The fifth element of Buddhism is religious place.
องค์ประกอบที่ห้าของพระพุทธศาสนาคือศาสนสถาน

บทนำ
วัดพุทธทั่วโลกเช่นเดียวกับวัดของศาสนาอื่น ๆ มีพิธีกรรมและแนวปฏิบัติทางศาสนาของตนเอง เพื่อบรรลุสัจธรรมที่อยู่เหนือขอบเขตการรับรู้ของมนุษย์ สถานที่ที่จำเป็นสำหรับการประกอบพิธีกรรมเหล่านี้เรียกว่า"ศาสนสถาน หรือสถานที่สำหรับประกอบพิธีกรรมทางศาสนา" ยกตัวอย่างเช่น ศาลาวัดใช้สำหรับพิธีทำบุญในวันสำคัญทางพุทธศาสนา การถวายภัตตาหารเช้าแก่พระภิกษุ และการทำบุญให้แก่ผู้ล่วงลับในตอนเที่ยง นี่คือเรื่องราวที่เราเข้าใจความหมายของศาสนสถานจากประสบการณ์ชีวิตผ่านอายตนะภายใน และสั่งสมความรู้เป็นข้อมูลทางอารมณ์ไว้ในจิตใจมาเป็นเวลานาน
เมื่อผู้เขียนได้ค้นหาข้อมูลในพจนานุกรมราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.๒๕๕๔ ได้นิยามคำว่า "ศาสนสถาน" คือ สถานที่สำหรับประกอบพิธีกรรมทางศาสนาเช่น โบสถ์ พระวิหาร สถูป เจดีย์ ซึ่งเป็นศาสนสถานที่ในพระพุทธศาสนา" กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ :
โบสถ์คือ สถานที่ที่พระภิกษุสงฆ์มาประชุมและทำพิธีกรรมทางศาสนา เช่น สวดพระปาฏิโมกข์ และการอุปสมบท
สีมาคือเครื่องหมายบอกขอบเขตของโบสถ์ ซึ่งมักทำจากแผ่นหินหรือเสา
กุฎีคือที่อยู่ของนักบวช เช่น พระภิกษุสงฆ์ บ้านหรืออาคารสำหรับพระภิกกษุและสามเณรโบราณเรียกว่า"กะดี"
พระประธานคือ พระพุทธรูปขนาดใหญ่ที่ประดิษฐานอยู่ในพระอุโบสถหรือ วิหาร พระพุทธรูปนี้ถือเป็นตัวแทนพระพุทธเจ้า
สถูปคือ สิ่งก่อสร้างที่มีรูปร่างคล้ายบาตรคว่ำซึ่งบรรจุเครื่องบูชาที่เหมาะสม ได้แก่พระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า และพระธาตุของพระอรหันต์
ส่วนเจดีย์ คือ สิ่งที่สร้างขึ้นเป็นรูปฟางปลายแหลม บรรจุวัตถุมงคล พระบรมสารีริกธาตุ หรือบุคคลสำคัญต่าง ๆ
ปัจจุบันวัดต่าง ๆ มักใช้ศาลาวัด เป็นอาคารสำหรับทำบุญในวันสำคัญทางพุทธศาสนา และศึกษาภาษาบาลีและสำนักธรรมสนามหลวงนอกจากนี้ยังเป็นสถานที่สำหรับพระภิกษุสงฆ์ ที่ละทิ้งครอบครัวมาอุปสมบทเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนา และเป็นที่พึงของฆราวาสที่ยึดถือพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง
