The greatest discovery is the natural laws of human life. That everyone is equal Without choosing a social caste as the basis for determining humanity When the soul is the real person of man That accumulates knowledge from the mind with reasons And show his intention to act accordingly Would receive the result of Own action

Breaking

Post Top Ad

Your Ad Spot

วันศุกร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2569

บทนำสู่ปรัชญาพุทธภูมิ : จัณฑาล : ผู้ถูกละเมิดสิทธิมนุษย์ชนในพระไตรปิฎก

 Introduction to  Buddhaphumi Philosophy: Chandala, the deprived of human rights in the Tripitaka 

คำสำคัญ จัณฑาล สิทธิมนุษยชน พระไตรปิฎกมหาจุฬา ฯ 

บทนำ:ความเป็นมาและความสำคัญของจัณฑาล 

     โดยทั่วไปแล้ว มนุษย์ทุกคนมีสิทธิมนุษย์ที่เรียกว่า "สิทธิมนุษยชน" ตามพจนานุกรมแปลไทย-อังกฤษ Exitronได้ "สิทธิมนุษยชนคือ สิทธิติดตัวมาตั้งแต่เกิดเพื่อใช้ในการดำเนินชีวิตของตนเองและตามพจนานุกรมแปลไทย-ไทยของอ.เปลื้อง ณ นคร สิทธิมนุษยชนหมายถึงสิทธิขั้นพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรีในทุกด้านของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นร่างกาย ความคิด ทรัพย์สิน  การเมือง การศึกษา ครอบครัวและความมั่นทางสังคม เป็นต้น       

       การละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน ได้แก่ การทำร้ายร่างกายหรือฆาตกรรม การลักทรัพย์หรือฉ้อโกงทรัพย์ของผู้อื่น การข่มขืนผู้อื่นโดยไม่ยินยอม  การหมิ่นประมาทผู้อื่น การบังคับขู่เข็ญเช่นการดื่มแอลกอฮอล์หรือใช้ยาเสพยา เพื่อชักจูงให้กระทำความผิด หรือการเลือกปฏิบัติในการใช้บริการสาธารณะ เช่น การถูกห้ามใช้บริการขนส่งสาธารณะในเมืองใหญ่ การถูกห้ามเข้าร้านอาหาร การถูกห้ามใช้บ่อน้ำสาธารณะ  หรือการถูกห้ามเข้าเรียนในโรงเรียนเดียวกับกับบุตรหลานของครอบครัวร่ำรวย   การใช้ภาษาหยาบคายต่อผู้อื่นในสื่อสังคมออนไลน์ (Social media) หรือการออกกฎหมายเพื่อจำกัดเสรีภาพในการทำงาน การศึกษา การมีส่วนร่วมในการปกครองประเทศและการปฏิบัติศาสนากิจตามความเชื่อของตน  ล้วนเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนทั้งสิ้น พลเมืองผู้มีวิจารณญาณควรเรียนรู้ที่จะเข้าใจการละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยการตรวจสอบข้อเท็จจริงและร่วมมือหาแนวทางป้องกันปัญหาดังกล่าวในสังคม  เป็นต้น

     ในปัจจุบัน รัฐธรรมนูญของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ได้กำหนดสิทธิ  เสรีภาพ และหน้าที่ของพลเมืองที่มีต่อประเทศชาติไว้อย่างชัดเจนทั้งในด้านการเมือง การศึกษา อาชีพ  และการทหารในการปกป้องประเทศ สิ่งเหล่านี้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความศรัทธาในประเทศ  ความเชื่อมั่นในสิทธิและเสรีภาพในการเลือกเส้นทางชีวิตของตนเอง ความขยันหมั่นเพียรในการเรียนรู้และการทำงาน เพื่อปกป้องชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ในภารกิจที่ได้รับมอบหมาย และการพึ่งพาความรู้ที่ได้มาโดยตรงจากสถาบันการศึกษาและโดยอ้อมจากประสบการณ์ของการทำงาน เพื่อส่งเสริมพลเมืองที่เข้มแข็ง รัฐบาลควรส่งเสริมการมีสติ การทำสมาธิ การบ่มเพาะปัญญาเพื่อความเข้าใจความเป็นจริงของชีวิต และผลที่ตามมาจากการกระทำในแต่ละวัน พลเมืองควรสามารถวิเคราะห์และอนุมานความรู้จากข้อมูลต่าง ๆ รวมถึงเครือข่ายสังคมออนไลน์ เพื่อร่วมมือในการแก้ไขปัญหาของชาติ ปกป้องชาติและสร้างรายได้ให้กับประเทศโดยการจ่ายภาษี ซึ่งจะช่วยให้รัฐบาลนำรายได้จากภาษีไปสร้างโครงสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานสำหรับพลเมือง และจัดหาที่สะดวกสำหรับนักท่องเที่ยวและกระจายรายได้ไปยังชุมชนท้องถิ่น ตามหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า  เมื่อประชาชนมีรายได้และสามารถพึ่งพาตนเองได้ จิตใจของพวกเขาก็เกิดศรัทธาต่อประเทศ พวกเขาจะขยันหมั่นเพียรในการปฏิบัติหน้าที่ ตะหนักถึงความรู้ที่ได้จากประสบการณ์ชีวิต มีสมาธิแน่วแน่ในการปฏิบัติหน้าที่ให้สำเร็จลุล่วงไป  และมีปัญญาที่จะเข้าใจผลกรรมที่ตามมาจากการกระทำของตน ซึ่งจะนำไปสู่ความสุขตามหลักศีลธรรมและกฎหมายของประเทศ เมื่อประชาชนมีทักษะและความสามารถเหล่านี้ พวกเขาก้จะเจริญรุ่งเรืองและประเทศชาติก็จะเจริญรุ่งเรืองอย่างต่อเนื่องและไม่เสื่อมถอยลงเลย  เป็นต้น            

       แต่ถึงแม้ว่า ผู้นำของประเทศจะได้รับการเลือกตั้งผ่านกระบวนการประชาธิปไตยและได้รับบทบาทสำคัญในการกำหนดชะตากรรมของประเทศเป็นเวลา ๔ ปี แม้ว่าผู้นำประเทศ อาจปฏิบัติหน้าที่ต่อประชาชนด้วยความเมตตาและเป็นที่ยอมรับจากสาธารณชน แต่คุณภาพชีวิตของประชาชนก็ยังไม่ดีขึ้น เนื่องจากพวกเขายังขาดปัจจัยพื้นฐาน  ๔ ประการ ได้แก่ที่อยู่อาศัยที่เหมาะสม เครื่องนุ่งห่มที่เพียงพอในฤดูหนาว อาหารและยารักษาโรคทีเพียงพอ เมื่อชีวิตของประชาชนถูกปกคลุมด้วยความมืดมิด ประชาชนไม่สามารถพึ่งตนเองได้เนื่องจากการว่างงาน  และรัฐบาลขาดศักยภาพในการสร้างงานและอาชีพให้ทันความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ และอินเตอร์เน็ต ที่เข้ามาแทนที่แรงงานมนุษย์ในสถานการณ์ทางสังคมเช่นนี้ รายได้ครัวเรือนไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่าย ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อความสามารถของรัฐบาลในการบริหารประเทศอย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุความก้าวหน้า ผู้นำประเทศควรลาออกก่อนกำหนด หากพวกเขาขาดความเชื่อมั่นในการบริหารประเทศ ขาดความขยันมั่นเพียรในบริหารประเทศ ขาดสติปัญญา สมาธิ และความเข้าใจในการแก้ไขปัญหาของประชาชน
   
    เมื่อเราศึกษาข้อเท็จจริงในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ ที่รวบรวมไว้ในพระไตรปิฎกมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยแล้ว เราจะเห็นพัฒนาการของความรู้ของมนุษย์ ซึ่งเริ่มต้นจากความหวาดกลัว ต่อความไม่เที่ยงของชีวิต และสงครามของมนุษย์เพื่อแย่งชิงอำนาจเหนือดินแดนที่อุดมสมบูรณ์เพื่อปกครองตนเอง ตัวอย่างเช่น ชาวอารยันที่อพยพมายังอนุทวีปอินเดียเห็นว่า อนุทวีปอินเดียอุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติและมองว่าชาวมิลักขะเป็นพวกโง่เขลา ชาวอารยันจึงสร้างสังคมการเมืองของตนเองขึ้นมา โดยผ่านสงครามเพื่อยึดครองอำนาจอธิปไตยเหนือชาวดราวิเดียนในอนุทวีปอินเดียได้สำเร็จ  

