Subjective beauty theory of the aesthetics in Lumbini Park , the birthplace of the Buddha.
๔.ทฤษฎีความงามเชิงอัตวิสัยในสุนทรียศาสตร์
เมื่อจิตใจมนุษย์นั้นควบคุมได้ยาก โดยธรรมชาติ เปลี่ยนแปลงได้ง่าย และมีแนวโน้มที่จะแสวงหาอารมณ์ที่ปรารถนา นี่ถือเป็นคุณลักษณะที่ดีเพราะจิตใจที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี จะนำไปสู่ความสุข พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน (The royal institute dictionary) พ.ศ. ๒๕๕๔ นิยาม "สุนทรียศาสตร์" เป็นสาขาหนึ่งของปรัชญาที่เกี่ยวข้องกับความงาม และสิ่งสวยงามในธรรมชาติและศิลปะ ดังนั้น คำว่า"สุนทรียศาสตร์" จึงหมายถึง "ความงามในธรรมชาติหรือศิลปะที่ทุกคนสามารถเข้าใจและรับรู้ได้ ความเข้าใจ และความรู้สึกของแต่ละคนที่มีต่อความงามในธรรมชาติหรือศิลปะ เป็นต้น
ตามคำจำกัดความนี้ สุนทรียศาสตร์คือความรู้ของมนุษย์บางคนที่เราเรียกว่า "นักปรัชญา" ชีวิตมนุษย์ประกอบด้วยปัจจัยทางร่างกายและจิตใจ หากขาดร่างกายหรือจิตใจไปซึ่งเป็นส่วนสำคัญของชีวิต ชีวิตมนุษย์ก็ไม่อาจดำเนินต่อไปได้ หากขาดจิตวิญญาณไป ชีวิตมนุษย์ก็จะเสื่อมถอยลง เพราะไม่มีจิตวิญญาณคอยดูแลร่างกายอีกต่อไป หากปราศจากร่างกายของบุคคลที่เรียกว่า "มารดา" จิตวิญญาณก็ไม่อาจถือกำเนิดขึ้นในครรภ์มารดาได้ จิตใจของแต่ละคนต้องพึ่งพาร่างกายในการรับรู้ความงามในธรรมชาติหรือศิลปะ เมื่อรับรู้แล้ว จิตใจของมนุษย์จะรับประสบการณ์เหล่านี้เป็นข้อมูลทางอารมณ์ที่สั่งสมอยู่ในจิตใจ อารมณ์เหล่านั้นจะถูกพิจารณาไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งเกิดความเข้าใจว่า ความงามในธรรมชาติหรือศิลปะ เป็นสภาวะที่เกิดขึ้น มันคงอยู่ชั่วระยะเวลาหนึ่งก่อนที่จะจางหายไป เมื่อมีความรู้สึกพึงพอใจจากการยึดติดกับอารมณ์ที่ไม่จีรัง ก็จะเบื่อหน่ายกับการมองความงามของสิ่งเหล่านั้นหรือศิลปะนั้น ๆ เมื่องานศิลปะเหล่านั้นถูกมองว่าไม่สวยงาม
ตามพจนานุกรมราชบัณฑิตยสถานพ.ศ.๒๕๕๔ นิยามคำว่า "สุนทรียศาสตร์" คือผู้เขียนตีความสุนทรียศาสตร์ว่า เป็นสาขาหนึ่งของปรัชญา ที่มุ่งศึกษาปัญหาความงามในธรรมชาติหรือศิลปะของมนุษย์ กล่าวคือ เมื่อปรัชญา คือ ความรู้และความจริงที่เป็นของมนุษย์ เมื่อสุนทรียศาสตร์เป็นสาขาหนึ่งของปรัชญา สุนทรียศาสตร์ย่อมนำแนวคิดเชิงปรัชญามาด้วย เมื่อพิจารณาเหตุผลผ่านทฤษฎีความรู้ จะทำให้ความรู้มีความสมเหตุสมผลและปราศจากข้อสงสัยเกี่ยวกับความงามอีกต่อไป
