The greatest discovery is the natural laws of human life. That everyone is equal Without choosing a social caste as the basis for determining humanity When the soul is the real person of man That accumulates knowledge from the mind with reasons And show his intention to act accordingly Would receive the result of Own action

Breaking

Post Top Ad

Your Ad Spot

วันพุธที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2568

ปรัชญาแดนพุทธภูมิ : พระพุทธเจ้าทรงเป็นที่พึ่งอันประเสริฐของมนุษยชาติอย่างไร ?

ปรัชญาแดนพุทธภูมิ :  พระพุทธเจ้าทรงเป็นที่พึ่งอันประเสริฐของมนุษยชาติอย่างไร ? 
(Buddhaphumi  philosophy:  How  is the Buddha  the Supreme Refuge of Humanity ?)

บทนำ  (Intruduction)

          โดยทั่วไปแล้ว มนุษย์ทุกคนเกิดมาพร้อมกับความปรารถนาอันไร้ขีดจำกัด เมื่อจิตใจรับรู้โลกผ่าน อายตนะภายใน(ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ) จิตใจของเรามักถูกดึงดูด ด้วยสิ่งวัตถุภายนอก ไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สิน รถยนต์ บ้านพร้อมที่ดิน  โทรศัพท์มือถือรุ่นล่าสุด  หรือแม้แต่ สิ่งสมมติทางสังคม  เช่น ตำแหน่ง  หน้าตา และยศถาบรรดาศักดิ์ก็ตาม โครงสร้างทางปกครอง  สิ่งสมมติที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อกำหนดสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย เช่น ตำแหน่งข้าราชการ หรือ ผู้ว่าราชการจังหวัดต่าง ๆ ซึ่งเป็นความรับผิดชอบของกรมการปกครองส่วนภูมิภาค กระทรวงมหาดไทย เป็นต้น    กลายเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้คนดิ้นรนแสวงหา เพื่อตอบสนองกิเลสและความต้องการทางอารมณ์ 

         อย่างไรก็ตาม สัจธรรมประการหนึ่ง ที่ไม่มีใครหลีกเลี่ยงได้ คือ "ความไม่เที่ยงแท้ของชีวิค"   มนุษยทุกคนที่เกิดมาล้วนต้องเผชิญกับความแก่ ความเจ็บและความตายตามกฎธรรมชาติ การก้าวสู่วัยทำงานของคนรุ่นใหม่ จึงมักเติมเต็มไปด้วยความสับสน   หลายคนทำงาน เพื่อแลกเงิน แต่ขาดความสุข ไร้ซึ่งความภาคภูมิใจ  และปราศจากความคิดสร้างสรรค์ เพราะจิตใจถูกติดอยู่กับกิเลสและความวิตกกังวล  จนลืมมองหาคุณค่าที่แท้จริงของมีชีวิตอยู่

๒.โจกย์ทางปรัชญาและข้อสงสัย(Philosophical Inquiry)
 
         ในโลกเต็มไปด้วยความผันผวนและการแข่งขัน มนุษย์แสวงหาที่พึ่งทางใจ แต่กลับพบว่าที่พึ่งทางวัตถุหรืออำนาจสมมตินั้น ไม่ยั่งยืน  ข้อสงสัยสำคัญทางปรัชญา  จึงเกิดขึ้นว่า :

       ในเมื่อชีวิตมนุษย์เต็มไปด้วยข้อจำกัดทางประสาทสัมผัส (อายตนะภายใน) และอคติ   เหตุใดพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงทรงได้รับการยกย่องว่าเป็น "ที่พึ่งอันประเสริฐสูงสุด" ของมนุษยชาติ ? และคำสอนของพระองค์ สามารถเปลี่ยนผ่านชีวิตมนุษย์จากความมืดมิดไปสู่ความตื่นรู้ได้อย่างไร ?  
๓.ขอบเขตเนื้อหา และบริบททางประวัติศาสตร์ (Scope & Context)

