The greatest discovery is the natural laws of human life. That everyone is equal Without choosing a social caste as the basis for determining humanity When the soul is the real person of man That accumulates knowledge from the mind with reasons And show his intention to act accordingly Would receive the result of Own action

Breaking

Post Top Ad

Your Ad Spot

วันศุกร์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2566

บทนำ สุนทรียศาสตร์บนสะพานไม้ครบุรี


Introduction: Aesthetics on the 100-Year-Old Kron-buri Wooden Bridge

คำสำคัญ เมืองครบุรี สะพานไม้ ๑๐๐ ปี สุนทรียศาสตร์ 

สารบาญ 
๑.บทนำ  
.สะพานไม้โบราณครบุรี 
๓.ความสำคัญเมืองครบุรี
๔.ที่มาของความรู้ 
๕.ความงามของสะพานไม้ครบุรีรู้ได้ใจตน 

๑.บทนำความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา

       มนุษย์ในยุคดิจิทัลกำลังเผชิญหน้ากับภาวะความเครียดอันเกิดจากวิถีชีวิตที่เร่งรีบและการแข่งขันเชิงธุรกิจ ภาวะดังกล่าวผลักดันให้เกิดการแสวงหาพื้นที่ทางเลือกเพื่อบำบัดและฟื้นฟู้จิตใจ สู่การเกิดรสนิยม "สุนทรียภาพเชิงอนุรักษ์" ในมิติวิชาการ สะพานไม้๑๐๐ปีครบุรี    ณ หมู่บ้านโคกกระชาย  ตำบลโคกกระชาย     อำเภอครบุรี  จังหวัดนครราชสีมา    ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างทางวิศวกรรมที่ใช้สัญจรข้ามผ่านกาลเวลาเท่านั้น หากแต่ดำรงฐานะเป็น "สื่อกลางทางสุนทรียศาสตร์" ที่สะท้อนร่องรอยทางประวัติศาสตร์ ขนบธรรมเนียมวิถีชีวิตและการปฏิสัมพันธ์อย่างกลมกลืน ระหว่างมนุษยกับธรรมชาติ 

       แต่ยังเป็นสื่อความงามอันทรงคุณค่า สะท้อนวิถีชีวิตของชาวบ้านโคกกระชายและหมู่บ้านใกล้เคียง  นอกจากนี้สะพานไม้ ๑๐๐ปี อำเภอครบุรี ยังสะท้อนภูมิปัญญาท้องถิ่น อันเป็นมรดกทางวัฒนธรรม และความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนกับธรรมชาติ    นับเป็นความทรงจำถึงความพยายามร่วมกันของชาวบ้านในการสร้างสะพานไม้แห่งนี้ เพื่อการใช้งานร่วมกัน การศึกษาความงามที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังทุกส่วนของสะพานไม้แห่งนี้ ถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการทำความเข้าใจมรดกทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นของชาวโคกกระชาย  

          หากย้อนไปในอดีต  พื้นที่บริเวณบ้านโคกกระชายประสบกับน้ำท่วมขังตลอดทั้งปี จนกระทั่งในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลที่๙) รัฐบาลได้ดำเนินโครงการพัฒนาชนบทและก่อสร้างเขื่อนลำพระเพลิง เพื่อบริการจัดการน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง  ส่งผลให้พื้นที่ลุ่มน้ำแปรเปลี่ยนเป็นทุ่งรวงทองอันอุดมสมบูรณ์ ทว่าเมื่อเส้นทางน้ำเก่า เริ่มตื้นเขิน และแปรสภาพ ชุมชนจึงได้ร่วมแรงร่วมใจเปลี่ยนไม้ยืนต้นในท้องถิ่นให้กลายเป็นทอดยาวของสะพานไม้ เพื่อเชื่อมโยงผู้คนสองฝั่งเข้าหากัน  สะพานไม้แห่งนี้จึงเสมือนอนุสรณ์สถานแห่งความเพียรพยายามร่วมกัน" (Collective Memory)  ของชุมชน   อย่างไรก็ดีในแง่ปรัชญาพุทธภูมิ และระเบียบวิธีวิจัย การรับรู้ความงามผ่านสิ่งจัดแสดงบนโลกออนไลน์ และการบอกเล่าปากต่อปาก ย่อมผ่านกระบวนการปรุงแต่งทางอารมณ์และอายตนะภายใน  ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเอนเอียง(อคติ๔) ได้  ผู้วิจัยจึงไม่ได้สยบยอมหรือ เชื่อถือต่อกระแสทัศนะเล่านั้นในทันที (ตามหลักกาลามสูตร) แต่ได้นำมาเป็นข้อตั้งข้อสงสัยเชิงวิชาการ  เพื่อลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ณ สถานที่จริง  ทำการรวบรวมหลักฐานเชิงประจักษ์ ทั้งทางกายภาพภูมิศาสตร์ และคำบอกเล่าของปราชญ์ท้องถิ่น  เพื่อนำมาวิเคราะห์และอนุมานความจริงอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ 