ดังนั้นสุนทรียศาสตร์จึงเป็นหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับว่าหลักการแห่งความรู้และความจริงของความงาม เช่น ความงามในธรรมชาติและศิลปะ เป็นต้น มนุษย์ใช้เหตุผลอธิบายต้นกำเนิดของหลักความรู้และความงามที่เกิดขึ้นในจิตใจของมนุษย์ เกณฑ์ในการตัดสินของความงาม ต้องสมเหตุสมผลและปราศจากข้อสงสัยใด ๆ เกี่ยวกับความงามนั้น อย่างไรก็ตาม ความงามของสรรพสิ่งย่อมมีความสมบูรณ์แตกต่างกันไป จำเป็นต้องใช้ความคิดเห็นของนักปรัชญาหลายท่าน เพื่อตัดสินว่าสิ่งใดมีค่าที่สุดในแง่ของความงาม ดังนั้น จึงมีทฤษฎีเกี่ยวกับความงามมากมาย เป็นเรื่องของเหตุผลที่กำหนดความงามที่สมบูรณ์แบบที่สุดของสรรพสิ่ง และจากเหตุผลต่าง ๆ ที่ผู้ตัดสินความงามได้ให้ไว้ สิ่งนั้นจึงเป็นงดงามที่สุดในยุคนั้น
ในการเขียนบทความลงใน Bloggerของผู้เขียนนั้น ผู้เขียนอยากจะพูดคุยเกี่ยวกับทฤษฎีความงามเชิงอัตวิสัย ซึ่งกล่าวว่า "ความงามไม่ได้อยู่ที่สิ่งใดในโลก แต่ขึ้นอยู่กับจิตใจของมนุษย์เอง "
ตามทฤษฎีนี้ เราสามารถอนุมานได้ว่า ความงามของสิ่งใดในโลกขึ้นอยู่กับจิตวิญญาณของมนุษย์ ซึ่งรับรู้ (ประสบการณ์ทางประสาทสัมผัส) เหตุการณ์ต่าง ๆ ในชีวิตผ่านอายตนะภายในร่างกาย และสั่งสมประสบการณ์เหล่านี้ไว้เป็นข้อมูลทางอารมณ์ในจิตใจ อย่างไรก็ตาม ธรรมชาติของจิตใจมนุษย์ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการรับรู้ (ประสบการณ์ทางประสาทสัมผัส) และการรวบรวมข้อมูลทางอารมณ์เท่านั้น ยังรวมถึงธรรมชาติของการคิดด้วย เมื่อบุคคลรู้สิ่งใดสิ่งหนึ่ง จิตใจของจะพิจารณาและแสวงหาความรู้เกี่ยวกับสิ่งนั้น ซึ่งเรียกว่า "เวทนา" (ความรู้สึก) ความรู้นี้ได้มาจากการอนุมานจากข้อมูลนั้น โดยใช้เหตุผลซึ่งเป็นเครื่องมือที่นักปรัชญาใช้เพื่ออธิบายบริบทของเรื่องนั้น ๆ บุคคลนั้น อาจรู้สึกพึงพอใจหรือไม่พึงพอใจในสิ่งนั้นก็ได้
กล่าวอีกนัยผู้เขียนได้สัมผัสความงามของสวนลุมพินี สถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้าในประเทศเนปาลเป็นครั้งแรก เมื่อปี ค.ศ. ๒๐๐๒ การเดินทางไปยังสวนลุมพินีเป็นส่วนหนึ่งของโครงการต้อนรับนักศึกษาใหม่จากมหาวิทยาลัย ๓ แห่งในเมืองพาราณสี รัฐอุตตรประเทศ สาธารณรัฐอินเดีย ในเวลานั้นถนนหนทางยังไม่เจริญก้าวหน้าเท่าปัจจุบัน ชีวิตของผู้คนทั้งสองฝั่งของด่านตรวจคนเข้าเมืองระหว่างทางไปลุมพินีสถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้าย่ำแย่กว่าในประเทศไทย อย่างไรก็ตาม เราไม่จำเป็นต้องคิดแทนพวกเขาเพราะเป็นหน้าที่ของพวกเขาที่จะใช้ปัญญาแก้ไขปัญหาชีวิต และพัฒนาจิตใจก่อนที่จะพัฒนาวัตถุ แม้ว่าพวกเขาจะใช้ชีวิตแบบนั้น แต่พวกเขาก็มีความสุขกับสิ่งที่ตนมี
