Buddhaphumi's philosophy: The Buddha is the Supreme fuge of Humanity
บทนำ
โดยทั่วไปแล้ว มนุษย์ทุกคนล้วนมีความปรารถนาอยู่ในใจ เมื่อจิตใจใช้อายตนะภายในรับรู้สิ่งต่าง ๆ เช่น รถยนต์ บ้านพร้อมที่ดิน โทรศัพท์มือถือรุ่นล่าสุด หรือสิ่งต่าง ๆ ที่มนุษย์สมมติขึ้นมาเพื่อกำหนดสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย เช่น ตำแหน่งข้าราชการ หรือ ผู้ว่าราชการจังหวัดต่าง ๆ ซึ่งเป็นความรับผิดชอบของกรมการปกครองส่วนภูมิภาค กระทรวงมหาดไทย เป็นต้น เมื่อคนหนุ่มสาวได้เรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้ พวกเขาอาจได้รับแรงบันดาลใจให้แสวงหาตำแหน่งเหล่านั้น เพื่อสนองความปรารถนาของตน
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากชีวิตไม่เที่ยงแท้ มนุษยชาติทุกคนที่เกิดมาต้องตาย นี่คือกฎธรรมชาติที่มนุษย์หลีกเลี่ยงไม่ได้ ในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่บนโลกนี้ จิตของมนุษย์ใช้อายตนะภายในในการรับรู้กิเลสต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นและสั่งสมเป็นข้อมูลทางอารมณ์ในจิตใจ อารมณ์เหล่านี้ถูกนำมาใช้สร้างเพื่อตอบสนองความต้องการทางอารมณ์ต่าง ๆ เช่น การต้องการงานในฝัน หรือการทำงานเพื่อพระพุทธศาสนา ซึ่งทำให้ผู้คนรู้สึกมีคุณค่า อย่างไรก็ตาม หลายคนทำไปเพื่อเงิน เมื่อพวกเขาเริ่มทำงาน พวกเขามักจะไม่จริงจังกับงาน ขาดความมุ่งมั่นที่จะทำให้เสร็จและขาดความคิดสร้างสรรค์ในงานของตน ดังนั้น พวกเขาจึงไม่ค่อยภาคภูมิใจในความสำเร็จของตนเอง
เหตุผลที่ผู้เขียนตัดสินใจเขียนปรัชญาพุทธภูมิ ก็เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจตลอดชีวิต เพราะเมื่อทุกคนเติบโตขึ้นและได้รับการศึกษา พวกเขาควรมีอาชีพที่นำไปสู่ความก้าวหน้าและการเติบโตในชีวิต งานเป็นส่วนสำคัญของชีวิตที่ส่งเสริมความเคารพซึ่งกันและกัน เป้าหมายชีวิตของทุกคนคือ การประสบความสำเร็จในอาชีพการงาน งานจึงเป็นกิจกรรมต่อเนื่องที่ช่วยให้เราค้นพบศักยภาพ และความสามารถที่ซ่อนอยู่ แสดงทักษะและความรู้ของเรา ช่วยให้เราหาเลี้ยงชีพ แสดงศักดิ์ศรีและความเคารพในสังคม ทำให้เราสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างมีความสุข
แม้ว่ามหาวิทยาลัยบานารัสฮินดู จะเป็นมหาวิทยาลัยทางศาสนาฮินดู แต่ก็เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐบาลกลางของสาธารณรัฐอินเดีย หลักสูตรเน้นปรัชญาฮินดูและวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ แต่ก็ให้ความสำคัญกับพุทธศาสนาด้วย โดยมีการสอนภาษาบาลีและพุทธศาสนาในภาควิชาปรัชญา และศาสนาของคณะศิลปศาสตร์ เป็นที่น่าสังเกตว่า รัฐบาลอินเดียให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการศึกษาพระพุทธศาสนา เนื่องจากพระพุทธศาสนาได้รับการยกย่องว่าเป็นภูมิปัญญาของชาวอินเดียมานานกว่า ๒,๕๐๐ กว่าปีและคำสอนของพระพุทธเจ้าได้รับการเผยแพร่ไปยังดินแดนต่าง ๆ ทั่วโลก และเราพบหลักฐานว่าคำสอนทางพุทธศาสนาถูกนำประยุกต์ใช้ในสาขาปรัชญา ศาสนา และวิทยาศาสตร์ เป็นต้น