Introduction to Buddhaphumi Philosophy : Kapilavastu, the Hometown of Lord Buddha
บทนำ
ผู้เขียนเป็นพุทธศาสนิกชนโดยกำเนิดสืบเชื้อสายมาจากรุ่นปู่รุ่นย่าตายาย บทเรียนแรกที่ชาวพุทธได้รับ คือ จากบิดามารดาเกี่ยวกับการถวายทานแก่พระภิกษุ เมื่อเข้าโรงเรียนและมหาวิทยาลัย พวกเราเริ่มศึกษาความจริงเกี่ยวกับพระนครกบิลพัสดุ์ อาณาจักรสักกะ และสถานที่ประสูติของพระเจ้าสุทโธทนะนั้น ซึ่งงถือเป็นเรื่องราวทางอภิปรัชญาที่น่าสนใจและมีคุณค่าควรแก่ศึกษา เมื่อปรัชญาคือความรู้ของมนุษย์ที่ได้มาจากประสบการณ์ชีวิต รับรู้ผ่านอายตนะภายใน และสั่งสมเป็นหลักฐานทางอารมณ์ไว้ในจิตธรรมชาติของจิตใจของมนุษย์ไม่ได้จำกัดเพียงแค่รับรู้ และเก็บเรื่องราวเป็นหลักฐานทางอารมณ์เท่านั้นแต่ยังเป็นนักคิดด้วย เมื่อรับรู้สิ่งใด พวกเขาจะคิดเกี่ยวกับสิ่งนั้น
กล่าวอีกนัยหนึ่ง มนุษย์ใช้อายตนะภายในในเพื่อรับรู้โลก มนุษย์ ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ เหตุการณ์ทางสังคมและหลักฐานการมีอยู่ของเทพเจ้า เป็นต้น เมื่อมนุษย์เรียนรู้แล้วจิตใจของพวกเขาจะรวบรวมหลักฐานทางอารมณ์ และวิเคราะห์โดยอนุมานจากหลักฐานต่าง ๆ เพื่อพิสูจน์ความจริงของคำตอบ โดยพวกเขาใช้เหตุผลซึ่งเป็นเครื่องมือทางปรัชญาใช้อธิบายความจริง ตามปฏิภาณของตนเองและคาดคะเนความจริงจากสิ่งที่ได้ยินมา ผลของการวิเคราะห์ยังคงคลุมเครือและไม่ชัดเจน ความจริงนั้นมาจากไหน ? อย่างไรก็ตาม นักปรัชญาชอบในการแสวงหาความรู้เพิ่มเติม พวกเขาจะคงยังตรวจสอบข้อเท็จจริงและรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติมในเรื่องนี้ต่อไป
จากการศึกษาหลักฐานในพระไตรปิฎกมหาจุฬาราชวิทยาลัยผู้เขียนได้ทราบข้อเท็จจริงเบื้องต้นว่า "พระพุทธเจ้าศากยะมุนี" เดิมมีพระนามว่า เจ้าชายสิทธัตถะทรงเป็นพระโอรสองค์โตในพระเจ้าสุทโธทนะ และพระนางมายาเทวี พระองค์ทรงนับถือศาสนาพราหมณ์และประสูติในราชวงศ์ศากยะ ณ สวนป่าลุมพินี ซึ่งตั้งอยู่บนเส้นทาง การค้าระหว่างกรุงกบิลพัสดุ์และกรุงเทวทหะบริเวณนี้เป็นที่พักแรมของชาวสักกะและชาวเทวทหะระหว่างการเดินทาง เจ้าชายแห่งราชวงศ์ศากยะทรงเป็นเจ้าของสวนลุมพินี พระเจ้าสุทโธทนะทรงปกครองอาณาจักรสักกะ โดยมีเมืองกบิลพัสดุ์เป็นเมืองหลวง พราหมณ์ ๘ ท่านทำนาย ๒ สิ่งเกี่ยวกับชีวิตของเจ้าชายสิทธัตถะคือ พระองค์จะทรงเป็นกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ปกครองโลกมนุษย์ และพระองค์จะทรงเป็นศาสดาผู้ยิ่งใหญ่ เจ้าชายสิทธัตถะทรงประทับอย่างมีความสุขในพระราชวังเป็นเวลาหลายปี ในช่วงฤดูฝน พระองค์ทรงประทับอยู่ในพระราชวังนานหลายเดือน โดยไม่เสด็จออกจากพระราชวังเลย
