The greatest discovery is the natural laws of human life. That everyone is equal Without choosing a social caste as the basis for determining humanity When the soul is the real person of man That accumulates knowledge from the mind with reasons And show his intention to act accordingly Would receive the result of Own action

Breaking

Post Top Ad

Your Ad Spot

วันศุกร์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2568

บทนำสู่ปรัชญาพุทธภูมิ : เจดีย์เกสริยา(Kesariya Stupa) ในพระไตรปิฎก

Introduction to Buddhaphumi Philosophy :  Kesariya Stupa in  Tripitaka 

ภาพโดยก้าวตามธรรมFollow the Dharma
๑. บทนำ 
๒. ปัญหาเกี่ยวกับความจริงของสถูปเกสเรีย  
๓. บ่อเกิดความรู้ของสถูปเกสเรีย
๔. สถูปเกสเรียเป็นสถานที่แสดงกาลามสูตรของพระพุทธหรือไม่   เพียงใด

๑. บทนำ 

                       ตลอดหลายปีที่ผ่านมา   ในฐานะส่วนหนึ่งของโครงการแสวงบุญ ทางพุทธศาสาของไทย    ผู้เขียนได้ออกเดินทาง   ๘ วันไปครอบคลุมระยะทาง 
 ๑,๒๐๐ กิโลเมตร       ไปยังสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของพระพุทธศาสนาในอินเดียและเนปาล       เส้นทางนี้รวมถึงการเดินทางจากเมืองกุสินารา      รัฐอุตตรประเทศไปยังเมืองไวสาลี  รัฐพิหารหรืออีกทางเลือกหนึ่งคือ       จากเมืองปัฏนา  เมืองหลวงของรัฐพิหารผ่านเมืองไวศาลีไปยังเมืองกุสินารา      ระหว่างทางผู้แสวงบุญจะได้พบกับเจดีย์โบราณที่มีฐานเป็นวงกลม     ซึ่งต่อมาได้พัฒนาเป็นเนินดินขนาดใหญ่เสริมด้วยอิฐและไม้     เจดีย์ประเภทนี้พบได้ทั่วสาธารณรัฐอินเดีย  เจดีย์แห่งนี้ตั้งอยู่กลางทุ่งนาในชนบทของรัฐพิหาร          ในช่วงฤดูร้อน อากาศจะแห้งแล้งมาก       ลมแรงจะพัดมาทำให้เกิดเนินดินขนาดใหญ่ ที่ตั้งตระหง่านอย่างสง่างามอยู่กลางทุ่งนา      

                  ประวัติความเป็นมาของสถูปเสริยา :          ในระหว่างการปกครองของอังกฤษในอินเดีย        นักโบราณคดีชาวอังกฤษได้ค้นพบหลักฐานในงานเขียนของพระฟาเหียน     ซึ่งเดินทางไปศึกษาพระพุทธศาสนาและคัดลอกพระไตรปิฎก      เพื่อนำกลับไปยังประเทศจีนเพื่อให้พระภิกษุชาวจีนได้ศึกษาและค้นคว้าพระพุทธศาสนา        ท่านได้กล่าวถึงการค้นพบเจดีย์ขนาดใหญ่ใกล้แม่น้ำคันดัก            ซึ่งเป็นพรหมแดนระหว่างอาณาจักรวัชชีและอาณาจักรมัลละ     ต่อมากรมโบราณคดีแห่งสาธารณรัฐอินเดียได้เรียกชื่อเจดีย์นี้ว่า          "เกสริยาสถูป"  (Kesariya Stupa)    ตั้งอยู่ในอาณาจักรวัชชีโบราณ    ขณะที่ผู้เขียนกำลังแสวงบุญไปยังสังเวชนียสถานทั้ง  ๔   แห่งและผ่านเจดีย์นี้      ผู้เขียนได้ยินเรื่องราวเบื้องต้นจากนักปราชญ์พุทธศาสนาหลายท่านที่แสดงความคิดเห็นของตนเองเกี่ยวกับสถานที่แห่งนี้  คือ  "สถูปเกสรียา" ซึ่งเป็นสถานที่ที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงกาลามสูตร     อย่างไรก็ตาม   เมื่อชาวพุทธส่วนใหญ่ได้ยินข้อเท็จจริงนี้             พวกเขามักจะยอมรับโดยปริยายว่าเป็นความจริง โดยไม่สงสัยข้อเท็จจริงเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของสถูปแห่งนี้แต่อย่างใด    

