The greatest discovery is the natural laws of human life. That everyone is equal Without choosing a social caste as the basis for determining humanity When the soul is the real person of man That accumulates knowledge from the mind with reasons And show his intention to act accordingly Would receive the result of Own action

Breaking

Post Top Ad

Your Ad Spot

วันเสาร์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2568

บทนำสู่ปรัชญาพุทธภูมิ : การมีอยู่ของพระพรหมในพระไตรปิฎก


Introduction to  Buddhaphumi  Philosophy  : The  Existence   of Brahma in the Tripitaka

คำสำคัญ  พระพรหม  อภิปรัชญา 
๑.บทนำ 
๒.การศึกษาความเชื่อในพระพรหม
๓.วิเคราะห์แนวคิดเรื่องพระพรหมในพระไตรปิฎก

๑. บทนำ ที่มาและความสำคัญของพระพรหม     
               
                 โดยทั่วไปแล้ว  ความรู้เกี่ยวกับศาสนาต่าง    ๆ เช่น    ศาสนาพราหมณ์และพระพุทธศาสนาที่สอนในสถาบันการศึกษา         โรงเรียนและมหาวิทยาลัยทั่วโลกนั้น    ได้รับการพัฒนาต่อเนื่องมายาวนานโดยมนุษยชาติในฐานะนักตรรกศาสตร์และนักปรัชญาได้แสดงความคิดเห็นของตนเองเกี่ยวกับความจริงของชีวิต      โดยอาศัยปฏิภาณเกิดขึ้นโดยฉับพลันในขณะนั้น       โดยใช้เหตุผล ซึ่งเป็นเครื่องมือทางปรัชญาเพื่ออธิบายความจริงของศาสนาต่าง ๆ         ซึ่งสืบทอดกันมาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์จนถึงปัจจุบัน    สำหรับสาเหตุของการเกิดศาสนาต่าง   ๆ ของมนุษย์นั้น                ต้นกำเนิดของศาสนานั้นเกิดจากความไม่รู้ของมนุษยชาติ          

                            มนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์เกิดมาพร้อมกับความไม่รู้ (อวิชชา)   เกี่ยวกับชีวิตของตนเอง  ทำให้ชีวิตของพวกเขาขาดพลังห้าประการ (พละ๕)          ส่งผลให้ชีวิตพวกเขาขาดความเชื่อมั่นในตนเอง ขาดความเพียรพยายามในการศึกษาและแสวงหาความรู้เพื่อที่จะเข้าใจสิ่งต่าง ๆ     ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต      และสั่งสมความรู้เหล่านั้นเป็นข้อมูลทางอารมณ์ในจิตใจ   ขาดสติในการไตร่ตรองความรู้ทางอามณ์ที่สั่งสมอยู่ในจิตใจ     และขาดสมาธิที่จะทำให้จิตใจสงบนั้นจากความทุกข์เป็นอารมณ์เกิดขึ้นจิต        และขาดปัญญาที่จะเข้าใจที่จะเข้าใจความจริงที่สมมติขึ้นและความจริงขั้นปรมัตถ์ทางศาสนาของตนเอง     ความรู้เกี่ยวกับศาสนาในยุคก่อนประวัติศาสตร์  มักจะสูญหายไปพร้อมกับความตายของศาสดา         ดังนั้น มนุษย์รุ่นหลังจึงเริ่มแสวงหาความรู้ใหม่  ๆ  เมื่อมนุษย์ค้นพบแหล่งที่อยู่อาศัยที่อุดมสมบูรณ์มากขึ้นและมีปัจจัยพื้นฐาน เช่น  บ้าน อาหาร เครื่องนุ่งห่ม และยารักษาโรคที่เพียงพอ     มนุษย์เริ่มมีเวลาที่มากขึ้น   เพราะพวกเขาจึงไม่จำเป็นล่าสัตว์และหาอาหารจากที่ไกล ๆ  อีกต่อไป พวกเขาเริ่มศึกษาปรัชญาชีวิตมากขึ้น           