๔.๑. มีสวนลุมพินี เป็นสถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้า เป็นสมบัติภายนอก เป็นสถานที่อันทรงคุณค่าในประวัติศาสตร์พุทธศาสนาเพราะเป็นสถานประสูติของเจ้าชายสิทธัตถะ ต่อมาพระองค์ทรงผนวชเป็นพระโพธิสัตว์เพื่อแสวงหาความจริงของชีวิต นั่นคือพระพรหมและพระอิศวรทรงสร้างมนุษย์และวรรณะนั้น เป็นความจริงตามคำสอนของพราหมณ์อารยันหรือไม่ หลักการปฏิบัติเพื่อบรรลุความจริงนี้คืออะไร ? ขณะที่พระองค์ทรงพัฒนาศักยภาพชีวิตในหลาย ๆ ด้าน พระองค์ทรงได้ค้นพบอริยมรรคมีองค์ ๘ และทรงปฏิบัติธรรมจนบรรลุถึงระดับความรู้แห่ง "อภิญญา ๖ " ดวงวิญญาณของพระองค์ ก็ทรงหลุดพ้นจากวัฏจักรแห่งการเกิดและการตาย และเข้าสู่ปรินิพพาน
๔.๒.ลุมพินีเป็นสถานที่ประกอบพิธีบูชาอันยิ่งใหญ่ ที่ชาวพุทธควรมาสักการะบูชาเพื่อชำระล้างกรรมและความทุกข์ทางใจ สิ่งนี้จะขจัดความเครียด ความเกลียดชัง และความเครียดแค้นฝังลึกอยู่ในใจเพื่อชีวิตที่ดีขึ้นทั้งในโลกนี้และโลกหน้า อย่างไรก็ตาม การปฏิบัติบูชาจะช่วยขจัดความโกรธ ความเกลียดชัง และความหลงผิด ซึ่งเป็นสภาวะทางจิตที่ก่อให้เกิดให้เกิดความทุกข์ในชีวิต ดีกว่าผู้ที่ไม่รู้จักพัฒนาชีวิตของตนเอง เมื่อหวนรำลึกถึงสมัยพระเจ้าสุทโธทนะ กษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ ผู้ครองอาณาจักรสักกะ บนเส้นทางสัญจรระหว่างเมืองต่าง ๆ เป็นระยะทาง ๑๐๙.๕ กิโลเมตร สวนลุมพินีตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่างเมืองหลวงสำคัญสองแห่งคือ เมืองกบิลพัสดุ์กับเมืองเทวทหะซึ่งเป็นเมืองหลวงใหญ่สองแห่ง ก่อนสมัยพุทธกาล มีบันทึกเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์พุทธศาสนาไว้อย่างยาวนาน ปรากฏในพระไตรปิฎกมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยทั้งภาษาบาลีและภาษาไทย
ในฤดูร้อนเดือนเมษายน วันเพ็ญเดือนหกย้อนกลับไปกว่า ๒,๕๐๐ ปี นาข้าวที่ราชวงศ์ศากยะเคยใช้เพื่อเพื่อการเกษตรถูกเก็บเกี่ยวจนหมดสิ้น เหลือเพียงตอซังแห้ง ทุ่งนาสีเหลืองสดใสเรียงรายเป็นแถวสีเดียวกันตลอดเส้นทาง สายตาเรามองเห็นกลุ่มคนกำลังเร่งรีบจากเมืองกบิลพัสดุ์ไปยังเมืองเทวทหะ เมืองในแคว้นโกลิยะห่างออกไป ๑๐๙.๕ กิโลเมตร กองคาราวานประกอบด้วยผู้คน เกวียน ช้าง ม้าและวัว หลังจากเดินทางไกลไปถึง ๕๕ กิโลเมตร ร่างกายของผู้คนที่เดินทางมานาน ก็เริ่มเหนื่อยล้าจากการเคลื่อนไหวร่างกายอย่างต่อเนื่อง ในที่สุดการเดินทางก็มาถึงสวนลุมพินี ดินแดนแห่งป่าสาละอันงดงามในเดือนพฤษภาคมของทุกปี โลกของสวนลุมพินีอยู่ใกล้ชิดกับเทพเจ้าแห่งดวงอาทิตย์ ผู้ประทานแสงสว่าง ให้มนุษย์หล่อเลี้ยงชีวิตด้วยอาหาร เพราะมีธารน้ำใต้ตินไหลมาจากเทือกเขาหิมาลัยอันอุดมสมบรูณ์ เนื่องจากป่าไม้ต่าง ๆ ดูดซับน้ำในฤดูฝน
