Philosophy of Buddhaphumi: Tateyama god of the mountains.
บทนำ

ความเชื่อในเทพเจ้าฝังรากลึกลงอยู่ในจิตใจของชาวญึ่ปุ่น มานานหลายพันปีแล้ว ชาวญี่ปุ่นเชื่อว่าภูเขาทาเตยามะ เป็นที่ประทับของเทพเจ้า ทำให้ภูเขาทาเตยามะกลายเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ ที่นักบวชทุกคนปรารถนาจะพบปะกับเทพเจ้าที่สถิตอยู่บนภูเขาแห่งนี้ ในช่วงฤดูร้อนของทุกปี ผู้คนนับพันคนเดินทางไปหาเทพเจ้า ซึ่งประทับอยู่บนภูเขาศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้โดยการปีนเขาทาเตยามะ ซึ่งเป็นการปฏิบัติที่แสดงถึงความเพียรพยายามและความอดทน การเดินทางสู่ยอดเขา เพื่อบูชาเทพเจ้าทาเตยามะสอดคล้องกับปฎิบัติสมถะของพระพุทธเจ้า ที่เผยแผ่เข้ามาในประเทศญี่ปุ่นโดยพุทธศาสนานิกายเซนและปลูกฝังเกิดความเชื่อนี้ ในจิตใจของหมู่ชาวญี่ปุ่นมานาน หลายศตวรรษ ตัวภูเขาเองเป็นสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่น่าทึ่งสร้างความประทับใจไม่รู้ลืม แก่ผู้ที่ได้สัมผัส เป็นภูมิทัศน์ทางธรรมชาติ ที่ปกคลุมด้วยหิมะเกือบตลอดทั้งปี.
ด้วยความเชื่อในเทพเจ้า ตั้งแต่ศตวรรษที่๑๗ ถึง ๑๙ (๒๒๕๔-๒๔๕๓) ภูเขาแห่งนี้จึงกลายเป็นเส้นทางแสวงบุญสำหรับผู้คนจากทั่วโลก สำหรับผู้ที่แสวงหาความสงบทางจิตวิญญาณหลังจากความเหนื่อยล้าจากการดิ้นรน เพื่อวัตถุสิ่งของ และแสวงหาพุทธภาวะที่มีอยู่ภายในตนเอง พุทธศาสนานิกายมหายานเซนสนับสนุนการปีนเขา นี่เป็นหนึ่งในวิธีการอย่างหนึ่งที่มนุษย์สามารถใช้ เพื่อค้นพบพุทธภาวะภายในของตนเอง ผ่านความพยายามอย่างไม่ย่อท้อเพื่อไปให้ถึงยอดเขา ดังนั้น ผู้เขียนจึงสนใจศึกษาปรัชญาพุทธศาสนาของทาเตยามะเทพเจ้าแห่งขุนเขา ซึ่งเป็นแนวคิดเซนที่ผสานเข้ากับความคิดสมัยใหม่ แนวคิดการปีนเขาในฐานะวิธีการชำระล้างจิตใจ จากความเครียดจากการทำงานหนัก และการขาดการพักผ่อนในแต่ละวันซึ่งเป็นการทำงานที่ต้องสูญเสียสุขภาพ ถูกมองว่ามีประโยชน์อย่างยิ่งต่อการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ในท่ามกลางความรู้ที่หลั่งไหลมาจากทั่วโลกซึ่งเผยแผ่อย่างกว้างขวางทางออนไลน์ ผู้คนกำลังเปลี่ยนความคิด ละทิ้งวิธีคิดแบบเก่า และยอมวิถีชีวิตใหม่ที่อิสระมากขึ้น สิ่งนี้นำไปสู่การผลิตภัณฑ์ และบริการใหม่ ๆ อย่างรวดเร็ว มีเพียงผู้ปรับความคิดให้ทันกระแสโลกาภิวัตน์นี้เท่านั้นจะพบความสุขในโลกนี้.
