The greatest discovery is the natural laws of human life. That everyone is equal Without choosing a social caste as the basis for determining humanity When the soul is the real person of man That accumulates knowledge from the mind with reasons And show his intention to act accordingly Would receive the result of Own action

Breaking

Post Top Ad

Your Ad Spot

วันศุกร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2568

บทนำสู่การใช้ชีวิตอย่างพอเพียงตามอริยมรรค ๘ ประการในพระไตรปิฎก

Introduction to living a self-sufficient life according to the Noble Eightfold Path in Tripitaka 

คำสำคัญ  การใช้ชีวิตอย่างพอเพียง, อริยมรรค ๘ ประการ พระไตรปิฎก

บทนำ : ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา
        
             โดยทั่วไปแล้วจิตใจมนุษย์ใช้อายตนะภายในในการรับรู้เทคโนโลยี่คอมพิวเตอร์    และอินเตอร์เน็ต  รวมถึงการแข่งขันอย่างดุเดือด        เพื่อความอยู่รอด   มนุษยชาติกำลังเผชิญกับข้อมูลจำนวนมหาศาลที่ส่งผ่านโทรศัพท์มือถือด้วยความเร็วสูง    และวัฒนธรรมบริโภคนิยม     ที่กระตุ้นความต้องการของเราอย่างต่อเนื่อง         เช่น  การเล่นเกมส์โปรด  การชมภาพยนต์ การฟังเพลงในสถานบันเทิง  หรือการเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคมต่าง   ๆ       เราทำงานหนักเพื่อหาเงินมาทุกบาททุกสตางค์  เพื่อให้ชีวิตดีขึ้น      เมื่อบุคคลรับรู้สิ่งต่าง ๆ ผ่านอายตนะภายใน  จิตใจของพวกเขาก็จะปรารถนาและแสวงหาการรับรู้นั้น เพื่อตอบสนองความต้องการของตน       เมื่อพึงพอใจกับสิ่งที่ตนมี   สิ่งที่ตนได้รับและสิ่งที่ตนเป็นแล้ว  พวกเขาอาจจะละทิ้งหรือยึดติดกับสิ่งเหล่านั้นไปจนกว่าจะตาย    หลังจากความตายแล้ว        ผู้คนไม่สามารถเก็บรักษาทรัพย์สิน เงิน  ทองหรือโทรศัพท์มือถือรุ่น      เพื่อนำทางวิญญาณไปสู่ภพภูมิอื่นได้    เหลือเพียงอารมณ์ และประสบการณ์ที่เคยอยู่ในจิตใจเท่านั้น   

                 โลกเปลี่ยนไปแล้ว  ผู้คนทั่วโลกใช้ชีวิตตามความปรารถนาของตนเอง  แทนที่จะมุ่งเน้นไปที่ธรรมชาติที่แท้จริงของชีวิต  แม้ว่าทุกคนจะมีทรัพยากรภายนอกเช่น  ที่อยู่อาศัย   อาหาร  เครื่องนุ่งห่ม  และยารักษาโรคอย่างพอเพียงแล้ว    อย่างไรก็ตาม    ทุกคนก็เป็นสิ่งมีชีวิต ประกอบด้วยร่างกายและจิตใจสามารถกระทำได้ทั้งความดีและความชั่ว ทุกคนล้วนเห็นแก่ตัวโดยเนื้อแท้    มักจะแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัวจากงานของตน และลังเลที่จะแสดงความคิดเห็นต่อผู้อื่น          แต่ละคนมีความเชื่อที่แตกต่างกันโดยใช้เหตุผล           เป็นเครื่องมือเดียวกับนักปรัชญาใช้อธิบายความจริง  อย่างไรก็ตาม  พวกเขาใช้ประโยชน์จากความโลภของเพื่อนมนุษย์เพื่อหลอกลวง และแสวงหาความมั่งคั่งในรูปแบบต่าง ๆ   ทำให้เกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวงต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้อื่น      

