The greatest discovery is the natural laws of human life. That everyone is equal Without choosing a social caste as the basis for determining humanity When the soul is the real person of man That accumulates knowledge from the mind with reasons And show his intention to act accordingly Would receive the result of Own action

Breaking

Post Top Ad

Your Ad Spot

วันอาทิตย์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2560

บทนำสู่ปรัชญาแดนพุทธภูมิ : วัชชี, รัฐประชาธิปไตยแห่งแรกของโลก

Introduction to  Buddhaphumi Philosophy : Vajji, The world's first democratic state  

คำสำคัญ รัฐประชาธิปไตย, พระไตรปิฎก, แคว้นวัชชี

๑.บทนำความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา

     เป็นเวลาหลายปีแล้วตั้งแต่ปี ๒๐๐๒จนถึงปัจจุบัน ผู้เขียนเดินทางแสวงบุญไปยังเมืองศักดิ์สิทธิทั้ง ๔ ในอินเดียและเนปาล เมื่อเดินทางมาถึงอำเภอไวสารี รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย  คณะผู้แสวงบุญได้ค้นพบซากปรักหักพังของป้อมปราการของกษัตริย์ลิจฉวีแห่งเมืองไวสารี ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นที่ตั้งของรัฐสภาอันยิ่งใหญ่ของอาณาจักรวัชชี รัฐประชาธิปไตยแห่งแรกของโลก 

๑.ความเป็นมาของอาณาจักรวัชชี

            ในการศึกษาประวัติศาสตร์รัฐศาสตร์และการปกครองของโลก    นักรัฐศาสตร์ มักอ้างอิงถึงปรัชญากรีกโบราณ  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ได้กล่าวถึงนครรัฐเอเธนส์ว่าเป็นต้นกำเนิดของระบอบประชาธิปไตยของโลก อย่างไรก็ตาม หากเราย้อนเวลากลับไปในสมัยพุทธกาล เมื่อกว่า ๒,๕๐๐ ปีที่แล้ว    ในดินแดนอนุทวีปอินเดีย อาณาจักรวัชชี (Vajji country) เป็นรัฐเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่บนที่ราบลุ่มแม่น้ำคงคาอันอุดมสมบูรณ์   พรมแดนด้านเหนือติดกับเทือกเขาหิมาลัย ซึ่งเป็นเทือกเขาสูงตั้งตระหง่านครอบคลุม ๕ ประเทศคือ  ปากีสถาน เนปาล อินเดีย ภูฐาน และจีน เป็นต้น  พรมแดนด้านใต้ติดกับแคว้นมคธ กาสีและอังคะ พรมแดนด้านทิศตะวันตกติดกับอาณาจักรมัลละ พรมแดนด้านตะวันออกติดกับเมืองฮารัปปา     

    แคว้นวัชชีได้สถาปนาตนเองเป็นรัฐอิสระที่มีอำนาจอธิปไตยของตนเองไม่ขึ้นอยู่กับอาณาจักรอื่นใด ก่อนที่เจ้าชายสิทธัตถะจะทรงละทิ้งวรรณะกษัตริย์ เพื่อผนวชเป็นพระโพธิสัตว์ในการค้นหาความจริงของชีวิตมนุษย์ที่ว่า พระพรหมและพระอิศวรทรงสร้างมนุษย์จากพระวรกายของพระองค์ และทรงตั้งระบบวรรณะขึ้น เพื่อให้ผู้คนทำงานตามระบบวรรณะของตนที่เกิดมา  อาณาจักรวัชชีได้รับการยกย่องจากนักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ เป็นหนึ่งในหลายรัฐประชาธิปไตยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกและมีชื่อเสียงในด้านปรัชญาการเมือง  เป็นรัฐศาสนาพราหมณ์ มีระบบการปกครอง"แบบสามัคคีธรรม"   โดยแบ่งหน้าที่ในการทำงาน โดยแบ่งประชาชนในรัฐออกเป็น ๔ วรรณะ โดยวรรณะกษัตริย์แห่งแคว้นวัชชี มีส่วนร่วมในการใช้อำนาจอธิปไตยในการปกครองประเทศ 

