The greatest discovery is the natural laws of human life. That everyone is equal Without choosing a social caste as the basis for determining humanity When the soul is the real person of man That accumulates knowledge from the mind with reasons And show his intention to act accordingly Would receive the result of Own action

Breaking

Post Top Ad

Your Ad Spot

วันศุกร์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2560

บทนำสู่ปรัชญาแห่งพุทธภูมิเกี่ยวกับสถูปนางสุชาดา


Introduction to Buddhaphumi Philosophy:The Sujata Stupa 

๑.บทนำ

        เจดีย์นางสุชาดา(Sujata Stupa) เป็นวัดพุทธแห่งหนึ่ง     ตั้งอยู่บนฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเนรัญชรา   ในเมืองพุทธคยา  อำเภอคยา รัฐพิหาร สาธารณรัฐอินเดีย     สถูปนางสุชาดา เป็น ๑  ใน ๑๐       สถานที่แสวงบุญที่สำคัญที่สุดของพุทธศาสนาในเนปาลและอินเดีย       มีพุทธศาสนิกชนจากทั่วโลกมาเยี่ยมชมทุกวัน ผู้เขียนได้ไปเยี่ยมชมวัดแห่งนี้ครั้งแรกในปีพ.ศ. ๒๕๔๕    ผู้เขียนรับรู้ถึงสถูปผ่านอายตนะภายและสั่งสมเรื่องราวของสถูปแห่งนี้   เป็นข้อมูลทางอารมณ์      เมื่อวิเคราะห์ข้อมูลทางอารมณ์โดยการอนุมานความรู้เพื่อตรวจสอบที่มาของสถูปแห่งนี้     ผู้เขียนค้นพบว่าสถูปนางสุชาดาตั้งอยู่ไม่ไกลจากวัดมหาโพธิ           สถานที่ที่พระพุทธเจ้าศากยมุนีตรัสรู้  การเดินทางจากวัดมหาโพธิ์ไปยังหมู่บ้านบากรา   (ฺBrakraur Village) แล้วข้ามแม่น้ำเนรัญชราประมาณ  ๒ กิโลเมตร     ใช้เวลาประมาณ ๒๐ นาที     จะนำไปสู่สถูปโบราณที่ล้อมรอบด้วยลวดหนาม  โครงสร้างของสถูป     ผู้เขียนรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าได้รับการบูรณะหลายครั้งนั้น   ปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน โครงสร้างของเจดีย์สุชาดามีฐานเป็นวงกลม คล้ายกับเจดีย์อื่น ๆ ในรัฐอุตตรประเทศและรัฐพิหาร  สาธารณรัฐอินเดีย      เมื่อผู้เขียนสันนิษฐานว่าสถูปสุชาดาถูกสร้างขึ้นในรัชสมัยจักรพรรดิอโศก     

            เมื่อผู้เขียนศึกษาหลักฐานเอกสารในพระไตรปิฎกมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย      จึงได้ยินข้อเท็จจริงเบื้องต้นว่านางสุชาดาได้ถวายข้าวมธุปายาสแก่พระโพธิสัตว์สิทธัตถะก่อนตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า อย่างไรก็ตาม  ข้อเท็จจริงยังไม่ชัดเจนว่านางสุชาดามีความสำคัญต่อพระพุทธศาสนาเพียงใด      จักรพรรดิอโศก ทรงสร้างเจดีย์นี้ขึ้น เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานรำลึกถึงคุณงามความดีของนางสุชาดา  จนกลายเป็นสตรีผู้มีอิทธิพลในพระพุทธศาสนา   และเป็นแรงบันดาลใจให้สตรีชาวพุทธทั่วโลก นำวิถีชีวิตมาปรับใช้ในชีวิตของตนเอง  ให้มีความสุขและมีความรู้ความสามารถในการบรรลุความจริงขั้นปรมัตถ์ เช่นเดียวกับนางสุชาดา  

            จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงและรวบรวมหลักฐาน  ผู้เขียนพบว่ามีเพียงเจดีย์โบราณ และแผ่นจารึกประกาศ โดยกรมโบราณคดีแห่งรัฐพิหารเท่านั้น  ที่มีประวัติโดยย่อระบุว่าเป็นเจดีย์บ้านนางสุชาดา ซึ่งเป็นสถานที่ที่เธอถวายข้าวมธุปายาส  แด่พระโพธิสัตว์สิทธัตถะก่อนที่พระองค์จะตรัสรู้ ไม่มีข้อมูลอื่นใดที่บ่งชี้ถึงภูมิหลังของนางสุชาดาอย่างชัดเจน ด้วยความสงสัยเกี่ยวกับความสำคัญของนางสุชาดาในพระพุทธศาสนา   ผู้เขียนจึงศึกษาสถูปนางสุชาดา (Sujata Stupa)   เพิ่มเติมโดยตรวจสอบข้อเท็จจริงและรวบรวมหลักฐาน  เช่น พระไตรปิฎก อรรถกถา พยานวัตถุ เช่น สถูปบ้านนางสุชาดา  พยานบุคคลได้แก่บันทึกของกรมโบราณคดีแห่งรัฐพิหารเมื่อมีหลักฐานเพียงพอ ผู้เขียนจึงวิเคราะห์ โดยการอนุมานความรู้จากหลักฐานต่าง ๆ   โดยใช้เหตุผลเป็นเครื่องมือทางปรัชญาใช้ในการอธิบายความจริงของเรื่องนี้   

            บทความนี้จะเป็นความรู้พื้นฐาน สำหรับพระธรรมทูตแห่งอาณาจักรไทยในสาธารณรัฐอินเดีย และสหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเนปาล เพื่อให้พวกเขาสามารถนำเสนอเนื้อหาที่สอด คล้องกันแก่ผู้แสวงบุญชาวไทยให้มีเนื้อหาเป็นไปในทิศทางเดียวกัน    และวิธีพิจารณาความจริงของพระพุทธเจ้าที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล    จากที่มาของความรู้ในพระไตรปิฎก อรรถกถา     พยานวัตถุ    เช่น สถูปบ้านนางสุชาดา บันทึกของกรมโบราณคดีแห่งรัฐพิหารและความเชื่อว่าพระพรหมเป็นเทพเจ้าในสมัยพุทธกาลนั้น น่าจะเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาวิจัยด้านพระพุทธศาสนาและปรัชญาของนิสิตระดับปริญญาเอก   เพื่อใช้เป็นแนวทางในการวิเคราะห์ข้อมูลโดยอนุมานความรู้  โดยใช้เหตุผล   ซึ่งเป็นเครื่องมือของนักปรัชญาในการอธิบายความจริงของคำตอบ ซึ่งเป็นความรู้ที่ผ่านเกณฑ์ตัดสินที่สมเหตุสมผล ไม่ทิ้งความสงสัยในความจริงอีกต่อไป     และบทความนี้จะเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านทุกท่าน ความรู้ที่ได้นี้สามารถนำไปใช้พัฒนาศักยภาพในการดำเนินชีวิตอย่างสงบสุขบนพื้นฐานของศีลธรรมและกฎหมายได้.  



6 ความคิดเห็น:

Unknown กล่าวว่า...

สาธุๆๆๆ

Unknown กล่าวว่า...

" กายมีศีลสุขล้ำ ใจมีธรรมสุขเลิศ
 ชีวิตที่มีศีลและธรรม จะมีความสุขล้ำเลิศ "

Unknown กล่าวว่า...
ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ
Unknown กล่าวว่า...

สาธุๆคนับ

Unknown กล่าวว่า...

"ความคิด" ก็เหมือนสายน้ำ
ยิ่งกวน...ก็ยิ่งขุ่น ยิ่งวุ่น...ก็ยิ่งทุกข์
ยิ่งนิ่ง...ก็ยิ่งใส ยิ่งสงบได้...#ก็ยิ่งสุข
สาธุๆ

Unknown กล่าวว่า...
ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ

Post Top Ad

Your Ad Spot

หน้าเว็บ