                ดังนั้นจิตใจจึงเกิดความสงสัย ผู้คนมักทบทวนประสบการณ์ทางอารมณ์ที่สั่งสมมา  เพื่อตั้งคำถามถึงความจริงของสิ่งต่าง ๆ    เมื่อพวกเขารู้ความจริง พวกเขาก็พอใจและพยายามใช้มันเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวเพื่อเป้าหมายต่าง ๆ    แสดงสถานะทางสังคมและได้รับความไว้วางใจจากผู้อื่นในงานหรือธุรกิจของตน     ปัญหาอยู่ที่ความสามารถในการคิดอย่างก้าวหน้า  โดยไม่ตกอยู่ในความเสื่อมทราม เพราะสิ่งนี้ขัดขวางการบรรลุความฝัน       แม้ว่ามนุษย์จะมีเหตุผลสำหรับการกระทำของตนเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการกระทำที่ดีหรือชั่ว       บางคนคิดก่อนทำผิด    ในขณะที่บางคนกลับไม่ใช้เหตุผลก่อนตัดสินใจผิดพลาดในชีวิต  ดังนั้นการใช้เหตุผลจึงแตกต่างกันไปตามสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ และสังคมของผู้คนในแต่ละประเทศ  ปรากฏการณ์เหล่านี้เป็นหลักฐานทางอารมณ์ที่สั่งสมอยู่ในจิตใจ         ซึ่งอารมณ์เหล่านี้ถูกนำมาใช้เป็นข้อมูลในการวิเคราะห์      โดยอนุมานความรู้จากหลักฐานต่าง ๆ  เพื่อพิสูจน์ความจริง โดยใช้เหตุผล  เป็นเครื่องมือที่นักปรัชญาใช้ในการอธิบายความจริงในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง      นี่คือความรู้เชิงเหตุผลเกี่ยวกับเรื่องนั้น           

                   จาการศึกษาคำสอนของพระพุทธศาสนา   ดังที่ปรากฏในพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬา ฯ    เกี่ยวกับชีวิตมนุษย์     ผู้เขียนได้เรียนรู้ข้อเท็จจริงดังนี้ :     เมื่อพระโพธิสัตว์สิทธัตถะทรงได้พัฒนาศักยภาพชีวิตของพระองค์ ผ่านการปฏิบัติอริยมรรคมีองค์ ๘        จนพระทัยของพระองค์ก็ทรงบริสุทธิ์และปราศจากอคติต่อผู้อื่น  พระองค์ทรงมีบุคลิกอ่อนโยนเหมาะกับการอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคม    มั่นคงในอุดมการณ์ในการรักษาชาติ  ศาสนา   และพระมหากษัตริย์และไม่ลังเลที่จะปฏิบัติหน้าที่ต่อผู้อื่นอย่างกล้าหาญ  พวกเขาเป็นคนบริสุทธิ์  ยุติธรรม    มีสติและสามารถระลึกถึงความรู้จากประสบการณ์ชีวิตผ่านประสาทสัมผัส    และสั่งสมไว้ในจิตใจได้    ใช้ความรู้นั้นเป็นพื้นฐานในการตัดสินความจริงของเรื่องต่าง ๆ  ค้นหาเหตุผลมาเพื่ออธิบายความจริงนั้นและนำไปใช้แก้ปัญหาต่าง ๆ ด้วยตนเอง  

