The greatest discovery is the natural laws of human life. That everyone is equal Without choosing a social caste as the basis for determining humanity When the soul is the real person of man That accumulates knowledge from the mind with reasons And show his intention to act accordingly Would receive the result of Own action

Breaking

Post Top Ad

Your Ad Spot

พระครูวิสุทธิมงคลบัณฑิต,ผศ.ดร.

รูปภาพของฉัน
ปรัชญาจารย์, วิปัสสนาจารย์ Blogger ปรัชญาพุทธภูมิ,

วันเสาร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

บทนำ สู่การมีอยู่ของลุมพินี , เป็นสถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้าในปรัชญาพุทธภูมิ

 บทนำ สู่การมีอยู่ของลุมพินี , เป็นสถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้าในปรัชญาพุทธภูมิ 
Introduction to  the Existence of Lumbini,    The  Birthplace of Buddha  in  Buddhaphumi Philosophy

ผู้แต่ง พระครูวิสุทธิมงคลบัณฑิต,ผศ.ดร.

๑.บทคัดย่อ

               บทความนี้มุ่งมิติทางประวัติศาสตร์และปรัชญาพุทธภูมิเกี่ยวกับ "สวนลุมพินี" ในสหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเนปาล    ในฐานะสถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้า  ซึ่งได้รับการรับรองเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมโดยองค์การยูเนสโก (UNESCO)  โดยทำการวิเคราะห์เชื่อมโยงระหว่างระหว่าง "สมมติสัจจะ" และ "ปรมัตถ์สัจจะ"  ผ่านหลักฐานในพระไตรปิฎก (ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย)  อรรถกถา เอกสารประวัติศาสตร์ พยานวัตถุเช่นเสาหินพระเจ้าอโศก วิหารมายาเทวี ตลอดจนบันทึกของพระภิกษุและการพิสูจน์ทางภูมิศาสตร์ยุคปัจจุบัน

ผลการศึกษาพบว่า สวนลุมพินีเป็นเขตป่าสาละ ธรรมชาติบนเส้นทางเชื่อมระหว่างกรุงกบิลพัสดุ์และกรุงเทวทหะ  ซึ่งมีอยู่ก่อนสมัยพุทธกาล ต่อมาได้รับการฟื้นฟู และสร้างเป็นสังเวชนียสถานโดยพระเจ้าอโศกมหาราช การพิจารณาความจริงเกี่ยวกับลุมพินี สร้างความเข้าใจในมิติเชิงโบราณคดีเท่านั้น    แต่ยังเป็นกระบวนการทางตรรกะวิทยาและปรัชญาที่ใช้วิธีการอนุมานความรู้จากหลักฐานอย่างสมเหตุสมผล  ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อพระวิทยากรในการเผยแผ่ศาสนา และเป็นแนวทางในการศึกษาวิจัยเชิงปรัชญา พุทธศาสตร์และนิติศาสตร์ในระดับบัณฑิตศึกษาเช่นกัน 

๑.บทนำ (Intruduction) 

          ลุมพินี สถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้าของพระพุทธเจ้าศากมุนี ตั้งอยู่ในเขตสหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเนปาลในปัจจุบัน นับเป็นประวัติศาสตร์สำคัญที่ได้รับการยอมรับอย่างสูงจากนักประวัติศาสตร์ นักโบราณคดี  ตลอดจนนักวิชาการและนักปรัชญาทั้งฝ่ายเถรวาทและมหายาน จนกระทั่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมโดยองค์การยูเนสโก (UNESCO)  