        เพื่อตอบโจกย์ข้างต้น  บทความนี้จะนำเสนอทัศนะผ่านมุมมองของ " ปรัชญาพุทธภูมิ"   โดยอ้างอิงบริบททางประวัติศาสตร์และภูมิปัญญาของชมพูทวีป ย้อนกลับไปตั้งแต่จุดเริ่มต้น ณ เมืองพาราณสี (ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน)   สถานที่ทรงแสดงปฐมเทศนาแก่ปัญจวัคคีย์ ตราบจนสมัยของจักรพรรดิอโศกมหาราช   ผู้ส่งเสริมและอนุรักษ์พระพุทธศาสนาให้กลายเป็นมรดกทางปัญญาของโลก  ตลอดจนการสืบทอดคำสอนผ่านสถาบันการศึกษาชั้นนำในปัจจุบัน เช่นมหาวิทยาลัยบานารัสฮินดู (Banaras Hindu University) จะเป็นมหาวิทยาลัยทางศาสนาฮินดู แต่ก็เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐบาลกลางของสาธารณรัฐอินเดีย   หลักสูตรเน้นปรัชญาฮินดูและวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ แต่ก็ให้ความสำคัญกับพุทธศาสนาด้วย โดยมีการสอนภาษาบาลีและพุทธศาสนาในภาควิชาปรัชญาและศาสนาของคณะศิลปศาสตร์ ถือว่ารัฐบาลอินเดียให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการศึกษาพระพุทธศาสนา 
๔.เป้าหมายของการเสนอทัศนะ (Objective)      

        บทความนี้ ผู้เขียนจัดทำขึ้น เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจและ "ชี้แนวทางการดำเนินชีวิต" ให้แก่มนุษยชาติ ให้มองเห็นว่างานและอาชีพ ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือหาเลี้ยงชีพเท่านั้น    แต่คือพื้นที่ในการค้นพบศักยภาพที่ซ่อนอยู่แสดงออกซึ่งศักดิ์ศรี  ยึดมั่นในศีลธรรมและปฏิบัติต่อผู้อื่นด้วยความบริสุทธิ์ใจ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการพึ่งพาตนเองตามหลักพระพุทธศาสนา

พระพุทธเจ้าทรงเป็นที่พึ่งอันประเสริฐอย่างไร ?

     ๑.ทรงเป็นที่พึ่งด้วยการเปิดเผย "กฎธรรมชาติ" (Natural Laws) 

          พระพุทธองค์ไม่ได้ทรงสถาปนาตนเองเป็นผู้สร้างโลกหรือเทพเจ้า ผู้ดลบันดาล แต่ทรงเป็น "ผู้ค้นพบ" (กฎแห่งและนำมาเปิดเผยแผ่โลก  ทรงชี้ให้เห็นว่า : 

    มนุษย์มีความเท่าเทียมกัน : มนุษย์ไม่ได้ถูกสร้างโดยพระพรหม และไม่ด้ถูกแบ่งแยกด้วยระบบวรรณะ แต่ละคนทรงคุณค่าเท่ากันตามความเป็นมนุษย์

      กฎแห่งกรรม  :  ชะตาชีวิตไม่ได้ขึ้นอยู่กับพรของเทพเจ้าแต่ขึ้นกับเจตนา และการกระทำ(กรรม) ของตนเอง การสั่งสมจิตสัญญาและอารมณ์ในจิตใจจะเป็นตัวกำหนด ผลลัพท์ของชีวิตทั้งในปัจจุบันและอนาคต๒. ทรงเป็นที่พึ่งด้วย "อริยมรรคมีองค์ ๘"  (The Noble Eightfold Path)   

    คำสอนของพระพุทธเจ้าเหมือนเข็มทิศนำทางชีวิต"อริยมรรคมีองค์๘" คือเครื่องมือในการพัฒนาศักยภาพทางจิตใจของมนุษย์ให้ข้ามพ้นขีดจำกัดทางประสาทสัมผัส (อายตนะภายใน) : 
  • เปลี่ยนความกลัวเป็นปัญญา : ช่วยให้มนุษย์หลุดพ้นจากความงมงาย  การพึ่งพาหมอดู หรือมโนทัศนะที่ผิดพลาด
  • การสร้างจิตใจที่เข้มแข็งและออนโยน : ฝึกฝนสมาธิเพื่อให้จิตบริสุทธิ์ ลดอคติ ขจัดอารมณ์ฟุ้งซ่าน ทำให้มนุษย์สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่น ในสังคมได้อย่างสันติสุขและมีบุคคลที่สง่างาม