เมื่อผู้เขียนศึกษาเรื่อง "ศาสนสถานแห่งแรก" ในพระพุทธศาสนาจากหลักฐานในพระไตรปิฎกมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ในเบื้องต้นเราได้ฟังข้อเท็จจริงว่าป่าอิสิปตนมฤคทายวันเป็นสถานที่ที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงพระธรรมเทศนาครั้งแรก จึงถือได้ว่าเป็นศาสนสถานแห่งแรกในพระพุทธศาสนา กล่าวคือ เมื่อพระพุทธเจ้าตรัสรู้กฎธรรมชาติของชีวิตมนุษย์แล้ว พระองค์ได้ทรงทดสอบผลของปฏิบัติมรรคมีองค์ ๘ เป็นเวลา ๗ สัปดาห์หรือ ๔๙ วัน ก็ได้ผลเหมือนกันคือ "อภิญญา ๖ อันเป็นความรู้แท้จริงตามกฎธรรมชาติของมนุษย์แล้ว ซึ่งไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่นได้ พระองค์จึงทรงตัดสินพระทัยที่จะทรงแสดงธรรมแก่พราหมณ์ปัญจวัคคีย์ โดยเสด็จจากเมืองอุรุเวลาเสนานิคมในแคว้นมคธไปยังเมืองพาราณสี ซึ่งเป็นเมืองหลวงแห่งแคว้นกาสี ระยะทาง ๒๖๐ กิโลเมตร ในเวลานั้น เมืองพาราณสีเป็นเพียงหมู่บ้านเล็ก ๆ ริมฝั่งแม่น้ำคงคาที่เรียกว่า "หมู่บ้านกาสี" ซึ่งเป็นรัฐบริวารภายใต้การปกครองของแคว้นโกศล ต่อมาพระเจ้าปเสน ทิโกศลทรงได้พระราชทานหมู่บ้านกาสีแห่งนี้ เป็นของขวัญในพิธีสยุมพรระหว่างพระเจ้าพิมพิสารและพระนางเวเทหิ ซึ่งเป็นพระขนิษฐาของพระองค์เอง
ป่าอิสิปตนมฤคทายวันเป็นศาสนสถานแห่งแรกในพระพุทธศาสนา
ป่าอิสิปตนมฤคทายวันเป็นอุทยานหลวงของพระเจ้าพรหมทัตแห่งแคว้นกาสี ซึ่งพระองค์ทรงใช้เป็นเขตรักษาพันธ์ุกวาง ต่อมากษัตริย์หลายพระองค์แห่งแคว้นกาสี พระองค์ ทรงครองราชย์มายาวนานกว่า ๔๐๐๐ ปีและทรงดำเนินนโยบายต่อเนื่องกันมาทุกรัชกาล เพื่อให้ป่าแห่งนี้เป็นเขตรักษาพันธ์ุสัตว์ป่าทุกชนิดหรือเขตอภัยทาน (Animal Sanctuary ) เมื่อพระเจ้าพรหมทัตทรงมีพระราชโองการให้ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน เป็นเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่า ตามหลักคำสอนทางพุทธศาสนาและทรงเรียกสถานที่แห่งนี้ว่า "เขตอภัยทาน" พระเจ้าพรหมทัตจึงทรงมีพระราชโองการให้ห้ามการล่ากวาง จึงไม่มีใครกล้าละเมิดพระราชอำนาจของพระเจ้าพรหมทัต เมื่อป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ยังคงเป็นสถานที่ที่สงบสุข ห่างไกลจากการรบกวนของมนุษย์ หรือการล่าสัตว์ภายในเขตอุทยานหลวง เป็นต้น
ต่อมามหาราชาจากอาณาจักรต่าง ๆ ได้ตรากฎหมายจารีตประเพณีเกี่ยวกับระบบวรรณะ โดยประกาศให้ศาสนาพราหมณ์เป็นศาสนาประจำชาติ และบัญญัติคำสอนของศาสนาพราหมณ์เป็นกฎหมายจารีตประเพณีเกี่ยวกับระบบวรรณะ การกระทำเช่นนี้ ก็เพื่อรักษาเสถียรภาพของชาติ ปกป้องผลประโยชน์จากการบูชาเทพเจ้าประจำชาติ และป้องกันละเมิดสิทธิและหน้าที่ในการประกอบพิธีบูชายัญตามความเชื่อทางศาสนา เมื่อประกาศใช้กฎหมายวรรณะแล้ว ย่อมมีสภาพบังคับตามหลักกฎหมายวรรณะให้ประชาชนมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กฎหมายห้ามไม่ให้ประชาชนทุกวรรณะมีเพศสัมพันธ์กับบุคคลในวรรณะอื่น และห้ามไม่ให้ประชาชนปฏิบัติหน้าที่ของวรรณะอื่น ประชาชนทุกวรรณะต่างเบื่อหน่ายกับระบบวรรณที่คอยลงโทษผู้คนต่างวรณะที่คบหากันและมีเพศสัมพันธ์เป็นประจำ เนื่องจากชีวิตของพวกเขาเต็มไปด้วยตัณหาที่ซ่อนเร้นอยู่ในจิตใจ บางคนละทิ้งครอบครัวและออกบวชเป็นฤาษี เพื่อแสวงหาการตรัสรู้สัจด้วยวิธีการต่าง ๆ พวกเขาใช้ป่าอิสิปตนมฤคายทายวันเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม เมื่อจิตวิญญาณของพวกเขาบรรลุฌานขั้นที่ ๘ ของการทำสมาธิแล้ว พวกเขาก็ได้เผยแพร่คำสอน และแสดงทัศนะทางปรัชญาพราหมณ์ของตนไปทั่วชมพูทวีป
เมื่อจิตใจของพราหมณ์เหล่านั้นถูกดึงดูดด้วยศรัทธาของผู้คน พวกเขาจึงใช้ความรู้ดังกล่าวในการประกอบพิธีกรรมบูชาไฟ เพื่อทำนายโชคชะตา โดยอ้างว่าตนมีพลังในการสื่อสารกับเทพเจ้าต่าง ๆ เพื่อช่วยให้พวกเขาบรรลุความปรารถนา กล่าวอีกนัยหนึ่งคือคนธรรมดาไม่สามารถมองเห็นได้ พราหมณ์จึงประกอบพิธีกรรมบูชาไฟเพื่อถวายเครื่องบูชาแด่เทพเจ้า เพื่อเอาใจเทพเจ้าผู้ยิ่งใหญ่และช่วยให้พวกเขาเจริญรุ่งเรือง ก้าวหน้าในความปรารถนาและประสบความสำเร็จในชีวิตหลังจากพระโพธิสัตว์ตรัสรู้ และกลายพระพุทธเจ้าทรงเห็นว่าผู้คนทั่วอนุทวีปอินเดีย มีศรัทธาในเทพเจ้า และพร้อมที่จะปฏิบัติตามคำสอนของพราหมณ์ผ่านพิธีกรรมบูชา เพื่อหลีกหนีความทุกข์จากกฎหมาย ขนบธรรมและจารีตประเพณีของระบบวรรณะ พระพุทธเจ้าจึงทรงเกรงว่าจะไม่มีใครฟังคำสอนของพระองค์ อย่างไรก็ตาม เมื่อพระองค์ทรงนึกถึงผู้ที่เคยศรัทธาในพระองค์ก็ยังคงพอมี และพร้อมที่จะปฏิบัติตามคำสอนของพระองค์ โดยให้เกียรติพระองค์ในฐานะครูเทียบเท่าพราหมณ์เจ้าของสำนักนั้น เมื่อพระองค์ทรงอนุมานความรู้เหล่านี้จากประสบการณ์ชีวิตของพระองค์ ทรงได้ยินข้อเท็จจริงเป็นเช่นนี้แล้ว ดังนั้น พระองค์ทรงตัดสินพระทัยในการออกเผยแผ่พระพุทธศาสนา