             เมื่อพระโพธิสัตว์สิทธัตถะทรงปฏิบัติธรรมตามอริยมรรคมีองค์  ๘    พระองค์ก็ทรงบรรลุญาณทิพย์เหนือมนุษย์ทั้งปวง  พระองค์ก็ทรงเห็นวิญญาณของสัตว์เล็กและใหญ่ละทิ้งกายไปเกิดในโลกอื่น      มันแสดงให้เห็นว่าชีวิตมนุษย์เกิดจากการรวมตัวปัจจัยทางร่างกายและจิตใจในครรภ์มารดา         เมื่อมนุษย์เกิดมา  ย่อมมีปัจจัยสี่ (the four requisites)    ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ได้แก่  อาหาร     ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม, และยารักษาโรค  เป็นต้น   ดังปรากฏหลักฐานในพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬา ฯ         เล่ม ๑๑  พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๓  ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค    อุทุมพริกสูตรว่าด้วยอุปกิเลส (เครื่องเศร้าหมอง) [๕๙]  บุคคลผู้บำเพ็ญตบะยึดมั่นตบะ  เขาทำลาภสักการะและความสรรเสริญให้เกิดขึ้นด้วยตบะนั้น    เขามีใจยินดี มีความดำริอันบริบูรณ์ด้วยลาภสักการะและความสรรเสริญนั้น  ข้อที่บุคคลผู้บำเพ็ญตบะ ยึดมั่นตบะ จนเป็นเหตุทำลาภสักการะและความสรรเสริญให้เกิดขึ้น          เขามีใจยินดีมีความดำริอันบริบูรณ์และความสรรเสริญนั้น และเป็นอุปกิเลสของบุคคลผู้บำเพ็ญตบะ   ในคำว่า "ลาภ"    เชิงอรรถได้อธิบายว่า  การได้ปัจจัย  ๔ ประการที่เขาเตรียมไว้เพื่อน้อมถวายคือ  
                ๑.ผ้านุ่งห่ม 
                ๒.อาหาร 
                ๓.ที่อยู่อาศัย 
                ๔.ยารักษาโรค  เป็นต้น 

ปัญหาคือ เราจะรู้ได้อย่างไรว่า เรากำลังใช้ชีวิตแบบพอเพียง? 

                โดยทั่วไปแล้ว  ธรรมชาติของมนุษย์นั้นไม่เที่ยงแท้      เพราะทุกคนเกิดมาเพื่อตายอย่างไรก็ตาม ไม่มีใครอยากตาย ทุกคนปรารถนาที่จะมีอายุยืนยาว     ดังนั้นเป้าหมายชีวิตของทุกคน คือการหาวิธีการเอาตัวรอด   ไม่ว่าพวกเขาจอยู่ในสังคมแบบไหนก็ตาม ไม่ว่าจะพวกเขาจะอาศัยอยู่ในป่า   บนภูเขาสูง  หรือกลางทะเลทรายที่มีกลางวันอากาศร้อนจัดและกลางคืนอากาศหนาวเย็น    แม้แต่ทหารที่ต่อสู้ตามชายแดนของประเทศไทยและกัมพูชา   พวกเขาต้องใช้สติ สมาธิและเหตุผลเพื่อหาวิธีเอาชีวิตรอด   พวกเขาต้องหาวิธีเอาชีวิตรอดจากการต่อสู้ด้วยสติปัญญาและกลยุทธการเอาชีวิตรอดของตนเอง  

           ๑.อาหาร  :   ตามกฎธรรมชาติของชีวิตมนุษย์ซึ่งประกอบด้วยร่างกายและจิตใจ        เมื่อตายแล้ว จิตวิญญาณจะออกจากกายไปเกิดใหม่ในภพอื่น    ตามกรรมที่สั่งสมเป็นอารมณ์อยู่ในจิตใจ หากเกิดใหม่ในโลกมนุษย์     วิญญาณจะก่อตัวขึ้นในครรภ์มารดา จนกว่าปัจจัยทางร่างกายและจิตใจจะรวมกันเป็นชีวิตใหม่ของมนุษย์    ตามกฎธรรมชาติของชีวิตมนุษย์     ส่วนต่าง ๆ ของร่างกายต้องเกิดใหม่ดำรงอยู่เป็นเด็ก วัยรุ่น     ผู้ใหญ่     และเสื่อมโทรมลงเนื่องจากความชรา ความเจ็บป่วยและความตาย    ซึ่งเป็นวัฏจักรที่นำไปสู่ภาวะเรื้อรัง   ที่เรียกว่า  "ความหิวโหย"      มนุษย์ต้องกินอาหารอย่างน้อยสามมื้อต่อวันเพื่อดำรงชีวิตและรักษากำลังในการทำกิจกรรมประจำวัน    หากขาดอาหารความตายก็จะเกิดขึ้นเนื่องจากภาวะขาดสารอาหาร  ตัวอย่างเช่น ในช่วงสงคราม  เมื่อผู้คนหนีภัยสงคราม     อาหารเป็นสิ่งจำเป็น         หากพวกเขาขาดอาหารหลายวัน   พวกเขาจะตายจากภาวะขาดสารอาหาร   การแจกจ่ายอาหาร  เพื่อช่วยผู้คนให้มีชีวิตรอด เป็นสิ่งจำเป็นและสำคัญ  