        อย่างไรก็ตาม ความเชื่อของชาวดราวิเดียนในเรื่องการมีอยู่ของเทวดา (Deva) ซึ่งเป็นความรู้ที่เหนือขอบเขตการรับรู้และสั่งสมเรื่องราวเป็นข้อมูลทางอารมณ์ในจิตใจของพวกเขามาเป็นเวลานานหลายชั่วอายุคนได้สร้างความมั่งคั่งจากการทำพิธีกรรมบูชายัญให้กับพราหมณ์ดราวิเดียนเช่นเดียวกับพราหมณ์อารยันที่เชื่อในเทพเจ้าเช่น พระพรหม และพระอิศร เป็นต้น  เมื่อพราหมณ์อารยันได้รับแต่งตั้งเป็นปุโรหิต ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาแก่วรรณะกษัตริย์เกี่ยวกับกฎหมาย ประเพณีและขนบธรรม  พวกเขาจได้เสนอกฎหมายระบบวรรณะ เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของพราหมณ์อารยันในการประกอบพิธีกรรมบูชายัญต่อเทพเจ้าและเพื่อความมั่นคงทางการเมืองของชาวอารยันเพียงฝ่ายเดียว  การออกกฎหมายระบบวรรณะได้จำกัดสิทธิและหน้าที่ของชาวดราวิเดียน ในการศึกษา การประกอบอาชีพ การมีส่วนร่วมในการปกครองประเทศ ระบบวรรณะได้กำหนดหน้าที่พวกเขาอยู่วรรณะศูทธเท่านั้นมีหน้าที่รับใช้คนวรรณะสูงเท่านั้น 

      เมื่อผู้ปกครองออกกฎหมายเพื่อบังคับให้ประชาชนปฏิบัติตามกฎหมาย แต่เมื่อประชาชน เป็นมนุษย์ที่มีอายตนะภายในร่างกายรับรู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิต และมีความลำเอียงต่อผู้อื่น ชีวิตของประชาชนจึงเต็มไปด้วยความมืดมนอยู่ตลอดเวลาในการพัฒนาประเทศนั้น ประชาชนจึงมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาประเทศในด้านการเมือง การศึกษาการเศรษฐกิจ การพัฒนาสังคม และการศาสนาให้ก้าวหน้าเท่าทันประเทศอื่นๆ  การที่ประชาชนจะเข้าถึงระบบการศึกษาที่ดีของประเทศได้ รัฐจำเป็นต้องออกกฎหมาย เพื่อกำหนดหน้าที่ของพลเมืองของประเทศ ต้องปฏิบัติตามในการศึกษา การประกอบอาชีพ การมีส่วนร่วมในการปกครองประเทศ หรือพลเมืองมีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมายเท่าเทียมกันเช่นเดียวกับประเทศพัฒนาแล้ว 

    แต่พลเมืองไม่สามารถเข้าใจสิทธิพื้นฐานและหน้าที่ของตน ตามกฎหมายได้ เพราะพวกเขาขาดความรู้พื้นฐานในการศึกษาและได้รับความรู้โดยตรงจากประสบการณ์ชีวิต จึงไม่สามารถใช้เหตุผลเพื่ออธิบายความจริงของสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน เมื่อพวกเขาไม่มีความรู้ที่เป็นที่พึ่งของตนเอง แต่ต้องปฏิบัติตามผู้นำประเทศที่ไม่มีความรู้จากประสบการณ์ชีวิตหรือผู้นำทางจิตวิญญาณที่ไม่สามารถชี้แนะคนในสังคมให้ปฏิบัติตามได้ เพราะเป็นความรู้ไม่มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงและรวบรวมหลักฐานมาวิเคราะห์โดยอนุมานความรู้ เพื่อพิสูจน์ความจริง สามารถใช้เหตุผลมาอธิบายความจริงของคำตอบให้กับประชาชนให้เข้าใจได้  