อย่างไรก็ดี การศึกษาสถานที่ประสูติตามปรัชญาพุทธภูมิ มิได้จำกัดอยู่เพียงมิติทางโบราณคดีหรือกายภาพเท่านั้น หากยังแฝงไว้ด้วยมิติทางปรัชญาอันลึกซึ้ง ซึ่งถือเป็นความท้าทายสำหรับพระภิกษุสงฆ์ นักตรรกวิทยา และผู้ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ในการใช้เหตุผลอธิบายเชื่อมโยงระหว่าง "สมมติสัจจะ" (ความจริงเชิงสมมติในทางโลก) และ "ปรมัตถ์สัจจะ" (ความจริงขั้นสูงสุด) การเข้าใจความสัมพันธ์ของสัจจะทั้งสองนี้ มีเป้าหมายสำคัญเพื่อพัฒนาศักยภาพชีวิตของผู้คน ให้ตระหนักรู้ความจริงของโลก และเรียนรู้วิถีปฏิบัติเพื่อนำจิตวิญญาณให้หลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิดในสังสารวัฏ

๒.ประวัติความเป็นมา (Historical   Background)

  จากการศึกษาประวัติศาสตร์แคว้นกาสีในพระไตรปิฎกและอรรถกถา พบว่า ในรัชสมัยพระเจ้าโอกกากราช    พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์ ผู้ปกครองกรุงโพตลี (หรือสาเกตุ)  เนื่องจากพระเจ้าโอกกากราชทรงอภิเษกสมรสสองครั้ง เมื่อพระมเหษีองค์ที่สองประสูติกาลพระราช โอรส พระองค์จึงทรงตัดสินพระทัยพระราชทานให้พระราชโอรสองค์ใหม่ขึ้นครองราชย์สมบัติ ตามที่พระองค์ทรงให้คำสัญญาแก่พระราชินีพระองค์ใหม่ 

                เมื่อสถานการณ์ทางการเมืองในอาณาจักรโกลิยะเปลี่ยน แปลงไป  พระเจ้าโอกกากราชทรงเนรเทศพระราชโอรสและพระราชธิดาซึ่งประสูติจากพระราชินีกษัตรีย์พร้อมด้วยชาวเมืองโพตลีกลุ่มหนึ่ง อพยพไปสร้าง "กรุงกบิลพัสดุ์"ในป่าสักกะอันกว้างใหญ่(จึงได้ชื่อว่า "ศากยะวงศ์" ต่อมาภายหลัง พระเชษฐภคีนีได้อภิเษกสมรสกับพระเจ้าโอตตาระ (หรือกษัตริย์เมืองอื่น) และร่วมกันสถาปนากรุงเทวทหะ โกลิยวงศ์)  ทั้งสองพระราชวงศ์จึงเป็นพระญาติกัน   ประชาชนจากทั้งสองอาณาจักร มักมาเยี่ยมเยียนกัน และแวะพักผ่อนระหว่างทางที่"ลุมพินี" ซึ่งเป็นเขตป่าสาละธรรมชาติ บนเส้นทางจากกรุงกบิลพัสดุ์ไปยังกรุงเทวทหะ 

            เกี่ยวกับต้นกำเนิดของสถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้านั้น เมื่อผู้เขียนได้ศึกษาหลักฐานในพระไตรปิฎกมหาจุฬาลงกรณ อรรถกถา เอกสารทางวิชาการอื่น ๆ    พยานวัตถุและแผนที่โลกของกูเกิล    ผู้เขียนพบว่า ลุมพินี สถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้ามีมาก่อนสมัยพุทธกาลแล้ว หลักฐานนี้ ชี้ชัดว่า สถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้าอยู่ที่สวนลุมพินี  อย่างไรก็ตาม พยานบุคคลซึ่งเป็นประจักษ์พยานยืนยันการมีอยู่จริง ของสถานที่ประสูติและสามารถยืนยันความจริงในเรื่องนี้ได้ พวกเขามักจะสูญหายไปพร้อมความตายแล้ว  และไม่มีค้นคว้าวิจัยอย่างต่อเนื่อง เพื่ออนุรักษ์สถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้าไว้ ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาและเรียนรู้เกี่ยวกับสถานที่ดังกล่าวได้