                   ประการที่สองน่าจะเกิดจากความกลัวของมนุษย์  เนื่องจากมนุษย์มีอายตนะภายในที่จำกัดในการรับรู้สิ่งต่าง ๆ เกิดขึ้นในชีวิตและมักมีอคติต่อผู้อื่นเนื่องจากความไม่รู้ของตนเอง ความกลัว ความเกลียดชังและความหลงตน  เป็นต้น          สิ่งนี้ส่งผลให้ชีวิตมนุษย์เต็มไปด้วยความมืดมน     พวกเขาจึงขาดปัญญาที่จะเข้าความจริงที่สมมติขึ้นและความจริงขั้นปมัตถ์   เป็นต้น           มนุษย์ไม่สามารถใช้เหตุผลเป็นเครื่องมืออธิบายความจริงที่เกิดขึ้นกับชีวิตของตนเองได้   มนุษย์จึงหาทางออกของชีวิต     เพื่อปรึกษาผู้อาวุโสในบ้านเมื่อที่น่าเชื่อถือและไว้วางใจได้   ยกตัวอย่างเช่น พราหมณ์ในสำนักต่าง ๆ    แต่เมื่อมนุษย์ขาดความมั่นใจในความรู้และความสามารถของตนเอง   พวกเขาขาดความเพียรพยายามในการแสวงหาความรู้ที่เป็นประโยชน์แก่ตนเอง  ไม่มีสติระลึกถึงความรู้ที่ใช้เป็นแนวทางในการแก้ปัญหาของตนเอง  ขาดสมาธิแน่วแน่ในเกิดความสงบในจิตใจ และขาดปัญญาที่จะเข้าใจต้นกำเนิดปัญหา  องค์ความรู้เกิ่ยวกับปัญหา   กระบวนพิจารณาความจริง    เป็นต้น       

                 หากนักศึกษาศึกษา ค้นคว้าและแสวงหาความรู้ในสาขาวิชาต่าง   ๆ   ที่แบ่งความรู้ออกเป็นส่วน ๆ      โดยไม่เข้าประวัติความเป็นมาของแต่ละวิชา   นักศึกษาทั่วโลกที่ศึกษา ค้นคว้าและแสวงหาความรู้ในสาขาวิชาเหล่านั้น      ก็จะไม่ได้รับความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับต้นกำเนิดความรู้มนุษย์        องค์ประกอบของความรู้มนุษย์ วิธีการแสวงหาความรู้มนุษย์และความสมเหตุสมผลของความรู้ในแต่ละวิชา    เป็นต้น  ปัญหาเหล่านี้ก่อให้เกิดความท้าทายต่อหลายสวิชาต่าง ๆ  เนื่องจากนักศึกษาไม่สามารถเข้าใจเห็นขอบเขตที่แท้จริงของแต่ละสาขาวิชา    จึงไม่สามารถแยกแยะขอบเขตความรู้ภายในแต่ละสาขาวิชาได้อย่างชัดเจน  ยกตัวอย่างเช่น  เจ้าชายสิทธัตถะซึ่งทรงสำเร็จการศึกษาศิลปศาสตร์มาแล้ว ๑๘  สาขา  เมื่อพระองค์ทรงเผชิญปัญหาพวกจัณฑาล   ซึ่งถูกพระพรหมลงโทษในอาณาจักรสักกะ  พระองค์ก็ทรงเริ่มสงสัยปรัชญาพราหมณ์เกี่ยวกับการมีอยู่ของเทพเจ้าหลายองค์       

              ประการแรก      เราต้องเข้าใจว่าพระไตรปิฎกซึ่งเป็นคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนา  ไม่ได้อธิบายประวัติศาสตร์ของศาสนาพราหมณ์อย่างเป็นระบบเหมือนตำราประวัติศาสตร์ที่สอนในโรงเรียนและมหาวิทยาลัยทั่วโลก      แต่พระไตรปิฎกรวบรวมข้อเท็จจริงเกี่ยวกับศาสนาพราหมณ์ในบริบทต่าง  ๆ       ที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา ตามพจนานุกรมราช บัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔         คำว่า  "บริบท"  หมายถึงข่าวสารหรือสถานการณ์แวดล้อมที่เอื้อต่อการทำความเข้าใจความหมายของภาษาหรือถ้อยคำ  เป็นต้น  

