The greatest discovery is the natural laws of human life. That everyone is equal Without choosing a social caste as the basis for determining humanity When the soul is the real person of man That accumulates knowledge from the mind with reasons And show his intention to act accordingly Would receive the result of Own action

Breaking

Post Top Ad

Your Ad Spot

พระครูวิสุทธิมงคลบัณฑิต,ผศ.ดร.

รูปภาพของฉัน
ปรัชญาจารย์, วิปัสสนาจารย์ Blogger ปรัชญาพุทธภูมิ,

วันเสาร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2567

ปัญหาอภิปรัชญา : ภูชีฟ้า

 

ปัญหาอภิปรัชญา : ภูชีฟ้า

The Metaphysical Problems :  Phu Chi Fa 

 

บทนำ  

             โดยทั่วไปแล้ว    ผู้เขียนมักได้ยินเรื่องราวมากมายเกี่ยวกับ "ภูชี้ฟ้า" ผ่านคำบอกเล่าของนักท่องเที่ยว ข้อมูลจากเว็บไซต์แผนที่โลกกูเกิล บทวิจารณ์" (Reviewed) ประสบการณ์บนโลกอินเตอร์เน็ต ตลอดจนข้อมูลจากกรมอุทยานแห่งชาติ ส่งผลให้ผู้คนยอมรับความงามของภูชี้ฟ้า ไปโดยปริยาย   พร้อมบันทึกภาพและความประทับใจเหล่านั้น  ไว้เป็นหลักฐานทางอารมณ์ในจิตใจ  

       ทว่ามนุษย์เรามิได้มีเพียงการรับรู้และสั่งสมอารมณ์เท่านั้น แต่เรายังเป็น "นักคิด" ที่นำการรับรู้มาพิจารณาตรึกตรองอีกด้วย  เหตุผล  ซึ่งเป็นเครื่องมือทางปรัชญาในการอธิบายความจริงให้ผู้อื่นฟัง  จนจุดประกายความอยากรู้อยากเห็น ก่อให้เกิดการแสวงหาความรู้ การเดินทางไปเยือน  หรือแม้กระทั่งการสักกะบูชา  

            อย่างไรก็ตาม เมื่อธรรมชาติของมนุษย์มีข้อจำกัดของอายตนะภายใน (ประสาทสัมผัส) ในการรับรู้ความจริงและมักมีความคิดอคติที่เกิดจากอวิชชา (ความไม่รู้) ปกคลุมจิตใจ ทำให้ขาดปัญญาที่จะเข้าใจทั้ง "สมมติสัจจะ"  (ความจริงสมมติ เช่น ภาพของภูชี้ฟ้า) และ "ปรมัตถสัจจ"  (ความจริงแท้ขั้นสูงสุด เช่น สภาวะนิพพาน)   ส่งผลให้ไม่สามารถถ่ายทอดความจริงเหล่านี้ผ่านเครื่องมือทางปรัชญาได้อย่างสมเหตุสมผล  

            ด้วยเหตุนี้  เมื่อผู้คนรับรู้เรื่องราวของภูชี้ฟ้าผ่านสื่อสังคมออนไลน์  แล้วแสดงความคิดเห็นโดยอาศัยปฏิภาณไหวพริบของตนเองและคาดคะเนความจริงจากสิ่งที่ได้ยินมา  คำอธิบายเหล่านั้น จึงมีทั้งถูกต้องและผิดพลาด  บ้าง บางครั้งก็ไม่ถูกต้อง  บางครั้งก็ให้เหตุผลแบบหนึ่ง  และบางครั้งก็ให้เหตุผลอีกแบบหนึ่ง  เมื่อความจริงยังคงคลุมเครือ  วิญญูชนจึงไม่ปักใจเชื่อว่าเป็นความจริง   หากแต่เกิดความปรารถนาที่จะเดินทางไปสัมผัสด้วยตนเองสักครั้ง  เพื่อการศึกษา  พักผ่อนหย่อนใจ  ผ่อนคลายเครียด และฟื้นฟูสุขภาพกายและใจ 
           การเดินทางมาเยือน ช่วยเปิดรับสัมผัสผ่านอายตนะภายใน และเก็บเกี่ยวความรู้จากประสบการณ์ตรง เมื่อจิตใจปรุงแต่งอารมณ์จนเกิดความประทับใจ หรือไม่ประทับใจ การพิสูจนความงามและความจริงของภูชี้ฟ้า   จึงต้องอาศัยการตรวจสอบข้อเท็จจริง   การรวบรวมพยานหลักฐาน  และการวิเคราะห์โดยการอนุมานความรู้ตามหลักเหตุผล ซึ่งเป็นกระบวนการทางปรัชญาในการอธิบายความจริง อย่างแท้จริง 

๒.ปรัชญาพุทธภูมิ 

        วิชาปรัชญาแบ่งออกเป็นหลายสาขา เช่น อภิปรัชญา, ญาณวิทยา จริยศาสตร์, สุนทรียศาสตร์ และตรรกศาสตร์  โดย อภิปรัชญานั้น  มุ่งศึกษาเกี่ยวกับมนุษย์    โลก    ปรากฎการณ์ธรรมชาติ ตลอดจนเหนือธรรมชาติ (เทพเจ้า)  ดังนั้น เมื่อนักปรัชญาอ้างอิงข้อเท็จจริงใด  ย่อมต้องมีหลักฐานสนับสนุนข้อเท็จจริงที่น่าเชื่อถือ

