิตก่อนวัยอันสมควร
๔.ปมปัญหาและข้อสงสัยเชิงปรัชญา (Philosophical Dilemma)
จากความเป็นมาดังกล่าว ผู้เขียนสงสัยเชิงปรัชญาและญาณวิทยาซึ่งเป็นปมปัญหาสำคัญของบทความนี้ว่า : "ในเมื่อธรรมชาติของมนุษย์ยังตกอยู่ภายใต้ความไม่เที่ยงแท้ ต้องเผชิญกับภาวะบีบคั้น เอาชีวิตรอดในสภาพแวดล้อมอันโหดร้ายและมนุษย์ส่วนใหญ่ยังใช้เพียง "ความรู้เชิงอนุมาน"หรือตรรกะความโลภในการหาประโยชน์จากปัจจัยสี่ เราจะมีเกณฑ์ทางญาณวิทยาที่เที่ยงตรงอย่างไร ว่าเรากำลังดำเนินชีวิตแบบ"พอเพียง"ที่แท้จริง? และการประยุกต์ใช้อริยมรรคมีองค์ ๘ ก็จะสามารถแปรเปลี่ยน สภาวะดิ้นรนเอาชีวิตรอดเชิงสัญชาตญาณให้กลายเป็นการบูรณาการชีวิตที่สมดุลและก้าวข้ามมายาของโลกบริโภคนิยมได้อย่างไร ?
6 ความคิดเห็น:
ได้เข้ามาศึกษาวิชาปรัชญาหน้าเว็บไซต์ และได้กดติดตามเรียบร้อยแล้วค่ะ
ได้เข้ามาศึกษาวิชาปรัชญาหน้าเว็บไซต์ และได้กดติดตามเรียบร้อยแล้วค่ะ
อ่านแล้วเข้าซึ้งถึงพระพุทธศาสนาแจ่มแจ้งดีค่ะ
ขอกราบขอบพระคุณพระอาจารย์สำหรับหลักปรัชญาแดนพุทธจารการได้ศึกษาในครั้งนี้สามารถนำความรู้ที่ได้รับในครั้งนี้ไปปรับใช้ได้ในชีวิตได้จริงครับ
เข้ามาศึกษาและติดตามเรียบร้อยแล้วคับ
รับรู้ถึงวิถีชีวิตของความพอเพียงได้ดีครับ.
แสดงความคิดเห็น