The greatest discovery is the natural laws of human life. That everyone is equal Without choosing a social caste as the basis for determining humanity When the soul is the real person of man That accumulates knowledge from the mind with reasons And show his intention to act accordingly Would receive the result of Own action

Breaking

Post Top Ad

Your Ad Spot

วันพฤหัสบดีที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2559

บทนำสู่ปรัชญาพุทธภูมิ : วัดเวฬุวันมหาวิหาร

Introduction to Buddhaphumi philosophy  Venuvan maha Vihar in Tripitaka   

๑.บทนำ  ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา

         วัดเวฬุวันมหาวิหาร เป็นวัดพุทธแห่งแรกที่ตั้งอยู่ในเมืองราชคฤห์  (Rajagriha)  ซึ่งเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรมคธ  วัดแห่งนี้สร้างขึ้นหลังจากที่ พระพุทธเจ้าทรงแสดงเจตจำนงที่จะเผยแพร่พระพุทธศาสนาเพื่อปฏิรูปสังคมในรัฐต่าง ๆ ในอนุทวีปอินเดีย เพื่อยกเลิกระบบวรรณะและประชาชนมีสิทธิ  เสรีภาพ และหน้าที่ที่เท่าเทียมกันแก่พลเมืองในด้านอาชีพ การศึกษา  การมีส่วนร่วมในการปกครองประเทศและการประกอบพิธีกรรมบูชาตามความเชื่อทางศาสนาในนิกายของตน  

              อย่างไรก็ตาม ในการเผยแผ่คำสอนของพระพุทธเจ้านั้นมิได้มีแค่บรรยายหลักคำสอนทางศาสนาเท่านั้น  พระองค์ยังทรงเสนอแนวทางปฏิบัติธรรมตามอริยมรรคมีองค์ ๘ เพื่อฝึกฝนจิตใจของคนในอนุทวีปอินเดียให้มีชีวิตที่เข้มแข็งด้วยการทำสมาธิ  มีจิตใจบริสุทธิ์ปราศจากอคติและความทุกข์     มีบุคคลิกภาพอ่อนโยนเหมาะสมกับการอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคม      มั่นคงในเป้าหมายชีวิตและความอดทนไม่หวั่นไหวต่อปัญหาในการงานและชีวิต     ในที่สุดแล้ว อริยมรรคช่วยให้เขาบรรลุอภิญญาทั้ง ๖ ประการ  พระพุทธเจ้าเองทรงมีญาณทิพย์  เห็นสังสารวัฏแห่งการเกิดและการตาย      ทรงเห็นจิตวิญญาณละสังขารไปเกิดใหม่ตามกรรมในภพต่าง  ๆ         ภายใต้วัฏสงสารอันไม่มีที่สิ้นสุดนี้ 

         การตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าได้ปลดปล่อยผู้คนในอนุทวีปอินเดียจากความมืดมิดแห่งความเชื่อที่ว่าพระพรหมสร้างมนุษย์จากพระวรกายของพระองค์ และสร้างระบบวรรณะขึ้นสำหรับผู้ถูกสร้างขึ้นโดยพระพรหม   โดยมนุษย์สร้างทำหน้าที่ตามวรรณะของตน  การบัญญัติกฎหมายระบบวรรณะตามประเพณีนั้นไม่สามารถเพิกถอนได้ เพราะขัดแย้งหลักธรรมของกษัตริย์ที่เรียกว่า   "หลักอปริหานิยธรรม" ซึ่งเป็นหลักการสูงสุดในการปกครองประเทศ วรรณะกษัตริย์ต้องปฏิบัติตาม หลักการเหล่านี้ และะไม่สามารถคัดค้านการออกกฎหมายระบบวรรณะได้ เมื่อออกกฎหมายวรรณะแล้ว  กฎหมายย่อมมีผลผูกพัน กล่าวคือห้ามมีเพศสัมพันธ์กับคนต่างวรรณะ และการปฏิบัติหน้าที่ของวรรณะอื่น   เป็นต้น   ผู้ใดฝ่าฝืนคำสอนของศาสนาพราหมณ์และกฎหมายระบบวรรณะเหล่านี้     จะถูกลงโทษโดยพระพรหม ด้วยการเนรเทศพวกเขาออกจากสังคมตลอดชีวิต และไม่สามารถกลับคืนสู่สถานะเดิมอีกได้

           เมื่อพระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมเทศนาเรื่อง "อนุพพิกถาและอริยสัจ ๔" แก่พระเจ้าพิมพิสารและชาวราชคฤห์ ๑๒๐,๐๐๐ คนในเมืองราชคฤห์   ณ ลัฏฐิวันในเมืองราชคฤห์   พระเจ้าพิมพิสารทรงเกิดดวงตาเห็นธรรม (Spiritual eye)    ชีวิตของพระองค์ทรงพ้นจากความมืดมิด  และทรงเข้าใจว่ามนุษย์ไม่ได้ดับสูญไปหลังจากความตาย เพราะวิญญาณอาศัยอยู่ในร่างกายชั่วคราวเท่านั้น และเวียนว่ายตายเกิดต่อไป เมื่อพระองค์ทรงขจัดกิเลสออกจากพระทัยได้อย่างสิ้นเชิงแล้ว พระองค์จึงทรงถวายอุทยานเวฬุวัน ให้เป็นวัดแห่งแรกในพระพุทธศาสนา ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นสถานที่จำพรรษาของพระพุทธเจ้าและเหล่าสาวก  พระพุทธเจ้าทรงใช้วัดเวฬุวันมหาวิหารเป็นสถานที่สอนวิปัสสนากรรมแก่ประชาชนในราชคฤห์และนาลันทา  พระองค์ทรงใช้อริยมรรค ๘ ประการ ในการปฏิบัติธรรมจนบรรลุ "อภิญญา๖"  วิธีการปฏิบัตินี้ได้ผลดีอย่างกว้างขวาง     ประชาชนจำนวนมากในเมืองราชคฤห์และเมืองนาลันทา  ตัดสินใจสละทิ้งครอบครัวและทรัพย์สมบัติเพื่อบวชเป็นภิกษุในพระพุทธศาสนา

