The greatest discovery is the natural laws of human life. That everyone is equal Without choosing a social caste as the basis for determining humanity When the soul is the real person of man That accumulates knowledge from the mind with reasons And show his intention to act accordingly Would receive the result of Own action

Breaking

Post Top Ad

Your Ad Spot

วันเสาร์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2567

วิธีการเชิงวิภาษในการแสวงหาความรู้ : การอุปถัมภ์พระพุทธศาสนา

 The  Dialectical Method  of Acquiring   Knowledge :  the Patronage of Buddhism

๓.๔.วิธีการแสวงหาความรู้แบบวิภาษวิธี 

            วิธีการนี้เกี่ยวข้องกับการแสวงหาความรู้ในเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยการถามคำถาม ชึ่งจะนำอีกฝ่ายหนึ่งไปสู่การตั้งคำถามในเรื่องเช่นนั้น      เป็นการถามว่าพวกเขาจะยอมรับหรือปฎิเสขข้อเท็จจริงในเรื่องนั้นหรือไม่  ยกตัวอย่างเช่นเจ้าชายสิทัตถะทรงถามว่าภัคควะ มีพราหมณ์บางกลุ่มประกาศทฤษฎีที่ว่ากำเนิดของโลกตามลัทธิอาจารย์ของพวกเขาว่า พระอิศวรและพระพรหมเป็นผู้สร้างโลกขึ้น         ดังนั้น เราจึงสามารถเข้าใจได้ว่า "เรารู้ว่าพวกท่านทุกคนตั้งทฤษฎีเกี่ยวกับต้นกำเนิดของโลกขึ้น โดยอิงตามคำสอนของครูบาอาจารย์ของพวกท่าน    และพวกท่านกำลังตั้งคำถามว่าจริงหรือไม่ที่พระอิศวรหรือพระพรหมทรงสร้างโลก   เมื่อเราถามฤาษีและพราหมณ์เหล่านั้นเกี่ยวกับเรื่องนี้     พวกเขายืนยันความจริงนั้นจากนั้นเราก็ถามต่อไปว่า เมื่อพวกท่านเชื่อทฤษฎีที่ว่าต้นกำเนิดของโลกแล้ว  (น่าจะหมายถึงจุดเริ่มต้น, จุดกำเนิด,หรือที่มาของบางสิ่ง)    ตามคำสอนของครูบาอาจารย์นั้น    พระอิศวรและพระพรหมมีต้นกำเนิดอย่างไร ? (น่าจะหมายถึงจุดเริ่มต้น, จุดกำเนิด,หรือมาของพระพรหมและพระอิศวร)  เป็นต้น  สมณและพราหมณ์เหล่านี้ถูกเราถามปัญหานี้แล้ว แต่พวกเขาก็ไม่สามารถตอบได้ 

            ในการสนทนาระหว่าเจ้าชายสิทธัตถะกับพราหมณ์ภควะนั้น  เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะทรงถามพราหมณ์ภควะ เกี่ยวกับทฤษฎีต้นกำเนิดของโลกว่า   พระอิศวรและพระพรหมเป็นผู้สร้างโลกนั้น ในลักษณะของคำถามนำ  การถามเช่นนี้มีจุดประสงค์เพื่อชักจูงให้ผู้ฟังยอมรับความจริงหรือปฏิเสขความจริง หลังจากที่พราหมณ์เหล่านั้นยอมรับความจริงแล้ว   พระองค์ตรัสถามต่อว่า พระอิศวรและพระพรหมซึ่งเป็นผู้สร้างโลกทั้งสองพระองค์ทรงเกิดขึ้นมาได้อย่างไร ? ไม่มีใครตอบคำถามได้ว่าพระพรหมและอิศวรเกิดขึ้นอย่างไร ? 

              เป็นวิธีการแสวงหาความรู้แบบนี้ ใช้รูปแบบการถามตอบเชิงปฏิเสข  ซึ่งในเบื้องต้นยอมรับข้ออ้างที่ว่าพระพรหมและพระอิศวรสร้างโลกจริง       แต่ไม่สามารถอธิบายถึงที่มาของเทพเจ้าเหล่านั้น   ข้อเท็จจริงเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงการขาดความรู้ที่ได้มาจากจากประสบการณ์ทางประสาทสัมผัส   และสั่งสมเรื่องราวเหล่านั้น อยู่ภายในจิตใจของตัวเอง      ข้อเท็จจริงที่พวกเขานำเสนอ เพื่อยืนยันข้อเท็จจริงของเรื่องนี้มาจากคำบอกเล่า การอ่านคัมภีร์ใดคันภีร์หนึ่ง ไม่ได้มาจากการประกอบพิธีกรรมบูชายัญโดยตรง ดังนั้น คำให้การของพวกเขาจึงขาดความน่าเชื่อถือ และไม่สามารถยอมเป็นพยานรับยืนยันความจริงของเรื่องนี้ได้      ทำให้เจ้าชายสิทธัตถะทรงสงสัยในเรื่องการมีอยู่ของพระพรหมและพระอิศวรรวมถึงเทพเจ้าองค์อื่น ๆ  เป็นต้น  จนทำให้พระองค์ตัดสินพระทัยละทิ้งชีวิตทางโลก และแสวงความจริงเกี่ยวกับการมีอยู่ของเทพเจ้า  เป็นต้น 

ปัญหาคือว่าเราจะรู้ได้อย่างไรการอุปถัมภ์พระพุทธศาสนาของพระเจ้าพิมพิสารเกิดขึ้นจริง ?  