           ในสมัยก่อนพุทธศาสนานั้น พราหมณ์นิกายต่าง ๆ ก่อตั้งสถาบันการศึกษาขึ้นหลายแห่ง      เพื่อให้ประชาชนทุกวรรณะสามารถส่งบุตรหลานไปศึกษาเล่าเรียน      เพื่อเตรียมความพร้อมให้ปฏิบัติหน้าที่ตามวรรณะของตนได้            มีการจัดตั้งหลักสูตรศิลปศาสตร์สำหรับชนชั้นวรรณะกษัตริย์         เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการปกครองประเทศ  แม้ว่าประชาชนในสังคมจะดำเนินชีวิตอย่างสงบสุข      โดยยึดหลักศีลธรรมปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธเจ้า      และกฎหมายของประเทศ แต่ความรู้เหล่านี้          ได้ถูกสร้างขึ้นจากประสบการณ์ของมนุษย์ผ่านอายตนะภายในและสั่งสมในจิตใจมาเป็นเวลานาน        สาเหตุเกิดจากประชากรที่เพิ่มขึ้น     จึงจำเป็นต้องจัดระเบียบสังคมผ่านกฎหมาย การศึกษา  การเมือง เศรษฐกิจ   ศาสนาและวัฒนธรรม        เป็นต้น   แม้ว่าประชาชนจะมีความสงบสุขโดยอาศัยหลักศีลธรรม           และกฎหมาย อย่างไรก็ตาม มนุษย์ไม่มีศรัทธา  มีความเพียร  มีสติสัมปชัญญะ  สมาธิและปัญญาที่จะเข้าใจความจริงได้อย่างเท่าเทียมกัน     ในยามสงบสุข  ผู้คนจะประมาทเล่นเล่อในการดำเนินชีวิต    โดยขาดความระมัดระวังที่บุคคลในสถานการณ์เช่นนี้   พึงกระทำตามวิสัยและพฤติการณ์ของตน  ผู้กระทำอาจใช้ความระมัดระวังได้            แต่ไม่เพียงพอซึ่งเราเรียกว่า "ความประมาท"        ก่อให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินเป็นมูลค่าหลายแสนล้านบาทต่อปี    เป็นต้น   
  
            ในยุคปัจจุบัน    ผู้นำทั่วโลกต่างตระหนักดีว่า ประชาชนไม่ปฏิบัติตามหลักศีลธรรม    และกฎหมาย โดยละเลยชีวิตและทรัพย์สินของผู้อื่น          พวกเขาละเลยการศึกษาคำสอนของพระพุทธศาสนา     และการปฏิบัติธรรมตามมรรคมีองค์ ๘     เพื่อให้ได้มาซึ่งญาณทิพย์     เห็นดวงวิญญาณของคนชั่วชดใช้กรรมในนรก          หรือดวงวิญญาณของคนดีมีความสุขในสวรรค์ ยิ่งไปกว่านั้น        พวกเขายังเห็นคนชั่วหลายคนหลบเลี่ยงการดำเนินคดีจนกระทั่งหมดอายุความ       แล้วกลับมาใช้ชีวิตอย่างสงบสุขในสังคม  เป็นต้น  เมื่อปัญหาทางศีลธรรมเพิ่มมากขึ้น  ผู้นำรัฐบาลจึงบัญญัติหลักศีลธรรมลงในประมวลกฎหมายอาญาซึ่ง เป็นหลักการที่ประชาชนทั่วโลกควรยึดถือ    และปฏิบัติต่อกันด้วยมาตรฐานเดียวกัน             เพื่อป้องกันการละเมิดสิทธิและหน้าที่เกี่ยวกับชีวิตและทรัพย์สิน   เพราะมนุษย์มักหาเหตุผลมาสนับสนุนการกระทำของตนถูกต้อง  