๓.พระพุทธเจ้าทรงเป็นมรดกทางปัญญาและแรงบันดาลใจระดับสากล

        ความเป็นที่พึ่งของพระพุทธเจ้า  ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงมิติทางศาสนา  แต่ยังครอบคลุมถึงมิติทางปรัชญา วิทยาศาสตร์และเศรษฐกิจสังคม : 
  • มรดกโลกทางวัฒนธรรม  :   คำสอนของพระองค์กลายเป็นแรงบันดาลใจ ในการสร้างพุทธสถาน  สถาปัตยกรรม และศูนย์ปฏิบัติธรรมทั่วโลก   ซึ่งสร้างรายได้และการกระจายอาชีพผ่านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เช่น นักท่องเที่ยวหลายล้านคนมาเยือนสาธารณรัฐอินเดียทุกปี สร้างงานให้กับคนในท้องถิ่น สร้างรายได้เพื่อสนับสนุนการบำรุงรักษาศาสนสถาน จัดหาที่พักและรักษาความปลอดภัยให้กับผู้แสวงบุญ และพัฒนาศักยภาพของผู้คนในศูนย์ปฏิบัติธรรม  สิ่งนี้ส่งเสริมศรัทธาอันแน่วแน่ในอุดมคติของชีวิต และความยึดมั่นในการปฏิบัติต่อผู้อื่นด้วยความบริสุทธิ์และความยุติธรรม ความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณและเอาชนะอุปสรรคในชีวิต   และการพึ่งพาตนเองตามคำสอนของพระพุทธศาสนา  ไม่ว่าความจริงของพระพุทธศาสนาจะถูกตีความในเชิงบวกหรือลบ   แต่พระพุทธศาสนาซึ่งเป็นศาสนาแห่งปัญญาที่กำเนิดจากชาวอารยันในสาธารณรัฐอินเดีย ควรได้รับการอนุรักษ์ สืบสาน(สืบทอด) และพัฒนา (ต่อยอด) ไปในฐานะสมบัติของมนุษยชาติ ควรนำมาใช้เพื่อพัฒนาศักยภาพของมนุษยชาติ และส่งเสริมการเติบโตทางปัญญาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมนุษยชาติ  
  • บูรณการกับศาสตร์สมัยใหม่ :   สังฆณฑลและนักวิชาการ ทั่วโลกได้นำหลักธรรมไปประยุกต์ใช้กับจิตวิทยา ปรัชญาสมัยใหม่ และวิทยาศาสตร์สมอง เพื่อขยายขอบเขตปัญญาของมนุษย์ชาติอย่างไม่หยุดยั้ง
ภูมิปัญญาแห่งแดนพุทธภูมิ :     ศาสนาได้รับการยกย่องว่าเป็นภูมิปัญญาของชาวอินเดียมานานกว่า ๒,๕๐๐ กว่าปีและคำสอนของพระพุทธเจ้าได้รับการเผยแพร่ไปยังดินแดนต่าง ๆ ทั่วโลก และเราพบหลักฐานว่าคำสอนทางพุทธศาสนา ถูกนำประยุกต์ใช้ในสาขาปรัชญา ศาสนา และวิทยาศาสตร์ เป็นต้น   คำสอนและหลักปฏิบัติอริยมรรคมีองค์ ๘  ได้หยั่งรากลึกในจิตใจของชาวพุทธทั่วโลก    กลายเป็นแรงบันดาลใจที่จะเป็นผู้รู้ ผู้ตื่นและผู้เบิกบานในชีวิต  ชาวพุทธในภูมิภาคต่าง ๆ ได้นำแนวคิดทางพุทธศาสนามาสร้างสถานที่ทางศาสนาที่มีมูลค่าหลายหมื่นล้านรูปี เปลี่ยนสถานที่เหล่านี้ ให้กลายเป็นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่เจริญรุ่งเรือง และสร้างรายได้มหาศาลในแต่ละปี
         

