The greatest discovery is the natural laws of human life. That everyone is equal Without choosing a social caste as the basis for determining humanity When the soul is the real person of man That accumulates knowledge from the mind with reasons And show his intention to act accordingly Would receive the result of Own action

Breaking

Post Top Ad

Your Ad Spot

วันพุธที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2568

บทนำ : สถูปเกสริยาเป็นสถานที่ที่แสดงกาลามสูตรของพระพุทธเจ้าในปรัชญาพุทธภูมิ

Introduction: Kesariya Stupa is a place where the Buddha' s Kalama Sutta is demonstrated  in the Buddhaphumi philosophy.

ภาพโดยก้าวตามธรรม(follow dhamma)
บทนำ
      
              เจดีย์เกสริยา (Kesariya Stupa) เป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญทางพุทธศาสนา    ตั้งอยู่บนเส้นทางแสวงบุญของชาวพุทธทั่วโลก ระหว่างเขตเวสารี  รัฐพิหารและเขตกุสินารา รัฐอุตตรประเทศ ในสาธารณรัฐอินเดีย   นักปรัชญาพุทธหลายท่านเชื่อว่าที่นี้เป็นสถานที่ที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงกาลามสูตร ซึ่งเป็นพระสูตรที่อธิบายแนวคิดเกี่ยวกับที่มาของความรู้มนุษย์หรือรู้จักกันในชื่อ  "ญาณวิทยา"   หรือ "ทฤษฎีความรู้"  เมื่อได้ยินข้อเท็จจริงใด  ๆ   เราไม่ควรเชื่อว่าเป็นความจริงในทันที เราควรสงสัยไว้ก่อน จนกว่าข้อเท็จจริงนั้นจะได้รับการตรวจสอบและรวบรวมหลักฐาน เมื่อได้หลักฐานเพียงพอแล้ว     ก็จะนำมาใช้เป็นข้อมูลสำหรับการวิเคราะห์โดยการอนุมานความรู้ เพื่อพิสูจน์ความจริงในเรื่องนั้น โดยใช้เหตุผล ซึ่งเป็นเครื่องมือที่นักปรัชญาใช้ เพื่ออธิบายความจริงความสำคัญของเจดีย์เกสรียา (Kesariya Stupa)

             อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้เขียนสงสัยว่า "สถูปเกสเรีย" หรือเกสริยา" (Kesariya Stupa) เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนาหรือไม่ และมีหลักฐานบันทึกไว้ในพระไตรปิฎกมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยหรือไม่ ผู้เขียนจึงค้นหาข้อเท็จจริงในเว็บไซต์ https://tripitakaonline. blogspot.com/2016/08/tpd32-02.html    เมื่อผู้เขียนค้นหาในพระไตรปิฎกมหาจุฬาลงกรณและอรรถกถาแล้ว     แต่กลับไม่พบคำว่า"เกสเรีย"หรือ"เกสริยา" อย่างไรก็ตาม นักปรัชญาหลายท่านได้แสดงความคิดเกี่ยวกับ "สถูปเกสเรีย" โดยเสนอว่าที่นี่เป็นสถานที่ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงแสดงกาลามสูตร ซึ่งเป็นพระธรรมเทศนาอธิบายที่มาของความรู้ของมนุษย์    ต่อมานักปรัชญาตะวันตกได้พัฒนาคำสอนนี้ให้เป็น "ทฤษฎีความรู้" เกี่ยวกับที่มาของความรู้ของมนุษย์ในปรัชญาพุทธภูมิ เป็นต้น  ผู้เขียนพร้อมด้วยกลุ่มผู้แสวงบุญหลายกลุ่มได้เดินทางไปเยี่ยมชมเจดีย์เกสรียา เพื่อปฏิบัติบูชาระลึกถึงคุณธรรมของพระพุทธเจ้าและดำเนินตามรอยพระบาทของพระพุทธเจ้าด้วยการรักษาศีล  ฝึกสมาธิและการเจริญปัญญา เพื่อการบ่มเพาะเพิ่มพลังชีวิตที่บริสุทธิ ปราศจากอคติและอารมณ์ขุ่นมัว ความอ่อนโยนและความแข็งกระด้าง  พวกเขาฝึกฝนความตั้งใจแน่วแน่ในชีวิต   และปฏิบัติหน้าที่ต่อผู้อื่นด้วยความบริสุทธิ์และยุติธรรม   โดยใช้ปัญญาของตนเอง  ผู้เขียนสังเกตว่าเจดีย์เกสริยามีลักษณะคล้ายชามคว่ำ  ซึ่งบ่งชี้ว่าสร้างขึ้นในรัชสมัยของจักรพรรดิอโศก

