The greatest discovery is the natural laws of human life. That everyone is equal Without choosing a social caste as the basis for determining humanity When the soul is the real person of man That accumulates knowledge from the mind with reasons And show his intention to act accordingly Would receive the result of Own action

Breaking

Post Top Ad

Your Ad Spot

พระครูวิสุทธิมงคลบัณฑิต,ผศ.ดร.

รูปภาพของฉัน
ปรัชญาจารย์, วิปัสสนาจารย์ Blogger ปรัชญาพุทธภูมิ,

วันอังคารที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2566

บทนำ ภูเขารัตนคีรี สถานทีประหารชีวิตนักโทษในเมืองเก่าราชคฤห์ในพระไตรปิฎก

 

บทนำ ภูเขารัตนคีรี  สถานทีประหารชีวิตนักโทษในเมืองเก่าราชคฤห์ในพระไตรปิฎก
Introduction Ratanakiri Mountain - Execution Site of the ancient  Rajgir in the Tripitaka


ผู้แต่ง  พระครูวิสุทธิมงคลบัณฑิต,ผศ.ดร.

บทคัดย่อ (Abstrract)

บทความนี้มุ่งศึกษาวิเคราะห์ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ "ภูเขารัตนคีรี" ในฐานะสถานที่ประหารชีวิตนักโทษในสมัยพุทธกาล ตามที่ปรากฏในเมืองเก่าราชคฤห์ แคว้นมคธ โดยหลักกาลามสูตรและวิธีการทางปรัชญาในการพิจารณาข้อเท็จจริงจากมุขปาฐะของพระธรรมทูตเปรียบเทียบกับหลักฐานที่บันทึกไว้ในพระไตรปิฎก ฉบับมหาจุฬาฬาลงกรณราชวิทยาลัยผลการศึกษาพบว่าในสมัยพุทธกาลแคว้นมคธเป็นกลางอำนาจทางการเมืองที่เจริญรุ่งเรืองและมีการลงโทษโจรผู้ก่อาชญากรรมร้ายแรง้วยการประหารชีวิตบนพื้นที่สูงและทิ้งศพลงบนหน้าผาเหวลึก กาทิ้งศพในบริเวณทิศตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งเชื่อมต่อกับเข้าคิชฌกูฏ ได้กลายเป็นแหล่งอาหารฝูงแร้ง และส่งผลให้พระพุทธเจ้าทรงนำซากศพเหล่านั้นมาใช้เป็นอุบายในการสอน อสุภกรรมฐาน"แก่เหล่าพระภิกษุ เพื่อลดทอนทิฐิมานะเรื่องวรรณะและนำไปสู่การบรรลุธรรม การวิเคราะห์ภูมิศาสตร์และบทบาททางศาสนานี้ จึงช่วยคลี่คลายความจริงเชิงประวัติศาสตร์และหลักพุทธธรรมได้อย่างเป็นระบบ

บทนำ 

       เมื่อผู้แสวงบุญชาวไทยพุทธได้เดินทางไปยังเมืองเก่าราชคฤห์  อดีตเมืองหลวงอันมั่งคั่งของแคว้นมคธ  (ปัจจุบันอยู่ในสาธารณรัฐอินเดีย)ผู้แสวงบุญชาวไทยพุทธมักได้ฟังพระธรรมเทศนาและข้อสันนิษฐานจากพระธรรมทูตสายต่างประเทศเกี่ยวกับ "ภูเขารัตนคีรี"  ในฐานะเป็นลานประหารชีวิตนักโทษในสมัยอินเดียโบราณ อย่างไรก็ดี ตามหลักปรัชญาพุทธภูมิ พระพุทธองค์ทรงสอนไม่ให้ปักใจเชื่อสิ่งใดโดยทันที เพียงเพราะเป็นเรื่องเล่าสืบต่อกันมาหรือฟังจากพยานบุคคลเพียงปากเดียว  ซึ่งอาจมีความลำเอียงและอคติการสืบค้นความจริง จึงจำเป็นต้องอาศัยกระบวนการวิทยาศาสตร์และปรัชญาพุทธภูมิ  คือการตั้งข้อสงสัย การรวบรวมหลักฐาน ตลอดจนการอนุมานหาเหตุผลอย่างสมเหตุสมผล 

จากปัญหาดังกล่าว ผู้เขียนจึงได้สืบค้นหลักฐานในพระไตรปิฎก(ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย)  เพื่อตรวจสอบว่าข้อเท็จจริงเกี่ยวกับภูเขารัตนคีรีในฐานะสถานประหารชีวิตมีความน่าเชื่อถือเพียงใด ทั้งนี้แคว้นมคธในรัชสมัยพระเจ้าพิมพิสาร ถือเป็นมหาอำนาจชั้นนำในชมพูทวีปที่มีความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจ การทหาร และการคมนาคม มีประชากรครอบคลุมกว่า ๘๐,๐๐๐ หมู่บ้าน และมีมหาเศรษฐีขับเคลื่อนการค้า เมื่อประชาชนก่ออาชญากรรมอย่างร้ายแรงต่อกฎหมายอาญาของประเทศ เช่น การฆาตกรรม ผู้กระทำความผิดจะถูกตัดสินประหารชีวิต
 

     เมื่อศึกษาภูมิศาสตร์ผ่านอายตนะภายในพบว่าภูเขารัตนคีรีเป็นหนึ่งในเบญจคีรี(ภูเขา ๕ลูก)ที่โอบล้อมเมืองราชคฤห์ มีลักษณะเป็นลานโล่งกว่าบนยอดเขาสูงห่างไกลจากชุมชน และมีหน้าผาชันทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือใต้ ซึ่งเป็นเหวลึก เหมาะแก่การเป็นสถานที่ประหารนักโทษในเมืองเก่าราชคฤห์และโยนซากศพทิ้ง เพื่อไม่ให้เป็นที่อุจจาคตาแก่ประชาชน เมื่อศพโจรจะถูกทิ้งลงสู่เชิงเขารัตนคีรีใกล้กับเขาคิชฌกูฏ  ฝูงแร้งที่อาศัยอยู่โดยรอบเขาคิชฌกูฏ จึงบินลงมากินซากศพเหล่านั้น ปรากฏการณ์ดังกล่าวมิได้เป็นเพียงเรื่องของกฎหมาย และลงโทษประชาชนผู้กระทำผิดเท่านั้น แต่พระพุทธองค์ยังทรงใช้ประโยชน์จากซากศพนักโทษเหล่านั้น เป็นเครื่องมือในการสอน "อสุภะกรรมฐาน" เพื่อช่วยให้พระภิกษุโดยเฉพาะผู้มาจากวรรณะสูงอย่างพราหมณ์ ซึ่งมักติดอยู่ในทิฐิและความหลงผิด ได้พิจารณาได้เห็นความไม่เที่ยงและความไม่งามของร่างกาย จนสามารถยกระดับจิตใจสู่การบรรลุอรหันตตผลในที่สุด  

ไม่มีความคิดเห็น:

Post Top Ad

Your Ad Spot

หน้าเว็บ