เมื่อ ๒๖๐๐ ปีก่อน ขณะน้ำไหลลงสู่ที่ราบลุ่มแห่งสวนลุมพินี ลำธารก็ปรากฏขึ้น พุ่งสู่ท้องฟ้าไกลโพ้นและไหลลงสู่เบื้องล่าง พื้นลุมพินีให้เย็นสบาย เป็นภาพที่สดชื่นสำหรับนักเดินทางที่กำลังทุกข์ทรมานและเหนื่อยล้าจากการเดินทาง เส้นทางมิได้ราบรื่นอย่างที่คิด มีหลุมบ่อชำรุดและขรุขระ เมื่อถึงสวนลุมพินีอันน่ารื่ยรมย์ พวกเขาจะมองกระแสน้ำเย็นและกระแสน้ำร้อนก็พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ซัดสาดร่างกายที่อ่อนล้า ผ่อนคลายจิตใจด้วยการอาบน้ำ ดื่ม กิน ชำระล้างร่างกายเติมความสดชื่นและเติมเต็มจิตใจ นี่คือความรู้สึกของจิตใจที่สัมผัสกับความอัศจรรย์ของชีวิต ผู้ใดที่ได้สัมผัสกับความมหัศจรรย์ของชีวิต จะสามารถข้ามพ้นความวิตกกังวลและวิจารณ์ สามารถรู้สึกได้ถึงความปิติและความสุขภายในจิตใจที่ไม่มีใครสามารถแบ่งปันหรือจะรับความสุขนั้นแทนกันได้
จากจุดเล็กๆในลุมพินี สถานที่ประสูติของเจ้าชายสิทธัตถะแห่งราชวงศ์ศากยะนั้น บัดนี้กลายเป็นอนุสรณ์สถานแห่งความรู้แจ้งอันทรงคุณค่ามหาศาลแก่มวลมนุษยชาติ เมื่อพระพุทธองค์ทรงประทานธรรมะแก่มวลมนุษยชาติ พระองค์จึงทรงยกย่องสวนลุมพินีให้เป็นหนึ่ง ใน ๔ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ พระองค์เสด็จมาบังเกิดในโลกนี้ เป็นชีวิตที่พระองค์ทรงเลือกเกิดในฐานะผู้นำด้านจิตวิญญาณ และพระอริยบุคคล ทรงชักนำผู้คนที่เหนื่อยล้าจากการเดินทางตลอดวัฏจักรแห่งการเวียนว่ายตายเกิด มายังลุมพินีด้วยศรัทธาเพื่อปฏิบัติบูชาตามพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า เมื่อความสุขจากทรัพย์สมบัติภายนอกไม่อาจบรรลุถึงจุดมุ่งหมายแห่งความสงบสุขของชีวิตได้ แม้ว่าทรัพย์สมบัติจะเป็นหลักประกันและทำให้เรามีความสุขจากการใช้จ่ายได้ แต่มันเป็นเพียงความสุขชั่วคราว ความมั่งคั่งที่ได้มาด้วยการเสียสละเลือดเนื้อและสุขภาพของตน เราก็ต้องใช้ทรัพย์สมบัติ เพื่อรักษาสุขภาพที่สูญเสียไป ซึ่งเกิดจากการทำงานหนัก ความเครียด และความรีบเร่งตลอดชีวิต เป็นต้น
๕.การปฏิบัติบูชา