คำสอนและหลักปฏิบัติอริยมรรคมีองค์ ๘ ได้หยั่งรากลึกในจิตใจของชาวพุทธทั่วโลก กลายเป็นแรงบันดาลใจที่จะเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น และผู้เบิกบานในชีวิต ชาวพุทธในภูมิภาคต่าง ๆได้นำแนวคิดทางพุทธศาสนามาสร้างสถานที่ทางศาสนาที่มีมูลค่าหลายหมื่นล้านรูปี เปลี่ยนสถานที่เหล่านี้ ให้กลายเป็นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่เจริญรุ่งเรือง และสร้างรายได้มหาศาลในแต่ละปี
นักท่องเที่ยวหลายล้านคนมาเยือนสาธารณรัฐอินเดียทุกปี สร้างงานให้กับคนในท้องถิ่น สร้างรายได้เพื่อสนับสนุนการบำรุงรักษาศาสนสถาน จัดหาที่พักและรักษาความปลอดภัยให้กับผู้แสวงบุญ และพัฒนาศักยภาพของผู้คนในศูนย์ปฏิบัติธรรม สิ่งนี้ส่งเสริมศรัทธาอันแน่วแน่ในอุดมคติของชีวิต และความยึดมั่นในการปฏิบัติต่อผู้อื่นด้วยความบริสุทธิ์และความยุติธรรม ความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณและเอาชนะอุปสรรคในชีวิต และการพึ่งพาตนเองตามคำสอนของพระพุทธศาสนา ไม่ว่าความจริงของพระพุทธศาสนาจะถูกตีความในเชิงบวกหรือลบ แต่พระพุทธศาสนาซึ่งเป็นศาสนาแห่งปัญญาที่กำเนิดจากชาวอารยันในสาธารณรัฐอินเดีย ควรได้รับการอนุรักษ์ สืบสาน(สืบทอด) และพัฒนา (ต่อยอด) ไปในฐานะสมบัติของมนุษยชาติ ควรนำมาใช้เพื่อพัฒนาศักยภาพของมนุษยชาติ และส่งเสริมการเติบโตทางปัญญาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมนุษยชาติ
ในปี พ.ศ.๒๕๔๕ ผู้เขียนได้ศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยบานารัสฮินดูในเมืองพาราณสี รัฐอุตตรประเทศ สาธารณรัฐอินเดีย ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ซึ่งเป็นสถานที่ที่พระพุทธเจ้าแสดงปฐมเทศนานั้นอยู่ห่างจากมหาวิทยาลัย ที่ผู้เขียนกำลังศึกษาอยู่ประมาณ ๑๗.๖ กิโลเมตร ปัจจุบันกรมโบราณคดีของอินเดียเรียกสถานที่แห่งนี้ว่า "ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน" หรือที่ชาวอินเดียเรียกว่า "วัดพระพุทธเจ้า" วัดแห่งนี้สร้างขึ้นโดยจักรพรรดิอโศก เมื่อ ๒๕๐ ปี หลังจากการปรินิพพานของพระพุทธเจ้า เพื่ออนุรักษ์สถานที่ที่พระพุทธเจ้าแสดงปฐมเทศนา และสถานที่ที่พระอัญญาโกณทัญญญะบรรลุธรรมได้รับการอนุรักษ์ไว้เพื่อให้ชาวพุทธทั่วโลกสามารถปฏิบัติธรรมตามอริยมรรคมีองค์ ๘ ต่อไปได้ และบูรณาการเข้ากับศาสตร์สมัยใหม่ เป็นต้น
เมืองพาราณสี สถานที่ที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนาแก่ฤาษีทั้งห้า (ปัญจวัคคีย์) นั้น พระพุทธเจ้าทรงถือเป็น ๑ ใน ๔ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ ที่พระพุทธองค์ทรงสั่งสอนให้สาวกของพระองค์ไปแสวงบุญเป็นประจำทุกปี เมืองนี้มอบโอกาสให้ผู้เขียนเรียนรู้คุณค่าของชีวิตตนเองและช่วยเหลือผู้อื่น ผู้เขียนได้ใช้ความรู้ทางพระพุทธศาสนา ที่ได้จากประสบการณ์ชีวิตผ่านอายตนะภายในร่างกาย และสั่งสมเรื่องราวเป็นข้อมูลทางอารมณ์ในจิตใจ มาวิเคราะห์โดยการอนุมานความรู้จากข้อมูลทางอารมณ์ตลอดหลายปีที่ผ่านมา โดยใช้เหตุผลเป็นเครื่องมือในการอธิบายความจริงให้แก่ผู้แสวงบุญชาวพุทธไทยและนานาชาติ ณ สถานที่ที่พระพุทธเจ้าทรงเผยแผ่พระพุทธศาสนาเป็นครั้งแรก ผู้เขียนรู้สึกปิติทุกครั้งที่ทำงานรับใช้พระพุทธเจ้าในเมืองศักดิ์สิทธิ์ทั้ง ๔ แห่งนี้ และในสถานที่ทำงาน ที่ยิ่่งใหญ่ที่สุดในโลกซึ่งไม่มีขอบเขตจำกัด