นี่คือจุดสูงสุดของความสุขของมนุษย์ เจ้าชายสิทธัตถะทรงเบื่อหน่ายกับความสุขในรูป รส กลิ่นเสียง สัมผัสและอารมณ์อันแสนสุข ที่พระองค์ทรงลุ่มหลงมานานหลายปี จึงทรงไม่ปรารถนาความสุขในพระราชวังอีกต่อไป เจ้าชายสิทธัตถะเสด็จไปเยี่ยมเยียนประชาชนแห่งพระนครกบิลพัสดุ์ และเสด็จชมสวนหลวงกบิลพัสดุ์ ระหว่างทางพระราชดำเนินนั้น พระองค์ทรงเห็นความทุกข์ยากของชาวจัณฑาล ผู้ถูกพระพรหมลงโทษตลอดชีวิตโดยขับไล่พวกเขาออกจากบ้านเรือน ฐานละเมิดกฎหมายระบบวรรณะพวกเขาถูกบังคับให้เร่ร่อนตามท้องถนน แม้กระทั่งในวัยชรา ล้มป่วย และนอนตายบนท้องถนน เป็นต้น
ในปีพ.ศ. ๒๕๔๖ ผู้เขียนและผู้แสวงบุญได้เดินทางไปยังพระนครกบิลพัสดุ์ เมืองหลวงของอาณาจักรสักกะโบราณเป็นครั้งแรก เมืองกบิลพัสดุ์ตั้งอยู่ในอำเภอกบิลพัสดุ์ จังหวัดลุมพินี สหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตนเนปาล ผู้เขียนและผู้แสวงบุญได้ฟังเรื่องราวเกี่ยวกับเมืองโบราณกบิลพัสดุ์ จากพระธรรมทูตแห่งราชอาณาจักรไทยได้อธิบายให้ผู้เขียนและผู้แสวงบุญทราบว่า เมืองโบราณนี้ถูกทิ้งร้างมาหลายร้อยปีแล้ว และกลายเป็นเมืองชนบทเล็กๆใกล้เชิงเขาหิมาลัย ปัจจุบันประชากรของอำเภอกบิลพัสดุ์ทั้งหมดนับถือศาสนาฮินดู และทำการเกษตรกรรมโดยบริโภคผักเป็นอาหารมังสวิรัติ เพื่อชำระล้างร่างกายและจิตวิญญาณให้บริสุทธิ์ ตามความเชื่อของศาสนาฮินดูที่สอนโดยพราหมณ์ เป็นต้น
ในยุคปัจจุบัน ผู้คนในอำเภอกบิลพัสดุ์ไม่ทราบพระปัญญาอันยิ่งใหญ่ของพระพุทธเจ้าศากยมนี ซึ่งเป็นพระปัญญาที่ครอบคลุมไปทั่วโลก นี่เป็นเพราะพระธรรมทูตแห่งราชอาณาจักรโมริยะ ในรัชสมัยของพระเจ้าอโศกมหาราชได้เผยแผ่พระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าศากยมุนีไปทั่วโลก ในยุคหลังบาทหลวงชาวยุโรปได้บันทึกคำสอนของพระพุทธเจ้า เมื่อพวกเขาค้นพบในดินแดนต่าง ๆ ทั่วโลก และรวบรวมหลักฐานไว้ในจดหมายเหตุของตนเองแล้ว จากนั้นจดหมายเหตุเหล่านั้นถูกส่งกลับไปยังประเทศของตน และรวบรวมไว้เป็นหลักฐานในโลกตะวันตก เมื่อเราศึกษาประวัติศาสตร์ความคิดของมนุษย์ เราพบว่าความรู้หลายสาขาได้ขยายขอบเขตมาจากเนื้อหาของคำสอนของพระพุทธเจ้า แตกแขนงความรู้ออกไปเป็นสาขาใหม่ ๆ มากมาย อย่างไรก็ตาม ทุกคนต่างลืมพระปัญญาของพระพุทธเจ้าและโต้แย้งว่าปัญญานี้ ได้รับการพัฒนาโดยนักปรัชญาสมัยใหม่ในสาขาต่าง ๆ ของ ซึ่งได้ศึกษาและค้นคว้าความจริงในเรื่องเหล่านั้น