๒.ปรากฏการณ์ดิจิทัลกับความท้าทายทางสุนทรียภาพ

        ในปัจจุบัน เทคโนโลยี่สารสนเทศและการสื่อสารไร้พรหมแดนเข้ามามีบทบาทสำคัญ  ปรากฏการณ์แบ่งปันภาพถ่าย วีดีโอและบทรีวิวสุนทรียภาพของสะพานไม้รอยปีผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ได้ยกระดับสถานที่แห่งนี้ จากสะพานไม้ในชนบทสู่การเป็นหมุดหมายการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมระดับประเทศ การที่มนุษย์เดินทางมาเสพรับบรรยายกาศ ท้องฟ้าและสายน้ำ  ณ สะพานแห่งนี้ ย่อมให้เกิด "สุนทรียประจักษ์"ที่ช่วยขจัดอคติทางจิตใจ ชำระล้างความขุ่นมัว และสร้างบุคคลิกภาพที่สงบนิ่งมั่นคง ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลง ทางเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนชุมชน รอบข้างให้เจริญเติบโตอย่างก้าวกระโดด 

     คอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตสำหรับธุรกิจและอาชีพของตนเองได้ สะพานแห่งนี้มีชื่อเสียงเนื่องจากนักท่องเที่ยวใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพ บันทึกวีดีโอและเขียนรีวิวเกี่ยวกับสะพานไม้อายุ ๑๐๐ ปีแห่งนี้ และแชร์ออนไลน์ทำให้สะพานไม้อายุ ๑๐๐ ปีแห่งนี้  กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของประเทศไทย ผู้คนที่เดินทางผ่านอำเภอครบุรีมักมาเพลิดเพลินกับบรรยายกาศบนสะพานไม้อายุ ๑๐๐ ปีแห่งนี้ เพื่อผ่อนคลายและเพิ่มศักยภาพในชีวิต จิตใจที่บริสุทธิ์   ปราศจากอคติและความหม่นหมอง  บุคลิกภาพที่อ่อนโยน มั่นคง และไม่หวั่นไหวต่อปัญหาชีวิต  ช่วยคลายความเครียดจากธุรกิจที่วุ่ยวายและการทำงานที่ตรงเวลา  เมื่อภาพของสะพานไม้ครบุรีอายุ ๑๐๐ปี และภาพวีดีโอบันทึกท้องฟ้าสุดลูกหูลูกตาถูกบันทึกเป็นภาพนับพันและแชร์ออนไลน์  เมื่อผู้เขียนค้นหาคำว่า "สะพานไม้ร้อยปี" ใน Google พบการค้นหาถึง ๑๔ ล้านครั้ง   

         เมื่อนักท่องเที่ยวได้รู้จักสะพานไม้ครบุรี ๑๐๐ ปี และได้รวบรวมเรื่องราวของสะพานไม้แห่งนี้ เป็นหลักฐานทางอารมณ์ผ่านอายตนะภายใน และเก็บหลักฐานเป็นข้อมูลไว้ในจิตใจ พวกเขาใช้หลักฐานทางอารมณ์เป็นข้อมูลในการวิเคราะห์ โดยอนุมานความรู้ตามหลักเหตุผลและคาดคะเนความจริงเรื่องสะพานไม้ ๑๐๐ ปีแห่งนี้ พวกเขาใช้เหตุผล ซึ่งเป็นเครื่องมือของนักปรัชญา เพื่ออธิบายความจริงและถ่ายทอดเรื่องราวการมาเยือนสะพานไม้แห่งนี้ และความงดงามของสะพานไม้ครบุรี ๑๐๐ ปี เพื่อกระตุ้นจิตใจของผู้คนปราถนาชมความงดงามของสะพานไม้ครบุรี ๑๐๐ ปี   และอันเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของชุมชนบ้านโคกกระชาย เพื่อให้ชาวบ้านรายได้มหาศาลจากการขายอาหารและเครื่องดื่มให้แก่นักท่องเที่ยว 