            เมื่อได้ยินว่าเจดีย์เกสริยาว่าเป็นสถานที่ที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงพระสูตรกาลามะนั้น  แม้ว่าผู้เขียนยอมรับโดยปริยายว่าเป็นความจริงอย่างไรก็ตาม ผู้เขียนในฐานะมนุษย์ที่มีอายตนะภายในจำกัดในการรับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิต และแนวคิดที่อคติต่อผู้อื่น เนื่องจากความไม่รู้ของตนเอง  ผู้เขียนพบว่าชีวิตมนุษยชาติถูกปกคลุมไปด้วยความมืดมิด  เมื่อพวกเขามีหน้าที่ต้องแสดงความคิดเห็น  เพื่ออธิบายความจริงแก่สังคมที่เต็มไปด้วยข่าวลือ    ผู้เขียนอาจไม่สามารถใช้เหตุผลซึ่งเป็นเครื่องมือทางปรัชญา เพื่ออธิบายความจริงของเรื่องนั้นอย่างมีเหตุผลได้  

              ตามคำสอนของพระพุทธเจ้า  พราหมณ์บางคนในโลกเป็นนักตรรกศาสตร์และนักปรัชญา  เมื่อพวกเขาได้ยินความคิดเห็นเกี่ยวกับความจริงของมนุษยชาติว่า อัตตา   ความเป็นนิรันดร์ของโลก(โลกเที่ยง)   มักจะแสดงความคิดเห็นโดยอาศัยปฏิภาณและเหตุผลของตนเอง  หรือคาดคะเนความจริงจากสิ่งที่ได้ยินมานั้น  อย่างไรก็ตาม  นักตรรกศาสตร์หรือนักปรัชญา        บางครั้งพวกเขาก็ใช้เหตุผลเพื่ออธิบายความจริงของคำตอบอย่างถูกต้อง  บางครั้งก็ใช้เหตุผลไม่ถูกต้อง  บางครั้งพวกเขาอธิบายความจริงในแบบหนึ่ง  และบางครั้งก็อธิบายในอีกแบบหนึ่ง  เมื่อเหตุผลของนักวิชาการเหล่านั้นยังคลุมเครือและไม่ชัดเจนในการอธิบายที่มาของเรื่องนั้น  วิญญูชนเช่นเจ้าชายสิทธัตถะหรือพระพุทธเจ้าทรงได้ยินความคิดเห็นเหล่านั้น พระองค์ก็ทรงไม่เชื่อในทันทีว่าเป็นความจริงและไม่ยอมรับนักวิชาการเหล่านั้นเป็นพยานยืนยันความจริงของเรื่องนั้นได้  

             ดังนั้น  เมื่อผู้เขียนได้ยินข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเจดีย์เกสริยาหรือ Kesariya Buddha Stupa ว่าเป็นสถานที่ที่พระพุทธเจ้านั้นทรงแสดงกาลามสูตรตั้งอยู่ที่ Chakkia Kesariya  Sattarghat Road,  Kesariya, Tajpur Deur, Bihar,  India   ผู้เขียนได้ยินข้อเท็จจริงในเรื่องใด ๆ อย่าเพ่งเชื่อทันที่ว่าเป็นความจริง  เราควรสงสัยไว้ก่อน จนกว่าเราจะได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและรวบรวมหลักฐานเพื่อพิสูจน์ความจริงของคำตอบในเรื่องนั้น ๆ เมื่อมีหลักฐานเพียงพอ เราก็จะใช้หลักฐานในเรื่องนั้น เป็นข้อมูลในการวิเคราะห์โดยอนุมานความรู้ในเรื่องนั้น   โดยใช้เหตุผลอธิบายความจริงในเรื่องนั้น ถ้าไม่มีหลักฐานพิสูจน์ความจริง      ตามหลักปรัชญาถือว่าข้อเท็จจริงที่เราได้ยินมาจากคำให้การของพยานที่อ้างว่าได์เห็นการณ์นั้น ขาดความน่าเชื่อถือและตามหลักปรัชญานั้น ไม่สามารถยอมรับข้อเท็จจริงได้ว่าเป็นความจริงได้    เพราะมนุษย์มีความเห็นแก่ตัวโดยเนื้อแท้จึงแนวโน้มที่จะมีอคติต่อผู้อื่นที่เกิดจากความโง่เขลา ความกลัว ความเกลียดชัง ความรักเป็นต้น นอกจากนี้มนุษย์ยังมีข้อจำกัดในการรับรู้ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ และเหตุการณ์ทางสังคมที่เกิดขึ้นในอดีต ย้อนไปถึงสมัยพระพุทธเจ้าได้หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไกลออกไป เป็นต้น  

        เมื่อผู้เขียนพิจารณาความมีอยู่ของสถูปเกสเรียผ่านประสาทสัมผัสของตนเอง  แต่เรื่องราวเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของสถูปแห่งนี้ ปรากฏอยู่ในจิตใจของผู้เขียนยังไม่ชัดเจน เพราะมีหลักฐานไม่เพียงพอสิ่งนี้ทำให้ผู้เขียนสงสัยว่า สถูปเกสรียาเป็นสถานที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงพระธรรมเทศนาเรื่องกาลามสูตรจริงหรือ? แต่ผู้เขียนชอบแสวงหาความรู้ในเรื่องนี้ต่อไป จึงตัดสินใจตรวจสอบข้อเท็จจริงและรวบรวมหลักฐานเกี่ยวกับเรื่องนี้จากพยานเอกสาร เช่น พระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาฯ  อรรถกถา พยานวัตถุได้แก่สถูปเกสเรีย พยานแผนเอกสารดิจิทัลได้แก่แผนที่โลกกูเกิลและแผนที่โบราณ ส่วนพยานบุคคลได้แก่ บันทึกจดหมายเหตุแห่งพุทธอาณาจักรของพระภิกษุฟาเหียน เป็นต้น เพื่อหาเหตุผลยื่นยันความจริงของตอบผลในเรื่องนี้ 