           ๒.  ที่พักอาศัย มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่เคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา และต้องใช้พลังงานของจิตในการวิเคราะห์หลักฐานทางอารมณ์        ที่สั่งสมอยู่ในจิตใจ ชีวิตย่อมนำไปสู่ความเหนื่อยล้าทั้งทางร่างกาย   และจิตใจ   ดังนั้น  สถานที่พักผ่อนที่ปลอดภัย      ปราศจากสัตว์ร้ายและสิ่งรบกวนอื่น ๆ   จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชีวิตมนุษย์ ด้วยเหตุนี้ สถานที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง  

           ๓. เครื่องนุ่งห่ม :  มนุษย์อาศัยอยู่ร่วมกันในสังคมและมีความปรารถนาและกิเลสตัณหา รวมถึงอคติและความดูถูกเหยียดหยาม  พวกเขาพยายามปกปิดความอับอาย    พวกเขาพยายามปกปิดความอับอายของตนอยู่เสมอ ด้วยการสวมเสื้อผ้า ซึ่งปกปิดความละอายของร่างกายที่อ้วนบ้าง  ผอมไปบ้าง  หรือมีความผิดปกติทางร่างกาย ซึ่งถูกมองว่าน่ารังเกัยจ  โดยคนที่มีความคิดคับแคบและมีอคติต่อกันดังนั้น ที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เป็นต้น 

           ๔. ยารักษาโรค :   เป็นสิ่งจำเป็น เมื่อเกิดการระบาดของโรคโควิค -19 อย่างรุนแรง        และเกิดการขาดแคลนยาและเตียงในโรงพยาบาล  ไม่เพียงแต่จะนำไปสู่การจราจลเท่านั้น       แต่ยังก่อให้เกิดปัญหาอื่นๆ  อีกด้วย   สิ่งเหล่านี้จำเป็นต่อการอยู่รอดของมนุษย์   หากปราศจากยารักษาโรค  ชีวิตก็จะเต็มไปความทุกข์ทรมานจากความเจ็บป่วยและผู้คนจะเสียชีวิตก่อนวัยอันควร  สิ่งเหล่านี้ จึงเป็นสิ่งจำเป็นต่อชีวิตและไม่อาจขาดแคลนได้      

  

6 ความคิดเห็น:

น.ส.อัจฉริยา มูลดิษฐ กล่าวว่า...

ได้เข้ามาศึกษาวิชาปรัชญาหน้าเว็บไซต์ และได้กดติดตามเรียบร้อยแล้วค่ะ

น.ส.อัจฉริยา มูลดิษฐ กล่าวว่า...

ได้เข้ามาศึกษาวิชาปรัชญาหน้าเว็บไซต์ และได้กดติดตามเรียบร้อยแล้วค่ะ

สุริยาวดี กล่าวว่า...

อ่านแล้วเข้าซึ้งถึงพระพุทธศาสนาแจ่มแจ้งดีค่ะ

kom arkhom กล่าวว่า...

ขอกราบขอบพระคุณพระอาจารย์สำหรับหลักปรัชญาแดนพุทธจารการได้ศึกษาในครั้งนี้สามารถนำความรู้ที่ได้รับในครั้งนี้ไปปรับใช้ได้ในชีวิตได้จริงครับ

กิตติพงษ์ เฝ้าไธสงค์ กล่าวว่า...

เข้ามาศึกษาและติดตามเรียบร้อยแล้วคับ

ส.ท อภิสิทธิ์ วงษ์ทอง 6606504318 กล่าวว่า...

รับรู้ถึงวิถีชีวิตของความพอเพียงได้ดีครับ.

Post Top Ad

Your Ad Spot

หน้าเว็บ