         หากปราศจากหลักฐานเชิงประจักษ์  ข้อเท็จจริงย่อมขาดความน่าเชื่อถือ ตามหลักวิชาการทางปรัชญา   แม้แต่ถือว่าพยานบุคคล (personal witness) ก็อาจมีอคติและมีข้อจำกัดในการรับรู้ผ่านอายตนะภายในร่างกาย ซึ่งตางกับแนวคิดของทฤษฎีความรู้เชิงประจักษ์ (Empiricism) กล่าวว่า "บ่อเกิดความรู้ของมนุษย์ต้องผ่านการรับรู้ทางประสาทสัมผัส และสั่งสมเป็นข้อมูลทางอารมณ์ในจิตใจเท่านั้น"  ทั้งนี้ ในทางปรัชญาได้แบ่ง "ความจริง" ออกเป็น ๒ ระดับ  คือ 

       ๒.๑. ความจริงระดับประสาทสัมผัส (สมมติสัจจะ/สังขตธรรม) 
       ๒.๒ ความจริงขอบเขตเหนือประสาทสัมผัส (ปรมัตถสัจจะ/อสังขตธรรม)    
       เราสามารถอธิบายความเป็นจริงทั้งสองประเภทได้ดังนี้ 

       ๒.๑.ความจริงระดับประสาทสัมผัส (สมมติสัจจะ/สังขตธรรม)    คือความจริงที่มนุษย์รับรู้ได้ผ่านประสาทสัมผัสรอบตัว เป็นสิ่งที่ปรากฏอยู่รอบตัวมนุษย์ อันได้แก่ วัตถุ, สภาวะ ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติและเหตุการณ์ทางสังคม    สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น  ตั้งอยู่ และดับไปตามปัจจัยปรุงแต่งในทางพระพุทธศาสนา เรียกว่า "สังขตธรรม" 

         ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๕   ได้นิยมว่า "สังขตธรรม คือ สิ่งที่มีปัจจัยปรุงแต่งขึ้น  เช่นเดียวกับชีวิตมนุษย์ ที่เกิดจากการรวมตัวของรูป(ร่างกาย)และนาม(จิตใจ) ในครรภ์มารดา เมื่อองค์พระสัมมาสัมพระพุทธเจ้าทรงปฏิบัติธรรมตามอริยมรรคมีองค์ ๘ จนจิตบริสุทธิ์ผ่องใส ทรงมีญาณทัศนะอันยิ่งใหญ่  จึงทรงมองเห็นความจริงว่าสรรพสิ่งในโลกล้วนเกิดจากปัจจัยปรุงแต่งทั้งสิ้น 

        ๒.๒.ความจริงเหนือขอบเขตประสาทสัมผัสของมนุษย์(ปรมัตถสัจจะ/อสังขตธรรม)    คือสภาวะความจริงแท้ที่มีอยู่จริง แต่มนุษย์จะเข้าถึงความจริงได้ ต้องผ่านการพัฒนาศัยภาพจิตใจด้วยการปฏิบัติตามหลักอริยมรรคมีองค์ ๘  จนบรรลุ "อภิญญา ๖"  สภาวะนี้ปราศจากปัจจัยปรุงแต่ง ไม่มีความเกิด จึงไม่มีความเสื่อมสลาย  เช่น "สภาวะนิพพาน"   

๓.การวิเคราะห์ภูชี้ฟ้าผ่านมุมองทางปรัชญา

     เมื่อนำหลักปรัชญามาพิจารณา "ภูชี้ฟ้า" ซึ่งตั้งอยู่บนเทือกเเขาดอยผาหม่น  บริเวณวนอุทยานแห่งชาติภูชี้ฟ้า ตำบลตับเต๋า อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย อันเป็นพื้นที่ชายแดนระหว่างประเทศไทย และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว   จะพบประเด็นทางอภิปรัชญาและสุนทรียศาสตร์ ดังนี้ :

         การสัมผัสความจริงด้วยอายตนะ :  ยอดภูชี้ฟ้ายื่นออกจากไปทางฝั่งลาวทำมุมประมาณ ๔๕ องศา เมื่อผู้ไปเยือนสัมผัสกับสายหมอกและอากาศหนาวเย็นผ่านทางผิวหนัง(กายสัมผัส) ยอมรับรู้ได้ทันทีว่า ภูชี้ฟ้าเป็น รมณียสถาน(สถานที่อันน่ารื่นรมย์)  การปลดปล่อยความเครียดจากตัณหาและความยึดมั่นถือมั่น  ช่วยผ่อนคลายจิตใจที่ซึมเศร้าและเหนื่อยล้าจากวิถีชีวิตประจำวัน 

ที่มาแห่งนาม "ภูชี้ฟ้า" :   