    การวิเคราะห์ข้อมูลโดยอนุมานความรู้จากจากหลักฐานเกี่ยวกับสถูปเกสรียาเพื่อหาเหตุผลอธิบายความจริงในเรื่องดังกล่าว จะเป็นความรู้ที่ผ่านเกณฑ์การตัดสินตามหลักญาณวิทยาที่สมเหตุสมผล และไม่สงสัยในความจริงของสถูปเกสริยาอีกต่อไป  เนื้อหาของบทความในเรื่องนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อพระธรรมทูตแห่งราชอาณาจักรไทยในอินเดีย และเนปาล สามารถนำใช้ในการบรรยายให้ผู้แสวงบุญทั้งไทยพุทธและชาวต่างประเทศ   ได้มีเนื้อหาเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาไปในทิศทางเดียวกัน ส่วนกระบวนวิเคราะห์ข้อมูลจากแหล่งความรู้จะเป็นประโยชน์ต่อนักศึกษาระดับปริญญาเอกด้านพระพุทธศาสนา และปรัชญา  เพื่อนำไปใช้ในการตีความพระไตรปิฎกให้ได้ความรู้ที่สมเหตุสมผลและถูกต้องตามหลักคำสอนของพระพุทธศาสนาอย่างไม่มีข้อกังขาอีกต่อไป. 



4 ความคิดเห็น:

อจ.เลิศ กล่าวว่า...

มหาสถูปเกสเรีย แคว้นวัชชี

มหาสถูปเกสเรียวัดความกว้างได้ 1400 ฟุต ส่วนสูง 123 ฟุต

ขณะที่บุโรบุโดนั้นสูงเพียง 103 ฟุตเท่านั้น

สถานที่แห่งนี้ จะเป็นคนละแห่ง กับหมู่บ้านเกสปุตตนิคม ที่อยู่แคว้นโกศล


ระยะทาง เกสเรียอยู่ห่างจากเมืองไพศาลี 55 กิโลเมตร จากเมืองปัตนะ 120 กิโลเมตร จากมุซาฟาร์ปูร์ 75 กิโลเมตร จากโมติหารี 54 กิโลเมตร ตัวสถูปตั้งอยู่บนทางแยกจากเส้นทางจากไพศาลี-กุสินารา เข้าไปอีกประมาณ 10 กิโลเมตร

อจ.เลิศ กล่าวว่า...

เกสริยา, เกสเรีย (Kesariya, Kesaria)

เกสริยา มหาสถูปเกสริยา (Kesariya Maha stupa) (Champaran) แคว้นวัชชี ปัจจุบัน คือเมืองเขตจังหวัดจัมบารันรัฐพิหาร

เกสริยา มหาสถูป สร้างขึ้นเป็นฐานกลมครั้งแรกในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๔ -๖ และ มีการปฏิสังขรณ์เติมซุ้มคูหาในยุคพุทธศตวรรษที่ ๑๒ - ๑๓ เป็นมหาสถูปที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในอินเดีย

เกสริยา เป็นสถูปยุคแรกๆ ของพระพุทธศาสนา


ต้นกำเนิดของเจดีย์มาจากอินเดียเรียกว่า “สถูป” ในภาษาบาลี หรือ “ถูป” ในภาษาสันสกฤต แต่เดิมก่อนมีพระพุทธศาสนาเป็นที่ฝังอัฐิ ใน ในล้านนาเรียกเจดีย์ว่า กู่ เช่น กู่เต้า กู่กุด ต่างจากในภาคตะวันออกเฉียง เหนือนิยมเรียกเจดีย์ว่า ธาตุ

อจ.เลิศ กล่าวว่า...

เกสริยาสถูป

สถานที่ประดิษฐานบาตรของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ทรงประทานแก่ชาววัชชี เมื่อครั้งพุทธกาลเกสเรียอยู่ในเขตพรมแดนของแคว้นวัชชีและมัลละต่อกัน รัฐพิหารในปัจจุบัน

มหาสถูปแห่งเกสเรีย หรือที่ในปัจจุบันเรียกว่า เกสริยา, เกสเรีย (อังกฤษ: Kesaria, อักษรเทวนาครี: केसरिया)สถานที่ประดิษฐานบาตรของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ทรงประทานแก่ชาววัชชี

Yuthana Pulperm กล่าวว่า...

ในวรรคที่สองกล่าวไว้ชัดเจนแล้ว

Post Top Ad

Your Ad Spot

หน้าเว็บ