          เมื่อผู้เขียนซึ่งเป็นมนุษย์ที่มีธรรมชาติเช่นเดียวกับพราหมณ์ในสมัยพุทธกาล ซึ่งเป็นนักตรรกะหรือนักปรัชญาที่ได้ยินเรื่องราวของวัดเวฬุวันมหาวิหาร  ที่สืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยพุทธกาลจนถึงปัจจุบัน ในเรื่องนี้ พวกเขามักจะแสดงความคิดเห็นของตนเองโดยอาศัยปฏิภาณตามหลักเหตุผล หรือคาดคะเนความจริงจากสิ่งที่ได้ยินมานั้น  โดยใช้เหตุผลในการอธิบายความจริงของเรื่องนั้น          อย่างไรก็ตาม เหตุผลของนักตรรกศาสตร์และนักปรัชญานั้น บางครั้งพวกเขาก็ใช้เหตุผลได้อย่างถูกต้อง บางครั้งใช้เหตุผลได้ไม่ถูกต้อง บางครั้งอาจใช้เหตุผลเพื่ออธิบายความจริงแบบหนึ่ง และบางครั้งก็ใช้เหตุผลอีกแบบหนึ่ง แต่เมื่อข้อเท็จจริงของคำตอบยังคงคลุมเครือและไม่ชัดเจนว่า ต้นกำเนิดของความรู้เป็นมาอย่างไร วิญญูชนเช่นเจ้าชายสิทธัตถะหรือพระพุทธเจ้า เมื่อได้ยินความคิดเห็นของนักตรรกศาสตร์และนักปรัชญาแล้ว    ทรงไม่เชื่อว่าเป็นความจริงและไม่ยอมรับนักวิชาการเหล่านั้นเป็นพยานยืนยันความจริงของเรื่องนั้น   

                ดังนั้น   เมื่อผู้เขียนได้ยินเกี่ยวกับการมีอยู่ของวัดเวฬุวันมหาวิหารที่สืบทอดกันมาตั้งสมัยพุทธกาลจนถึงปัจจุบัน ผู้เขียนจึงไม่ได้เชื่อในทันทีว่าเป็นความจริง  ผู้เขียนควรมีความสงสัยไว้จนกว่าข้อเท็จจริงจะได้รับการตรวจสอบ และรวบรวมหลักฐาน   เช่น  พระไตรปิฎกมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย   อรรถกถา (คำอธิบาย)   ฎีกา (คำอธิบายย่อย)    และบันทึกการจาริกแสวงบุญของพระภิกษุชาวจีน และเอกสารทางวิชาการอื่น ๆ  พยานวัตถุได้แก่  โบราณสถานต่าง ๆ  ในเมืองราชคฤห์โบราณ  เป็นต้น เมื่อมีหลักฐานเพียงพอ จะนำมาใช้ในการวิเคราะห์โดยอนุมานความรู้หรือคาดคะเนความจริงจากหลักฐาน เพื่อพิสูจน์ความจริงเกี่ยวกับที่ตั้งของวัดเวฬุวันมหาวิหาร ในเมืองราชคฤห์ รัฐพิหาร สาธารณรัฐอินเดีย  โดยใช้เหตุผล ซึ่งเป็นเครื่องมือทางปรัชญาใช้       เพื่ออธิบายความจริงของเรื่องนี้คำตอบของเรื่องนี้จะถูกเขียนในรูปแบบบทความเชิงวิเคราะห์    ซึ่งจะเป็นประโยชน์แก่พระธรรมทูตแห่งราชอาณาจักรไทย เพื่อใช้ในการบรรยายแก่ผู้แสวงบุญชาวไทยและชาวต่างประเทศ      ที่เดินทางมาปฏิบัติธรรมในอินเดียและเนปาล  เพื่อประโยชน์ในการเผยแพร่พระพุทธศาสนาให้กว้างขวางยิ่งขึ้นนอกจากนี้ กระบวนการคิดวิเคราะห์ความจริงนี้จะเป็นประโยชน์ต่อนักศึกษาปริญญาเอกด้านพระพุทธศาสนา และปรัชญา โดยเป็นแนวทางในการตรวจสอบข้อเท็จจริง และรวบรวมหลักฐานสำหรับการวิจัยระดับปริญญาเอก  ซึ่งจะช่วยเพิ่มพูนความเข้าใจในพระพุทธศาสนาของพวกเขาให้ดียิ่งขึ้น.  

ไม่มีความคิดเห็น:

Post Top Ad

Your Ad Spot

หน้าเว็บ