               เมื่อพระพุทธเจ้าตรัสรู้   พระองค์ทรงเปิดเผยกฎธรรมชาติของชีวิตมนุษย์แสดงให้เห็นว่า  ชีวิตมนุษย์เกิดขึ้นจากทั้งปัจจัยทางร่างกายและทางจิตวิญญาณ      ชีวิตก่อตัวขึ้นในครรภ์มารดาเป็นเวลา ๙  เดือน  ดำรงชีวิตอยู่ช่วงหนึ่ง  แล้วก็ตายไป    ดังนั้น       ชีวิตมนุษย์จึงไม่เที่ยง  จิตวิญญาณหมุ่นเวียนอยู่ในสังสารวัฏอย่างไม่สิ้นสุด     เมื่อเกิดใหม่เป็นมนุษย์   พวกเขาเกิดมาพร้อมกับความไม่รู้       จึงแสวงหาความสุขจากรูป เสียง กลิ่น  รส     โผฏฐัพพะและธรรมารมณ์ ที่เกิดขึ้นในจิตใจ โดยไม่รู้ว่าชีวิตของตนนั้น จิตวิญญาณถูกห่อหุ้มด้วยกิเลสทำให้จิตวิญญาณเวียนว่ายตายแล้วเกิดใหม่ไม่รู้จบสิ้น   นี่คือตัวตนที่แท้จริงของพวกเขา อาศัยอยู่ในร่างกายและสั่งสมความดีและความชั่วไว้ในจิตวิญญาณ     
  
             เมื่อคนเรายังมีกิเลสอยู่ในจิตใจ     พวกเขาก็แสดงเจตนาของตน โดยการแสวงหาความรู้ในสิ่งที่ตนชอบเพื่อสนองอารมณ์ของตน     ตัวอย่างช่น  เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะทรงเพลิดเพลินกับ รูป รส กลิ่น เสียง โผฏฐัพพะ และธัมมารมย์อันน่ารื่นรมย์ในพระราชวัง ๓ ฤดูซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณพระราชวังกบิลพัสดุ์ ส่วนยสะบุตรชายเศรษฐี    ก็พบความสุขในปราสาทในเมืองพาราณสีเช่นกัน    อย่างไรก็ตาม การสั่งสมความสุขผ่านประสาทสัมผัสเป็นเวลานาน  ในที่สุดความสุขก็เกิดความเบื่อหน่ายในความสุขนั้น      ต่อมาพระโพธิสัตว์สิทธัตถะทรงพัฒนาศักยภาพชีวิตเพื่อแสวงหาสัจธรรมของชีวิตมนุษยชาตินั้น   ดังที่ปรากฏหลักฐานอย่างชัดเจนในพระไตรปิฎกเถรวาท  และคำสอนของพระองค์เองโดยการปฏิบัติอริยมรรค  ๘ ประการ พระองค์ทรงบรรลุสัจธรรมชีวิตมนุษย์ที่เรียกว่า "อภิญญา๖ "       

                     การพัฒนาความรู้ของมนุษย์    ตั้งแต่ความเชื่อของศาสนาพราหมณ์ไปจนถึงสู่ยุคศิวิไลซ์ในสมัยพุทธกาล          เริ่มต้นขึ้นเจ้าชายสิทธัตถะทรงตระหนักว่าคำสอนของศาสนาพราหมณ์  และระบบวรรณะ ก่อให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง           ระบบวรรณะเป็นกฎหมายที่บังคับใช้ นำไปสู่การเลือกปฏิบัติอย่างรุนแรงในสังคม    ผู้คนถูกบังคับให้ทำงานตามวรรณะของตน     การแต่งงานข้ามวรรณะเป็นสิ่งต้องห้าม     และสมาชิกในสังคมคอยตรวจสอบซึ่งกันและกัน เพื่อให้แน่ใจว่าวรรณะนั้นมีความบริสุทธิ์   และผู้คนในวรรณะนั้นต้องเผชิญกับการลงโทษ เช่นการขับไล่ออกจากสังคมไปตลอดชีวิต   รวมถึงการโดดเดี่ยวทางสังคมด้วยการไม่คบค้าสมาคม        และการห้ามไม่ให้ใช้ทรัพย์สินสาธารณะร่วมกับคนวรรณะสูง   หลายคนถูกบังคับให้หนีออกจากสังคมเดิมไปใช้ชีวิตคนไร้บ้านตามท้องถนนในเมืองใหญ่เช่นเมืองกบิลพัสดุ์ อาณาจักสักกะหรืออาณาจักรอื่น ๆ เป็นต้น      