การเดินทางแสวงบุญไปยังเมืองศักดิ์สิทธิ์ทั้ง ๔ แห่ง ซึ่งครอบคลุมการเดินทางไม่น้อยกว่า ๑,๒๐๐ กิโลเมตร ต้องอาศัยความอดทนทั้งร่างกาย และจิตใจอย่างมากต่อสู้กับความเหนื่อยล้าและสำเร็จลุล่วงไปด้วยดีในการบรรยายธรรมะ หากผู้เขียนไม่ได้ศึกษาที่มหาวิทยาลัยบันนารัสฮินดู ซึ่งเป็นสถาบันชั้นนำด้านปรัชญาและศาสนา ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองพาราณสี รัฐอุตตรประเทศ สาธารณรัฐอินเดีย ซึ่งเป็นดินแดนกำเนิดของพระพุทธศาสนา ผู้เขียนคงไม่มีโอกาสได้เรียนรู้ เกี่ยวกับวิธีการเผยแผ่พระพุทธศาสนาหลากหลายวิธี ทั้งในเชิงทฤษฎีและปฏิบัติผ่านประสบการณ์ตรง ดังที่ปรากฏในพระไตรปิฎกหลายฉบับทั้งเถรวาทและมหายาน แม้ว่าการเผยแผ่พระพุทธศาสนาไปยังสังเวชนียสถานทั้ง ๔ แห่งนั้น มีไว้สำหรับผู้แสวงบุญชาวไทยเป็นหลัก แต่ก็ช่วยเสริมสร้างศรัทธาของชาวไทยพุทธที่มีต่อพระพุทธเจ้าสำหรับผู้ที่ขาดศรัทธา การฟังธรรมเทศนาจะช่วยปลูกฝังศรัทธาต่อพระพุทธเจ้า ผู้ทรงเข้าใจกฎธรรมชาติของชีวิตมนุษย์ ที่ซึ่งจิตวิญญาณเป็นแก่นแท้ของการดำรงชีวิต ซึ่งมนุษย์ทุกคนอยู่ภายใต้กฎธรรมชาติเหล่านี้ จิตจึงได้รับผลจากการกระทำของตนเองทั้งร่องรอย ที่ยั่งยืนและปรากฏออกมาเป็นภาพในจิตใจนั้น ในที่สุดสิ่งนี้ก็จะกลายเป็นอุปสรรค เป็นสิ่งกีดขวางที่ทำให้เราควบคุมจิตใจเพื่อปฏิบัติธรรมตามมรรคมีองค์ ๘ ไม่ได้ เป็นต้น

การเดินทางไปยังเมืองศักดิ์สิทธิทั้ง ๔ แห่ง ทำให้เราได้เห็นการทำงานอย่างหนักของมูลนิธิพระพุทธศาสนาทั่วโลก ในการนำพระพุทธศาสนากลับคืนสู่บ้านเกิดของพระพุทธเจ้า ซึ่งประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวฮินดู พวกเขาเผยแผ่พระพุทธศาสนาผ่านองค์กรการกุศลต่าง ๆ เช่น การแจกจ่ายสิ่งของบรรเทาทุกข์แก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วม การให้ทุนการศึกษาแก่นักเรียนที่ด้อยโอกาส เป็นหนึ่งในกิจกรรมการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในอดีตของราชอาณาจักรไทย ในอดีตผู้เขียนสังเกตเห็นการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในประเทศไทยจากการเทศน์ของพระสงฆ์ในวัด การประกอบพิธีกรรมทำบุญในบ้านและการออกอากาศทางวิทยุและโทรทัศน์ อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบัน การเผยแพร่คำสอนทางพระพุทธศาสนา ในประเทศไทยได้ยกระดับขึ้นสู่ระดับนานาชาติ โดยไปถึงสาธารณรัฐอินเดีย และสหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเนปาลผ่านการบรรยายในสถานที่ทางพระพุทธศาสนาต่าง ๆ
