The greatest discovery is the natural laws of human life. That everyone is equal Without choosing a social caste as the basis for determining humanity When the soul is the real person of man That accumulates knowledge from the mind with reasons And show his intention to act accordingly Would receive the result of Own action

Breaking

Post Top Ad

Your Ad Spot

พระครูวิสุทธิมงคลบัณฑิต,ผศ.ดร.

รูปภาพของฉัน
บล็อค"ปรัชญาพุทธภูมิ"นี้จัดทำขึ้น เพื่อบันทึกการเรียนรู้ และเส้นทาง การคิดและเส้นทางชีวิตในโลกมนุษย์แห่งนี้ ผู้เขียนเชื่อว่าความสุขที่แท้จริงคือการได้เห็นผู้อื่นหลุดพ้นจากความทุกข์ และมีความยินดีที่จะได้เรียนรู้และเติบโตไปพร้อมกับทุกคน

วันศุกร์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2567

ปัญหาทางญาณวิทยาของภูชี้ฟ้า

ปัญหาทางญาณวิทยาของภูชี้ฟ้า 

The epistemological problem of Phu Chee Fah

๑.บทนำ ปัญหาญาณวิทยาของภูชี้ฟ้า
 
           โดยทั่วไปแล้ว  แม้ว่าเราจะรับรู้การมีอยู่ของสถานที่หรือสิ่งต่าง ๆ  เช่น ภูชี้ฟ้า  เมืองโบราณกบิลพัสดุ์ ราชธานีโบราณอยุธยาผ่านตัวกลางทางข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นการอ่านหนังสือ  การสืบค้นตามเว็บไชต์หรือการรับชมวีดีโอ  เมื่อได้รับรู้ข้อเท็จจริงของสิ่งเหล่านั้น  จิตใจของพวกเขาย่อมยอมรับการมีอยู่ของสถานที่ดังกล่าวโดยปริยาย  และใช้เหตุผลทางปรัชญาในการอธิบายว่าสิ่งเหล่านี้คือ "สมมติสัจจะ" (Constructed Reality)  ที่เกิดขึ้น   ตั้งอยู่ชั่วคราว  และเสื่อมสลายไปตามกาลเวลา  
ยกตัวอย่างเช่น  ภาพภูชี้ฟ้าสูงอันตระหง่านตา ท่ามกลางทะเลหมอกและอากาศอันหนาวเย็น   ทว่าในความเป็นจริง เมื่อนักท่องเที่ยวทะลักเข้ามาจนเกิดความแออัด   ภาพการจราจรติดขัด และทัศนียภาพที่ถูกบดบัง กลับกลายเป็นภาพจำใหม่ที่เข้ามารับช่วงแทน สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่า แม้เราจะยอมรับการมีอยู่ของภูชี้ฟ้าโดยปริยาย  แต่ความภาพจริงที่แต่ละคนรับรู้นั้นกลับผันผวนและไม่เที่ยงแท้    

                 ด้วยข้อจำกัดทางอายตนะภายใน(ประสาทสัมผัส)ในการรับรู้ประกอบอคติและความไม่รู้(อวิชชา)     มนุษย์ส่วนใหญ่จึงเต็มไปด้วยความมืดมิด จึงยังขาดปัญญาที่จะแยกแยะระหว่าง "สมมติสัจจะ" (ความจริงทางโลก) และ "ปรมัตถสัจจะ"(ความจริงแท้)  แม้จะพยายามใช้เหตุผลอธิบาย     แต่ปัญหาเรื่อง "การมีอยู่ของภูชี้ฟ้า" ก็ยังคงเต็มไปความซับซ้อน คำถามคือ เหตุผลของใครกันแน่ที่ถูกต้อง?  ผู้ไม่เคยเดินทางไปภูชี้ฟ้าแม้แต่ครั้งเดียว   กลับสามารถอธิบายความจริงของมันได้หลากหลายรูปแบบ   จนทำให้ความจริงเชิงเหตุนั้นคลุมเครือและไม่ชัดเจน  

             เมื่อวิญญูชนอย่างเจ้าชายสิทธัตถะหรือเพลโตหรืออาริสโตเติล  เผชิญความคิดที่คลุมเครือเช่นนี้ ข้อสงสัยทางปรัชญาจึงเกิดขึ้นอย่างไม่รู้จบ แม้เราจะยอมรับการมีอยู่ของภูชี้ฟ้า แต่เรายังมีข้อสงสัยในต้นกำเนิดของความรู้เกี่ยวกับภูชี้ฟ้า โครงสร้างของความรู้นั้น วิธีการได้มาซึ่งความรู้ และความสมเหตุสมผลของความรู้นี้ได้อย่างไร ? 

