Introduction to Buddhaphumi Philosophy : Vajji, The world's first democratic state

คำสำคัญ รัฐประชาธิปไตย, พระไตรปิฎก, แคว้นวัชชี
๑.บทนำความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา
เป็นเวลาหลายปีแล้วตั้งแต่ปี ๒๐๐๒จนถึงปัจจุบัน ผู้เขียนเดินทางแสวงบุญไปยังเมืองศักดิ์สิทธิทั้ง ๔ ในอินเดียและเนปาล เมื่อเดินทางมาถึงอำเภอไวสารี รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย คณะผู้แสวงบุญได้ค้นพบซากปรักหักพังของป้อมปราการของกษัตริย์ลิจฉวี แห่งเมืองไวสารี ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นที่ตั้งของรัฐสภาอันยิ่งใหญ่ของอาณาจักรวัชชี รัฐประชาธิปไตยแห่งแรกของโลก
๑.ความเป็นมาของอาณาจักรวัชชี
ในการศึกษาประวัติศาสตร์รัฐศาสตร์และการปกครองของโลก นักรัฐศาสตร์ มักอ้างอิงถึงปรัชญากรีกโบราณ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ได้กล่าวถึงนครรัฐเอเธนส์ว่าเป็นต้นกำเนิดของระบอบประชาธิปไตยของโลก อย่างไรก็ตาม หากเราย้อนเวลากลับไปในสมัยพุทธกาล เมื่อกว่า ๒,๕๐๐ ปีที่แล้ว ในดินแดนอนุทวีปอินเดีย อาณาจักรวัชชี (Vajji country) เป็นรัฐเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่บนที่ราบลุ่มแม่น้ำคงคาอันอุดมสมบูรณ์ พรมแดนด้านเหนือติดกับเทือกเขาหิมาลัย ซึ่งเป็นเทือกเขาสูงตั้งตระหง่านครอบคลุม ๕ ประเทศคือ ปากีสถาน เนปาล อินเดีย ภูฐาน และจีน เป็นต้น พรมแดนด้านใต้ติดกับแคว้นมคธ กาสีและอังคะ พรมแดนด้านทิศตะวันตกติดกับอาณาจักรมัลละ พรมแดนด้านตะวันออกติดกับเมืองฮารัปปา
แคว้นวัชชีได้สถาปนาตนเองเป็นรัฐอิสระที่มีอำนาจอธิปไตยของตนเองไม่ขึ้นอยู่กับอาณาจักรอื่นใด ก่อนที่เจ้าชายสิทธัตถะจะทรงละทิ้งวรรณะกษัตริย์ เพื่อผนวชเป็นพระโพธิสัตว์ในการค้นหาความจริงของชีวิตมนุษย์ที่ว่า พระพรหมและพระอิศวรทรงสร้างมนุษย์จากพระวรกายของพระองค์ และทรงตั้งระบบวรรณะขึ้น เพื่อให้ผู้คนทำงานตามระบบวรรณะของตนที่เกิดมา อาณาจักรวัชชีได้รับการยกย่องจากนักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ เป็นหนึ่งในหลายรัฐประชาธิปไตยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกและมีชื่อเสียงในด้านปรัชญาการเมือง เป็นรัฐศาสนาพราหมณ์ มีระบบการปกครอง"แบบสามัคคีธรรม" โดยแบ่งหน้าที่ในการทำงาน โดยแบ่งประชาชนในรัฐออกเป็น ๔ วรรณะ โดยวรรณะกษัตริย์แห่งแคว้นวัชชี มีส่วนร่วมในการใช้อำนาจอธิปไตยในการปกครองประเทศ