                    หลังพุทธกาล     พระเจ้าอโศกมหาราชทรงส่งพระธรรมทูตแห่งราชอาณาจักรโมริยะ      ไปเผยแพร่คำสอนของพระพุทธศาสนา และหลักปฏิบัติอริยมรรคมีองค์ ๘ ไปยังโลกตะวันตก เมื่อนักปรัชญาตะวันตก  จึงนำความรู้ทางพระพุทธศาสนามาอธิบายปรัชญาตะวันตก          นำไปสู่ยุคศิวิไลซ์ทางปรัชญาตะวันตก      อย่างไรก็ตาม หลักฐานทางปรัชญามากจากคำบอกเล่าของพยานบุคคล(นักปรัชญา)       ซึ่งเป็นมนุษย์ที่มีอายตนะภายในที่จำกัดในการรับรู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิต และมักมีอคติต่อผู้อื่นเนื่องจากความไม่รู้   ความกลัว ความเกลียดชังและความรัก  เป็นต้น      ส่งผลให้มนุษยชาติมีชีวิตเต็มไปด้วยความมืดมิด     และขาดปัญญาที่จะเข้าใจความจริงที่สมมติขึ้นและความจริงขั้นปรมัตถ์        

                   เมื่อพวกเขาดำรงตำแหน่งทางกฎหมายในฐานะวิชาการในสาขาต่าง ๆ         มีหน้าที่ต้องอธิบายความคิดเห็นของตนต่อสังคมและประเทศชาติเกี่ยวกับข่าวลือต่าง ๆ       โดยใช้เหตุผลเป็นเครื่องมือเพื่ออธิบายความจริงโดยอาศัยปฏิภาณของตนเอง  และคาดคะเนความจริงจากสิ่งที่ได้ยินมา     คำอธิบายของพวกเขาบางครั้งก็ถูกต้อง   บ้างครั้งก็ผิด      บางครั้งคำอธิบายของพวกเขาแบบหนึ่งและบางครั้งคำอธิบายของพวกเขาเป็นอีกแบบหนึ่ง      ทำให้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับมนุษย์    โลก จักรวาล  ปรากฏการณ์ธรรมชาติ        เหตุการณ์ทางสังคมที่เกิดขึ้นและแม้แต่หลักฐานการมีอยู่ของเทพเจ้าตามที่นักตรรกศาสตร์             และนักปรัชญานำเสนอยังคงคลุมเครือและไม่ชัดเจน  วิญญูชนเช่นเจ้าชายสิทธัตถะหรือพระพุทธเจ้า          เมื่อได้ยินคำอธิบายเหล่านั้น  พระองค์ก็ทรงไม่เชื่อว่าเป็นความจริง     และไม่ยอมรับบุคคลดังกล่าวเป็นพยานยืนยันความจริง   

