The Power of Faith: King Bimbisara and His Patronage of Buddhism That Changed the World
ประเด็นต่อไปนี้ จำเป็นต้องพิจารณา :
๑.ศรัทธาของพระเจ้าพิมพิสาร
พระเจ้าพิมพิสารแห่งอาณาจักรมคธ กษัตริย์ผู้ทรงอำนาจในสมัยพุทธกาล เป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญ ที่นำซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ในประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนา ความเลื่อมใสศรัทธาต่อพระพุทธเจ้า ทำให้พระองค์ทรงอุปถัมภ์พระพุทธศาสนา คำถามคือเราจะรู้ได้อย่างไรว่าพระเจ้าพิมพิสารศรัทธาในพระพุทธเจ้าเป็นความจริง หลังจากที่ผู้เขียนได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ แล้ว เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะเสด็จออกจากพระราชวังกบิลพัสดุ์เพื่อผนวชเป็นพระโพธิสัตว์ พระองค์ได้เสด็จไปตามเส้นทางการค้าโบราณจากเมืองกบิลพัสดุ์ ซึ่งเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรสักกะผ่านเมืองกุสินาราของอาณาจักรมัลละ ผ่านเมืองพาราณสีของอาณาจักรกาสีและไปยังเมืองราชคฤห์ของอาณาจักรมคธ ในเวลานั้น พระเจ้าพิมพิสารทรงเห็นพระโพธิสัตว์สิทธัตถะเสด็จออกไปบิณฑบาต เพื่อหาเลี้ยงชีพโดยอาศัยศรัทธาของชาวเมืองราชคฤห์ แต่พระโพธิสัตว์สิทธัตถะทรงมีลักษณะเด่น ก็คือทรงมีพระวรกายสูงกว่าชาวเมืองราชคฤห์พระเจ้าพิมพิสารทรงพิจารณาแล้วเห็นว่า พระโพธิสัตว์สิทธัตถะทรงมิใช่พระภิกษุจากวรรณะต่ำ การปรากฏของพระองค์ต่อหน้าชาวเมืองราชคฤห์เป็นหัวข้อที่อภิปรายกันอย่างกว้างขวางในหมู่ฆราวาส
ดังหลักฐานปรากฏในพระไตรปิฎกมหาจุฬา ฯ เล่มที่ ๒๕ พระสุตันตปิฎกเล่มที่ ๑๗ ขุททกนิกาย สุตตนิบาต ๓. มหาวรรค ๑.ปัพพัชชาสูตร
ข้อ.๔๑๒ พระเจ้าพิมพิสารประทับอยูบนปราสาท ทรงได้ทอดพระเนตรเห็นพระโพธิสัตว์สิทธัตถะพระองค์นั้น ครั้นทรงได้เห็นพระพุทธองค์ทรงสมบูรณ์ด้วยพระลักษณะจึงได้ตรัสดังนี้
ข้อ.๔๑๓ ท่านผู้เจริญทั้งหลาย ท่านจงพิจารณาภิกษุรูปนี้เถิด ภิกษุรูปนี้มีรูปร่างงดงามสมส่วน เยื้องย่างโดยสำรวมและทอดสายตาเพียงชั่วแอก
ข้อ.๔๑๔ มีจักษุทอดลงมีสติภิกษุรูปนี้ หาเหมือนผู้ออกบวชจากพวกตระกูลต่ำไม่ ราชทูตจึงไปสืบให้รู้ว่า พระภิกษุรูปนี้จะจาริกไปไหนและพักอยู่ที่ไหน....