รัฐสภาแห่งราชอาณาจักรวัชชีใช้อำนาจนิติบัญญัติในการตรากฎหมาย อำนาจบริหารในปกครองประเทศ และอำนาจตุลาการในการตัดสินตัดสินอรรถคดีทั้งหมด เป็นต้น สมาชิกรัฐสภาแห่งราชอาณาจักรวัชชี มาจากวรรณะกษัตริย์ทั้งหมดมีจำนวน ๗,๗๐๗ พระองค์ เจ้าชายลิจฉวีทรงทำหน้าที่ประธานรัฐสภาแห่งราชอาณาจักรวัชชีในการตรากฎหมาย เจ้าชายลัจฉวีและสมาชิกรัฐสภาทำหน้าที่เป็นคณะรัฐมนตรีในการบริหารประเทศ และสมาชิกรัฐสภาเป็นผู้ใช้อำนาจตุลาการในการตัดสินคดีทั้งหมด มีรัฐธรรมนูญจารีตประเพณีสูงสุดของราชอาณาจักรวัชชี เรียกว่าราชอปริหานิยธรรม หรือ"ธรรมของกษัตริย์" ซึ่งประกาศใช้เป็นหลักเกณฑ์ในการปกครองประเทศ ชาวแคว้นวัชชีส่วนใหญ่นับถือในศาสนาพราหมณ์ และแบ่งประชาชนออกเป็น ๔ วรรณะ ตามคำสอนของศาสนาพราหมณ์ ประชาชนเชื่อกันว่าพระพรหมสร้างมนุษย์และวรรณะให้ผู้คนทำงานตามวรรณะที่ตนเกิดมา ได้แก่ วรรณะพราหมณ์ วรรณะกษัตริย์, วรรณะแพศย์ และวรรณะศูทร เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้เขียนศึกษาหลักฐานเรื่องความเป็นรัฐของแคว้นวัชชีในพระไตรปิฎกภาษาไทยฉบับมหาจุฬาลงกรณ ๔๕ เล่ม(ปกสีฟ้า) และอรรถกถาแล้ว ในเบื้องต้น เราได้ยินข้อเท็จจริงว่า การมีอยู่ของแคว้นวัชชี แม้จะมีหลักฐานเอกสาร ที่กล่าวถึงไว้ในพระไตรปิฎกมหาจุฬาลงกรณ์ และเราจะยอมรับความจริงโดยปริยาย แต่ข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ ก็กระจัดกระจายอยู่ในพระไตรปิฎกมหาจุฬาลงกรณ์ และอรรถกถาหลายเล่ม เมื่อวิเคราะห์หลักฐานโดยการอนุมานความรู้เพื่อพิสูจน์ความจริงในเรื่องนี้ โดยการใช้เหตุผล ซึ่งเป็นเครื่องมือของนักปรัชญาในการอธิบายความจริงเกี่ยวกับการมีอยู่ของแคว้นวัชชีแล้ว ก็ยังขาดความสมเหตุสมผล เพราะองค์ประกอบของความเป็นแคว้นวัชชียังไม่ชัดเจน เพราะมีหลักฐานเอกสารเท่านั้นคือพระไตรปิฎกส่วนหลักฐานทางวัตถุ ซึ่งเป็นอาณาเขตที่ตั้งของแคว้นวัชชียังไม่มีหลักฐานมายืนยันในเรื่องนี้ ทำให้เรื่องราวก็ปรากฏขึ้นในจิตใจของผู้เขียนนั้น องค์ประกอบความรู้เกี่ยวกับความจริงของแคว้นวัชชียังไม่ชัดเจน เกี่ยวกับการมีอยู่ของแคว้นวัชชีในฐานะชุมชนทางการเมืองที่มีอาณาเขต และ ประชาชน ที่มีอำนาจอธิปไตยเป็นของตนเอง ในการปกครองประเทศในสามอำนาจคือ อำนาจนิตบัญญัติ อำนาจบริหาร และอำนาจตุลาการ เป็นต้น
เมื่อแคว้นวัชชีเป็นรัฐประชาธิปไตยแห่งแรกของโลกที่มีอยู่ตั้งแต่ก่อนพุทธกาล สมาชิกรัฐสภาของแคว้นวัชชีมาจากการเลือกตั้งกันเองของวรรณะกษัตริย์จากหลายราชวงศ์ ปกครองด้วยระบอบสามัคคีธรรม โดยวรรณะกษัตริย์ทุกพระองค์มีส่วนรวมในการบริหารปกครองประเทศ และผลัดกันเปลี่ยนกันปกครองของแคว้นวัชชีที่เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "สหพันธรัฐ" ประธานรัฐสภาได้รับเลือกตั้งโดยสมาชิกรัฐสภา สมาชิกรัฐสภาทำหน้าที่ในการบัญญัติกฎหมายจารีตประเพณี ทำหน้าที่เป็นผู้บริหารประเทศ และทำหน้าที่เป็นตุลาการในการพิจารณาตัดสินคดี ด้วยสมาชิก ๗,๗๐๗ พระองค์ รัฐสภาแห่งรัฐวัชชี จึงเป็นรัฐสภาที่ใหญ่ที่สุดในโลกและสถานที่ประชุมของรัฐสภานั้นเรียกว่า"สันฐาคาร" สมาชิกรัฐสภา คือเจ้าลิจฉวีที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นสมาชิกรัฐสภานี้ เรื่องการประชุมของเจ้าลิจฉวีมีเป็นหลักฐานข้อความที่กล่าวถึงในพระไตรปิฎกออนไลน์หลายฉบับด้วยกัน