โดยพระพุทธเจ้าทรงเดินทางไปแสดงพระธรรมเทศนาครั้งแรกแก่ปัญจวัคคีย์ พระองค์ทรงถือว่าพวกเขาเป็นกลุ่มแรกที่มีศรัทธาในพระองค์ ในการแสวงหาสัจธรรมและพระองค์เชื่อว่าปัญจวัคคีย์จะปฏิบัติอริยมรรคมีองค์ ๘ บรรลุสัจธรรมในระดับอภิญญา ๖ได้ เมื่อพระองค์ทรงตัดสินพระทัยที่จะแสดงธรรมแก่โลก เพื่อช่วยให้พวกเขาพ้นจากอวิชชาแล้ว พระพุทธเจ้าจึงทรงเดินทางจากตำบลอุรุเวลาเสนานิคม (ในปัจจุบันเรียกว่าตำบลพุทธคยา) เป็นเวลา ๑๑ วัน มาถึงป่าอิสิปตนมฤคทายวัน เขตเมืองพาราณสี แคว้นกาสี ปัจจุบันคือตำบลสารนารถ อำเภอพาราณสี รัฐอุตตรประเทศ สาธารณรัฐอินเดีย สถานที่เกิดดวงเห็นธรรมของพระอัญญาโกณฑัณญะ เรียกว่า "ธัมเมฆสถูป" ซึ่งเป็นสถานที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมเทศนาเป็นครั้งแรกแก่ปัญจวัคคีย์ทั้งห้า ผลจากคำเทศนานั้น พระอัญญาโกณฑัญญะ สำรวมกาย วาจา และสำรวม จดจ่ออยู่กับการฟังเพียงอย่างเดียวจนมีสมาธิแน่วแน่และพิจารณาคำสอนของพระพุทธเจ้า จนได้หยั่งรู้ธรรมของพระอัญญาโกณฑัญญะ และบรรลุโสดาบัน เป็นต้น
ดังนั้น ป่าอิสิปตนมฤคทายวันจึงถือว่าเป็นสถานกำเนิดพระพุทธศาสนา ในรัชสมัยของพระเจ้าอโศกมหาราช พระองค์เสด็จมาแสวงบุญที่ป่าแห่งนี้ พระองค์ทรงสร้างธัมเมฆสถูปเป็นอนุสรณ์สถานระลึกถึงการแสดงเทศนาครั้งแรกของพระพุทธเจ้า ในสมัยปัจจุบันกรมโบราณคดีของอินเดียเรียกสถานที่แห่งนี้ว่า Buddha temple (วัดพระพุทธเจ้า) ก่อนสมัยพุทธกาลนั้นเรียกว่าป่าอิสิปตนมฤคทายวันเท่านั้น ต่อมาได้กลายเป็นสถานที่ทางพุทธศาสนาหลังพุทธกาลกว่าสองร้อยปี การเสด็จมาของพระองค์มีจุดประสงค์ เพื่อช่วยเหลือมนุษย์ให้พ้นทุกข์ด้วยการปฏิบัติอริยมรรคมีองค์ ๘ พระพุทธองค์ระลึกถึงความเมตตาของปัญจวัคคีย์ที่รับใช้พระพุทธองค์ ขณะที่พระองค์ศึกษาความรู้และสัจธรรมแห่งชีวิตผ่านการบำเพ็ญทุกรกิริยานั้น เมืองสารนารถในยุคก่อนพุทธกาล เรียกว่า "ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน" เป็นเขตอภัยทาน ที่ห้ามล่าสัตว์ตามพระราชกฤษฎีกาของพระเจ้าพรหมทัต
ด้วยเหตุนี้ ชาวแคว้นกาสี จึงเรียกสถานที่แห่งนี้ว่า "ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน" เพราะคำว่า "อิสิ" หมายถึง ฤาษี ปตนะหมายถึงสถานที่ชุมนุมของฤาษี โยคี มุนี และนักบุญที่มารวมตัวกัน เพื่อปฏิบัติธรรมในป่า ตัวอย่างเช่น ที่นี่เป็นสถานที่ที่พระเจ้าพรหมทัตทรงเลี้ยงกวางเป็นต้น เหตุผลที่พวกฤาษีมารกรากอยู่ที่นี้ ก็เพราะที่นี่เงียบสงบและผู้คนไม่กล้ารบกวน เนื่องจากเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ในสมัยพระเจ้าพรหมทัตต์ ผู้ปกครองแคว้นกาสี จึงเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า เช่น กวาง นอกจากนี้ ยังอยู่ไม่ไกลจากพระราชวังของพระเจ้าพรหมทัต ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างแม่น้ำวรุณและแม่น้ำอสี