              เมื่อนักปรัชญาอ้างว่าการให้เหตุผลของพวกเขามาจากคำบอกเล่าของผู้เห็นเหตุการณ์อาจเกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับความถูกต้องของความรู้ที่ได้มาจากประสบการณ์ชีวิต และผ่านอายตนะภายในของตนเองจริง ทำให้เกิดความสงสัยเกี่ยวกับความจริงของคำให้การ ส่งผลให้เกิดข้อโต้เถียงและการโต้แย้งไม่มีที่สิ้นสุด   ในยุคต่อมา   นักวิชาการสมัยใหม่ ได้พัฒนาความรู้ทางปรัชญาตะวันตก โดยสร้างเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์        เพื่อช่วยนักปรัชญาตรวจสอบข้อเท็จจริงและรวบรวมหลักฐาน เมื่อรวบรวมหลักฐานได้เพียงพอแล้ว     ก็จะนำมาใช้ในกระบวนการวิเคราะห์ โดยอนุมานหรือการคาดคะเนความรู้จากหลักฐานต่าง ๆ เมื่อวิเคราะห์แล้ว   พวกเขาก็ใช้เหตุผล  ซึ่งเป็นเครื่องมือหลักของนักปรัชญา ในการอธิบายความจริงของเรื่องนั้น    

              ตัวอย่างเช่น กาลิเลโอมีความสงสัยเกี่ยวกับความจริงของแนวคิดทางปรัชญาโบราณว่า        โลกเป็นศูนย์กลางของจักรวาลโดยมีนักปรัชญาชื่อเกลาดีโอส ปโตเลไมโอส และอาริสโตเติลสนับสนุนแนวคิดในเรื่องนี้       ต่อมาโคเปอร์นิคัส   นักดาราศาสตร์ชาวโปแลนด์เสนอแนวคิดที่ว่า ดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลางจักรวาลแทนที่จะเป็นโลกโดยมีโลก       ดาวพุธ  ดาวศุกร์โคจรรอบดวงอาทิตย์เป็นวงกลม       เป็นต้น  เมื่อกาลิเลโอเป็นมนุษย์ขึ้นหนึ่ง ที่มีอายตนะภายในร่างกายในการรับรู้ โลกและดาวเคราะห์ต่าง ๆ  อย่างจำกัดและมีอคติต่อผู้อื่น    ทำให้ชีวิตมืดมนและขาดความสามารถในการคิดใช้เหตุผล       เป็นเครื่องมือในการอธิบายความจริงของปรากฏการณ์ทางธรรมชาติในเรื่องนี้  ได้อย่างสมเหตุสมผล     

                   กาลิเลโอจึงสร้างเครื่องมือวิทยาศาสตร์ขึ้นเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและรวบรวมหลักฐานต่าง ๆ  เกี่ยวกับเวลาและองศาของการขึ้นและตกของดวงอาทิตย์ทุกวันโดยการใช้กล้องโทรทรรศน์      เมื่อมีหลักฐานเพียงพอแล้ว      กาลิเลโอก็ใช้หลักฐานเหล่านั้นเป็นข้อมูลในการวิเคราะห์โดยอนุมานความรู้จากหลักฐานต่าง ๆเพื่อพิสูจน์ความจริง  โดยการใช้เหตุผล  ซึ่งเป็นเครื่องมือของนักปรัชญาในการอธิบายความจริงในเรื่องเหล่านี้    
     
            เมื่อนักปรัชญาใช้เหตุผลในการอธิบายความจริงเรื่องต่าง ๆ ได้เนื้อสาระสำคัญในเรื่องใดเรื่องหนึ่งเพียงพอแล้ว      นักวิทยาศาสตร์จึงแยกเนื้อหาของวิทยาศาสตร์ ออกจากปรัชญามาเปิดหลักสูตรวิทยาศาสตร์สมัยใหม่จนถึงทุกวันนี้    แม้นักวิทยาศาสตร์จะแยกเนื้อหาวิทยาศาสตร์ออกไปจากปรัชญาแล้วก็ตาม  แต่นักวิทยาศาสตร์ก็ไม่ได้ละทิ้งปรัชญาในฐานะมารดาแห่งวิทยาศาสตร์ แต่พวกเขาได้นำกระบวนการพิจารณาความจริงของนักปรัชญาได้แก่  พระพุทธเจ้า เพลโตและอาริสโตเติล  มาใช้กับวิทยาศาสตร์ของพวกเขามาจนถึงปัจจุบันเป็นต้น  

