The greatest discovery is the natural laws of human life. That everyone is equal Without choosing a social caste as the basis for determining humanity When the soul is the real person of man That accumulates knowledge from the mind with reasons And show his intention to act accordingly Would receive the result of Own action

Breaking

Post Top Ad

Your Ad Spot

วันพฤหัสบดีที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2568

บทนำสู่ปรัชญาแดนพุทธภูมิ : วัชชี, รัฐประชาธิปไตยแห่งแรกของโลกอย่างไร ?

บทนำสู่ปรัชญาแดนพุทธภูมิ : วัชชี, รัฐประชาธิปไตยแห่งแรกของโลกอย่างไร ?Introduction to  Buddhaphumi Philosophy : How was the Vajji, The World's First Democratic State  ?
คำสำคัญ รัฐประชาธิปไตย, พระไตรปิฎก, แคว้นวัชชี
๑.บทนำความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา

     เป็นเวลาหลายปีแล้วตั้งแต่ปี ๒๐๐๒จนถึงปัจจุบัน ผู้เขียนเดินทางแสวงบุญไปยังเมืองศักดิ์สิทธิทั้ง ๔ ในอินเดียและเนปาล เมื่อเดินทางมาถึงอำเภอไวสารี รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย  คณะผู้แสวงบุญได้ค้นพบซากปรักหักพังของป้อมปราการของกษัตริย์ลิจฉวีแห่งเมืองไวสารี ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นที่ตั้งของรัฐสภาอันยิ่งใหญ่ของอาณาจักรวัชชี รัฐประชาธิปไตยแห่งแรกของโลก 

๑.ความเป็นมาของอาณาจักรวัชชี

            ในการศึกษาประวัติศาสตร์รัฐศาสตร์และการปกครองของโลก นักรัฐศาสตร์มักอ้างอิงถึงปรัชญากรีกโบราณ  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การยกย่อง "นครรัฐเอเธนส์" ว่าเป็นต้นกำเนิดและรากเหง้าของระบอบประชาธิปไตยของโลก ทว่าในความเป็นจริง หากเราย้อนเวลากลับไป ในสมัยพุทธกาล เมื่อกว่า ๒,๕๐๐ ปีที่แล้ว    ในดินแดนอนุทวีปอินเดียมีอาณาจักรนามว่า "แคว้นวัชชี (Vajji country)" ซึ่งได้สถาปนาตนเองขึ้นเป็นรัฐอิสระที่มีอำนาจอธิปไตยและได้รับการยอมรับจากนักวิชาการรัฐศาสตร์บางส่วนว่าเป็นหนึ่งในรัฐประชาธิปไตยที่ยิ่งใหญ่และเก่าแก่ที่สุดในโลก  โดยปกครองด้วยระบอบที่เรียกว่า "สามัคคีธรรม" หรือการปกครองแบบสถาบันที่กระจายอำนานร่วมกัน

       แคว้นวัชชีตั้งอยู่บนที่ราบลุ่มแม่น้ำคงคาอันอุดมสมบูรณ์   ทิศเหนือจรดเทือกเขาหิมาลัย ซึ่งเป็นเทือกเขาสูงตั้งตระหง่านครอบคลุม ๕ ประเทศคือ  ปากีสถาน เนปาล อินเดีย ภูฐาน และจีน เป็นต้น  ทิศใต้จรดติดกับแคว้นมคธ กาสีและอังคะ ทิศตะวันตกติดกับอาณาจักรมัลละ   และทิศตะวันออกติดกับเมืองฮารัปปา   ภายใต้สังคมยุคโบราณที่ฝังรากอยู่กับระบบคุณค่าของศาสนาพราหมณ์  ซึ่งเชื่อว่าพระพรหมสร้างมนุษย์ และสร้างวรรณะขึ้นให้มนุษย์ปฏิบัติหน้าที่ตามวรรณะที่ตนเกิดมา   แคว้นวัชชีกลับบริหารจัดการรัฐผ่าน "สถาบันรัฐสภา" (สัณฐาคาร) ที่ประกอบสมาชิกรัฐสภาวัชชีจากวรรณะกษัตริย์ (เจ้าลิจฉวี) จำนวนถึง ๗,๗๐๗ พระองค์  ทำหน้าที่ร่วมกันในการใช้อำนาจนิติบัญญัติ บริหารและตุลาการ  โดยมีกฎหมายสูงสุด เป็นรัฐธรรมนูญจารีตประเพณีสูงสุดซึ่งรู้จักกันในชื่อว่า "ราชอปริหานิยธรรม" หรือ"ธรรมของกษัตริย์" ซึ่งเน้นยำความพร้อมเพรียงในการปรุม เลิกประชุมและการปฏิบัติหน้าที่

