The greatest discovery is the natural laws of human life. That everyone is equal Without choosing a social caste as the basis for determining humanity When the soul is the real person of man That accumulates knowledge from the mind with reasons And show his intention to act accordingly Would receive the result of Own action

Breaking

Post Top Ad

Your Ad Spot

วันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2563

แนวคิดเชิงอภิปรัชญาในปรัชญาพุทธภูมิ : พระปรีชาญาณของเจ้าชายสิทธํตถะ


 

แนวคิดเชิงอภิปรัชญาในปรัชญาพุทธภูมิ : พระปรีชาญาณของเจ้าชายสิทธํตถะ

Metaphysics Concepts  in Buddhaphumi Philosophy :  The Wisdom of Prince Siddharatha


บทนำ

                     บทความนี้มุ่งพิจารณาและสำรวจ ความจริงแห่งพระปริชาญาณ ของเจ้าชายสิทธัตถะ ที่ปรากฏในพระไตรปิฎก (ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย)   ซึ่งถือเป็นประเด็นทางอภิปรัชญาซึ่งเป็นสาขาหนึ่งของปรัชญาพุทธภูมิ    เนื่องจากตั้งคำถามต่อสภาวะความจริงที่เกี่ยวข้องกับมนุษยชาติโดยตรง  

โดยธรรมชาติแล้ว    มนุษย์มีขีดจำกัดในการรับรู้ผ่านอายตนะภายใน  ทั้งยังมักถูกบดบังด้วยอคติความไม่รู้ (อวิชชา) ความกลัว ความเกลียดชังและความยึดติด   ปัจจัยเหล่านี้  ส่งผลให้มนุษย์ตกอยู่ในความมืดบอด  ละเลยปัญญาที่จะเข้าใจความจริงทั้งในระดับสมมติและระดับปรมัตถ์   จึงขาดศักยภาพในการใช้เหตุผลเพื่ออธิบายความจริงแท้ได้อย่างสมบูรณ์ 

          ในมิติทางสังคม     เมื่อมนุษยชาติเข้าไปมีบทบาทและหน้าที่ตามกฎหมายเช่น นักวิชาการพราหมณ์ นักปรัชญา หรือนักตรรกศาสตร์ บุคคลเหล่านี้แสดงทัศนะต่อข้อโต้แย้ง   หรือข่าวลือในสังคม  หากการแสดงความคิดเห็นโดยอาศัยปฏิภาณไหวพริบ   และคาดคะเนความจริงเชิงตรรกะจากสิ่งที่พวกเขาได้ยินได้ฟังมา          เหตุผลของนักวิชาการเหล่านั้น บางครั้งก็ถูกต้อง   บางครั้งก็ผิดพลาด      บางครั้งก็ใช้เหตุผลแบบหนึ่ง  บางครั้งก็ใช้เหตุผลอีกแบบหนึ่ง      เมื่อเหตุผลอธิบายความจริงยังคงคลุมเครือและไม่ชัดเจน      วิญญูชนเช่นพระพุทธเจ้า   จึงไม่เชื่อทัศนะของบุคคลเหล่านั้นและไม่อาจยอมรับเป็นประจักษ์พยานยืนยันความจริงได้       

                   พุทธวิธีในการพิจารณาความจริง  จึงให้ความสำคัญกับ "การตั้งข้อสงสัยไว้ก่อน"  (Skeptical Approach)   ของพระพุทธเจ้ากำหนดไว้ว่า   เมื่อเราได้ยินข้อเท็จจริงในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง อย่าเพิ่งด่วนเชื่อในทันทีว่าป็นความจริง    เราควรสงสัยไว้ก่อน  จนกว่าจะได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง  รวบรวมหลักฐาน       และนำมาประเมินเชิงวิเคราะห์  เพื่ออนุมานหาคำตอบที่สมเหตุสมผล      หากปราศจากหลักฐานเชิงประจักษ์    การฟังพยานเพียงปากเดียว  ถือเป็นสิ่งที่นักปรัชญาไม่ใช้วิเคราะห์ เพราะมนุษย์มีข้อจำกัดทางประสาทสัมผัสและมักมีอคติบังตา  อันเกิดจากความเกลียดชัง   ความชอบรักใคร่    ความกลัว  และความโง่เขลา  เป็นต้น   เกณฑ์ตัดสินความรู้ที่อิงเพียงสัมผัสส่วนบุคคลเพียงคนเดียวจึงขาดความสมเหตุสมผลและไม่อาจเป็นสากล ได้