          ภูชี้ฟ้าสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ ๑๖๐๐ เมตร มีลักษณะเป็นภูเขาหัวโล้นไม่มีต้นไม้ใหญ่ขึ้นปกคลุมบนยอดเขาแต่อย่างใด เมื่อไม่มีต้นไม้ก็มีหญ้าขึ้นปกคลุมพื้นดินยอดเขาไว้สอดคล้องกับแนวคิดทางปรัชญา "ภูเขาสูงเทียมฟ้าต่ำกว่าหญ้านิดเดียว"       ภูชี้ฟ้าจึงปกคลุมไปด้วยหญ้าชนิดต่าง ๆ  เนื้อที่ประมาณ ๒,๕๐๐ ไร่ที่เห็นว่าเข็มมุดปักปันเขตแดนระหว่างไทยกับลาวไว้ชัดเจน       ตั้งไว้อยู่กึ่งกลางบนยอดภูชี้ฟ้าบนเทือกเขาดอยผาหม่น        ภูชี้ฟ้าเป็นยอดเขาที่ตั้งบนเทือกเขาที่เรียกว่าดอยผาหม่นมีหมอกมากในฤดูหนาวลักษณะของภูชี้ฟ้า มีเหตุผลใด มนุษย์จึงสมมติชื่อยอดเขาแห่งนี้เรียกว่า "ภูชี้ฟ้า" เพราะ เมื่อเราผัสสะด้วยประสาทตาผู้เขียนเห็นว่ายอดภูชี้ฟ้านั้นมีลักษณะคล้ายกับนิ้วชี้ของมือมนุษย์ที่ยกชี้ขึ้นไปสู่บนท้องฟ้า ที่เรียกว่าจักรวาลอันกว้างไกลเกินไปประสาทสัมผัสของมนุษย์ จะรับรู้ได้ด้วยประสาทสัมผัสของนัยน์ตาส่วนหนึ่งของร่างกายที่เรียกว่าอินทรีย์๖ของมนุษย์จะรับรู้ได้ถึงขอบเขตของจักรวาล หน้าผาอันสูงชันด้านทิศตะวันออกของภูชี้ฟ้า    ภูชี้ฟ้าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมและมีชื่อเสียงมากเพราะนักเขียนหลายท่านไปรีวิวไว้ในโลกออนไลน์หลายร้อยเว็บไซด์ใแต่ละปีมนช่วงฤดูหนาว จะมีนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศเดินทางมาสู่มาชมพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้า จำนวนหลายแสนคนด้วยกัน โดยมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาทั้งปี จะมีมากในช่วงฤดูหนาวเพื่อชมความสวยงามของเมฆหมอกที่พัดผ่านภูชี้ฟ้า ในระดับต่ำกว่ายอดภูชี้ฟ้าในฤดูหนาวนักท่องเที่ยวนิยมเดินทางไปที่ภูชี้ฟ้า เพราะพวกเขาสามารถเห็นมวลหมอกหนาแน่นลอยพัดผ่านภูชี้ฟ้าตั้งแต่เช้า 

       เมื่อพวกเขาไปยืนอยู่บนยอดภูชี้ฟ้า มองลงจากหน้าผาลงสู่ที่ต่ำกว่าจะมองเห็นเมฆหมอกลอยในระดับต่ำยอดภูชี้ฟ้า เป็นภาพที่สวยงามมากเริ่มตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้าแสงอาทิตย์กระทบมวลหมอกเหล่านั้น กายของฉันได้ผลกระทบจากลมหนาวพัดจากหุบเขาอันกว้างไกล จากฝั่งประเทศลาว ความหนาวกระทบผิวหนังของเราย่อมทำให้เกิดสภาวะความสุขเกิดขึ้นในจิตใจของตัวเองได้ ความสวยงามของสถานที่แห่งนี้จึงเป็นจุดเด่นที่ คือมวลภาพของเมฆลอยอย่างหนาแน่นในฤดูหนาว อากาศเย็นสบาย พระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้า เป็นทัศนียที่สวยงามเกินกว่าคำอธิบายด้วยเหตุผล ที่มนุษย์จะคิดหามาบรรยายให้เข้าถึงได้เป็นสิ่งที่เรียนรู้ได้เฉพาะตนเอง ถึงจะมีความเข้าใจเมื่อชมความงามที่จิตโน้มออกรับไว้มาประทับไว้ใน จิตความงามนี้ให้ติดตามอยู่ในจิตไปทุกหนทุกแห่งท่ี่ชีวิตมนุษย์ได้เดินทางไปทำให้ผู้คนนิยมออกไปถ่ายรูปตรงหน้าผาของภูชี้ฟ้า เพื่อเก็บความทรงจำไว้ในแผ่นภาพมากกว่าทรงจำไว้ในจิตของตัวเอง และไม่มีความคิดหวาดกลัวบางครั้งพลาดพลั้งตกลงจากหน้าผาก็มีเจ้าหน้าที่จำเป็นจึงขึ้งเส้นลวดยาวเหยียดไว้เตือนสติเราให้ระมัดระวังในการเที่ยวภูชี้ฟ้า


ไม่มีความคิดเห็น:

Post Top Ad

Your Ad Spot

หน้าเว็บ