เหตุใด มหาชนทั่งทุกมุมโลกจึงหลั่งไหลมายังสวนลุมพินี สถานที่ประสูติของพระบรมศาสดา คำตอบไม่ใช่เพียงเพราะการมาเยือนสถานที่ทางประวัติศาสตร์ แต่คือการกลับมาสู่จุดกำเนิด แห่ง "ความหวังและการตื่นรู้ " ในสถานที่ศักดิ์สิทธิทางพุทธศาสนาและเงียบสงัดแห่งนี้ พลังแห่งธรรมชาติ และกระแสพระเมตตากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ของพระบรมศาสดา ได้เกื้อหนุนจิตใจที่บอบซ้ำของมนุษยชาติที่บอบช้ำจากโลกภายนอกได้พบกับที่พึ่งอันเกษม
เมื่อชีวิตเผชิญมรสุม : เหตุใดเราต้องปฏิบัติบูชาในโลกปัจจุบัน ที่มนุษย์ต้องแบกภาระอันหนักอึ้ง ไม่ว่าจะเป็นความล้มเหลวทางธุรกิจที่ยืดเยื้อ ภาวะทางสังคมที่เสื่อมถอย และหรือความตึบตันในการเลี้ยงดูบุตรหลานที่หลงผิดไปกับอบายมุข จนต้องสูญเสียทรัพย์สินเงินทองเกือบทั้งหมดเพื่อชดใช้หนี้ ความทุกข์เหล่านี้ล้วนเกิดขึ้นจากใจเราไป" ยึดมั่นถือมั่น" ในสิ่งสิ่งไม่เที่ยงแท้
การปฏิบัติบูชา ณ สวนศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ คือการน้อมกายและใจมาฝึกฝน เพื่อหลุดวงจรแห่งความทุกข์ :
๑.การปล่อยวางผ่านวิเวก :ในท่ามกลางหมู่ไม้ในสวนรุกขชาติ จิตจะสงบง่ายขึ้น เมื่อหยุดใจฟุ้งซ่าน เราจะเริ่มมองเห็นความสูญเสียในอดีต คือบทเรียนและการยึดติด คือโซตรวจที่ล่ามเราไว้ ไว้กับความเศร้า
๒.การสร้างปัญญาเพื่อแก้ปัญหา : เมื่อปฏิบัติธรรมจนจิตเป็นสมาธิ ปัญญาก็จะเกิดขึ้นเปรียบเสมือนแสงสว่างที่ส่องให้เห็นทางออกของธุรกิจหรือการจัดการชีวิตที่เคยมืดแปดด้าน
๓.การแผ่เมตตาเปลี่ยนพฤติกรรม สำหรับครอบครัวที่เผชิญปัญญาเด็กยากสอน การปฏิบัติบูชาจะช่วยขัดเกลาจิตให้ผู้ปกครองให้เปี่ยมด้วยเมตตาและสติ
การปฏิบัติบูชาในสถานที่สำคัญทางพุทธศาสนามักนำความงดงามมาสู่ชีวิตของผู้เขียน เพราะเปี่ยมไปด้วยความปิติเสมอเมื่อผู้เขียนได้มาสัมผัสสวนลุมพินีสถาน สถานที่อันน่ารื่นรมย์แห่งนี้ และใคร่ครวญถึงความรู้ที่สั่งสมมาจากประสบการณ์ชีวิตจากการสักการะบูชามากมายในอดีต จิตวิญญาณของผู้เขียนเปี่ยมล้นไปด้วยความรู้สึกอิ่มเอิบใจทุกครั้งที่ได้สั่งสมความรู้ และความจริง จนกลายเป็นปณิธานอันไม่มีวันสิ้นสุดที่จะคงอยู่ในจิตใจและติดตามตัวของผู้เขียนตลอดไป
ชีวิตที่มีความทรงจำอันดีงามในสถานที่ประสูติของเจ้าชายสิทธัตถะ ต่อมาได้กลายเป็นศาสดาเอกของโลกมนุษย์มีพระนามว่าโคตมะสัมมาสัมพุทธเจ้า สถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ประสูติของพระองค์เป็นสังเวชนียสถานอันยิ่งใหญ่ ที่คนทั่วโลกปรารถนาครั้งหนึ่งในชีวิตของตนเดินทางมาปฏิบัติบูชาในสถานที่อันรื่นรมย์เช่นนี้ แต่เป็นสถานทำงานเผยแผ่พระพุทธศาสนาของผู้เขียนในการพาผู้คนได้หลายร้อยคนเดินทางมาสู่สถานที่แห่งนี้ เพื่อปฏิบัติบูชา แม้ในบางครั้งผู้เขียนต้องเผชิญกับความเหนื่อยล้าของชีวิต เพราะการตรากตำทำงานหนักจนเส้นเสียงของผู้เขียนอักเสบ แต่ผู้เขียนก็ต้องฝืนทำงานจนเสร็จสิ้น