๒. โครงสร้างทางญาณวิทยา  

                เมื่อนักวิชาการในสาขาวิชาต่าง  ๆ  เช่น     นักตรรกศาสตร์  นักปรัชญา  ปุโรหิต และศาสดา     เป็นมนุษย์ซึ่งมีข้อจำกัดในการรับรู้ผ่านอายตนะภายในและมีอคติเนื่องจากความไม่รู้ของตน     ส่งผลให้นักวิชาการเหล่านั้นเต็มไปด้วยความมืดมิด        พวกเขาจึงขาดปัญญาที่จะเข้าใจความจริงที่สมมติขึ้นและความจริงขั้นปรมัตถ์ เมื่อนักวิชาการสาขาต่าง ๆ    แสดงความคิดเห็นของตนโดยอาศัยปฏิภาณตามหลักเหตุผล  ญาณวิทยาเป็นสาขาหนึ่งของปรัชญา      นักปรัชญาสนใจที่จะเรียนรู้เกี่ยวกับแง่มุมต่าง ๆ  ของชีวิตมนุษย์     ซึ่งรวมถึงต้นกำเนิดของความรู้ของมนุษย์   องค์ประกอบของความรู้มนุษย์  วิธีการแสวงหาความรู้มนุษย์และความสมเหตุผลของมนุษย์     บุคคลจะถือว่ามีความรู้ที่แท้จริงได้          ก็ต่อเมื่อได้รับประสบการณ์ผ่านอายตนะภายในของชีวิตมนุษย์    กล่าวคือ เมื่อมนุษย์ใช้อายตนะภายในรับรู้เรื่องราวต่าง ๆ  เกี่ยวกับโลก              จักรวาลและมนุษย์ บุคคลนั้นจะได้รับความรู้จากประสบการณ์ชีวิตผ่านอายตนะภายใน และสั่งสมไว้ในจิตใต้สำนึกของตนเอง

                ๒.๑ ต้นกำเนิดของความรู้ของผู้เขียน   เกี่ยวกับอุทยานแห่งชาติภูชี้ฟ้ากล่าวคือ เมื่อชีวิตของผู้เขียนประกอบด้วยปัจจัยทางร่างกายและจิตใจ       ผู้เขียนใช้จิตใจของตนเองรับรู้ ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับภูชี้ฟ้าจากนักท่องเที่ยว  ที่เล่าให้ฟังถึงความประทับใจในการเดินทางไปท่องเที่ยวภูชี้ฟ้าได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าในท่ามกลางหมู่เมฆหมอก  ที่ลอยบนท้องฟ้าในระดับภูเขาสูง    เมื่อพวกเขามองลงมาจากภูชี้ฟ้าเป็นภาพสวยงามตระกาลตามาก       หรือเราอ่านข้อความในเว็บไซด์ต่าง ๆ และรวบรวมเรื่องดังกล่าวไว้เป็นหลักฐาน ทำให้เกิดความรู้ความเข้าใจในความงามของอุทยานแห่งชาติภูชี้ฟ้า เมื่อได้ความรู้ทางประสบการณ์ทางผัสสะแล้ว หรือมีอายตนะภายในเป็นสะพานเชื่อมระหว่างมนุษย์กับความรู้ในเรื่องราวเกี่ยวกับภูชี้ฟ้า       แต่ความรู้ผ่านผัสสะตัวกลางเรานี้  แค่ทำให้เราได้นึกคิดจินตนาการถึงความจริง ที่มีอยู่เลยประสาทสัมผัสของตนออกไปหลายร้อยกิโลเมตร เรายังไม่ได้ผัสสะในความจริงเกี่ยวกับภูชี้ฟ้าแต่อย่างใด     เราต้องเดินทางไปท่องเที่ยว       เพื่อผัสสะภูชี้ฟ้าด้วยตัวเราจึงจะเกิดความรู้และความเป็นจริงเกี่ยวกับภูชี้ฟ้า 