ในปัจจุบัน พระราชวังกบิลพัสดุ์ที่ประทับของเจ้าชายสิทธัตถะและข้าราชบริพาร ๔๐,๐๐๐ คน เหลือเพียงซากปรักหักพัง ไม่มีใครอาศัยอยู่ เพราะข้าราชบริพารต่างหนีสงครามระหว่างกองทัพของพระเจ้าวิทูฑภะแห่งอาณาจักรโกศล กับกองทัพมหาราชามหานามะแห่งอาณาจักรสักกะ ที่พระเจ้าวิทูฑภะทรงนำทัพไปทำลายวรรณะกษัตริย์แห่งราชวงศ์ศากยะจนหมดสิ้น เหลือไว้เพียงซากปรักหักพังของพระราชวังกบิลพัสดุ์โบราณเท่านั้น เมื่อคณะของเรามาถึงมีพระภิกษุชาวไทยรูปหนึ่ง ได้บรรยายประวัติของพระราชวังโบราณแห่งนี้แก่คณะผู้แสวงบุญ และชี้ให้เห็นซากปรักหักพังของพระราชวังโบราณกบิลพัสดุ์ ซึ่งเป็นที่ประทับของเจ้าชายสิทธัตถะ นอกจากนี้ผู้แสวงบุญยังได้เห็นหลักฐานทางโบราณคดีของกำแพงพระราชวังทางด้านทิศตะวันตกและด้านตะวันออก แม้ว่าจะมีหลักฐานเหลืออยู่เพียงเล็กน้อย แต่ก็เป็นร่องรอยของประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ของเมืองโบราณกบิลพัสดุิ์ ซึ่งสอดคล้องกับบันทึกในพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาฯและพระไตรปิฎกฉบับอื่น ๆ อีกหลายเล่ม
แม้พระธรรมทูตแห่งราชอาณาจักรไทยจะยืนยันอย่างหนักแน่นว่านี่คือเขตพระราชวังโบราณ แต่เราก็ยังไม่แแน่ใจเกี่ยวกับความเป็นมาของแหล่งโบราณคดีแห่งนี้ ข้ออ้างที่ว่าพระเจ้าสุทโธทนะทรงสร้างพระราชวังแห่งนี้ เป็นที่ประทับส่วนพระองค์ของเจ้าชายสิทธัตถะนั้น แต่ขาดหลักฐานสนับสนุน แม้คำบอกเล่าของพระธรรมทูตเพียงรูปเดียวก็ไม่น่าเชื่อถือ เพราะมนุษย์ทุกคนมีอายตนะภายในที่จำกัด จึงขาดความสามารถในการรับรู้เหตุการณ์ทางสังคมที่เกิดขึ้น เมื่อกว่า ๒,๖๐๐ ปีที่แล้ว ยิ่งไปกว่านั้นมนุษย์ยังเห็นแก่ตัว และมีความคิดที่มีแนวโน้มที่อคติต่อผู้อื่น เนื่องจากความไม่รู้, ความกลัว, ความเกลียดชังและความรัก เป็นต้น เมื่อพยานเพียงคนเดียวไม่น่าเชื่อถือ ก็เหมือนกับไม่มีหลักฐานใด ที่จะยืนยันข้อเท็จจริงได้