    ผู้เขียนค้นพบหลักฐานในพระไตรปิฎกมหจุฬาลงกรณ เกี่ยวกับต้นกำเนิดความรู้ของมนุษย์ ลักษณะความรู้ของมนุษย์ วิธีแสวงหาความรู้ของมนุษย์และ ความสมเหตุสมผลความรู้ของมนุษย์ ปรัชญาต้องมีคำตอบของปัญหานั้นว่า"เราจะรู้ได้อย่างไรว่ามันเป็นเรื่องจริง?" เมื่อได้ยินความคิดเห็นในเรื่องราวต่าง ๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตมนุษย์ก็มีทั้งความคิดเห็นที่จริงและเท็จ  แต่มนุษย์เกิดมาพร้อมกับความไม่รู้(อวิชชา) เมื่อมนุษย์ไม่สามารถแยกแยะระหว่างสิ่งจริงหรือสิ่งเท็จได้จึงสร้างวิธีพิจารณาความจริงที่เป็นสากลที่ทุกคนสามารถใช้ได้และมีผลในทางปฏิบัติเช่นเดียวกันช่วยให้มนุษย์แยกแยะได้ว่าความรู้ใดจริง หรือความรู้ใดเท็จ

     ในยุครุ่งเรืองของศาสนาพราหมณ์ ผู้คนในอนุทวีปอินเดียได้รับการสอนจากพราหมณ์ว่า พระพรหมสร้างมนุษย์จากร่างของพระพรหม เมื่อผู้คนในอนุทวีปเชื่อว่ามีพระพรหมและเทพเจ้าอื่น ๆ อยู่มากมาย ก็จะสามารถช่วยให้กษัตริย์ และผู้คนจากทุกชนช้้นทางสังคมทุกระดับประสบความสำเร็จในชีวิตได้   แต่การบูชายัญนั้นได้สร้างความมั่งคั่งนั้น มีมูลค่ามหาศาลทุกปีสำหรับพราหมณ์อารยันและดราวิเดียน แต่พราหมณ์อารยันต้องการผูกขาดการบูชายัญ เพื่อสร้างความมั่งคั่งให้กับพราหมณ์อารยันเท่านั้น  เมื่อมหาราชทรงแต่งตั้งพราหมณ์อารยันให้เป็นปุโรหิต(priesthood)พวกเขามีหน้าที่ให้คำปรึกษาในด้านกฎหมาย ขนบธรรมเนียม และจารีตประเพณี พวกเขาจึงมีอิทธิพลต่อความคิดทางการเมืองเศรฐกิจ ศาสนาและวัฒนธรรมต่อสมาชิกรัฐสภาแห่งราชวงศ์ศากยะ 

     เมื่อปุโรหิตเสนอต่อรัฐสภาแห่งราชวงศ์ศากยะให้บัญญัติคำสอนของพราหมณ์อารยัน เป็นหลักคำสอนของศาสนาพราหมณ์ อันเป็นศาสนาประจำชาติ  และเป็นกฎหมายวรรณะ เพื่อจำกัดสิทธิ    และหน้าที่ของพราหมณ์ดราวิเดียนในการทำพิธีบูชายัญ  เมื่อหลักคำสอนทางศาสนาพราหมณ์เป็นกฎหมายวรรณะ ทำให้แคว้นสักกะเป็นรัฐทางศาสนาพราหมณ์ เมื่อระบบวรรณะเป็นกฎหมายย่อมมีสภาพบังคับใช้ได้ตามกฎหมาย 

     กล่าวคือ   ห้ามการแต่งงานข้ามวรรณะและห้ามปฏิบัติหน้าที่ของวรรณะอื่น  ใครละเมิดบทบัญญัติของกฎหมายวรรณะก็จะเป็นการกระทำที่ขัดต่อความสงเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน และกฎหมายวรรณะให้อำนาจประชาชนในการสืบสวนข้อเท็จจริงจากผู้ต้องสงสัยและรวบรวมหลักฐานต่าง ๆ เมื่อมีหลักฐานเพียงพอก็จะนำมาใช้เป็นข้อมูลในการวิเคราะห์โดยอนุมานความรู้ เพื่อหาเหตุผลมาอธิบายความผิด   เพื่อลงโทษผู้ที่ละเมิดกฎหมายวรรณะโดยมีโทษเนรเทศออกจากถิ่นที่อยู่อาศัยและตัดขาดจากสังคมเดิมไปตลอดชีวิต   ต้องอาศัยอยู่บนถนนในเมืองใหญ่ 