การที่ผู้เขียนมีส่วนร่วมในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ณ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ๔ แห่ง เป็นเวลาหลายปี ได้สั่งสมบุญบารมีและมีส่วนช่วยร่วมเพิ่มพูนปัญญาแก่พุทธศาสนิกชนชาวไทย ซึ่งเกี่ยวกับการพัฒนาศักยภาพชีวิต การส่งเสริมให้มีความเข้มแข็ง มีจิตใจบริสุทธิ์ การปราศจากความทุกข์ และการมีสติ เป็นการปลูกฝังความตระหนักรู้ในประสบการณ์ชีวิต ที่ได้ผ่านอายตนะภายใน และสั่งสมอยู่ในจิตใจของตน ทำให้พวกเขาสามารถใช้ความรู้เหล่านี้ในการแก้ปัญหาชีวิตด้วยสติปัญญาของตนเอง สิ่งนี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจน ถึงการประยุกต์ใช้เหตุผลในพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปฏิบัติบูชาในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของพุทธศาสนานั้น ซึ่งเสริมสร้างศรัทธาของผู้แสวงบุญมาก เพราะสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้
การที่ผู้เขียนศึกษาที่มหาวิทยาลัยบันนารัสฮินดู ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก ตั้งอยู่ในเมืองพาราณสี รัฐอุตตรประเทศ สาธารณรัฐอินเดีย ซึ่งเป็นเมืองกำเนิดพระพุทธศาสนาและเป็นสถานที่ที่พระพุทธเจ้าศากยะมุนีทรงแสดงปฐมเทศนาเป็นครั้งแรก ทุกปีมีผู้แสวงบุญชาวไทยอย่างน้อย ๑๕,๐๐๐ คน เดินทางมายังเมืองนี้ เพราะเป็นหนึ่งใน ๔ สถานที่ที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ในมหาปรินิพพานสูตร ซึ่งพระองค์ทรงสั่งสอนให้ชาวพุทธทั่วโลกไปเยือนอย่างน้อยหนึ่งครั้งในชีวิต การพำนักอยู่ในเมืองพาราณสี ถือเป็นสถานที่แสวงบุญของชาวพุทธทั่วโลกเพราะเป็นสถานที่แสดงปฐมเทศนาซึ่งเป็นหนึ่งใน สี่สถานศักดิ์สิทธิ์และควรไปเยือนอย่างน้อยปีละครั้ง
แม้ค่าเข้าชมสถานที่แสดงธรรมเทศนาครั้งแรกใน ปี ค.ศ. ๒๐๐๒ จะอยู่ที่๑๐๐ รูปีต่อคน แต่สำหรับผู้เขียนแล้ว ถือเป็นโอกาสครั้งหนึ่งในชีวิต การเดินทางไปสถานที่ที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมเทศนาครั้งแรกนั้นยากลำบาก หากปราศจากศรัทธาในคำสอนของพระองค์ และค่าใช้จ่ายในการเดินทางก็ค่อนข้างสูง สถานที่นั้นห่างจากที่พักของผู้เขียนพักที่มหาวิทยาลัยบาณารัสเพียง ๑๕ กิโลเมตรเท่านั้น ทุกปีก่อนเข้าพรรษา ๑ วัน ผู้เขียนและนิสิตปริญญาโทและปริญญาเอก จะไปปฏิบัติบูชาเนื่องในวันอาสาฬหบูชาที่ธัมเมฆสถูป ซึ่งเป็นสถานที่ที่ฤาษีทั้ง ๕ รูป (ปัญจวัคคีบรรลุธรรม) ประสบการณ์นี้ทำให้ผู้เขียนได้เรียนรู้เกี่ยวกับการปฏิบัติบูชาในสังเวชนียสถาน และเข้าใจขอบเขตของคำสอนทางพระพุทธศาสนาที่ใช้ในการบรรยาย ณ สถานที่เหล่านั้น เป็นต้น ดังนั้น ในช่วงพักจากการเขียนวิทยานิพนธ์ในระดับปริญญาเอกในมหาวิทยาลัยบาณารัสฮินดู เมืองพาราณสี จึงได้มีโอกาสได้ทำหน้าที่เป็นผู้เผยแผ่พระพุทธศาสนา กิจกรรมนี้รวมถึงการบรรยายแก่พุทธศาสนิกชน ณ สถานที่ที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนาและการเข้าร่วมปฏิบัติธรรมกับผู้แสวงบุญเป็นประจำ ถือเป็นประสบการณ์ชีวิตอันล้ำค่า การแบ่งปันความรู้เกี่ยวกับการแสวงบุญนี้ใน Blogger ส่วนตัวของผู้เขียนนั้น จึงเป็นประโยชน์ต่อการเผยแพร่พระพุทธศาสนา และการสั่งสมบุญกุศลและช่วยให้เข้าใจคุณค่าของชีวิตตนเอง เป็นต้น
.jpg)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น