ดังนั้น เมื่อเรื่องราวของโบราณสถานแห่งนี้ผุดขึ้นมาในใจของผู้เขียน เมื่อต้นกำเนิดของความรู้ของพระนครกบิลพัสดุ์ยังคลุมเครือและไม่ชัดเจน ใครเป็นผู้ค้นพบหลักฐานและใช้มันเพื่อยืนยันความจริงของคำตอบว่าเป็นพระราชวังโบราณกบิลพัสดุ์จริง อย่างไรก็ตาม พระพุทธเจ้าทรงสอนว่าเมื่อได้ยินข้อเท็จจริงใด ๆ ก็ไม่ควรเชื่อว่าเป็นความจริงในทันที เพราะมันถูกถ่ายทอดกันมาหลายชั่วอายุคน, เพราะครูบาอาจารย์, หรือเพราะเป็นตำรา เป็นต้น ควรตั้งข้อสงสัยไว้ก่อน จนกว่าข้อเท็จจริงจะได้รับการตรวจสอบและรวบรวมหลักฐานต่าง ๆ เช่น พระไตรปิฎกมหาจุฬา ฯ อรรถกถา และตำราทางพุทธศาสนา พยานวัตถุเช่น ซากเมืองโบราณมีระยะห่างจากสวนลุมพินี ๒๘ กิโลเมตร พยานบุคคลได้แก่ นักโบราณคดีผู้ขุดค้นโบราณสถานและเอกสารดิจิทัลเช่น แผนที่โลกกูเกิล เป็นต้น
เมื่อรวบรวมหลักฐานได้เพียงพอแล้ว ผู้เขียนจึงตัดสินใจวิเคราะห์ข้อมูลโดยอนุมานความรู้จากหลักฐานต่าง ๆ เช่น พระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาฯ แผนโลกกูเกิล บันทึกจดหมายของสมณะชาวจีน ๒ ท่านและพยานวัตถุจากพุทธสถานโบราณในพระนครกบิลพัสดุ์ เพื่อหาเหตุผลมาอธิบายความจริงของคำตอบเกี่ยวกับพระนครกบิลพัสดุ์โบราณที่ประสูติของพระพุทธเจ้า (Phra Nakhon Kapilavastu, the birthplace of Lord Buddha) เป็นต้น บทความนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้คำอธิบายอย่างมีเหตุผลเกี่ยวกับความจริงของคำตอบเกี่ยวกับเมืองกบิลพัสดุ์ สถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้า การศึกษา ค้นคว้าและใช้ความรู้ที่ได้จากการวิเคราะห์เชิงอนุมานจากหลักฐานต่าง ๆ จะเป็นประโยชน์ต่อพระธรรมทูตแห่งราชอาณาจักรไทยในอนาคต เพื่อหาคำอธิบายที่สมเหตุสมผล ความรู้นี้สามารถนำไปใช้ในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาทั่วโลก และในการบรรยายธรรมแก่ผู้แสวงบุญในแดนพุทธภูมิ ในระหว่างสักการะบูชา จุดมุ่งหมายคือการอธิบายคำสอนทางพุทธศาสนาอย่างสอดคล้องกัน เสริมสร้างทักษะชีวิตของผู้แสวงบุญให้เข้าใจในพระพุทธศาสนาอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น นอกจากนี้ กระบวนการวิเคราะห์ จะเป็นประโยชน์สำหรับนักศึกษาปริญญาเอกสาขาพระพุทธศาสนาและปรัชญา โดยเป็นแนวทางสำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อยืนยันความจริงของคำตอบสำหรับการวิจัยระดับปริญญาเอกของพวกเขาต่อไป
3 ความคิดเห็น:
อธิบายได้ละเอียดจนเห็นภาพเลยนะ๊ครับ
ดีคับ
"ถ้าคิดได้....... ให้ช่วยคิด
ถ้าคิดไม่ได้...... ให้ช่วยทำ"
แสดงความคิดเห็น