อาณาจักรวัชชีแห่งนี้มีความแข็งแกร่งมากในการปกครองประเทศเพราะมีกฎหมายสูงสุดในการปกครองประเทศเรียกว่า "หลักอปริหานิยธรรม" เป็นธรรมะของกษัตริย์ที่ใช้ในการปกครองรัฐ มีศักดิ์เทียบเท่ากับกฎหมายรัฐธรรมนูญในการปกครองประเทศในยุคปัจจุบัน ประชาชนมีศักยภาพในการใช้ชีวิตและทักษะในการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมีวินัยและความสามัคคีในการประชุมรัฐสภาพร้อม ๆ กันและเลิกพร้อมกันในการบัญญัติกฎหมาย ในการบริหารงานร่วมกันของสมาชิกรัฐสภา พิจารณาและตัดสินปัญหาสำคัญของประเทศ การใช้อำนาจตุลาการสมาชิกรัฐสภาเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ที่ทำให้รัฐวัชชีมีความเจริญรุ่งเรืองเพียงฝ่ายเดียว แต่สุดท้ายแล้ว รัฐเอกราชนี้สูญเสียอำนาจอธิปไตยไป เพราะสมาชิกรัฐสภาแห่งอาณาจักรวัชชีแตกความสามัคคีกันเอง ในสมัยปัจจุบันแคว้นวัชชีเป็นเพียงอำเภอเวสาลีเป็น ๑ ใน ๑๔ อำเภอขึ้นตรงกับเขตปกครองของรัฐพิหาร สาธารณรัฐอินเดีย ผู้เขียนเดินทางมาเยี่ยมชมภูมิภาคแห่งอาณาจักรวัชชีโบราณแห่งนี้หลายครั้ง เพราะอยู่ตรงข้ามกับเมืองปัฏตาลีบุตรโบราณแห่งแคว้นมคธในยุคปัจจุบันเรียกว่า "เมืองปัตนะเมืองหลวงของรัฐพิหารในยุคปัจจุบัน"
เมื่อผู้เขียนฟังข้อเท็จจริงเกี่ยวกับอาณาจักรวัชชี รัฐประชาธิปไตยแห่งแรกในพระไตรปิฎกข้างต้น พระพุทธองค์ทรงสอนว่าไม่ให้เชื่อข้อเท็จจริงที่ได้ยินจากการเล่าสู่กันฟังสืบต่อกันมา ควรตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนและผู้เขียนชอบที่จะศึกษาค้นหาความรู้ในเรื่องนี้ต่อไปและรวบรวมหลักฐานทั้งพยานเอกสาร พยานวัตถุ และพยานบุคคล ให้เพียงพอเพื่อพิสูจน์ความจริงเกี่ยวกับอาณาจักรวัชชี, รัฐประชาธิปไตยแห่งแรกในพระไตรปิฎก ต่อไป เมื่อผู้เขียนตัดสินใจศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ Vajji, The world's first democratic state in the Tripitaka (แคว้นวัชชี, รัฐประชาธิปไตยแห่งแรกของโลกในพระไตรปิฎก) โดยวิเคราะห์ข้อมูลจากหลักฐานในพระไตรปิฎก อรรถกถา บันทึกจดหมายเหตุต่าง ๆ พยานวัตถุได้แก่โบราณสถานๆ ที่ตั้งอยู่ในเขตเวสาลี รัฐพิหาร และแผนที่โลกของGoogle Maps เป็นต้นบทความที่ได้จากการวิเคราะห์หลักฐาน จะเป็นข้อมูลต่อพระธรรมวิทยากรใช้บรรยายกับผู้แสวงบุญชาวไทยในแดนพุทธภูมิ ให้มีเนื้อหาสาระของพระพุทธศาสนาเป็นไปในทางเดียวกันได้รับความรู้ความเข้าใจในพุทธประวัติ วิธีคิดวิเคราะห์จะเป็นประโยชน์ต่อนิสิตระดับปริญญาเอกเป็นการอนุมานความรู้ที่ผ่านเกณฑ์การตัดสินที่สมเหตุสมผลปราศจากข้อสงสัยในความจริงอีกต่อไป
1 ความคิดเห็น:
บรรยายได้ดี เห็นภาพเลยครับ
แสดงความคิดเห็น