13. Summary of Reasons for Writing Buddhaphumi philosophy
การรังสรรค์และเรียบเรียง "ปรัชญาพุทธภูมิ" โดยผู้เขียน ไม่ได้เกิดจากปรารถนาที่จะอธิบายพุทธศาสนาในแง่ของความเชื่อและพิธีกรรม แต่เกิดจากกระบวนการทางปัญญาเพื่อแก้ไขข้อจำกัดของศาสตร์ต่าง ๆ โดยมีเหตุผล และความจำเป็นหลัก ๔ ประการดังนี้
๑. เพื่อข้ามพ้นข้อจำกัดของหลักตรรกศาสตร์และปรัชญาบริสุทธิ์
การศึกษาประวัติศาสตร์ทางปัญญาของมนุษย์แสดงให้เห็นว่าในยุคอินเดียโบราณ นักตรรกศาสตร์ และนักปรัชญามักอาศัยการคาดคะเน, ปฏิภาณไหวพริบ หรือการตีความจากสิ่งที่เล่าสืบต่อกันมา ส่งผล ทำให้คำอธิบายเกี่ยวกับมนุษย์ โลก และความเป็นจริงนั้น คลุมเครือ ไม่ชัดเจน บางครั้งก็ถูกต้อง บางครั้งผิดพลาด ดังเช่นเจ้าชายสิทธัตถะทรงเคยเผชิญและตั้งข้อสงสัยต่อคำสอนของเจ้าลัทธิต่าง ๆ ในสมัยพุทธกาล ปรัชญาพุทธภูมิจึงถูกเขียนขึ้นเพื่อแสวงหาเครื่องมือทางปัญญาที่สามารถเข้าถึงความจริงที่สมมติขึ้นและความจริงขั้นปรมัตถ์ได้อย่างเด็ดขาด แม่นยำ และไม่กลับกลายเป็นอย่างอื่น
.JPG)

๒.เพื่อปลดแอดมนุษย์จากอคติและการละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐาน
ในอดีต คำอธิบายทางปรัชญา และศาสนาถูกนำมาใช้อ้างความชอบธรรม เพื่อผลประโยชน์ทางชนชั้น เช่น ระบบวรรณะ การลงโทษทางสังคม (พรหมทัณฑ์) ซึ่งถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง ทำให้นักคิดและผู้นำทางจิตวิญญาณ ติดขัดข้อจำกัดทางกฎหมายจารีตประเพณี (เช่นหลักอปริหานิยธรรม) ปรัชญาพุทธภูมิจึงถูกเขียนขึ้น จึงมุ่งวิเคราะห์ รากเหง้าของปัญหาเหล่านั้น เพื่อช้ให้เห็นว่า อคติที่เกิดจากความกลัว ความรัก ความเกลียดชัง หรือความไม่รู้นั้นล้วนบดบังอายตนะภายใน ทำให้มนุษย์ขาดปัญญาที่จะมองเห็นทั้ง"สมมติสัจจะ" (ความจริงที่สมมติ)และ ปรมัตถ์สัจจะ(ความจริงขั้นปรมัตถ์)
๓. เพื่อยืนยันความจริงเชิงประจักษ์ผ่านระบบการทดลองที่มีมาตรฐานเดียวกัน เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะทรงพัฒนาศักยภาพผ่าน "อริยมรรคมีองค์ ๘ " จนตรัสรู้กฎธรรมชาติ (อภิญญา ๖ ) พระองค์ทรงนำระบบนี้ไปทดลองปฏิบัติกับมนุษย์ทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นนักบวช กษัตริย์ หรือแม้กระทั่งมหาโจรอย่างองคุลีมาล ซึ่งทุกคนได้รับผลลัพธ์เชิงประจักษ์ที่ตรงกัน ปรัชญาพุทธภูมิจึงต้องการถอดรหัสกระบวนการนี้เพื่อแสดงให้เห้นว่าพุทธศาสนามีฐานะเป็นวิทยาศาสตรืเชิงพฤติกรรมและจิตวิญญาณ ที่มีกระบวนการทดลอง และตรวจสอบได้จริง ไม่ใช่เพียงทฤษฎีเชิงตรรกะ
๔. เพื่อเชื่อมประสานกฎธรรมชาติเข้ากับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี่สมัยใหม่ แม่ว่ามนุษย์ในปัจจุบันจะสามารถพัฒนาเทคโนโลยี่และอินเตอร์เน็ต เพื่อวิเคราะห์ข้อมูล ได้อย่างเที่ยงตรง แต่อุปกรณ์เหล่านั้น เป็นเพียงเครื่องมือ ท้ายที่สุด จิตใจของมนุษย์ ก็ยังเป็นผู้เลือกรวมถึงตัดสินผลลัพธ์นั้นอยู่ดี (เช่นผู้พิพากษาตัดสินคดี แพทย์วินิจฉัยโรค หรือครูบาอาจารย์สอนกรรมฐาน ) ปรัชญาพุทธภูมิ จึงเข้ามาทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อม นำกฎธรรมชาติมาอธิบายปรากฏการณ์ร่วมสมัย เช่น การวัดคลื่อสมองก่อนและหลังการทำสมาธิ เพื่อพิสูจน์ขอบเขตศักยภาพของจิต และไม่หวั่นไหวต่อความท้าทายในยุคปัจจุบัน
๕.เพื่อสถาปนาเกณฑ์การตัดสินความรู้ที่ปราศจากข้อสงสัย ท้ายที่สุดนี้ แนวคิดในการเขียนปรัชญาพุทธภูมิ มีเป้าหมายสำคัญในการจำลองกระบวนการแสวงหาความจริงของพระพุทธองค์ โดยเริ่มต้นจาก "ความสงสัย " แล้วดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐาน อย่างรอบด้าน ทั้งพยานเอกสาร พยานวัตถุ พยานบุคคลและเอกสารดิจิทัล ผ่านการวิเคราะห์ และอนุมานความรู้จนเกิดผลลัพธ์ ที่เป็นเอกภาพ (สอดคล้องกันทุกครั้ง ทีทำการวิเคราะห์)
๖. บทสรุปและเป้าหมานสูงสุด : เป้าหมายสูงสุด จึงจัดเป็นความรู้ที่ผ่านเกณฑ์การตัดสินอย่างมีเหตุผล เป็นวิทยาศาสตร์ และเป็นสากล เพื่อให้มนุษย์ในสาขาวิชา สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาศักยภาพชีวิต เข้าถึงความจริงแท้ ปราศจากข้อสงสัยหรือขัดแย้งในข้อเท็จจริงอีกต่อไป

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น