      ในปี พ.ศ.๒๕๔๕ ผู้เขียนได้ศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยบานารัสฮินดูในเมืองพาราณสี รัฐอุตตรประเทศ  สาธารณรัฐอินเดีย ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน        ซึ่งเป็นสถานที่ที่พระพุทธเจ้าแสดงปฐมเทศนานั้นอยู่ห่างจากมหาวิทยาลัย ที่ผู้เขียนกำลังศึกษาอยู่ประมาณ ๑๗.๖ กิโลเมตร   ปัจจุบันกรมโบราณคดีของอินเดียเรียกสถานที่แห่งนี้ว่า  "ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน"  หรือที่ชาวอินเดียเรียกว่า "วัดพระพุทธเจ้า" วัดแห่งนี้สร้างขึ้นโดยจักรพรรดิอโศก เมื่อ ๒๕๐ ปี หลังจากการปรินิพพานของพระพุทธเจ้า เพื่ออนุรักษ์สถานที่ที่พระพุทธเจ้าแสดงปฐมเทศนา และสถานที่ที่พระอัญญาโกณทัญญญะบรรลุธรรมได้รับการอนุรักษ์ไว้เพื่อให้ชาวพุทธทั่วโลกสามารถปฏิบัติธรรมตามอริยมรรคมีองค์ ๘ ต่อไปได้ และบูรณาการเข้ากับศาสตร์สมัยใหม่ เป็นต้น

         เมืองพาราณสี สถานที่ที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนาแก่ฤาษีทั้งห้า (ปัญจวัคคีย์) นั้น    พระพุทธเจ้าทรงถือเป็น ๑ ใน ๔ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ ที่พระพุทธองค์ทรงสั่งสอนให้สาวกของพระองค์ไปแสวงบุญเป็นประจำทุกปี   เมืองนี้มอบโอกาสให้ผู้เขียนเรียนรู้คุณค่าของชีวิตตนเองและช่วยเหลือผู้อื่น      ผู้เขียนได้ใช้ความรู้ทางพระพุทธศาสนา ที่ได้จากประสบการณ์ชีวิตผ่านอายตนะภายในร่างกาย และสั่งสมเรื่องราวเป็นข้อมูลทางอารมณ์ในจิตใจ      มาวิเคราะห์โดยการอนุมานความรู้จากข้อมูลทางอารมณ์ตลอดหลายปีที่ผ่านมา โดยใช้เหตุผลเป็นเครื่องมือในการอธิบายความจริงให้แก่ผู้แสวงบุญชาวพุทธไทยและนานาชาติ   ณ  สถานที่ที่พระพุทธเจ้าทรงเผยแผ่พระพุทธศาสนาเป็นครั้งแรก     ผู้เขียนรู้สึกปิติทุกครั้งที่ทำงานรับใช้พระพุทธเจ้าในเมืองศักดิ์สิทธิ์ทั้ง ๔  แห่งนี้  และในสถานที่ทำงาน ที่ยิ่่งใหญ่ที่สุดในโลกซึ่งไม่มีขอบเขตจำกัด 

           การเดินทางแสวงบุญไปยังเมืองศักดิ์สิทธิ์ทั้ง ๔ แห่ง ซึ่งครอบคลุมการเดินทางไม่น้อยกว่า ๑,๒๐๐ กิโลเมตร ต้องอาศัยความอดทนทั้งร่างกาย และจิตใจอย่างมากต่อสู้กับความเหนื่อยล้าและสำเร็จลุล่วงไปด้วยดีในการบรรยายธรรมะ หากผู้เขียนไม่ได้ศึกษาที่มหาวิทยาลัยบันนารัสฮินดู ซึ่งเป็นสถาบันชั้นนำด้านปรัชญาและศาสนาซึ่งตั้งอยู่ในเมืองพาราณสี รัฐอุตตรประเทศ  สาธารณรัฐอินเดีย ซึ่งเป็นดินแดนกำเนิดของพระพุทธศาสนา    ผู้เขียนคงไม่มีโอกาสได้เรียนรู้ เกี่ยวกับวิธีการเผยแผ่พระพุทธศาสนาหลากหลายวิธี ทั้งในเชิงทฤษฎีและปฏิบัติผ่านประสบการณ์ตรง ดังที่ปรากฏในพระไตรปิฎกหลายฉบับทั้งเถรวาทและมหายาน แม้ว่าการเผยแผ่พระพุทธศาสนาไปยังสังเวชนียสถานทั้ง ๔ แห่งนั้น  มีไว้สำหรับผู้แสวงบุญชาวไทยเป็นหลัก แต่ก็ช่วยเสริมสร้างศรัทธาของชาวไทยพุทธที่มีต่อพระพุทธเจ้าสำหรับผู้ที่ขาดศรัทธา  การฟังธรรมเทศนาจะช่วยปลูกฝังศรัทธาต่อพระพุทธเจ้า ผู้ทรงเข้าใจกฎธรรมชาติของชีวิตมนุษย์  ที่ซึ่งจิตวิญญาณเป็นแก่นแท้ของการดำรงชีวิต   ซึ่งมนุษย์ทุกคนอยู่ภายใต้กฎธรรมชาติเหล่านี้  จิตจึงได้รับผลจากการกระทำของตนเองทั้งร่องรอย ที่ยั่งยืนและปรากฏออกมาเป็นภาพในจิตใจนั้น ในที่สุดสิ่งนี้ก็จะกลายเป็นอุปสรรค เป็นสิ่งกีดขวางที่ทำให้เราควบคุมจิตใจเพื่อปฏิบัติธรรมตามมรรคมีองค์ ๘  ไม่ได้ เป็นต้น