                     เมื่อนักญาณวิทยาสร้างทฤษฎีความรู้ขึ้นมาหลายทฤษฎี เพื่อใช้เป็นวิธีแสวงหาความรู้ที่แท้จริงในเรื่องต่าง ๆ นั้น  ผู้เขียนจำเป็นต้องกำหนดขอบเขตความรู้เกี่ยวกับการอุปถัมภ์พระพุทธศาสนา     โดยเลือกทฤษฎีความรู้เพียงทฤษฎีเดียว          เป็นพื้นฐานในการค้นคว้าความจริงในเรื่องนี้   เป็นวิธีแสวงหาความรู้ตามกระบวนการพิจารณาความจริงพระพุทธเจ้าเท่านั้น โดยมีจุดเริ่มต้นด้วยการตั้งประเด็นว่า       พระเจ้าพิมพิสารทรงอุปถัมภ์พระพุทธศาสนา      เมื่อเราได้ยินข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเวลากว่า๒,๕๐๐ ปีแล้ว    จากการฟังธรรมเทศนา การอ่านหนังสือ การเขียนตำราและบรรยายตามตำรา แล้ว  แม้เราจะยอมรับความจริงข้อนี้โดยปริยายก็ตาม แต่คำสอนของพระพุทธเจ้าตรัสสอนว่า เราไม่ควรเชื่อข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ได้ยินสืบทอดกันมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ให้ควรสงสัยไว้ก่อน จนกว่าจะมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ และรวบรวมพยานหลักฐานให้เพียง มาวิเคราะห์โดยการอนุมานความรู้จากหลักฐานต่าง ๆ  เพื่อหาเหตุผลมาอธิบายความจริงของคำตอบในเรื่องการอุปถัมภ์พระพุทธศาสนาของพระเจ้าพิมพิสารนี้ให้ชัดเจน  

                เมื่อจิตใจของมนุษย์อาศัยอวัยวะอินทรีย์ทั้ง ๖  นั้น มีข้อจำกัดในการรับรู้ข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ทางสังคมที่เกิดขึ้นเมื่อ๒,๕๐๐ กว่าปีที่แล้ว และมนุษย์มักมีอคติต่อผู้อื่น ชีวิตย่อมตกอยู่ในความมืดมนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จึงคิดหาเหตุผลมาอธิบายข้อเท็จจริงที่ผ่านเข้าในชีวิตไม่ได้ เพราะความไม่รู้ของตนเอง จึงขาดความเข้าใจชีวิตของตนเอง   เมื่อชีวิตขาดการเรียนรู้ที่จะเข้าใจเรื่องต่าง ๆ ย่อมเกิดความอิจฉาและริษยาผู้อื่น ที่ไม่สนองความต้องการของตนด้วยความรักและความเสน่หา  นอกจากนี้  มนุษย์ที่อยู่ด้วยกันในสังคม   มักจะช่วยเหลือกันในทางที่ผิด การอนุมานความรู้จากหลักฐานต่าง ๆ จึงไม่มีเหตุผลที่อธิบายความจริงของคำตอบในเรื่องต่าง ๆ    ให้ตนเองเข้าใจข้อเท็จจริงของนั้นที่ผ่านเข้ามาในชีวิตได้ ทำให้เกิดความริษยาต่อผู้อื่นที่ไม่สนองความต้องการทางอารมณ์ของตนเองด้วยความรักและความเสน่หา  เมื่อมีอคติต่อผู้อื่นมักจะช่วยเหลือกันในทางที่ผิด เป็นต้น  แต่ผู้เขียนก็ชอบที่จะแสวงหาความรู้เกี่ยวกับการอุปถัมภ์พระพุทธศาสนาของพระเจ้าพิมพิสาร โดยผู้เขียนจะตรวจสอบข้อเท็จจริงและรวบรวมหลักฐานให้เพียงพอ  เพื่อพิสจน์ความจริงกันต่อไป  

ปัญหาญาณวิทยาเกี่ยวกับการอุปถัมภ์พระพุทธศาสนาครั้งแรกในพระไตรปิฎก(ตอน๖) ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการอุปถัมภ์พระพุทธศาสนา (ยังมีต่อ)

ไม่มีความคิดเห็น:

Post Top Ad

Your Ad Spot

หน้าเว็บ