เมื่อพระเจ้าพิมพิสารทรงเปี่ยมด้วยความศรัทธา จึงเสด็จไปเฝ้าพระโพธิสัตว์ที่เชิงเขาปัณฑวะ เมื่อทั้งสองพระองค์ทรงสนทนา และซักถามถึงความเป็นมาของพระโพธิสัตว์ พระเจ้าพิมพิสารทรงทราบข้อเท็จจริงเบื้องต้นว่าพระโพธิสัตว์สิทธัตถะประสูติในพระราชวงศ์ศากยะแห่งอาณาจักรสักกะ ซึ่งอยู่ติดกับเทือกเขาหิมาลัยและอาณาจักรโกศล เป็นเมืองที่มั่งคั่งและประชาชนขยันขันแข็ง พระเจ้าพิมพิสารทรงเห็นว่าพระโพธิสัตว์สิทธัตถะยังทรงพระเยาว์ จึงทรงตัดสินพระทัยยกดินแดนอันกว้างใหญ่ บางส่วนให้พระโพธฺสัตว์สิทธัตถะทรงปกครอง แต่พระองค์ก็ทรงปฏิเสข เพราะทรงตั้งปณิธาณไว้ว่าจะทรงผนวชเพื่อแสวงหาความจริงของชีวิต
ดังหลักฐานที่ปรากฏอยู่ในพระไตรปิฎกมหาจุฬา ฯ เล่มที่ ๒๕ พระสุตันตปิฎกเล่มที่ ๑๗ ขุททกนิกาย สุตตนิบาต ๓. มหาวรรค ๑.ปัพพัชชาสูตร
ข้อ.๔๒๐ เมื่อพระเจ้าพิมพิสารทรงสดับคำของราชทูตแล้ว ทรงเสด็จไปยังภูเขาปัณฑวะโดยพระราชพาหนะชั้นเยี่ยม
ข้อ.๔๒๑ ท้าวเธอได้เสด็จไปจนสุดทางที่พระราชพาหนะจะสามารถไปได้จึงเสด็จลงจากพระราชพาหนะเสด็จพระราชดำเนินไปด้วยพระบาทเข้าไปถึงปัณฑวะบรรพตแล้วประทับนั่ง
ข้อ.๔๒๒ ท้าวเธอประทับนั่งแล้ว ได้ทรงสนทนาปราศรัยเป็นธรรมเนียมระลึกถึงกัน ครั้นผ่านการสนทนาปราศัยแล้ว ได้ตรัสดังนี้ว่า
ข้อ.๔๒๓ พระคุณเจ้ายังหนุ่มแน่น เพิ่งผ่านปฐมวัยเมื่อไม่นานมานี้ ถึงพร้อมด้วยความผุดผ่องแห่งวรรณธเหมือนกษัตริย์สุขุาลชาติ
ข้อ.๔๒๔ ข้าพเจ้าจะมอบโภคสมบัติให้ ขอท่านจงเป็นจอมทัพแห่งหมู่พลกาย ให้งดงามบริโภคสมบัติออยู่เถิดพระคุณเจ้าจงบอกชาติกำเนิดด้วยเถิด
ข้อ. ๔๒๔ (พระพุทธองค์ทรงตรัสดังนี้) มหาบพิตรมีชนบทแห่งหนึ่งตั้งอยู่ในแคว้นโกศลตรงด้านข้างหิมวันต์ประเทศ เป็นเมืองมั่งคั่ง ประชาชนขยันขันแข็ง เป็นต้น
๒.การสร้างวัดแห่งแรกในพระพุทธศาสนา
เมื่อผู้เขียนตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหลักฐานต่าง ๆ แล้ว เราค้นพบว่าเมื่อพระโพธิสัตว์สิทธัตถะตรัสรู้ (enlightened) พระองค์ทรงเข้าใจกฎธรรมชาติเกี่ยวกับชีวิตมนุษย์ ชีวิตมนุษย์ประกอบด้วยร่างกายและจิตวิญญาณ พระองค์ทรงมีญาณทิพย์เหนือมนุษย์ธรรมดาทั่วไป พระองค์ทรงเห็นว่าหลังจากความตาย จิตวิญญาณจะออกจากร่างกายและเกิดใหม่ในภพภูมิอื่น ๆ อย่างไม่สิ้นสุดในวัฏสังสาร เมื่อวิญญาณเกิดในครรภ์มารดา วิญญาณก็จะเกิดเป็นมนุษย์ใหม่ ดังนั้น พระพรหมและพระอิศวร จึงไม่ได้สร้างมนุษย์จากกายของพระองค์เอง อย่างที่พราหมณ์สอนไว้ เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จมาเผยแผ่พระพุทธศาสนาในอาณาจักรมคธ พระเจ้าพิมพิสารเสด็จมาต้อนรับพระพุทธเจ้าพร้อมกับประชาชน ๑๒๐,๐๐๐ คน หลังจากฟังพระธรรมเทศนาของพระพุทธเจ้าแล้ว พระองค์ทรงศรัทธาในพระพุทธศาสนา และทรงพระอุทยานเวฬุวันเป็นวัดแห่งแรกในพระพุทธศาสนา หลักฐานปรากฏในพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬา ฯ เล่มที่ ๔ พระวินัยปิฎกเล่มที่ ๔ มหาวรรค ๑ เรื่องทรงรับพระเวฬุวันเป็นวัดแห่งแรก [๕๙]............ เป็นต้น