          การแสวงบุญไปยังเมืองศักดิ์สิทธิ์ทั้ง ๔ นั้น    ไม่ต่างจากการไปเยี่ยมชมโบราณสถาน ทิวทัศน์  ภูเขา และแม่น้ำ หากผู้แสวงบุญที่เดินทางไปยังเมืองศักดิ์สิทธิทั้ง ๔ แห่งนั้น    ไม่ได้สวดมนต์ภาวนาต่อพระพุทธเจ้าและฟังคำสอนของพระองค์ พร้อมกับการทำสมาธิแล้ว พวกเขาจะได้เห็นค่าของชีวิตตนเองตามคำสอนของพระพุทธเจ้า  นี่คือเสน่ห์อันน่าหลงใหลและน่าประทับใจที่รอคอย ผู้แสวงบุญที่ได้กระทำการบูชา  ณ  สถานสังเวชนียสถานทั้ง ๔ แห่งนี้แล้ว การปฏิบัติเช่นนี้ถูกทำซ้ำทุกครั้งที่เราไปเยือนสถานที่แสดงปฐมเทศนา  สถานที่ตรัสรู้  สถานที่ปรินิพพาน และสถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้า เพื่อรักษาพระธรรมวินัย สืบสานการปฏิบัติธรรมมรรคมีองค์ ๘  และพัฒนาวิธีการเผยแผ่พระพุทธศาสนาของพระพุทธเจ้าให้ดียิ่งขึ้น โดยการบูรณาการเข้ากับวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ 

         การเดินทางไปยังเมืองศักดิ์สิทธิทั้ง ๔ แห่ง    ทำให้เราได้เห็นการทำงานอย่างหนักของมูลนิธิพระพุทธศาสนาทั่วโลก ในการนำพระพุทธศาสนากลับคืนสู่บ้านเกิดของพระพุทธเจ้า ซึ่งประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวฮินดู พวกเขาเผยแผ่พระพุทธศาสนาผ่านองค์กรการกุศลต่าง ๆ  เช่น การแจกจ่ายสิ่งของบรรเทาทุกข์แก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วม การให้ทุนการศึกษาแก่นักเรียนที่ด้อยโอกาส เป็นหนึ่งในกิจกรรมการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในอดีตของราชอาณาจักรไทย ในอดีตผู้เขียนสังเกตเห็นการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในประเทศไทยจากการเทศน์ของพระสงฆ์ในวัด  การประกอบพิธีกรรมทำบุญในบ้านและการออกอากาศทางวิทยุและโทรทัศน์   อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบัน การเผยแพร่คำสอนทางพระพุทธศาสนา ในประเทศไทยได้ยกระดับขึ้นสู่ระดับนานาชาติ โดยไปถึงสาธารณรัฐอินเดีย และสหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเนปาลผ่านการบรรยายในสถานที่ทางพระพุทธศาสนาต่าง ๆ   

       การที่ผู้เขียนมีส่วนร่วมในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ณ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ๔ แห่ง เป็นเวลาหลายปี  ได้สั่งสม
บุญบารมีและมีส่วนช่วยร่วมเพิ่มพูนปัญญาแก่พุทธศาสนิกชนชาวไทย ซึ่งเกี่ยวกับการพัฒนาศักยภาพชีวิต  การส่งเสริมให้มีความเข้มแข็ง  มีจิตใจบริสุทธิ์ การปราศจากความทุกข์ และการมีสติ เป็นการปลูกฝังความตระหนักรู้ในประสบการณ์ชีวิต ที่ได้ผ่านอายตนะภายใน และสั่งสมอยู่ในจิตใจของตน ทำให้พวกเขาสามารถใช้ความรู้เหล่านี้ในการแก้ปัญหาชีวิตด้วยสติปัญญาของตนเอง สิ่งนี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจน ถึงการประยุกต์ใช้เหตุผลในพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปฏิบัติบูชาในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของพุทธศาสนานั้น ซึ่งเสริมสร้างศรัทธาของผู้แสวงบุญมาก เพราะสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ 