ภูชี้ฟ้าโดยปรัชญาแดนพุทธภูมิ

       หากเราไม่ยอมเรียนรู้เรื่องราวร้าย ๆ ที่มากระทบจิตของตัวเองตลอดเวลาจิตได้ จิตย่อมคิด      แต่หวาดกลัวโดยปราศจากข้อสงสัย เพราะตัวเองไม่มีสติย่อมไม่เกิดการคิดพิจารณาจะต่อสู้กับอารมณ์ที่มากระทบนั้น   จิตย่อมเป็นทาสของอารมณ์เหล่านั้น ไม่ว่าตนจะดำรงชีวิตอยู่ตรงไหนก็ไม่มีความสุข เพราะได้แต่เกิดความระแวงเกิดความสงสัยกังวลใจตลอดเวลา ชีวิตย่อมมีความทุกข์ไม่มีความสุขอย่างแน่นอนการเดินทางไปเที่ยวที่ต่างๆ เป็นการฝึกฝนตนเองอย่างหนึ่งของชีวิตในการใช้จิตคิดแก้ปัญหาเกิดขึ้นตลอดเวลาการได้สื่อสารกับคน   แม้เป็นเพียงรอยยิ้มทำให้จิตของเรานี้สว่างไสวรู้สึกโลกนี้น่าอยู่ขึ้นมากมาย ลดปัญหาของความทุกข์ของการคิดไประแวดระวังตัวเองจนเกินความจำเป็นของชีวิตได้ การไปภูชี้ฟ้าแม้จะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวคน อาจเดินทางไปมากในช่วงฤดูแห่งการท่องเที่ยว เราจึงหลีกเลี่ยงเดินทางไปช่วงดังกล่าวอาจไปช่วงฤดูร้อนเพื่อศึกษาเรียนรู้ชีวิตของโลกมนุษย์ เพื่อปล่อยวางความทุกข์ที่มีอยู่ในจิตมนุษย์   แต่ละคนที่มีไม่เหมือนกัน การเดินไปสู่ที่ต่าง ๆ ทำให้จิตสลัดอารมณ์ที่มาเกาะเกี่ยวจิตของเราได้ เพราะจิตเราหันเหความสนใจต่อสิ่งเข้ากระทบจิตใหม่     ส่วนการเราจะเรียนรู้ราวใดที่ต้องเรียนรู้นั้น  ก็ดูความเหมาะสมกับเรื่องราวเหล่านั้นเป็นเรื่อง ๆไป ตามแต่ความคิดที่เกิดจากสติปัญญาของมนุษย์แต่ละคน ที่ต้องคิดใคร่ครวญ    วิเคราะห์พิจารณาตามหลักความรู้และความจริงมีแนวความคิด เป็นสากลยอมรับกันทุกฝ่ายโดยเฉพาะระบบการศึกษาของประเทศ เน้นให้ผู้เรียนศึกษาเชิงวิเคราะห์การศึกษาเชิงวิเคราะห์ทำให้เกิดการพัฒนา เมื่อมีการพัฒนาก็เกิดความเจริญก้าวหน้าของชีวิตย่อมไม่มีวันเสื่อม. 

          ภูชี้ฟ้าเคยเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ ต่อมากลายแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในช่วงฤดูหนาว  เพราะมีปัจจัยของทะเลหมอกที่สวยงามในฤดูหนาว         หมอกมีให้เห็นทุกฤดูกาลแต่จะมีมากน้อยขึ้นอยู่กับความกดดันอากาศของโลกยอดเขาแห่งนี้ ห่างจากที่พักวัดพระเนตร ๔๒.๕ กิโลเมตรถือว่า    ไกลพอสมควรใช้เวลาเดินทาง ๑ ชั่วโมง แต่ในวันนี้เป็นช่วงฤดูร้อนแล้วท้องฟ้าสว่างเร็วกว่าฤดูหนาว เมื่อคณะของเราเดินทางไปถึงภูชี้ฟ้าท้องฟ้าก็สว่างแล้ว  ในวันนี้คนมาน้อยมากเพราะหมอกแทบไม่มีให้    เห็นฉันทักทายกับนักท่องเที่ยว ๒-๓ คนเพิ่งเดินลงมาจากภูชี้ฟ้าภูชี้ฟ้า   เป็นเคยเป็นภูเขาหัวโลนจึงต้นไม้น้อยมากมีหญ้าขึ้นอยู่ทั่วไป         อากาศวันนี้เย็นสบายดีมากเดินมาที่ภูชี้ฟ้ายังไม่รู้สึกเหนื่อยแต่อย่างใดเหมาะแก่คน จะมาเดินออกกำลังกายเพื่อทดสอบความแข็งแกร่งของร่างกาย     ยอดเขาห่าง ๗๐๐ เมตรจากล้านจอดรถที่อยู่เชิงเขาภูชี้ฟ้า        เมื่อคณะของเราไปถึงยอดเขาภูชี้ฟ้าก็ไม่มีคนแล้ว  พวกเขาเดินลงมาจากภูชี้ฟ้าช่วงนี้ใกล้เข้าสู่ฤดูร้อนแล้ว เมฆหมอก    เริ่มหายไปหมดแล้ว เหลือแต่หมอกควันที่มนุษย์เผ่าไฟลอยขึ้น แต่อย่างไรลมเย็นก็พัดมาแม้จะน้อยไปแต่รู้สึกสบายดี จิตวิญญาณมนุษย์ต้องการพักผ่อนเช่นเดียวกับร่างกาย  

ไม่มีความคิดเห็น:

Post Top Ad

Your Ad Spot

หน้าเว็บ