โครงสร้างความจริงทางอภิปรัชญาในปรัชญาพุทธภูมิ  

ตามแนวคิดของเจ้าชายสิทธัตถะ  ความรู้และสัจธรรมของชีวิตมนุษย์  สามารถแบ่งตามหลักอภิปรัชญาออกเป็น ๒ ระดับดังนี้    คือ ๑.สมมติสัจจะ (ความจริงในระดับประสาทสัมผัส) ๒. ปรมัตถสัจจะ(ความรู้เหนือประสาทสัมผัส ) ที่เราสามารถอธิบายด้วยเหตุผล เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจได้ในเหุการณ์ต่าง ๆ    หรือเรื่องราวต่าง ๆ  ที่เกิดขึ้นได้  ดังนี้ 

                 ๑. สมมติสัจจะ            (Conventional Truth) ความจริงระดับปรากฏการณ์ คือความจริงระดับโลกียะหรือปรากฏการณ์ทางธรรมชาติและสังคมที่รับรู้ได้ผ่านประสาทสัมผัส  (ตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ)  มีสภาวะเกิดขึ้น  ตั้งอยู่และดับไป        เป็นความรู้ที่สั่งสมอยู่ในจิตใจจากประสบการณ์  ตัวอย่างเช่น  การเกิด  แก่ เจ็บ ตาย  พฤติกรรมทางสังคม เช่น  การทำร้ายชีวิต   การลักทรัพย์   การหลอกลวงการประพฤติผิดในกาม   การดูหมิ่น หรือการแสวงหาความสุขจากสิ่งเสพติด  สภาวะเหล่านี้  แม้เกิดขึ้น  และดับไปในเชิงรูปธรรม  แต่ได้ฝอยทิ้งร่องรอยไว้ในระดับจิตใจและโครงสร้างทางสังคม  

                ๒.ปรมัติถสัจจะ (Ultimate  Truth)  ความจริงขั้นสัจธรรมแท้จริง      คือความจริงที่อยู่เหนือขอบเขตประสาทสัมผัสบริสุทธิ์ของมนุษย์ทั่วไป            ไม่สามารถรับรู้ด้วยเครื่องมือวิทยาศาสตร์หรือการคิดคำนวณเชิงตรรกะเพียงอย่างเดียว    แต่มนุษย์สามารถพัฒนาศักยภาพจิตผ่านการปฏิบัติธรรมตาม "อริยมรรคมีองค์ ๘  จนบรรลุ "อภิญญา ๖" หรือความรู้แจ้ง  ในระดับพระอรหันต์ เช่นการระลึกชาติ (บุพเพนิวาสานุสติญาณ)       การรู้การจุติและอุปปติกะของสัตว์โลก(จุตูปปาตญาณ๗และการเข้าถึงสภาวะนิพพาน 

การวิเคราะห์สภาวะจิต กฎแห่งกรรมและวิกฤตการณ์ในสังคม     

               เมื่อพิจารณาตามหลักฐานพระไตรปิฎกมหาจุฬา ฯ เล่มที่ ๑        พระวินัยปิฎกเล่มที่ ๑ มหาวิภังค์ วิชชา ๓  จุตูปปาตญาณ ข้อ ๑๓.เมื่อจิตเป็นสมาธิ บริสุทธิ์ผุดผ่อง ไม่มีกิเลสเพียงเนิน ปราศจากความเศร้าหมอง  อ่อนเหมาะแก่การใช้งาน   ตั้งมั่น ไม่หวั่นไหว  เรานั้นได้น้อมจิตไปเพื่อจุตูปปาตญาณ จิตที่ได้รับการฝึกฝนจนเป็นสมาธิ บริสุทธิ์       ปราศจากกิเลส ย่อมเหมาะแก่การนำไปใช้พิจารณาความจริง  ดังนี้จิตที่ได้รับการฝึกฝนจนเป็นสมาธิ บริสุทธิ์       ปราศจากกิเลส ย่อมเหมาะแก่การนำไปใช้พิจารณาความจริง   

สติ ตัณหาและเจตนาในการกระทำ

คำว่า"สติ"   ตามพจนานุกรมราชบัณฑิตยสถาน พ. ศ. ๒๕๕๔    หมายถึง"ความระลึกได้"      ในทางอภิปรัชญา คือ  สภาวะกำกับจิต  เมื่ออายตนะภายใน (อินทรีย์ ๖ ) เชื่อมต่อกับอารมณ์หรือวัตถุแห่งกิเลส (มนุษย์, เครื่องประดับ, โทรศัพท์มือรุ่นใหม่) หรืออารมณ์แห่งกิเลส (เสียงไพเราะ กลิ่นหอม หรือกลิ่นมนุษย์) แล้ว      จิตจะเกิด "ตัณหา"หรือความทะยานอยาก  

