ปัญหาทางญาณวิทยาของภูชี้ฟ้า
The epistemological problem of Phu Chee Fah

๑.บทนำ ปัญหาญาณวิทยาของภูชี้ฟ้า
โดยทั่วไปแล้ว แม้ว่าเราจะรับรู้การมีอยู่ของสถานที่หรือสิ่งต่าง ๆ เช่น ภูชี้ฟ้า เมืองโบราณกบิลพัสดุ์ ราชธานีโบราณอยุธยาผ่านตัวกลางทางข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นการอ่านหนังสือ การสืบค้นตามเว็บไชต์หรือการรับชมวีดีโอ เมื่อได้รับรู้ข้อเท็จจริงของสิ่งเหล่านั้น จิตใจของพวกเขาย่อมยอมรับการมีอยู่ของสถานที่ดังกล่าวโดยปริยาย และใช้เหตุผลทางปรัชญาในการอธิบายว่าสิ่งเหล่านี้คือ "สมมติสัจจะ" (Constructed Reality) ที่เกิดขึ้น ตั้งอยู่ชั่วคราว และเสื่อมสลายไปตามกาลเวลา
ยกตัวอย่างเช่น ภาพภูชี้ฟ้าสูงอันตระหง่านตา ท่ามกลางทะเลหมอกและอากาศอันหนาวเย็น ทว่าในความเป็นจริง เมื่อนักท่องเที่ยวทะลักเข้ามาจนเกิดความแออัด ภาพการจราจรติดขัด และทัศนียภาพที่ถูกบดบัง กลับกลายเป็นภาพจำใหม่ที่เข้ามารับช่วงแทน สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่า แม้เราจะยอมรับการมีอยู่ของภูชี้ฟ้าโดยปริยาย แต่ความภาพจริงที่แต่ละคนรับรู้นั้นกลับผันผวนและไม่เที่ยงแท้
ด้วยข้อจำกัดทางอายตนะภายใน(ประสาทสัมผัส)ในการรับรู้ประกอบอคติและความไม่รู้(อวิชชา) มนุษย์ส่วนใหญ่จึงเต็มไปด้วยความมืดมิด จึงยังขาดปัญญาที่จะแยกแยะระหว่าง "สมมติสัจจะ" (ความจริงทางโลก) และ "ปรมัตถสัจจะ"(ความจริงแท้) แม้จะพยายามใช้เหตุผลอธิบาย แต่ปัญหาเรื่อง "การมีอยู่ของภูชี้ฟ้า" ก็ยังคงเต็มไปความซับซ้อน คำถามคือ เหตุผลของใครกันแน่ที่ถูกต้อง? ผู้ไม่เคยเดินทางไปภูชี้ฟ้าแม้แต่ครั้งเดียว กลับสามารถอธิบายความจริงของมันได้หลากหลายรูปแบบ จนทำให้ความจริงเชิงเหตุนั้นคลุมเครือและไม่ชัดเจน
เมื่อวิญญูชนอย่างเจ้าชายสิทธัตถะหรือเพลโตหรืออาริสโตเติล เผชิญความคิดที่คลุมเครือเช่นนี้ ข้อสงสัยทางปรัชญาจึงเกิดขึ้นอย่างไม่รู้จบ แม้เราจะยอมรับการมีอยู่ของภูชี้ฟ้า แต่เรายังมีข้อสงสัยในต้นกำเนิดของความรู้เกี่ยวกับภูชี้ฟ้า โครงสร้างของความรู้นั้น วิธีการได้มาซึ่งความรู้ และความสมเหตุสมผลของความรู้นี้ได้อย่างไร ?