๒.ที่มาของความรู้ของมนุษย์

ทฤษฎีบ่อเกิดความรู้ของมนุษย์นั้น ในทฤษฎีประจักษ์นิยมเป็นทฤษฎีบ่อเกิดความรู้ของมนุษย์มีแนวคิดว่ามนุษย์คนหนึ่งคนใดรับรู้จากประสาทสัมผัสเพียงอย่างเดียวเท่านั้น กล่าวคือ ฉันรับรู้เรื่องราว การมองโลกที่ตั้งอยู่ห่างไกลออกไปจากตัวของเรา ต้องใช้เวลาเดินทางโดยเครื่องบินไม่น้อยกว่า ๕ ชั่วโมง ย่อมมีมุมมองของความรู้จากเหตุผลของตัวเองแตกต่างจากประสบการณ์ของการศึกษาจากตำรา นิตยสาร เวปไซด์ต่างๆ และความรู้นี้ยังไม่สมบูรณ์แบบเพราะไม่ผ่านอินทรีย์ ๖ ครบถ้วนทุกช่องทางใน ๖ ทางของความรู้ตน การเดินทางไปแสวงหาความรู้ผ่านประสบการณ์ของตนเอง ผ่านประสาทสัมผัสครบหกช่องทางของที่มาความรู้ตามหลักปรัชญาย่อมให้เกิดความรู้อย่างสมเหตุสมผล
ประเทศต่าง ๆ มีสภาพอากาศมีความหนาวร้อนเย็นไม่เหมือนกันนั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลัก คือแสงอาทิตย์ที่สาดส่งลงพื้นโลกไม่เท่ากันตามระยะทางที่ใกล้ไกลของดวงอาทิตย์ ตามวงโคจรของโลกมนุษย์ การที่โลกหมุนรอบดวงอาทิตย์ ทำให้โลกเกิดฤดูกาลต่าง ๆ เช่น ฤดูร้อนโลกจะโคจรอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มากที่สุด ในเดือนเมษายน พอเข้าฤดูฝนเส้นทางโคจรเริ่มห่างจากดวงอาทิตย์ และวงโคจรไกลดวงอาทิตย์ที่สุดก็ย่างเข้าสู่ฤดูหนาวเป็นต้นวงโคจรใกล้ไกลดวงอาทิตย์มาจากเหตุปัจจัยกล่าวคือโลก และดวงอาทิตย์เป็นสสารที่มีพลังงานในตนเอง เกิดแรงดึงดูดระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์ตลอดเวลา และการหมุนรอบตัวเองของโลก ทำให้เกิดกระแสน้ำไหลเวียนในมหาสมุทรปัจจัยเหล่านี้เป็นพลังงานเกิดเนื่องจากปัจจัยนอกโลก นั่นคือดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ส่งแรงโน้มถ่วงสู่โลกมนุษย์ดังนั้นในประเทศไทยเริ่มเข้าฤดูฝนแล้วส่วนในญี่ปุ่นอากาศเริ่มจะมีฝนเช่นกัน แต่พื้นที่บนภูเขาสูง เช่น ภูเขาทาเตยามะ และภูเขาฟูจิ เรายังเห็นหิมะตกอยู่ในเทือกเขาเหล่านี้ ตามปัจจัยด้านอุณหภูมิของความร้อนจากดวงอาทิตย์ที่ส่องลงสู่โลกมนุษย์ ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีแผ่นดินไหวอยู่ตลอดเวลา แต่ประชาชนทั่วไปรู้จักเฉพาะผู้ที่อาศัยในอาคารสูงเท่านั้น ในช่วงที่ชาวญี่ปุ่นจำเป็นต้องเผชิญภัยธรรมชาติจากแผ่นดินไหว ธรรมชาติของจิตวิญญาณของมนุษย์ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของตัวเอง ที่จะนำมาคิดต่อยอดความรู้ เมื่อผู้คนคิดถึงประสบการณ์ของตัวเองย่อมเห็นโอกาสของชีวิตที่ดีกว่าเสมอ หากใช้จิตคิดพิจารณานำประสบการณ์ของชีวิตไปใช้ให้เกิดประโยชน์ เป็นต้น.
จุดเด่นของประเทศญี่ปุ่นคือแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเกือบตลอดเวลา บริเวณนี้ของประเทศญี่ปุ่นนี้เป็นเกาะที่รายล้อมรอบด้วยทะเล บนเกาะมีภูเขาสูงปกคลุมด้วยหิมะเกือบตลอดทั้งปี หิมะบนภูเขาจะละลายในช่วงฤดูร้อน มันทำให้เกิดแผ่นดินที่ว่างเปล่าจากหิมะเป็นเวลาหลายเดือน เกษตรกรใช้พื้นที่ปลูกพืชในช่วงของฤดูร้อนและฤดูฝนดังนั้นทุกตารางนิ้วของแผ่นดินในญี่ปุ่นมีค่ามากแต่พวกเขามีความฉลาด มีความอดทนสูงรู้จักวิธีการพัฒนาคนและประเทศชาติให้ก้าวหน้าและมั่งคั่งได้
๓. การดำรงอยู่ของ tateyama mountain

วันที่ ๓ ของการเดินทางไปปฏิบัติกิจกรรมในสถานที่ต่าง ๆ ในประเทศญึ่ปุ่นคณะของเราเดินทางจากที่พักค้างคืนที่ตั้งอยู่ในเมืองโทะยะมะ เป็นเมืองหลวงของจังหวัดโทะยะมะ ผู้เขียนลุกขึ้นในตอนเช้าเวลาประมาณ ๐๕.๐๐ น. มองจากอาคารสูง ที่พักค้างคืน ท้องฟ้าสดใสมากในเมืองโทะยะมะ ผู้เขียนมองหาคนอาศัยในเมืองนี้ มีคนน้อยมากเดินอยู่บนถนน จนผู้เขียนนับคนบนท้องถนนน้อยมากแทบจะไม่มีคนเดินแต่อย่างใด ตามหมายกำหนดการ คณะของเราต้องรับประทานอาหารในเวลา ๐๖.๓๐ น. ห้องอาหารยังไม่เปิดให้คณะของเราใช้บริการเข้าไปรับประทานอาหารเช้า เพราะยังไม่ถึงเวลาให้บริการ เราจำเป็นต้องรอ ณ. ที่พักหน้าห้องอาหาร นี้คือระเบียบวินัยและการตรงต่อเวลาของคนญี่ปุ่นในช่วงเวลาเราพอมี, ผู้เขียนตัดสินใจจะก้าวเท้าออกจากอาคารที่พัก, เราเดินไปเรียนรู้ดูสถานที่ต่าง ๆ ใกล้กับอาคารที่พักรอเวลา สถานที่เหล่านี้มิใช่สถานที่เริงรมย์ ที่จะท่องเที่ยวสำราญใจ.