            แต่ตามคำสอนพระพุทธเจ้าพราหมณ์ในโลกเป็นนักตรรกศาสตร์และนักปรัชญา   ได้ยินความคิดเห็นในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่สืบทอดกันมาตั้งแต่ก่อนสมัยพุทธกาลจนถึงปัจจุบัน จากตำราเรียนหรือคัมภีร์ศาสนา  ฯลฯ    พวกเขามักจะแสดงความคิดเห็นของตนเองโดยใช้เหตุผล  หรือคาดคะเนความจริงจากสิ่งที่ได้ยินมา       โดยการใช้เหตุผลเพื่ออธิบายความจริงของเรื่องนั้น        อย่างไรก็ตาม เมื่อนักตรรกะ   นักปรัชญาเป็นมนุษย์มีอายตนะภายในที่จำกัดในการรับรู้และมักมีอคติต่อผู้อื่น  เพื่อใช้เหตุผลอธิบายความจริงเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง       เนื่องจากความไม่รู้ของตนเอง     ชีวิตมนุษย์จึงเต็มไปด้วยความมืดมน       พวกเขาจึงขาดปัญญาที่จะเข้าใจความจริงที่สมมติขึ้นและความจริงขั้นปรมัตถ์       เมื่อพวกเขาแสดงความคิดในความจริงเรื่องใดเรื่องหนึ่ง          บางครั้งพวกเขาใช้เหตุผลได้อย่างถูกต้อง        บางครั้งอธิบายความจริงได้อย่างไม่ถูกต้องบางครั้งพวกเขาก็ใช้เหตุผลความจริงในลักษณะนี้         หรือในลักษณะนั้น   เมื่อข้อเท็จจริงของคำตอบเกี่ยวกับสถูกปเกสรียา       ของนักตรรกะและนักปรัชญายังคลุมเครือและไม่ชัดเจนแล้ว    เหตุผลของคำตอบนั้นย่อมขาดความน่าเชื่อถือ วิญญูชนได้ยินความคิดเห็นเรื่องสถูปเกสรียาแล้ว    ย่อมไม่เชื่อถือว่าเป็นความจริงและไม่ยอมรับว่าเป็นความรู้ที่แท้จริงในเรื่องนั้น      

                เมื่อความคิดเห็นของนักตรรกศาสตร์และนักปรัชญาในสมัยพุทธกาลไม่น่าเชื่อถืออีกต่อไป       พระพุทธเจ้าทรงสอนว่า เมื่อได้ยินข้อเท็จจริงกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง             ที่สืบทอดกันมาตั้งแต่ก่อนพุทธกาลจนถึงปัจจุบัน         เราไม่ควรเชื่อทันที เราควรตั้งข้อสงสัยไว้ก่อน   จนกว่าเราจะได้สอบสวนข้อเท็จจริงและรวบรวมหลักฐาน     เมื่อมีหลักฐานเพียงพอแล้ว     เราสามารถใช้หลักฐานนั้นเป็นข้อมูลในการวิเคราะห์โดยอนุมานความรู้จากหลักฐาน  เพื่อพิสูจน์ความจริงของเรื่องราวนั้น โดยใช้เหตุผล    ซึ่งเป็นเครื่องมือที่นักปรัชญาใช้ในการอธิบายความจริงของเรื่องราวเหล่านั้น   ดังนั้น  เมื่อเราได้ยินความจริงเกี่ยวกับสถูปเกสริยา (Kesariya Stupa)         ตามคำสอนของพระพุทธเจ้านั้น ข้อเท็จริงของเรื่องนี้ ยังคงน่าสงสัยอยู่หรือไม่   ? 
  
              อย่างไรก็ตาม      ผู้เขียนชอบศึกษา  วิจัยและแสวงหาความรู้เรื่องเกสริยาสถูป (Kesariya Stupa)        โดยสอบสวนข้อเท็จจริงและรวบรวมหลักฐานจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ  เช่นพระไตรปิฎกมหาจุฬามหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย   และพระไตรปิฎกฉบับหลวง  อรรถกถา ฎีกา บันทึกการขุดค้นทางโบราณคดีในสมัยที่อังกฤษปกครองอินเดีย    และบันทึกการแสวงบุญของพระภิกษุชาวจีน   แผนที่โลกกูเกิล และแผนที่  ๑๖ แคว้นโบราณของอินเดีย   เป็นต้น  เมื่อมีหลักฐานเพียงพอ  เราก็จะใช้หลักฐานเหล่านั้นเป็นข้อมูลสำหรับการวิเคราะห์   โดยอนุมานความรู้จากหลักฐานต่าง ๆ         เพื่อพิสูจน์ความจริงโดยใช้เหตุผล มาอธิบายความจริงของคำตอบในเรืองนี้อย่างมีเหตุผล    คำตอบที่ได้จะถูกเขียนเป็นบทความวิเคราะห์เชิงปรัชญา  และคำตอบที่ได้จะเป็นประโยชน์ต่อพระธรรมทูตแห่งราชอาณาจักรไทย ที่แสดงพระธรรมเทศนาแก่ผู้แสวงบุญในดินแดนพุทธภูมิ   ช่วยให้พวกเขาเข้าใจคำสอนของพระพุทธเจ้า และมั่นใจได้ว่า    เนื้อหาความจริงในพระพุทธศาสนาเป็นไปในทิศทางเดียวกัน            ส่วนกระบวนการพิจารณาความจริงในพระพุทธศาสนาและปรัชญาซึ่งเกี่ยวข้องกับวิเคราะห์ข้อมูล       โดยอนุมานความรู้จากหลักฐานต่าง ๆ   เพื่อโดยใช้เหตุผล  เพื่ออธิบายความจริงนั้น     จะเป็นประโยชน์ต่อการวิจัยของนิสิตปริญญาเอกด้านพระพุทธศาสนา      และปรัชญา     เพื่อให้นิสิตได้รับผลการวิจัยที่สมเหตุสมผลและปราศจากข้อสงสัยในความจริงของเรื่อง  ๆ อีกต่อไป   

2 ความคิดเห็น:

Unknown กล่าวว่า...

ดีครับอยากไปบ้างจังเลย

Unknown กล่าวว่า...

สาธุครับผม

Post Top Ad

Your Ad Spot

หน้าเว็บ