  • กุศลกรรม   การแสวงหาทางออกหรือการตอบสนองด้วยความสุจริตและปัญญา
  • อกุศลกรรม  การแสวงหาผลประโยชน์ ด้วยกลอุบาย เช่นการสร้างเรื่องเท็จ เพื่อขอรับบริจาค

แม้การกระทำทางกายภาพจะจบลง (สภาวะสมมติดับไป)  แต่พลังงานแห่งกรรม      (เจตนา) จะไมสูญหาย    โดยจะถูกสั่งสอนเป็น "สัญญษ" และ "รอยกรรม" ในจิตวิญญาณ   ซึ่งติดตัวไปส่งผลในภพภูมิต่อไปตามกฎแห่งธรรมชาติ 

ตัณหามนุษย์กับวิกฤตตภันพิบัติ (Covid-19  และวิกฤตเศรษฐกิจ) ความปรารถนาของจิตที่จะแสวงหาสิ่งต่าง ๆ  เพื่อสนองตัณหาของตัวมันเอง หากหาเงินมาซื้อของที่สนองตัณหาของจิตด้วยการทำงานสุจริต เรียกว่า "กุศล"  ถ้าหาเงินซื้อของจากงานไม่สุจริตที่เรียกว่า "อกุศล" กรรมที่กระทำแล้วไม่สูญเปล่า        แต่เป็นอารมณ์ (หรือพลังงาน) สั่งสมอยู่ในจิตใจของตน   ตัวอย่างเช่น วางแผนที่จะให้ลูกดื่มยาพิษจนเกิดผลเสียต่อร่างกาย  ต้องเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลด้วยท่าทีน่าสงสารว่าไม่มีค่ารักษาพยาบาลเพราะรายได้ไม่เพียงพอจ่าย     และแชร์ข้อความทางอินเตอร์เน็ต เพื่อหาเงินบริจาคค่ารักษาพยาบาลได้หลายล้านบาท เป็นต้น            หากผู้กระทำมีสติระลึกว่าหากทำเช่นนั้น เมื่อพาเด็กไปโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษา จะต้องได้รับการตรวจหาสารอันตรายในร่างกายโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ หากตนใช้ปัญญาพิจารณาว่า ความเห็นของแพทย์นำไปสู่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อวิเคราะห์ข้อมูล   และหาสาเหตุของการละเมิดกฎหมายและความสงบเรียบร้อยด้วยศีลธรรมของประชาชน เมื่อแชร์ข่าวออนไลน์บนอินเตอร์เน็ต ผู้คนจะวิพากษ์วิจารณ์พฤติกรรมของตนบนเอกสารดิจิทัลตามเว็บไซต์ต่างๆ ที่นำเสนอข่าวนั้น เมื่อเป็นผู้ต้องหา        ต้องนำตัวขึ้นพิจารณาคดี ศาลพิพากษาว่าตนกระทำผิดกฎหมายอาญาต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้อื่น ต้องรับโทษตามกฎหมายอาญาต่อไป     และการฝ่าฝืนหลักศีล ๕ ของพระพุทธเจ้า  แม้สภาพที่เกิดขึ้นชั่วขณะหนึ่งได้หายไปจากสายตาแล้ว แต่กรรมนั้นไม่ดับ    เพราะจิตนี้ได้รับสภาวะแห่งกรรมด้วยตัวเองและถูกเก็บไว้ในจิตวิญญาณของตน จนกลายเป็นสัญญาอยู่ในดวงวิญญาณนั้น และติดตามจิตวิญญาณไปเกิดอีกภพอื่นด้วย  เป็นต้น