๓.การปกป้องคุ้มครองพระพุทธศาสนา
ปัญหาคือ"เราจะรู้ได้อย่างไรว่าพระเจ้าพิมพิสารทรงคุ้มครองพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง" เมื่อผู้เขียนได้พิจารณาหลักฐานในพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬา ฯ พบว่า เมื่อเกิดข้อพิพาทขึ้นที่เขตแดนระหว่างแคว้นมคธกับแคว้นวัชชี ณ เมืองปัฏตาลีบุตร พระเจ้าพิมพิสารทรงมีพระบัญชาให้เหล่าแม่ทัพ ส่งกำลังพลไปปราบข้าศึกแต่แม่ทัพเหล่านั้นกังวลว่า การส่งกำลังพลไปรบจะทำให้ข้าศึกเสียชีวิต จึงถือเป็นบาป จึงหลีกเลี่ยงการส่งกำลังพลไปปราบข้าศึกโดยโต้แย้งว่าการรบกับข้าศึกที่ชายแดนเป็นอกุศลกรรม ดังนั้นพวกเขาจึงละเว้นจากการกระทำดังกล่าว พวกเขาจึงขออุปสมบท และพระอุปัชฌาย์จึงอุปสมบทเหล่าแม่ทัพนั้น
เมื่อพระเจ้าพิมพิสารทรงทราบปัญหาแล้วพระองค์จะทรงตัดสินพระทัยลงโทษประหารชีวิตได้ แต่พระองค์มิได้ทรงลงโทษภิกษุเหล่านั้นทันที พระองค์กราบทูลขอพระพุทธองค์ทรงงดเว้นอนุญาตให้เหล่าราชภัฏบรรพชา พระพุทธองค์ทรงได้กำหนดพระวินัยห้ามพระอุปัชฌาย์อุปสมบทเหล่าราชภัฏ หากพระอุปัชฌาย์ฝ่าฝืนพระวินัยก็ต้องถูกลงโทษอาบัติทุกฏ ข้อเท็จจริงจากหลักฐานในพระไตรปิฎกแสดงให้เห็นว่า พระเจ้าพิมพิสารทรงปกป้องคุ้มครองพระพุทธศาสนา และ สนับสนุนการเผยแผ่พระพุทธศาสนาทรงจัดประชุมปรึกษาหารือ กับคณะสงฆ์โดยมีพระพุทธเจ้าทรงเป็นประธาน เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวกับความมั่นคงของประเทศ ทรงมิได้ตัดสินปัญหาโดยใช้หลักการทางกฎหมายเพียงอย่างเดียว พระองค์ทรงตรวจสอบข้อเท็จจริงและรวบรวมหลักฐานมาวิเคราะห์โดยอนุมานความรู้ เพื่อหาเหตุผลมาอธิบายข้อเท็จจริงของคำตอบในเรื่องนี้ พระเจ้าพิมพิสารทรงใช้ความรู้นี้ในการตัดสินพระทัย ที่จะออกกฎหมายคุ้มครองพระพุทธศาสนาและในขณะเดียวกันพระพุทธเจ้าทรงบัญญัติพระวินัยไว้เป็นหลักบริหารคณะสงฆ์ต่อไป ดังหลักฐานปรากฏในพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬา ฯ เล่มที่๔ พระวินัยปิฎกเล่มที่ ๔ มหาวรรค ภาค ๑ [๙๐]................เป็นต้น
๔. วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา
พระเจ้าพิมพิสารทรงเสนอให้มีวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เมื่อผู้เขียนตรวจสอบข้อเท็จจริงและรวบรวมหลักฐาน ฟังข้อเท็จจริงได้ว่าการเผยแผ่ศาสนาในแคว้นมคธนั้น มิได้มีเพียงพระพุทธเจ้าเท่านั้นยังมีพวกปริพาชกเดียรถีย์ประชุมกันเพื่อแสดงธรรม คนเหล่านั้นได้ความรักความเลื่อมใสในพวกเดียรถีย์ ทำให้เกิดสาวกขึ้นมากมายในศาสนาพราหมณ์ พระเจ้าพิมพิสารทรงเสนอต่อพระพุทธเจ้าเพื่อให้พระภิกษุสงฆ์ได้ประชุมกันเพื่อแสดงพระธรรมเทศนาต่อชาวมคธ เพื่อฟังธรรมนำไปปฏิบัติตามอริยมรรคมีองค์ ๘ เพื่อการบรรลุธรรมต่อไป................

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น