       แม้ว่าพวกเขาจะแก่ ป่วย และตายอยู่ข้างถนน เป็นต้น ในยุคที่ศาสนาพราหมณ์รุ่งเรืองเป็นยุคที่เชื่อว่ามีเทพเจ้าอยู่จริง ชีวิตของทุกคนขึ้นอยู่กับความคาดหวังว่าชีวิตจะดีขึ้น โดยพึ่งพาเทพเจ้าที่ตนอามิสบูชาทุกวัน  สมัยพุทธกาลเป็นยุคของบัณฑิต  ยุคปัจจุบันเรียกว่า"ยุควิทยาศาสตร์"    ที่เทคโนโลยี่คอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตได้รับการพัฒนาทำให้ผู้คนทั่วโลกสามารถเข้าถึงความรู้ในสาขาต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะอยู่ในชนบทหรือในเมือง    ผู้คนสามารถใช้ความรู้ของผู้อื่นบนอินเตอร์เน็ต    เพื่อเปลี่ยนแปลงตัวเองได้เร็วขึ้นทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมืองและการศึกษา เป็นต้น  ในด้านเศรษฐกิจผู้คนเริ่มใช้อินเตอร์เน็ต เพื่อขายสินค้าออนไลน์และบริการจัดส่งสินค้า ทำธุรกรรมทางการเงิน   

           ในทางการเมืองอินเตอร์เน็ตได้เข้ามามีบทบาทชัดเจนและ เป็นตัวขับเคลื่อนนโยบายของรัฐในการช่วยเหลือประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม   ประชาชนสามารถตรวจสอบสิทธิในการรับเงินอุดหนุนจากรัฐได้ง่ายกว่าที่เคย    และติดตามการทำงานของรัฐได้อย่างถูกต้องเครือข่ายสังคมออนไลน์เป็นชุมชนการเมืองขนาดใหญ่ที่ประชาชนสามารถแสดงความคิดเห็นเชิงสร้างสรรค์ เกี่ยวกับบทบาท และความรับผิดชอบต่อประเทศ   มีหลักฐานเกี่ยวกับ สิทธิ เสรีภาพและความรับผิดชอบต่อประเทศชาติผ่านอินเตอร์เน็ต  และสะท้อนถึงปัญหาสังคมในประเทศ ที่หน่วยงานของรัฐสามารถตรวจสอบได้โดยที่ผู้เสียหายไม่ต้องร้องขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและรวบรวมข้อมูลให้ชัดเจนเช่นเดิม  

     เมื่อมนุษย์มีข้อจำกัดในการรับรู้สิ่งต่าง ๆ และมีอคติต่อผู้อื่น ชีวิตมนุษย์ตกอยู่ในความมืดมิด จึงไม่สามารถคิดในการใช้เหตุผลอธิบายความจริงได้นักวิทยาศาสตร์ จึงสร้างนวัตกรรมในเทคโนโลยี่คอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ต เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและรวบรวมหลักฐานต่าง ๆ  เมื่อมีหลักฐานเพียงพอ นักวิจัยก็จะใช้หลักฐานเหล่านั้นเป็นข้อมูลในการวิเคราะห์ โดยอนุมานความรู้จากหลักฐานนั้นเพื่อพิสูจน์ความจริงของเรื่องนั้น โดยการใช้เหตุผลซึ่งเป็นเครื่องมือของนักปรัชญาในการอธิบายความจริงของคำตอบในเรื่องที่น่าสงสัย ดังนั้น การสร้างเทคโนโลยี่คอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ต จะเป็นที่จัดเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ที่สามารถตรวจสอบข้อเท็จจริง และจัดเก็บหลักฐานเกี่ยวกับพฤติกรรมของผู้คนในสังคมเพื่อประโยชน์ในการทำงานในสาขาต่าง ๆ
 