    เมื่อผู้เขียนได้ยินข้อเท็จจริงเบื้องต้น เมื่อมนุษย์มีจิตใจที่เต็มไปด้วยความทะเยอทะยานที่จะบรรลุความร่ำรวย อำนาจ และการเปลี่ยนแปลงทางสังคมตามที่ต้องการ  ดังนั้นพวกเขาจึงพบวิธีต่าง ๆ ที่จะสนองความอยากของตน ที่จะดับจิตฟุ้งซ่านของตนเอง และลดค่าของความเป็นมนุษย์ โดยใช้อำนาจหน้าที่ในทางที่ผิด เพื่อแลกกับผลประโยชน์ส่วนตนเองและผู้อื่น  และประเมินค่าความไว้วางใจว่าคนอื่นโง่เขลา  แต่บางครั้งมนุษย์ก็ปรารถนาสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ เพราะไม่มีขายตามท้องตลาด เช่น ความรักด้วยตัณหา อยากได้คน ๆ นั้น มาเป็นเจ้าของที่ครอบครองด้วยความรักสมัครใคร่ผูกพันธ์ฉันสามีภริยา แต่คำเสนอไม่ได้รับการคำสนอง เพราะมีจริตอุปนิสัยที่แตกต่างกันเกินไปที่จะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันย่อมเกิดความทุกข์ขึ้นมาได้  เป็นต้น  บางคนก็รวยอยู่แล้ว ก็อยากมีอำนาจทางการเมืองเพราะตนคิดว่าการมีอำนาจนั้นจะมีชื่อเสียง ได้การยกย่องจากผู้คนในสังคม  และใช้อำนาจนั้นมิชอบเพื่อให้ได้มาซึ่งความั่งคั่งระดับเป็นมหาเศรษฐีแสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงานและความประสบความสำเร็จในชีวิตตน ตามที่เจริญก้าวหน้ากว่าเดิมในแต่ละปี พอไม่ได้รับการแต่งตั้งให้มีตำแหน่งหน้าที่การงานอย่างนั้น เพราะมีคนอื่นที่มีวัยวุฒิคุณวุฒิและมีศักยภาพในการทำงานมากกว่าตนจึงไม่ได้รับโอกาสดีเช่นนั้น ตนย่อมต้องเกิดความทุกข์ในใจตน เป็นต้น            
       การแพร่กระจายของเชื้อ covid -19  ชีวิตมนุษย์ไม่เพียงทนทุกข์จากตัณหาเท่านั้น ยังคงเผชิญความทุกข์ทรมานจากโรคCovid -19 ที่คร่าชีวิตผู้คนทั่วโลก โดยไม่เลือกปฏิบัติตามวรรณะ  สถานะทางสังคม คือรวย  ยากจน  มีการศึกษาดี หรือหยิ่งพยองจนเหนือกว่าผู้อื่น  และใช้ถ้อยคำดูหมิ่นผู้อื่นหรือคนทุกศาสนา  ไม่มีข้อยกเว้นสำหรับภัยพิบัติโรคระบาดในดินแดนแห่งทาส หรือเสรีภาพซึ่งใช้ชีวิตหมกมุ่นอยู่กับรูป รส กลิ่น เสียง และโผฏรัพพะ (การเสียดสีของร่างกายซึ่งกันและกัน) และด้วยความเย่อยิ่งทะนงตนเอง   ด้วยเหตุผลที่คิดว่าตนสูงส่งกว่าใคร ๆ ในโลกทั้งในด้านคุณวุฒิและวุฒิภาวะ   ความรู้และความสามารถในการสร้างความมั่งคั่ง      แต่โรคระบาดแบ่งความตายให้ทุกคนเท่าเทียมกัน ไม่มีการเลือกปฏิบัติ   ยิ่งบุคคลนั้นดำเนินชีวิตอย่างประมาท มีพฤติกรรมมัวเมาใน  รูป   รส กลิ่น เสียง โผฏฐัพพะ และธัมมารมย์  เป็นต้น  จนขาดความยับยั้งชั่งใจในตน ไม่ปฏิบัติตามข้อมูลของหน่วยงานภาครัฐ    ที่ส่งสัญญาณเตือนผ่านโทรศัพท์มือถือออนไลน์ตลอดเวลา เพื่อแก้ไขปัญหาการแพร่กระจายของเชื้อโรคมาสู่มนุษย์ 