ผู้เขียนเคยตั้งจิตอธิษฐานบารมีขอให้ความปรารถนาของชีวิต ให้หายป่วยความปรารถนาของผู้เขียนเกิดขึ้นหลายครั้งไม่เคยมีสักครั้งที่ผู้เขียนเคยมีสักครั้ง ที่จะไม่ประสบความสำเร็จในการทำงานเพื่อพระพุทธศาสนาในสังเวชนียสถานทั้ง ๔ เมื่อผ่านจุดนั้นมาได้ ความรู้ของชีวิตผู้เขียน น่าจะพอเพียงที่จะเอาความรู้สั่งสมอยู่ในจิตนอนเนื่องมายาวนานนั้น ถ่ายทอดเป็นตัวอักษรให้แก่ผู้ที่เวียนว่ายตายเกิดในยุคหลังได้ศึกษาค้นคว้าเรื่องราวของประสบการณ์ที่เข้ามาสู่ชีวิตของตัวเอง ด้วยการศึกษาด้วยการอ่านเรื่องราวเหล่านี้ ผู้เขียนอาจเคยแสวงหาตัวตนของผู้อื่นมายาวนานแล้วไม่รู้กี่อสงไขยแล้ว เป็นความมัวเมาในชีวิต เป็นความสุขที่ยังเป็นความทุกข์ของวิถีชีวิตประจำวันของมนุษย์ ทุกหนทุกแห่งที่มนุษย์อาศัยอยู่ ย่อมมีการแก่ง แย่งชิงดีกันตลอดเวลาการแข่งขันในหน้าที่การงาน ธุรกิจและความรัก เป็นต้น ทำให้เกิดอารมณ์เรื่องราวเหล่านั้น กลายเป็นตัณหาที่จิตวิญญาณน้อมรับมาฝังรากลึกในจิตวิญญาณมายาวนานมาแล้ว ไม่รู้กี่อสงไขย เพราะทำให้จิตวิญญาณของมนุษย์นั้น มีการเวียนว่ายตายเกิดมาแล้วไม่รู้กี่อสงไขย
การปฏิบัติบูชาด้วยการสวดมนต์ นั่งสมาธิภาวนา ด้วยจิตอันสงบตัดอารมณ์โลกธรรมได้ทุกทาง ยกเว้นทางหูได้ฟังพระธรรมวิทยากรบรรยายเรื่องราวของชีวิตพระพุทธเจ้าให้ผู้แสวงบุญฟัง การฟังธรรมบรรยายนั้น ระงับความทุกข์จากความฟุ้งซ่านเกิดขึ้นอยู่ในจิตใจเราได้ความสุขจาการปล่อยวางว่างเปล่าจากอาการยึดมั่นในสิ่งนั้นได้เป็นอย่างดี แม้กาลเวลาจะผ่านไปแล้ว ๑๗ ปี ตลอดหลายปีที่ผู้เขียนกลับมาสู่สถานแห่งนี้อีกหลายครั้ง ฉันผัสสะอารมณ์แห่งการปฏิบัติบูชาพระพุทธเจ้าไม่เคยอิ่ม ผู้เขียนได้ชำระล้างความอ่อนแอ ท้อแท้ ความหงอยเหงาของชีวิต ผู้เขียนรู้สึกว่าตนเองเข้มแข็งกว่าในอดีตที่ผ่านมาในฐานะนักบรรยายผู้นำจิตวิญญาณในการนำพาผู้แสวงบุญมาปฏิบัติบูชาในสังเวชนียสถานสวนลุมพินีเป็นตำนาน แห่งความทรงจำของผู้เขียน การผ่านการเดินทางเข้าออกอินเดีย และเนปาลเป็นเวลาหลายครั้งจึงเป็นเรื่องปกติของผู้เขียนเอง สวนลุมพินีมีเนื้อที่ไม่น้อยกว่า ๖,๐๐๐ ไร่ เขาจัดสรรพื้นที่ได้งดงาม ในแต่ละปีมีผู้คนมากมายจำนวนหลายล้านคนมาเที่ยวชม หลายคนมานั่งปฏิบัติบูชาด้วยการนั่งสมาธิ เพื่อชำระล้างความเครียดในร่างกายและจิตใจของตนเอง
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น