๒. โครงสร้างทางญาณวิทยา
เมื่อนักวิชาการในสาขาวิชาต่าง ๆ เช่น นักตรรกศาสตร์ นักปรัชญา ปุโรหิต และศาสดา เป็นมนุษย์ซึ่งมีข้อจำกัดในการรับรู้ผ่านอายตนะภายในและมีอคติเนื่องจากความไม่รู้ของตน ส่งผลให้นักวิชาการเหล่านั้นเต็มไปด้วยความมืดมิด พวกเขาจึงขาดปัญญาที่จะเข้าใจความจริงที่สมมติขึ้นและความจริงขั้นปรมัตถ์ เมื่อนักวิชาการสาขาต่าง ๆ แสดงความคิดเห็นของตนโดยอาศัยปฏิภาณตามหลักเหตุผล ญาณวิทยาเป็นสาขาหนึ่งของปรัชญา นักปรัชญาสนใจที่จะเรียนรู้เกี่ยวกับแง่มุมต่าง ๆ ของชีวิตมนุษย์ ซึ่งรวมถึงต้นกำเนิดของความรู้ของมนุษย์ องค์ประกอบของความรู้มนุษย์ วิธีการแสวงหาความรู้มนุษย์และความสมเหตุผลของมนุษย์ บุคคลจะถือว่ามีความรู้ที่แท้จริงได้ ก็ต่อเมื่อได้รับประสบการณ์ผ่านอายตนะภายในของชีวิตมนุษย์ กล่าวคือ เมื่อมนุษย์ใช้อายตนะภายในรับรู้เรื่องราวต่าง ๆ เกี่ยวกับโลก จักรวาลและมนุษย์ บุคคลนั้นจะได้รับความรู้จากประสบการณ์ชีวิตผ่านอายตนะภายใน และสั่งสมไว้ในจิตใต้สำนึกของตนเอง
๒.๑ ต้นกำเนิดของความรู้ของผู้เขียน เกี่ยวกับอุทยานแห่งชาติภูชี้ฟ้ากล่าวคือ เมื่อชีวิตของผู้เขียนประกอบด้วยปัจจัยทางร่างกายและจิตใจ ผู้เขียนใช้จิตใจของตนเองรับรู้ ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับภูชี้ฟ้าจากนักท่องเที่ยว ที่เล่าให้ฟังถึงความประทับใจในการเดินทางไปท่องเที่ยวภูชี้ฟ้าได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าในท่ามกลางหมู่เมฆหมอก ที่ลอยบนท้องฟ้าในระดับภูเขาสูง เมื่อพวกเขามองลงมาจากภูชี้ฟ้าเป็นภาพสวยงามตระกาลตามาก หรือเราอ่านข้อความในเว็บไซด์ต่าง ๆ และรวบรวมเรื่องดังกล่าวไว้เป็นหลักฐาน ทำให้เกิดความรู้ความเข้าใจในความงามของอุทยานแห่งชาติภูชี้ฟ้า เมื่อได้ความรู้ทางประสบการณ์ทางผัสสะแล้ว หรือมีอายตนะภายในเป็นสะพานเชื่อมระหว่างมนุษย์กับความรู้ในเรื่องราวเกี่ยวกับภูชี้ฟ้า แต่ความรู้ผ่านผัสสะตัวกลางเรานี้ แค่ทำให้เราได้นึกคิดจินตนาการถึงความจริง ที่มีอยู่เลยประสาทสัมผัสของตนออกไปหลายร้อยกิโลเมตร เรายังไม่ได้ผัสสะในความจริงเกี่ยวกับภูชี้ฟ้าแต่อย่างใด เราต้องเดินทางไปท่องเที่ยว เพื่อผัสสะภูชี้ฟ้าด้วยตัวเราจึงจะเกิดความรู้และความเป็นจริงเกี่ยวกับภูชี้ฟ้า
![]() |
| ภูชี้ฟ้าโดยปรัชญาแดนพุทธภูมิ |
ภูชี้ฟ้าเคยเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ ต่อมากลายแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในช่วงฤดูหนาว เพราะมีปัจจัยของทะเลหมอกที่สวยงามในฤดูหนาว หมอกมีให้เห็นทุกฤดูกาลแต่จะมีมากน้อยขึ้นอยู่กับความกดดันอากาศของโลกยอดเขาแห่งนี้ ห่างจากที่พักวัดพระเนตร ๔๒.๕ กิโลเมตรถือว่า ไกลพอสมควรใช้เวลาเดินทาง ๑ ชั่วโมง แต่ในวันนี้เป็นช่วงฤดูร้อนแล้วท้องฟ้าสว่างเร็วกว่าฤดูหนาว เมื่อคณะของเราเดินทางไปถึงภูชี้ฟ้าท้องฟ้าก็สว่างแล้ว ในวันนี้คนมาน้อยมากเพราะหมอกแทบไม่มีให้ เห็นฉันทักทายกับนักท่องเที่ยว ๒-๓ คนเพิ่งเดินลงมาจากภูชี้ฟ้าภูชี้ฟ้า เป็นเคยเป็นภูเขาหัวโลนจึงต้นไม้น้อยมากมีหญ้าขึ้นอยู่ทั่วไป อากาศวันนี้เย็นสบายดีมากเดินมาที่ภูชี้ฟ้ายังไม่รู้สึกเหนื่อยแต่อย่างใดเหมาะแก่คน จะมาเดินออกกำลังกายเพื่อทดสอบความแข็งแกร่งของร่างกาย ยอดเขาห่าง ๗๐๐ เมตรจากล้านจอดรถที่อยู่เชิงเขาภูชี้ฟ้า เมื่อคณะของเราไปถึงยอดเขาภูชี้ฟ้าก็ไม่มีคนแล้ว พวกเขาเดินลงมาจากภูชี้ฟ้าช่วงนี้ใกล้เข้าสู่ฤดูร้อนแล้ว เมฆหมอก เริ่มหายไปหมดแล้ว เหลือแต่หมอกควันที่มนุษย์เผ่าไฟลอยขึ้น แต่อย่างไรลมเย็นก็พัดมาแม้จะน้อยไปแต่รู้สึกสบายดี จิตวิญญาณมนุษย์ต้องการพักผ่อนเช่นเดียวกับร่างกาย

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น