        ทว่าความยิ่งใหญ่ในอดีตนั้น  ปัจจุบันกลับเหลือเพียงซากปรักหักพังของป้อมปราการโบราณในอำเภอเวสารี รัฐพิหาร สาธารณรัฐอินเดีย (ตั้งอยู่ตรงข้ามกับเมืองปัตนะหรือเมืองปาฏลีบุตรในอดีต)เอกราชที่เคยเกรียงไกร กลับสูญเสียสูญเสียอธิปไตยไปเนื่องจากการแตกความสามัคคีภายใน นำมาซึ่งคำถามทางประวัติศาสตร์ และปรัชญาการเมืองที่ยังคงคลุมเครือ

ปัญหาทางญาณวิทยา : ภาพลวงตาจากความไม่รู้และข้อจำกัดของหลักฐาน

             จากการศึกษาของผู้เขียนในฐานะผู้มีประสบการณ์จาริกแสวงบุญและทำหน้าที่บรรยายแก่คณะผู้แสวงบุญในดินแดนพุทธภูมิมาตั้งแต่ปี ๒๐๐๒  พบว่าแม้เรื่องราวการดำรงอยู่ของแคว้นวัชชี จะถูกบันทึกไว้อย่างชัดเจนในพระไตรปิฎกฉบับภาษาไทย ๔๕ เล่ม    (ปกสีฟ้า)  และคัมภีร์อรรถกถา  ทว่าข้อเท็จจริงเหล่านั้นกลับกระจัดกระจายและขาดการบูรณาการ

สิ่งที่น่าสังเกตเชิงปรัชญาคือมนุษย์มักถูกครอบงำด้วยอคติ และข้ำจำกัดทางญาณวิทยา  (Epistemological Limitation) เรามักด่วนสรุป หรือยอมรับความจริงทางวิชาการประวัติศาสตร์ เพียงเพราะ "บอกเล่าสืบต่อกันมา " หรืออ่านจากพยานเอกสารเพียงด้านเดียว โดยละเลยเหตุผลเชิงประจักษ์  การรับรู้เนื้อหาเกี่ยวกับแคว้นวัชชี ที่ผ่านมาจึงมักติดอยู่มิติทางศาสนา หรือจินตนาการ  แต่ขาดความชัดเจน ในแง่องค์ประกอบความเป็นรัฐทางภูมิศาสตร์  รัฐศาสตร์การปกครอง  และหลักฐานทางโบราณวัตถุที่จับต้องได้   
    
            พระพุทธองค์ทรงสอนไว้ในหลัก   "กาลามสูตร" ว่าไม่ให้ด่วนเชื่อสิ่งใด เพียงเพราะเสียงเล่าลือ    หรือเพราะมีระบุไว้ในคัมภีร์ ด้วยเหตุนี้  ในทัศนะปรัชญาพุทธภูมิ การจะเข้าถึงความจริงที่แท้จริงได้นั้น วิญญูชนจำเป็นต้องตั้ง "ข้อสงสัยทางปรัชญาขึ้นมาก่อน เพื่อทลายอคติ ความหลง          และความไม่รู้ของตนเองแล้วจึงเรื่มต้นกระบวนการสืบค้นอย่างเป็นวิทยาศาสตรืเช่นเดียวกับเจ้าชายสิทธัตถะ 