       การที่ผู้เขียนศึกษาที่มหาวิทยาลัยบันนารัสฮินดู ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก ตั้งอยู่ในเมืองพาราณสี รัฐอุตตรประเทศ สาธารณรัฐอินเดีย   ซึ่งเป็นเมืองกำเนิดพระพุทธศาสนาและเป็นสถานที่ที่พระพุทธเจ้าศากยะมุนีทรงแสดงปฐมเทศนาเป็นครั้งแรก ทุกปีมีผู้แสวงบุญชาวไทยอย่างน้อย ๑๕,๐๐๐ คน  เดินทางมายังเมืองนี้ เพราะเป็นหนึ่งใน ๔ สถานที่ที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ในมหาปรินิพพานสูตร ซึ่งพระองค์ทรงสั่งสอนให้ชาวพุทธทั่วโลกไปเยือนอย่างน้อยหนึ่งครั้งในชีวิต การพำนักอยู่ในเมืองพาราณสี  ถือเป็นสถานที่แสวงบุญของชาวพุทธทั่วโลกเพราะเป็นสถานที่แสดงปฐมเทศนาซึ่งเป็นหนึ่งใน สี่สถานศักดิ์สิทธิ์และควรไปเยือนอย่างน้อยปีละครั้ง 

        แม้ค่าเข้าชมสถานที่แสดงธรรมเทศนาครั้งแรกใน ปี ค.ศ. ๒๐๐๒ จะอยู่ที่ ๑๐๐ รูปีต่อคน  แต่สำหรับผู้เขียนแล้ว ถือเป็นโอกาสครั้งหนึ่งในชีวิต การเดินทางไปสถานที่ที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมเทศนาครั้งแรกนั้นยากลำบาก  หากปราศจากศรัทธาในคำสอนของพระองค์ และค่าใช้จ่ายในการเดินทางก็ค่อนข้างสูง   สถานที่นั้นห่างจากที่พักของผู้เขียนพักที่มหาวิทยาลัยบาณารัสเพียง ๑๕ กิโลเมตรเท่านั้นทุกปีก่อนเข้าพรรษา ๑ วัน ผู้เขียนและนิสิตปริญญาโทและปริญญาเอก   จะไปปฏิบัติบูชาเนื่องในวันอาสาฬหบูชาที่ธัมเมฆสถูป ซึ่งเป็นสถานที่ที่ฤาษีทั้ง ๕ รูป (ปัญจวัคคีบรรลุธรรม)   ประสบการณ์นี้ทำให้ผู้เขียนได้เรียนรู้เกี่ยวกับการปฏิบัติบูชาในสังเวชนียสถาน และเข้าใจขอบเขตของคำสอนทางพระพุทธศาสนาที่ใช้ในการบรรยาย ณ สถานที่เหล่านั้น  เป็นต้น ดังนั้น ในช่วงพักจากการเขียนวิทยานิพนธ์ในระดับปริญญาเอกในมหาวิทยาลัยบาณารัสฮินดู เมืองพาราณสี จึงได้มีโอกาสได้ทำหน้าที่เป็นผู้เผยแผ่พระพุทธศาสนา กิจกรรมนี้รวมถึงการบรรยายแก่พุทธศาสนิกชน  ณ สถานที่ที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนาและการเข้าร่วมปฏิบัติธรรมกับผู้แสวงบุญเป็นประจำ ถือเป็นประสบการณ์ชีวิตอันล้ำค่า   การแบ่งปันความรู้เกี่ยวกับการแสวงบุญนี้ใน Blogger ส่วนตัวของผู้เขียนนั้น จึงเป็นประโยชน์ต่อการเผยแพร่พระพุทธศาสนา และการสั่งสมบุญกุศลและช่วยให้เข้าใจคุณค่าของชีวิตตนเอง เป็นต้น