         เมื่อผู้เขียนได้ยินชื่อเสียง ความสวยงาม และความพึงพอใจของผู้มาเยือนสะพานไม้ครบุรีอายุ  ๑๐๐  ปีผ่านโซเชียลมีเดีย ผู้เขียนก็ยังไม่เชื่อว่าเป็นเรื่องจริงทันที ผู้เขียนก็ยังคงสงสัยไว้ก่อน จนกว่าจะได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อพิสูจน์ความจริงในเรื่องนี้   อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนเลือกที่จะค้นหาความจริงต่อไป  โดยเดินทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริงของสะพานไม้แห่งนี้ ณ หมู่บ้านโคกกระชาย  ตำบลโคกกระชาย อำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา และรวบรวมหลักฐานเกี่ยวกับความงามของสะพานไม้ ๑๐๐ ปี      เมื่อได้หลักฐานเพียงพอแล้ว ผู้เขียนจะใช้หลักฐานเป็นข้อมูลในการวิเคราะห์โดยการอนุมานความรู้  หรือคาดคะเนความจริงจากหลักฐานดังกล่าว  เพื่อพิสูจน์ความจริง  โดยใช้เหตุผล ซึ่งเป็นเครื่องมือของนักปรัชญา ใช้ในการอธิบายความจริงในเรื่องนี้อย่างสมเหตุสมผล  

๓.แรงจูงใจและวัตถุประสงค์ในการวิจัยสุนทรียศาสตร์

            แรงจูงใจสำคัญในการรังสรรค์บทความวิชาการนี้ มิใช่เพียงการชื่นชมทางทัศนียภาพภายนอก หากแต่เป็นการ "ถอดรหัสความงามที่ซ่อยอยู่ภายใน" เพื่อตอบคำถามว่า คุณค่าที่แท้จริงของสะพานไม้ร้อยปีครบุรี คืออะไร ระหว่าเนื้อไม้ที่ผุพังไปตามกาลเวลา   หรือจิตวิญญาณแห่งความสามัคคีที่ค้ำจุนสะพานแห่งนี้ไว้ ?  การศึกษครั้งนี้มุ่งหมายที่จะใช้เหตุผลเชิงปรัชญา เป็นเครื่องมื่ออธิบายความจริง เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่า ความงามที่แท้จริงของสะพานไม้ครบุรี สามารถรับได้ด้วยใจตน อันปราศจากอคติ ซึ่งสอดคล้องกับหลักสมมติสัจจะและปรมัตถ์สัจจะในทางพุทธศาสนา  

๔.คุณค่าและประโยชน์ต่อวงการวิชาการ

              ผลลัพธ์จากวิเคราะห์บทความวิชาการชิ้นนี้ จะก่อให้เกิดประโยชน์คุณูปการใน ๒ มิติหลักคือ : ๑.มิติการประยุกต์ใช้เพื่อการพัฒนาจิตใจ : เป็นแนวทางให้นักวิชาการและผู้สนใจในการนำ "ระเบียบวิธีคิดเชิงปรัชญาพุทธภูมิ" ไปปรับใช้ใช้กับการประเมินค่าสิ่งแวดล้อม และศิลปวัฒนธรรมรอบตัว  เพื่อยกระดับจิตใจให้หลุดพ้นจากความเครียดในสังคมเมือง ๒. มิติวัดผลระดับบัณฑิตศึกษา(ปริญญาเอก)  กระบวนการตั้งคำถาม การลงพื้นที่สืบค้นหลักฐานและการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงอนุมานในบทความนี้  จะทำหน้าที่เป็น "รูปแบบวิธีวิจัยตัวอย่าง สำหรับนักศึกษาปริญญาเอกด้านปรัชญาและพุทธศาสนาในการสืบค้นความจริงขั้นปรมัตถ์ จากปรากฏการณ์ทางสังคม เพื่อสร้างสรรค์บทความที่ทรงคุณค่า สมเหตุสมผล และปราศจากความคลางแคลงใจในวิชาการสืบไป 




4 ความคิดเห็น:

Unknown กล่าวว่า...

สาธุครับ

Unknown กล่าวว่า...

ความอุสาหะของคนที่นั่นจริงๆนะครับ

สมใจ/อ๊อด กล่าวว่า...

อ่านแล้วได้รับความรู้ดีมาก

Unknown กล่าวว่า...

สาธุๆครับผม เป็นงานเขียนที่ดีมากครับ

Post Top Ad

Your Ad Spot

หน้าเว็บ