ผู้เขียนได้เห็นวิธีคิดอันฉลาดของชาวญี่ปุ่นที่สร้างอาคารได้สวยงาม, ฉันเห็นตึกเกิดขึ้นมากมายหลายตึกด้วยกันในเมือง, การปลูกสร้างอาคารตึกสูงในแนวเดียวกันแม้ไม่มีลักษณะรูปแบบเหมือนกันก็ตามไม่รกหูรกตาและมีความสะอาดปราศจากขยะ, บริเวณอาคารจึงหาความสกปรกได้น้อยมาก ฉันผู้คนใช้ชีวิตบนท้องถนนน้อยมากเพราะเป็นเวลาประมาณตีห้า ทุกคนใช้ชีวิตอยู่บ้านเป็นส่วนใหญ่ ชีวิตไม่เร่งรีบแต่อย่างใด วันนี้แผ่นดินไหวที่เมืองทาคาโนห่างออกไป ๑๐๐ กิโลเมตร คนที่ยังพักอาศัยในอาคารสูงเมืองโทะยามะ รับรู้การสั่นไหวได้ ส่วนเราเดินอยู่บนถนนไม่รับรู้เลย เราเห็นร้านขายของเสเวนอีเลฟเวน7-11มีเปิดอยู่ในประเทศญี่ปุ่นด้วย
ตามกำหนดการ วันนี้เราจะเดินทางไปที่ภูเขาทาเตยามะและเขื่อนคุโรเบะ ยอดเขาทาเตยมะนี้สูงจากระดับน้ำทะเล ๓๐๑๕ เมตร ปกคลุมไปด้วยหิมะเป็นเวลาหลายเดือนในแต่ละปี แม้ในเดือนมิถุนายน ๒๕๖๐ ในฤดูฝนยังมีหิมะปกคลุมบนภูเขานี้จากเมืองโทะยะมะไปที่สถานีทาเตยามะระยะทาง ๓๒ กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ ๑ ชั่วโมง ระหว่างเดินทางฉันมองเห็นบ้านเมืองของเขาสะอาดมาก ประเทศญี่ปุ่นน่าพำพักอาศัย พลเมืองส่วนใหญ่มีวินัยมาก ทำงานเป็นทีม คนทั่วโลกสนใจยอมจ่ายค่าเครื่องบิน ค่าครองชีพ มาเรียนรู้วัฒนธรรมของประเทศญี่ปุ่นเพื่อนำความรู้ของชาวญี่ปุ่นไปผสมผสานกับชีวิตสมัยใหม่ของพวกเขา.
ถ้าให้ฉันไปญี่ปุ่นเพื่อหาเที่ยวซื้อของ ฉันคงไม่เดินทางมาเพราะมันไม่จำเป็นสำหรับชีวิตปัจจุบันของฉัน ในโลกนี้จึงไม่มีอะไรไม่เป็นปัจจัยซึ่งกันและกัน แม้แต่จิตยังต้องอาศัยร่างกายเป็นถ้ำอยู่อาศัย การพึ่งพาตนเองอย่างเดียว ทำให้สังคมไปไม่รอดเพราะปัญหามาจากมนุษย์ด้วยเองในสังคม เพราะทุกคนมีศักยภาพที่แตกต่างกันจึงมีโอกาสของชีวิตไม่เท่ากัน ทุกคนจำเป็นต้องมีส่วนร่วมในการพัฒนาศักยภาพมนุษย์ด้วยกันจึงจะทำให้สังคมอยู่รอด จะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคนใดคนหนึ่งไม่ได้เพราะทุกคนไม่สามารถทำงานเองได้ทุกอย่างจึงต้องแบ่งหน้าที่กันทำงาน.
1 ความคิดเห็น:
วิวบรยากาศสวยครับ ทำให้ได้ข้อคิด ได้ความรู้อะไรหลายๆอย่างเพิ่มขึ้นครับ
แสดงความคิดเห็น