          เมื่อได้ยินข้อเท็จจริงที่กล่าวมาข้างต้น    ผู้เขียนเป็นมนุษยชาติที่มีข้อจำกัดในการรับรู้และมีอคติ ส่งผลให้ชีวิตมนุษยชาติเต็มไปด้วยความืดมิดของชีวิต  จึงขาดปัญญาที่เข้าใจสัจธรรมของชีวิตเมื่อมีบทบาทเป็นนักวิชาการในสาขาต่าง ๆ  ที่แสดงความคิดเห็นของตนเองต่อสังคม  โดยอาศัยปฏิภาณไหวพริบเชิงตรรกะและอนุมานความรู้(คาดคะเนความจริง) จากสิ่งที่ได้ยินมานั้น  โดยใช้เหตุผลเป็นเครื่องมือทางปรัชญา  ในการอธิบายความคิดเห็นของตนเองในเรื่องเหล่านั้น บางคร้งพวกเขาใช้เหตุผลอย่างถูกต้อง  บางครั้งใช้เหตุผลไม่ถูกต้อง    บางครั้งพวกเขาใช้เหตุผลแบบหนึ่งหนึ่ง  และบางครั้งก็ให้เหตุผลอีกแบบหนึ่ง เมื่อคำตอบของนักปรัชญาและนักตรรกศาสตร์ ยังคงคลุมเครือและไม่ชัดเจนแล้ว วิญญูชนเช่นเจ้าชายสิทธัตถะ เมื่อได้ยินความคิดเห็นที่คลุมเครือและไม่ชัดเจนเหล่านั้น พระองค์ทรงไม่เชื่อทัศนะของนักวิชาการเหล่านั้นและไม่ยอมรับบุคคลดังกล่าวว่าเป็นความจริง
   
                  ดังนั้น เจ้าชายสิทธัตถะทรงสร้างกระบวนการพิจารณาความจริงขึ้นมา   โดยพระองค์ทรงกำหนดจุดเริ่มต้นคือเมื่อได้ยินความคิดเห็นเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่พวกเขาเล่าสืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน  ทรงมิให้เชื่อโดยทันที   ให้สงสัยไว้ก่อนจนกว่าจะมีการตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐานต่าง ๆ    เมื่อรวบรวมหลักฐานได้เพียงพอแล้ว พระองค์จะใช้หลักฐานเหล่านั้น  เป็นข้อมูลสำหรับการวิเคราะห์ โดยการอนุมานความรู้จากพยานหลักฐานต่าง ๆ   เพื่อพิสูจน์ความจริงของสิ่งเหล่านี้  โดยใช้เหตุผลอธิบายความคิดเห็นของตนเอง    บทความนี้จะเป็นประโยชน์ต่อพระธรรมทูตแห่งราชอาณาจักรไทยในการอธิบายแก่ผู้แสวงบุญในอินเดียและเนปาลให้เกิดความรู้เข้าใจในประวัติศาสตร์พุทธศาสนาเป็นไปในทิศทางเดียวกัน  ส่วนกระบวนการพิจารณาความจริงของพระพุทธเจ้า  จะเป็นประโยชน์ต่อการวิจัยความจริงที่สมมติขึ้น(สมมติสัจจะ) และความจริงขั้นสูงสุด (ปรมัตถ์สัจจะ)ของนักศึกษาในระดับปริญญาเอกสาขาปรัชญาและพระพุทธศาสนา ผ่านเกณฑ์ตัดสินความรู้ที่แท้จริงอย่างสมเหตุสมผล  

สรุป (Conclusion) 

          พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเป็น "ที่พึ่งอันประเสริฐ" ของมนุษยชาติ  ไม่ใช่เพราะพระองค์ทรงประทานสิ่งของหรือปาฏิหารย์  แต่เพราะพระองค์ทรงประทาน "ปัญญาและวิถีแห่งการพึ่งตนเอง" ผ่านอริยมรรคมีองค์ ๘ 
     
             ในยุคสมัยที่โลกหมุนไวและเต็มไปด้วยด้วยความตระหนัก การกลับมาศึกษาและปฏิบัติตามพุทธธรรม  จะช่วยให้มนุษย์สามารถก้าวข้ามอคติ  ความกลัว และความมืดมิดในจิตใจ  ทำให้เรากลายเป็น "ผู้รู้ ผู้อื่น ผู้เบิกบาน" ที่สามารถดำเนินชีวิตด้วยความมั่นคงมีศักดิ์ศรี  และสร้างสรรค์ประโยชน์ให้แก่ตนเองและสังคมได้อย่างแท้จริง

   

ไม่มีความคิดเห็น:

Post Top Ad

Your Ad Spot

หน้าเว็บ