   เมื่อความรู้ทางวิทยาศาสตร์มีความสำคัญต่อชีวิตผู้คนมากกว่าสาขาอื่นใด ความรู้ทางวิทยาศาสตร์จึงนำไปสู่นวัตกรรมใหม่ที่เปลี่ยนแปลงวิธีการทำงาน การติดต่อสื่อสารกับหน่วยงานภาครัฐและธนาคาร ทำให้เรารู้สึกสะดวกสบายมากขึ้นและลดเวลาที่เราใช้เวลาอยู่นอกบ้าน ผู้คนเรียนรู้เกี่ยวกับปรัชญาและพุทธศาสนาอย่างต่อเนื่องผ่านอินเตอร์เน็ต    ที่เชื่อมโยงโลกเข้ากับเนื้อหาบนYouTube และเว็บไซต์เกี่ยวกับคำสอนของพระพุทธเจ้าในพระไตรปิฎกมหาจุฬาลงกรณ และหนังสือพิมพ์ออนไลน์ที่รายงานเกี่ยวกับจัณฑาลในสังคมอินเดีย ซึ่งมีการแต่งงานระหว่างหญิงพราหมณ์กับชายจัณฑาล แม้ว่าพ่อแม่ของเด็กหญิงจะห้ามไม่ให้ลูกสาวมีความสัมพันธ์กับชายจัณฑาล แต่เธอก็ปฏิเสขที่จะรับฟัง ดังนั้น ผู้เป็นพ่อจึงตัดสินใจฆ่าเจ้าสาวและตัดหัวเจ้าบ่าวในวันแต่งงาน เพื่อรักษาเกียรติของครอบครัว มีหลักฐานในเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่บ่งชี้ความจริง เป็นต้น         

       ในปัจจุบัน แม้ว่าสาธารณรัฐอินเดียจะมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญเป็นลายลักษณ์อักษรอย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นมาตรฐานสำหรับการใช้อำนาจในการปกครองประเทศ และปกป้องชาวอินเดียให้มีสิทธิ เสรีภาพและหน้าที่เท่าเทียมกันในด้านการเมือง การศึกษา อาชีพ และการบูชาเทพเจ้าตามความเชื่อของศาสนาของตน การแบ่งชนชั้นวรรณะตามคำสอนของศาสนาพราหมณ์และกฎหมายวรรณะ ซึ่งมีมาตั้งแต่สมัยก่อนสมัยพุทธกาลได้ถูกยกเลิกไปโดยปริยาย และไม่มีการรับุไว้ในรัฐธรรมนูญเป็นลายลักษณ์อักษรของสาธารณรัฐอินเดียอีกต่อไป อย่างไรก็ตาม ความเชื่อในเทพเจ้าหลายองค์ ยังคงฝังรากลึกอยู่ในจิตใจของชาวอินเดียอีกต่อไป ตราบใดที่ชาวอินเดียยังไม่พัฒนาตนเองตามอริยมรรคมีองค์ ๘ ตามคำสอนของพระพุทธเจ้า เมื่อเราเดินทางไปแสวงบุญตามเมืองต่าง ๆ ก็ยังคงสามารถเห็นการบูชาเทพเจ้าได้ในรัฐต่าง ๆ ของอินเดีย 

       เมื่อเราได้ยินเรื่องราวของ "จัณฑาลที่สืบทอดกันมาตั้งแต่ก่อนสมัยพุทธกาลจนถึงปัจจุบัน" จากหลักฐานพระไตรปิฎกมหาจุฬาลงกรณหรือสื่อสังคมออนไลน์ แม้เราจะยอมรับความจริงโดยปริยาย โดยไม่มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงและรวบรวมหลักฐาน หากเราต้องแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคนจัณฑาล ตามปฏิภาณของตนเองโดยใช้เหตุผลหรือคาดคะเนความจริงตามสิ่งที่เราได้ยิน โดยใช้เหตุผลซึ่งเป็นเครื่องมือของนักปรัชญาในการอธิบายความจริงเกี่ยวกับต้นกำเนิดของจัณฑาล   การใช้เหตุผลของเราเพื่ออธิบายความจริงเรื่องนี้  บางครั้งเราอาจใช้เหตุผลเพื่ออธิบายความจริงอย่างถูกต้อง บางครั้งเราอาจใช้เหตุผลเพื่ออธิบายความจริงอย่างผิด ๆ   บางครั้งเราอาจใช้เหตุผลเพื่ออธิบายความจริงในลักษณะนี้ บางครั้งเราอาจใช้เหตุผลเพื่ออธิบายความจริงในลักษณะนั้น เมื่อข้อเท็จจริงของคำตอบในเรื่องจัณฑาลไม่แน่นอนว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร ข้อเท็จจริงเหล่านั้นยอมคลุมเครือและขาดความน่าเชื่อถือ วิญญูชนจะไม่เชื่อว่าสิ่งนั้นเป็นความจริงและไม่ยอมรับว่าสิ่งนั้นเป็นความรู้ที่แท้จริงในเรื่องนั้น  เป็นต้น