       รัฐสภาแห่งราชอาณาจักรวัชชีมีอำนาจนิติบัญญัติในการออกกฎหมาย  อำนาจบริหารในปกครองประเทศ  และอำนาจตุลาการในการตัดสินคดีความทั้งหมด สมาชิกรัฐสภาวัชชีทั้ง ๗,๗๐๗ พระองค์ล้วนมาจากวรรณะกษัตริย์  เจ้าชายลิจฉวีทรงดำรงตำแหน่งประธานรัฐสภาโดยตำแหน่ง อาณาจักรวัชชีมีรัฐธรรมนูญจารีตประเพณีสูงสุดซึ่งรู้จักกันในชื่อว่า "ราชอปริหานิยธรรม" หรือ"ธรรมของกษัตริย์" ซึ่งในการปกครองประเทศ ประชากรส่วนใหญ่ของอาณาจักรวัชชีนับถือศาสนาพราหมณ์ และตามกฎหมายระบบวรรณะประชากรถูกแบ่งออกเป็น ๔ วรรณะได้แก่ วรรณะพราหมณ์ วรรณะกษัตริย์, วรรณะแพศย์ และวรรณะศูทร เป็นต้น ตามคำสอนของศาสนาพราหมณ์ พวกเขาเชื่อว่าพระพรหมสร้างมนุษย์และวรรณะต่าง ๆ  เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามวรรณะของตน

             อย่างไรก็ตาม    เมื่อศึกษาหลักฐานเกี่ยวกับการดำรงอยู่ของอาณาจักรวัชชีในพระไตรปิฎกฉบับภาษาไทย ๔๕ เล่ม    (ปกสีฟ้า)  และอรรถกถา  ผู้เขียนพบว่าแม้ว่า การดำรงอยู่ของอาณาจักรวัชชี              แม้จะมีหลักฐานเอกสารจะถูกกล่าวไว้ในพระไตรปิฎกมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย       และเป็นที่ยอมรับโดยปริยายว่าเป็นความจริง แต่ข้อเท็จจริงกลับกระจัดกระจายอยู่ในพระไตรปิฎกมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และอรรถกถาหลายเล่ม      เมื่อวิเคราะห์หลักฐานต่าง ๆ ผ่านการอนุมานเพื่อพิสูจน์ความจริงโดยการใช้เหตุผล ซึ่งเป็นเครื่องมือทางปรัชญาใช้ในการอธิบายการมีอยู่ของอาณาจักรวัชชีนั้น   ก็ยังขาดความถูกต้อง   เพราะองค์ประกอบของความเป็นรัฐของอาณาจักรวัชชีนั้นไม่ชัดเจนเพราะหลักฐานที่มีอยู่มีเพียงพยานเอกสารคือพระไตรปิฎกไม่มีพยานวัตถุใด     ที่จะยืนยันที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของอาณาจักรวัชชีได้   ดังนั้น ความรู้เกี่ยวกับการดำรงอยู่จริงของอาณาจักรวัชชีจึงยังคงไม่ชัดเจน    โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของการดำรงอยู่เป็นชุมชนการเมืองมที่มีอาณาเขต ที่กำหนดไว้   และมีประชาชนที่มีอำนาจอธิปไตยเป็นของตนเองในการปกครองประเทศผ่านสามฝ่าย คืออำนาจนิติบัญญัติ    อำนาจบริหาร  และอำนาจตุลาการ  เป็นต้น     
    
            เมื่ออาณาจักรวัชชีเป็นรัฐประชาธิปไตยแห่งแรกของโลกซึ่งมีอยู่ก่อนสมัยพุทธกาล        สมาชิกรัฐสภามาจากการเลือกตั้งโดยตัวสมาชิกเองมาจากวรรณะกษัตริย์ในหลายราชวงศ์  ปกครองด้วยระบอบสามัคคีธรรม     โดยวรรณะกษัตริย์ทุกพระองค์มีส่วนรวมในการบริหารและปกครองหมุนเวียนกันหรือที่เรียกว่า "สหพันธรัฐ"   ประธานรัฐสภามาจากเลือกตั้งของสมาชิกรัฐสภา สมาชิกรัฐสภาทำหน้าที่ในการบัญญัติกฎหมายจารีตประเพณี ทำหน้าที่เป็นผู้บริหารประเทศ   และทำหน้าที่เป็นตุลาการในการพิจารณาตัดสินคดี ด้วยสมาชิก ๗,๗๐๗ พระองค์  รัฐสภาแห่งรัฐวัชชี จึงเป็นรัฐสภาที่ใหญ่ที่สุดในโลกและสถานที่ประชุมของรัฐสภานั้นเรียกว่า"สันฐาคาร" สมาชิกรัฐสภา     คือเจ้าลิจฉวีที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นสมาชิกรัฐสภานี้ เรื่องการประชุมของเจ้าลิจฉวีมีเป็นหลักฐานข้อความที่กล่าวถึงในพระไตรปิฎกออนไลน์หลายฉบับด้วยกัน    