                     ในปีพ.ศ. ๑๓๙ หรือ๓๐๔ ก่อนคริสตกาล พระเจ้าอโศกมหาราชประสูติที่เมืองบิปผลิวัน และในปีพ.ศ.๑๗๕  พระองค์ทรงขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์ปกครองอาณาจักรโมริยะได้ หลังจากครองราชย์ได้  ๒๐ พรรษา  พระองค์ทรงตัดสินใจ ที่จะเสด็จจาริกแสวงบุญไปยังสวนลุมพินี สถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้า โดยพระองค์ทรงเชื่อว่าเมื่อพระองค์เสด็จสวรรคตแล้ว  พระวิญญาณของพระองค์จะไปประสูติในสวรรค์ชั้นฟ้า เมื่อพระเจ้าอโศกมหาราชเสด็จจาริกแสวงบุญจากเมืองปัฏตาลีบุตรไปยังสวนลุมพินี ซึ่งเป็นสถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้า ซึอยู่ในแคว้นสักกะ และพระองค์ประทับอยู่ที่สวนลุมพินี เป็นเวลาหลายวันเพื่อถวายสักการะบูชาพระพุทธเจ้า  หลังจากนั้นพระเจ้าอโศกมหาราชทรงสร้างวิหารมายาเทวีและเสาอโศก    เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานและรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของเจ้าชายสิทธัตถะ ผู้ทรงสละวรรณะกษัตริย์ และปราสาท ๓ ฤดู ในเขตพระราชวังกบิลพัสดุ์  เพื่อแสวงหาความจริงของชีวิตมนุษย์ เมื่อพระองค์ทรงตั้งข้อสงสัยว่าพระพรหมสร้างมนุษย์จากพระวรกายของพระองค์ตามที่พราหมณ์อารยันสอนไว้หรือไม่ ?  หรือชีวิตมนุษย์ตายแล้วสูญจริงตามคำสอนของพราหมณ์บางกลุ่มหรือไม่  ดังนั้น สถานที่ประสูติแห่งนี้  จึงกลายเป็นสถานศักดิ์สิทธิในพระพุทธศาสนา เป็นสถานที่แสวงบุญที่ผู้คนทั่วโลกควรไปแสวงบุญอย่างน้อยหนึ่งครั้งในชีวิต 
         
        ในยุคปัจจุบัน ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ได้ก้าวหน้าขึ้น นักโบราณคดีสามารถใช้ความรู้นี้  เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานที่ประสูติที่บันทึกไว้ในพระไตรปิฎกมหาจุฬา ฯ และเพื่อรวบรวมหลักฐานทางโบราณคดีเพิ่มเติม ในพื้นที่สวนลุมพินี เช่น โบราณสถานวัดมายาเทวี เสาหินอโศก ในด้านภูมิศาสตร์ แผนที่โลกกูเกิลได้ระบุสถานที่ตั้งของวัดมายาเทวี (Maya Devi Temple ลุมพินี)  ในสวนลุมพินีได้อย่างชัดเจน  ผู้เขียนพบหลักฐานว่าสวนลุมพินี ตั้งอยู่ห่างจากแม่น้ำโรหิณี (Rohini River)  ซึ่งเป็นพรมแดนแบ่งเขตแดนระหว่างแคว้นสักกะกับแคว้นโกลิยะประมาณ ๓๗.๙ กิโลเมตร และห่างจากวัดกัลยามัย (kanyamai temple) นักโบราณคดีเชื่อว่าวัดแห่งนี้เคยเป็นพระราชวังโบราณ ซึ่งเป็นสถานที่ประสูติของพระราชินีประชาบดีโคตตรมี พระมารดาบุญธรรมของพระพุทธเจ้าศากยมุนี ห่างออกไปประมาณ ๔๓.๘ กิโลเมตร 