วัตถุประสงค์และความสำคัญของการเขียนบทความวิชาการนี้

              อาณาจักรวัชชีแห่งนี้มีความแข็งแกร่งมากในการปกครองประเทศเพราะมีกฎหมายสูงสุดในการปกครองประเทศเรียกว่า  "หลักอปริหานิยธรรม"    เป็นธรรมะของกษัตริย์ที่ใช้ในการปกครองรัฐ   มีศักดิ์เทียบเท่ากับกฎหมายรัฐธรรมนูญในการปกครองประเทศในยุคปัจจุบัน  ประชาชนมีศักยภาพในการใช้ชีวิตและทักษะในการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมีวินัยและความสามัคคีในการประชุมรัฐสภาพร้อม ๆ กันและเลิกพร้อมกันในการบัญญัติกฎหมาย ในการบริหารงานร่วมกันของสมาชิกรัฐสภา พิจารณาและตัดสินปัญหาสำคัญของประเทศ      การใช้อำนาจตุลาการสมาชิกรัฐสภาเป็นไปในทิศทางเดียวกัน  ที่ทำให้รัฐวัชชีมีความเจริญรุ่งเรืองเพียงฝ่ายเดียว แต่สุดท้ายแล้ว รัฐเอกราชนี้สูญเสียอำนาจอธิปไตยไปเพราะสมาชิกรัฐสภาแห่งอาณาจักรวัชชีแตกความสามัคคีกันเอง ในสมัยปัจจุบันแคว้นวัชชีเป็นเพียงอำเภอเวสาลีเป็น ๑ ใน ๑๔        อำเภอขึ้นตรงกับเขตปกครองของรัฐพิหาร สาธารณรัฐอินเดีย  ผู้เขียนเดินทางมาเยี่ยมชมภูมิภาคแห่งอาณาจักรวัชชีโบราณแห่งนี้หลายครั้ง    เพราะอยู่ตรงข้ามกับเมืองปัฏตาลีบุตรโบราณแห่งแคว้นมคธในยุคปัจจุบันเรียกว่า "เมืองปัตนะเมืองหลวงของรัฐพิหารในยุคปัจจุบัน"  

        เมื่อผู้เขียนฟังข้อเท็จจริงเกี่ยวกับอาณาจักรวัชชี รัฐประชาธิปไตยแห่งแรกในพระไตรปิฎกข้างต้น พระพุทธองค์ทรงสอนว่าไม่ให้เชื่อข้อเท็จจริงที่ได้ยินจากการเล่าสู่กันฟังสืบต่อกันมา ควรตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนและผู้เขียนชอบที่จะศึกษาค้นหาความรู้ในเรื่องนี้ต่อไปและรวบรวมหลักฐานทั้งพยานเอกสาร พยานวัตถุ และพยานบุคคล ให้เพียงพอเพื่อพิสูจน์ความจริงเกี่ยวกับอาณาจักรวัชชี, รัฐประชาธิปไตยแห่งแรกในพระไตรปิฎก ต่อไป     เมื่อผู้เขียนตัดสินใจศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ Vajji, The world's first democratic state in the Tripitaka (แคว้นวัชชี, รัฐประชาธิปไตยแห่งแรกของโลกในพระไตรปิฎก) โดยวิเคราะห์ข้อมูลจากหลักฐานในพระไตรปิฎก อรรถกถา บันทึกจดหมายเหตุต่าง ๆ  พยานวัตถุได้แก่โบราณสถานๆ ที่ตั้งอยู่ในเขตเวสาลี รัฐพิหาร และแผนที่โลกของGoogle Maps  เป็นต้นบทความที่ได้จากการวิเคราะห์หลักฐาน จะเป็นข้อมูลต่อพระธรรมวิทยากรใช้บรรยายกับผู้แสวงบุญชาวไทยในแดนพุทธภูมิ ให้มีเนื้อหาสาระของพระพุทธศาสนาเป็นไปในทางเดียวกันได้รับความรู้ความเข้าใจในพุทธประวัติ วิธีคิดวิเคราะห์จะเป็นประโยชน์ต่อนิสิตระดับปริญญาเอกเป็นการอนุมานความรู้ที่ผ่านเกณฑ์การตัดสินที่สมเหตุสมผลปราศจากข้อสงสัยในความจริงอีกต่อไป 


  

1 ความคิดเห็น:

Unknown กล่าวว่า...

บรรยายได้ดี เห็นภาพเลยครับ

Post Top Ad

Your Ad Spot

หน้าเว็บ