      ดังนั้น ปัญหาจึงท้าทายสติปัญญาของมนุษย์ในการแก้ปัญหาโดยใช้ศักยภาพของตนโดยเฉพาะผู้มีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย  ต้องรับผิดชอบในการแก้ไขปัญหาให้ผู้อื่น และเชื่อพวกเขาจะเต็มใจทำงานอย่างมืออาชีพ   และสามารถตัดสินใจแก้ไขปัญหาโรคระบาดให้กับประชาชนได้อย่างรวดเร็ว  ปลอดภัย มีปัญญาบริหารจัดการอย่างกล้าหาญ และมีข้อมูลเหตุการณ์ปัจจุบันในโลกที่ก้าวหน้าด้วยเทคโนโลยี่คอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตที่ทันสมัย    ผู้เชี่ยวชาญจะต้องรู้วิธีการใช้ข้อมูลจากแหล่งต่างๆ  ที่ถูกแบ่งปันทางออนไลน์และข้อมูลที่มีอยู่ของผู้มีส่วนได้เสีย    สามารถนำไปใช้ในการตัดสินใจแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงไปตรงมา  และแม่นยำด้วยเจตนาบริสุทธิ์ ส่วนการกระทำของใครจะเป็นกรรมหนัก หรือเบากว่าขนาดไหน ให้ทำงานตามภาระสิทธิหน้าที่ และความรับผิดชอบที่มี เมื่อแสดงเจตนา ผลของกรรมก็จะเกิดแก่ตนแล้ว มันเป็นกฎธรรมชาติที่ไม่มีใครหลีกเลี่ยงได้ โดยปกติแล้ว มนุษย์ต้องรับผิดชอบต่อผลลัพท์ต่อการกระทำของตน บางครั้งการมีปัญหาในชีวิต ก็เป็นบทเรียนที่ดีในชีวิต  เป็นการสอนให้คนไม่ประมาทในการใช้ชีวิต              

บทเรียนจากเมืองเวรัญชา : พระปรีชาญาณในการแก้ปัญหา

               ในสมัยพุทธกาล ที่เมืองเวรัญชา เกิดภันยแล้งและฝนทิ้งช่วงส่งผลให้เกิดภาวะข้าวยากหมากแพงในท้องตลาด พ่อค้าตุ่นสินค้า  คนร่ำรวยกดขี่คนยากจน   เกิดการกักตุนข้าวและอาหาร เมื่อคนยากจนไปซื้อข้าวและปลาอาหารที่ร้านแม่ค้า ผู้มีอำนาจทางการเงินที่ดีหันไปกดขี่คนจนและมีกำลังซื้อน้อย   โดยการซื้อข้าวและปลามาตุนที่บ้านจนกว่าของจะหมดร้าน      แต่คนจนไม่มีเงิน   ซื้ออาหารมาตุนไว้ใช้ในยามขาดแคลน เมื่อขาดแคลน  พวกเขาก็จะประท้วงและก่อการจราจลเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาล  จัดหาข้าวและปลาเพื่อช่วยเหลือประชาชน ในช่วงเวลาที่สินค้าขาดแคลน พ่อค้าจำเป็นต้องใช้สลากปันส่วนเพื่อแจกจ่ายให้ประชาชน เพื่อซื้อข้าว  ปลาและอาหารจากพ่อค้า เมื่อผู้คนอดยากเหลือแต่กระดูกสีขาว เมื่อคนยากจน พระสงฆ์ไม่สามารถบิณฑบาตรเพื่อดำรงชีพได้    เมื่อแคว้นต่าง ๆ ประสบปัญหาข้าวปลาอาหารหายาก หมากมีราคาแพง และส่งผลกระทบต่อคนทุกชนชั้นวรรณะ เมื่อสถานการณ์เป็นอย่างนี้ ผู้เขียนสงสัยว่าพระพุทธเจ้าทรงตัดสินพระทัยแก้ปัญหาอย่างไร ให้พระสงฆ์ดำรงตนอยู่ในพระธรรมวินัย และมีความเจริญรุ่งเรืองเพียงในจิตใจเพียงอย่างเดียว ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น ผู้เขียนสนใจศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสติปัญญากับการแก้ไขปัญหาในพระไตรปิฎกโดยผู้เขียนวิเคราะห์ขอมูลจากแหล่งความรู้ในพยานเอกสารดิจิทัลพระไตรปิฎกออนไลน์ อรรถกถา และข้อเท็จจริงในเรื่องที่ถูกนำมาแบ่งปันไว้ในอินเตอร์เน็ตที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อเป็นบทเรียนในชีวิตจริงให้ผู้อื่นได้ศึกษา เพื่อให้สามารถแยกแยะความรู้ว่าอะไรดี อะไรควรใช้ประโยชน์เพื่อตนเองหรือสิ่งไหนชั่วจะไม่นำไปสู่พฤติกรรมและการปฏิบัติ คำตอบที่ได้จากการวิเคราะห์สามารถนำประยุกต์ใช้กับศาสตร์สมัยใหม่โดยประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาศักยภาพให้อินทรีย์แก่กล้าและเหมาะกับการประยุกต์ใช้กับงานในยุคปัจจุบันได้ 

ไม่มีความคิดเห็น:

Post Top Ad

Your Ad Spot

หน้าเว็บ