       เพือแก้ปัญหาความคิดเห็นที่ไม่น่าเชื่อถือของนักตรรกะและนักปรัชญา พระพุทธเจ้าทรงสอนว่า เมื่อเราได้ยินข้อเท็จจริงของเรื่องที่สืบทอดกันมาตั้งแต่ก่อนสมัยพุทธกาลจนถึงปัจจุบัน เราไม่ควรเชื่อข้อเท็จจริงนั้นทันที เราควรสงสัยเสียก่อน จนกว่าเราจะได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและรวบรวมหลักฐาน เมื่อมีหลักฐานเพียงพอแล้ว เราก็จะใช้หลักฐานเหล่านั้นเป็นข้อมูลในการวิเคราะห์โดยอนุมานความรู้ เพื่อพิสูจน์ความจริง โดยใช้เหตุผล ซึ่งเป็นเครื่องมือของนักปรัชญา ในการอธิบายความจริงของคำตอบในเรื่องนั้นได้อย่างสมเหตุสมผล ตามคำสอนของพระพุทธเจ้านั้น ถือว่าข้อเท็จจริงเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของจัณฑาลนั้นยังไม่ชัดเจน และยังคงเป็นที่น่าสงสัยว่าจัณฑาลถูกลิดรอนสิทธิมนุษยชนหรือไม่ 

          อย่างไรก็ตามผู้เขียนชอบที่จะศึกษาค้นคว้าและแสวงหาความจริงเกี่ยวกับจัณฑาลต่อไปดังนั้น     ผู้เขียนจึงได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและรวบรวมหลักฐานต่าง ๆ เช่น   หลักฐานเอกสาร  พยานวัตถุ  พยานบุคคล หลักฐานเอกสารดิจิทัล  และหลักฐานทางวิชาการ เป็นต้น เมื่อมีหลักฐานเพียงพอแล้ว     ผู้เขียนจะใช้หลักฐานดังกล่าวเป็นข้อมูลในการวิเคราะห์โดยอนุมานความรู้  เพื่อพิสูจน์ความจริงในเรื่องจัณฑาลนี้    โดยใช้เหตุผลซึ่งเป็นเครื่องมือของนักปรัชญา  ในการอธิบายความจริงของคำตอบเกี่ยวกับจัณฑาลอย่างสมเหตุสมผล     บทความนี้จะเป็นประโยชน์ต่อพระธรรมทูต (Buddhist missionaryแห่งราชอาณาจักรไทยในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก    เพื่อให้เนื้อหาคำสอนของพระพุทธศาสนาเป็นไปในทิศทางเดียวกัน  กระบวนการพิจารณาความจริงของพระพุทธเจ้า  จะเป็นประโยชน์ต่อนักศึกษาปริญญาเอกสาขาปรัชญาและพุทธศาสนา      เพื่อใช้เป็นแนวทางในการเขียนวิทยานิพนธ์   และวิเคราะห์ข้อมูลโดยการอนุมานความรู้หรือการคาดคะเนความจริงจากหลักฐานต่าง ๆ เช่น  พระไตรปิฎกและเอกสารอื่น ๆ เพื่อให้ได้ความรู้ที่สอดคล้องกับเกณฑ์การตัดสินความรู้อย่างสมเหตุสมผลและไม่สงสัยในข้อเท็จจริงในเรื่องนั้น  ๆ   เป็นต้น    


ไม่มีความคิดเห็น:

Post Top Ad

Your Ad Spot

หน้าเว็บ