              อาณาจักรวัชชีแห่งนี้มีความแข็งแกร่งมากในการปกครองประเทศเพราะมีกฎหมายสูงสุดในการปกครองประเทศเรียกว่า  "หลักอปริหานิยธรรม"    เป็นธรรมะของกษัตริย์ที่ใช้ในการปกครองรัฐ   มีศักดิ์เทียบเท่ากับกฎหมายรัฐธรรมนูญในการปกครองประเทศในยุคปัจจุบัน  ประชาชนมีศักยภาพในการใช้ชีวิตและทักษะในการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมีวินัยและความสามัคคีในการประชุมรัฐสภาพร้อม ๆ กันและเลิกพร้อมกันในการบัญญัติกฎหมาย ในการบริหารงานร่วมกันของสมาชิกรัฐสภา พิจารณาและตัดสินปัญหาสำคัญของประเทศ      การใช้อำนาจตุลาการสมาชิกรัฐสภาเป็นไปในทิศทางเดียวกัน  ที่ทำให้รัฐวัชชีมีความเจริญรุ่งเรืองเพียงฝ่ายเดียว แต่สุดท้ายแล้ว รัฐเอกราชนี้สูญเสียอำนาจอธิปไตยไป          เพราะสมาชิกรัฐสภาแห่งอาณาจักรวัชชีแตกความสามัคคีกันเอง ในสมัยปัจจุบันแคว้นวัชชีเป็นเพียงอำเภอเวสาลีเป็น ๑ ใน ๑๔ อำเภอขึ้นตรงกับเขตปกครองของรัฐพิหาร สาธารณรัฐอินเดีย  ผู้เขียนเดินทางมาเยี่ยมชมภูมิภาคแห่งอาณาจักรวัชชีโบราณแห่งนี้หลายครั้ง    เพราะอยู่ตรงข้ามกับเมืองปัฏตาลีบุตรโบราณแห่งแคว้นมคธในยุคปัจจุบันเรียกว่า "เมืองปัตนะเมืองหลวงของรัฐพิหารในยุคปัจจุบัน"  

        เมื่อผู้เขียนฟังข้อเท็จจริงเกี่ยวกับอาณาจักรวัชชี รัฐประชาธิปไตยแห่งแรกในพระไตรปิฎกข้างต้น พระพุทธองค์ทรงสอนว่าไม่ให้เชื่อข้อเท็จจริงที่ได้ยินจากการเล่าสู่กันฟังสืบต่อกันมา ควรตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนและผู้เขียนชอบที่จะศึกษาค้นหาความรู้ในเรื่องนี้ต่อไปและรวบรวมหลักฐานทั้งพยานเอกสาร พยานวัตถุ และพยานบุคคล ให้เพียงพอเพื่อพิสูจน์ความจริงเกี่ยวกับอาณาจักรวัชชี, รัฐประชาธิปไตยแห่งแรกในพระไตรปิฎก ต่อไป     เมื่อผู้เขียนตัดสินใจศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ Vajji, The world's first democratic state in the Tripitaka (แคว้นวัชชี, รัฐประชาธิปไตยแห่งแรกของโลกในพระไตรปิฎก) โดยวิเคราะห์ข้อมูลจากหลักฐานในพระไตรปิฎก อรรถกถา บันทึกจดหมายเหตุต่าง ๆ  พยานวัตถุได้แก่โบราณสถานๆ ที่ตั้งอยู่ในเขตเวสาลี รัฐพิหาร และแผนที่โลกของGoogle Maps  เป็นต้นบทความที่ได้จากการวิเคราะห์หลักฐาน จะเป็นข้อมูลต่อพระธรรมวิทยากรใช้บรรยายกับผู้แสวงบุญชาวไทยในแดนพุทธภูมิ ให้มีเนื้อหาสาระของพระพุทธศาสนาเป็นไปในทางเดียวกันได้รับความรู้ความเข้าใจในพุทธประวัติ วิธีคิดวิเคราะห์จะเป็นประโยชน์ต่อนิสิตระดับปริญญาเอกเป็นการอนุมานความรู้ที่ผ่านเกณฑ์การตัดสินที่สมเหตุสมผลปราศจากข้อสงสัยในความจริงอีกต่อไป 


  

1 ความคิดเห็น:

Unknown กล่าวว่า...

บรรยายได้ดี เห็นภาพเลยครับ

Post Top Ad

Your Ad Spot

หน้าเว็บ