             สวนลุมพินีในอาณาจักรสักกะ เป็นสถานที่พักผ่อนของกองคาราวานขนส่งสินค้า ปริพาชกผู้แสวงหาสัจธรรม และกองทัพแห่งราชวงศ์ศากยะและราชวงศ์โกลิยะ ลุมพินีมีเนื้อที่ขนาดใหญ่ปกคลุมด้วยป่าสาละ มีธารน้ำใต้ดิน ๒ แห่ง ลำธารหนึ่งร้อนและลำธารอีกแห่งหนึ่งเย็น ไหลจากพื้นดินขึ้นสู่ท้องฟ้าและไหลลงสู่สระโปกขรณีเพื่อให้นักเดินทางได้ดื่มและอาบน้ำในป่าสาละแห่งนี้ ในสมัยสวนลุมพินีเป็นสถานที่พักผ่อนของนักเดินทางระหว่างสองเมือง ในยุคก่อนพุทธกาลต่อมาสวนลุมพินี กลายเป็นสถานที่สำคัญในประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนา เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะแห่งราชวงศ์ศากยะประสูติจากพระครรภ์ของพระนางมายาเทวี ณ. สถานที่แห่งนี้เมื่อ ๘๐ ปีก่อนพุทธศักราช ๑
  
               เมื่อพระชนมายุ ๒๙ พรรษา เจ้าชายสิทธัตถะทรงเสด็จออกผนวชเป็นพระโพธิสัตว์ เพื่อแสวงหาความจริงของชีวิต และหนทางปฏิรูปสังคมในแคว้นสักกะ พระองค์ทรงใช้เวลา  ๖ ปีในการพัฒนาศักยภาพของชีวิตด้วยการปฏิบัติตามมรรคมีองค์ ๘   จนกระทั่งพระองค์ทรงตระหนักตรัสรู้ด้วยญาณทิพย์เหนือมนุษย์ทุกคนว่าหลังความตายลงไป วิญญาณของมนุษย์ทุกคนจะเกิดในภพภูมิอื่น   เมื่อกลับมาเกิดใหม่บนโลก  มนุษย์  ก็ปฏิสนธิในครรภ์มารดาและเจริญเติบโตเป็นเวลา ๙ เดือน และกลับมาเกิดใหม่บนโลกมนุษย์  ก็คลอดจากครรภ์มารดา เกิดเป็นมนุษย์ใหม่ที่มีชื่อและนามสกุลใหม่ ดังนั้นพระพรหมจึงไม่ได้สร้างมนุษย์จากพระวรกายของพระองค์   ดั่งคำสอนของพราหมณ์อารยันแต่อย่างใด 

           สวนลุมพินีกลายเป็นสถานที่แสวงบุญสำหรับชาวพุทธทั่วโลก เพราะก่อนที่พระองค์จะเสด็จปรินิพพานนั้น พระพุทธเจ้าได้ทรงสั่งสอนพระอานนท์และพระสาวกของพระองค์ว่า เมื่อพระองค์ปรินิพพานแล้วพวกท่านควรพระธรรมวินัยของเรา  เป็นศาสดาของพวกเธอต่อไป และหากผู้ใดเคารพบูชาเรา (พระพุทธเจ้าศากยมุนี) ด้วยศรัทธา ให้เดินทางไปสู่สังเวชนียสถานทั้ง๔ เพื่อปฏิบัติบูชาแล้ว เมื่อตายลงไป   ดวงวิญญาณจะไปเกิดบนโลกสวรรค์    ทำให้สวนลุมพินีกลายเป็นสถานศักดิ์สิทธิ์ในพระพุทธศาสนาเนื่องจากเป็น ๑ ใน ๔ ของสังเวชนียสถาน         
  