          ในยุคปัจจุบัน นักวิทยาศาสตร์ได้พัฒนาเทคโนโลยี่คอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ต      เพื่อเชื่อมต่อและสร้างโลกใหม่ไร้พรหมแดน  ผู้คนเรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งที่ห่างไกลได้มากขึ้นทางอินเตอร์เน็ต    ทำให้ผู้คนไปต่างประเทศมากขึ้น    ทำให้คนต้องพบเจอกับโชคชะตาและเหตุการณ์ไม่คาดคิดมากมายในชีวิตเช่นความรักของคนต่างเชื้อชาติ ต่างศาสนา  ต่างวัฒนธรรม  อยู่คนละซีกโลก      แต่ได้พบกันและตกหลุมรักกันโดยสมัครใจ  หลายคนอาจเคยได้ยินในเรื่องราวนี้และคิดว่าคงช่วยจะยืนยันความจริงของคำตอบในเรื่องนี้แล้ว  คิดว่าพระพรหมลิขิต เป็นผู้กำหนดชะตาชีวิต      หลายคนเชื่อว่าทุกสิ่งทุกอย่างถูกกำหนดไว้แล้ว  รวมถึงครอบครัวที่เรามีและทุกสิ่งที่เรามี แม้แต่คนรักที่เราพบ และอาชีพที่เราอยากเป็น    
พระพรหมบนเขาแก้ว   วัดถ้ำดาวเขาแก้ว พระไตรปิฎก

          หลายคนเชื่อว่าทุกอย่างขึ้นอยู่กับตัวเรา เพราะพระพรหมกำหนดชะตาไว้แล้ว     คนที่เราพบเจอเพราะได้รับแรงบันดาลใจให้รู้จักกันเป็นบทเรียนชีวิต  ทำให้เราทุกข์บ้างสุขบ้าง    แต่ก็ยังมีคนอีกมากที่เชื่อว่าพระพรหมไม่กำหนดชีวิตใคร    ซึ่งทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับเจตนาในการกระทำของเราเองและหลายคนก็เถียงว่า      จะมีคู่ครองหรือไม่อยู่ที่ตัวเราเลือกเอง   ไม่มีใครถูกบังคับให้แต่งงานและเสียสินสอดนับล้าน แต่ก็ยังหาสามีหรือภรรยาที่ดีไม่ได้อย่างที่หวังและหลายคู่มองหน้ากัน      เมื่อมองหาเหตุผลของคำตอบนี้  หลายคนคิดว่าสองคนนี้เคยทำบุญร่วมกันตั้งแต่ชาติที่แล้ว      ตามหลักพุทธศาสนาเรื่องการเวียนว่ายตายเกิดในสังสารวัฏ เป็นต้น  
  
              แม้ว่านักปรัชญาจะรู้จักใช้เหตุผลเป็นเครื่องมือของตนเองในการอธิบายว่าพฤติกรรมของมนุษย์นั้นดีหรือชั่ว      และพัฒนาศักยภาพของตน     ในการสร้างเทคโนโลยี่คอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ต        เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ การแพทย์   จิตเวช ฯลฯ เข้าด้วยกัน        เราจะสามารถวิเคราะห์ข้อมูลชีวิตของตนเองหรือผู้อื่นได้อย่างถูกต้อง   จนกระทั่งเราสามารถหาเหตุผล  มายืนยันความจริงของคำตอบในเรื่องที่เราต้องการรู้และไม่สงสัยข้อเท็จจริงของคำตอบในเรื่องนั้นอีกต่อไป  

            แต่เมื่อบุคคล นั้น    ยังขาดการพัฒนาศักยภาพชีวิตให้เข็มแข็งด้วยการทำสมาธิ ชำระจิตใจบริสุทธิ์  ปราศจากอคติ ไม่ขุ่นมัว อ่อนโยน ไม่หยาบกระด้าง เขายังคงในปณิธาน  และไม่หวั่นไหวกับปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตแล้ว ถือว่าบุคคลนั้น  ยังมีชีวิตที่อ่อนแอและไม่สามารถพึงพาจิตใจของตนเองในการแก้ปัญหาชีวิตได้       ทางเลือกในการแก้ปัญหาชีวิตของพวกเขา     คือ การเดินทางไปยังสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของพระพรหมและถวายเครื่องสักการะด้วยดอกไม้และพวงมาลัย    เพื่อขอพรจากพระพรหมให้ประสบความสำเร็จ        ดังน้้น สถานศักดิ์สิทธิ์ของพระพรหมทั่วโลกจึงยังคงเต็มไปด้วยเครื่องบูชา ดอกไม้และเครื่องบูชาอื่น     ๆ นับเป็นปรากฏการณ์ทางสังคมที่เราเห็นกันในปัจจุบัน ซึ่งสร้างรายได้มหาศาลจากการบูชาดังกล่าว

             เมื่อผู้เขียนได้ทราบเรื่องราวเกี่ยวกับการมีอยู่ของพระพรหมที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน ตามคำสอนของพระพุทธเจ้า   เมื่อเราได้ยินข้อเท็จจริงในเรื่องใดเนื่องหนึ่ง ที่ฟังต่อ ๆ กันมา  อย่าไม่ควรเชื่อทันที เราควรสงสัยเสียก่อนว่าพระพรหมเป็นใคร และเหตุใด จึงเป็นที่ยอมรับในสังคมตั้งแต่ก่อนพุทธกาลจนถึงปัจจุบัน  จนกว่าจะได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานต่าง ๆ พิสูจน์ความจริงในเรื่องการมีอยู่ของพระพรหม เป็นต้น    เมื่อข้อเท็จจริงในเรื่องนี้เป็นที่น่าสงสัย แต่ผู้เขียนชอบแสวงหาความรู้ในเรื่องนี้ต่อไป    ก็จะได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการมีอยู่ของพระพรหมในพระไตรปิฎก  โดยวิเคราะห์ข้อมูลจากที่มาของความรู้ในพระไตรปิฎกมหาจุฬาฯ อรรถกถา เอกสารคัมภีร์ต่างๆ, บันทึกของสมณะจีน ๒ รูปและแผนที่โลกของ Google เป็นต้น 

            บทความที่ได้จากการวิเคราะห์ข้อมูล จะเป็นเพื่อเป็นประโยชน์ต่อพระวิทยากรในการนำไปใช้บรรยายกับพุทธศาสนิกชนชาวไทย และนานาชาติที่จาริกแสวงบุญในสังเวชนียสถานทั้ง ๔ ตำบลเพื่อถ่ายทอดเนื้อหาเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน ส่วนกระบวนการวิเคราะห์ข้อมูลจากที่มาของความรู้จากหลักฐานเอกสาร พยานบุคคล พยานวัตถุและพยานเอกสารดิจิทัลนั้น ผลของการวิเคราะห์จะได้คำตอบที่การผ่านการตัดสินที่สมเหตุสมผลและมีน้ำหนักของความจริงอันเป็นที่สุด ไม่สงสัยในข้อเท็จจริงอีกต่อไป และเป็นประโยชน์ต่อนิสิตระดับปริญญาเอกสาขาพระพุทธศาสนาและปรัชญาเพื่อใช้เป็นแนวทางในการเขียนวิจัยในงานวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาเอก เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลหาเหตุผลของคำตอบในประเด็นที่สงสัย ลึกซึ้งและชัดเจนยิ่งขึ้นอีกด้วย. 



3 ความคิดเห็น:

Unknown กล่าวว่า...

ติดตามบล็อกเหล่านี้

พระสุรศักดิ์ มหาปัญโญ กล่าวว่า...

ขอบคุณสำหรับบทความดีๆและมีสาระ อ่านเข้าใจง่ายด้วยครับ^^

Unknown กล่าวว่า...

อ่านแล้วสบายใจครับ

Post Top Ad

Your Ad Spot

หน้าเว็บ