            เมื่อผู้เขียนได้ยินเรื่องราวของสวนลุมพินีเป็นสถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้าแล้ว หากผู้เขียนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับความจริงของสวนลุมพินี สถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้า ของตนเองโดยใช้เหตุผล ซึ่งเป็นเครื่องมือของนักปรัชญาในการอธิบายความจริงของเรื่องนี้  ผู้เขียนคงมีความคิดเห็นเช่นเดียวกับพราหมณ์นักตรรกศาสตร์และนักปรัชญาในสมัยพุทธกาลในการอธิบายความจริง บางครั้งอาจใช้เหตุผลอย่างถูกต้อง  บางครั้งใช้เหตุผลไม่ถุกต้อง บางครั้งใช้เหตุผลในลักษณะนี้ หรือบางครั้งอาจใช้เหตุลในลักษณะนั้นบ้าง  เป็นต้น  เมื่อการใช้เหตุผลของนักตรรกศาสตร์และนักปรัชญาคลุมเครือและไม่ชัดเจนแล้ว   วิญญูชนเช่นเจ้าสิทธัตถะได้ยินเหตุผลอธิบายความจริงย่อมสงสัยในข้อเท็จจริงนั้น 

            ดังนั้นเมื่อได้ข้อเท็จจริงของคำตอบเกี่ยวกับความจริงของวัดมายาเทวี ซึ่งเป็นสถานที่ประสูติของพระศากยมุนีพุทธเจ้า (Lumbini, The Exactly  Birthplace of Buddha)  ตั้งอยู่ในสหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเนปาลนั้นหรือเรื่องใดเรื่องหนึ่ง  พระพุทธเจ้าทรงสอนว่าเราไม่ควรเชื่อทันทีว่าเป็นความจริงทันที เราควรสงสัยไว้ก่อน จนกว่าผู้เขียนจะได้ตรวจสอบความจริงเกี่ยวกับลุมพินีเป็นสถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้า และรวบรวมหลักฐานต่าง ๆ เช่น พระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬา ฯ  อรรถกถาและบันทึกของพระภิกษุชาวจีนหลายท่าน ที่เดินทางมาคัดลอกพระไตรปิฎกในอนุทวีปอินเดีย  พยานวัตถุได้แก่เสาหินอโศก      และโบราณสถานสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช เมื่อมีหลักฐานเพียงพอ ก็จะใชหลักฐานมาวิเคราะห์โดยอนุมานความรู้จากหลักฐานต่างๆ เพื่อพิสูจน์ความจริง โดยใช้เหตุผลมาอธิบายความจริงของคำตอบในเรื่องลุมพินีเป็นสถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้า 

      บทความนี้จะเป็นประโยชน์แต่พระวิทยากรรุ่นต่อไปที่สามารถใช้เป็นข้อมูลเบื้องต้นในการบรรยายเรื่อง ลุมพินีสถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้า เพื่อให้เนื้อหาของความรู้ในเรื่องนี้เป็นไปในทิศทางเดียวกันและวิธีพิจารณาความปรัชญา  เพื่อวิเคราะห์โดยอนุมานความรู้จากพยานหลักฐานต่าง ๆเพื่อหาเหตุผลมาอธิบายความจริงของคำตอบนั้น จะเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาดุษฎีนิพนธ์ของนิสิตระดับปริญญาโทและปริญญาเอกในสาขาพระพุทธศาสนา ปรัชญาและนิติศาสตร์ เป็นต้น เพื่อใช้เป็นแนวทางการเขียนวิจัย ที่ต้องวิเคราะห์หลักฐานโดยการอนุมานความรู้เพื่อหาเหตุผลอธิบายความจริงของคำตอบ ก็จะเป็นความรู้ผ่านเกณฑ์ตัดสินอย่างสมเหตุสมผล    ไม่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับความจริงของคำตอบในเรื่องต่อไป 

4 ความคิดเห็น:

Unknown กล่าวว่า...

พออ่านแล้วก็ได้เปิดหูเปิดตา.... มากขึ้น

PhrakruWisutthimongkolbadit (Yuthana Pulperm) กล่าวว่า...

สาธุ

PhrakruWisutthimongkolbadit (Yuthana Pulperm) กล่าวว่า...
ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ
PhrakruWisutthimongkolbadit (Yuthana Pulperm) กล่าวว่า...

อาจารย์เขียนเท่าที่จำได้

Post Top Ad

Your Ad Spot

หน้าเว็บ