หลังจากตรัสรู้และเข้าใจกฎธรรมชาติของชีวิตมนุษย์ พระองค์ทรงตัดสินพระทัยเสด็จแสดงธรรมแก่ฤาษีทั้งห้า(ปัญจวัคคีย์) ในวันเพ็ญขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๘ ซึ่งเป็นเวลาสองเดือนหลังจากการตรัสรู้ พระพุทธเจ้าเสด็จไปยังป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ซึ่งเป็นสถานที่รวมตัวของฤาษีที่แสวงหาการหลุดพ้นจากความทุกข์และการกดขี่ของระบบวรรณะในสังคมก่อนพุทธกาล อุทยานแห่งนี้ตั้งอยู่ไม่ไกลริมฝั่งแม่น้ำคงคา ใกล้กับเมืองพาราณสี เมืองหลวงของอาณาจักรกาสี ปัจจุบัน ป่าแห่งนี้ตั้งอยู่ในตำบลสารนารถ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอำเภอพาราณสี ซึ่งเป็นหนึ่งใน ๗๕ อำเภอของรัฐอุตตรประเทศ สาธารณรัฐอินเดีย
ปัญหาต่อไปที่เราพิจารณาคือ เมื่อฤาษีทั้งห้าได้ฟังพระธรรมเทศนาของพระพุทธเจ้า จิตใจของพวกเขาก็เกิดความศรัทธาในพระรัตนตรัย ปฏิบัติอริยมรรคมีองค์ ๘ อย่างขยันขันแข็ง ตระหนักถึงรู้ความไม่เที่ยงแท้ของชีวิต ตั้งใจฟังธรรมด้วยจิตใจจดจ่อ เกิดปัญญาเข้าใจว่าชีวิตไม่เที่ยง ความตายไม่ใช่จุดจบของชีวิต และตัดสินใจละทิ้งความเชื่อเดิม ที่เคยยึดถือ ซึ่งก็คือการปฏิบัติบำเพ็ญตบะของศาสนาเชน พวกเขายึดมั่นในคำสอนของพระพุทธเจ้าและอุปสมบทเป็นภิกษุในพระพุทธศาสนา ประเด็นที่ต้องวิเคราะห์เพิ่มเติมคือการตัดสินใจของฤาษีทั้งห้าที่ยอมรับเอาหลักธรรมเป็นที่พึงสูงสุดและอุปสมบทในพระพุทธศาสนานั้น ส่งให้เกิดองค์ประกอบทางพระพุทธศาสนาซึ่งส่งผลให้องค์ประกอบทั้งสามของพระพุทธศาสนาครบถ้วนสมบูรณ์ คือพระรัตนตรัย

หลังสมัยพุทธกาล จักรพรรดิอโศกได้เสด็จไปยังสถานที่ที่พระพุทธเจ้าแสดงปฐมเทศนาในป่าอิสิปตนมฤคทายวัน และทรงมีพระราชดำริสร้างวัดพระพุทธเจ้า (Buddha temple) ในอุทยานแห่งนั้นและทรงสร้างธัมเมฆสถูป เพื่อเป็นอนุสรณ์ถึงสถานระลึกถึงการแสดงปฐมเทศนาของพระพุทธเจ้า ซึ่งนำไปสู่การบรรลุธรรมขั้นต้น (โสดาบัน) ของฤาษีอัญญาโกณทัญญะ เหตุการณ์นี้นำไปสู่การที่ฤาษีอีก๕ รูปเกิดศรัทธาขอบวชเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนาและได้รับความคุ้มครองในพระรัตนตรัยเป็นต้น
ยิ่งไปกว่านั้น จักรพรรดิอโศกทรงสร้างธรรมราชิกสถูปขึ้น เป็นอนุสรณ์สถานที่ ณ สถานที่ พระพุทธเจ้าทรงแสดงพระสูตร อนัตตลักขณสูตรแก่ฤาษีทั้งห้า (ปัญจวัคคีย์ทั้ง ๕) จนบรรลุเป็นอรหันตผล หลังจากฟังพระธรรมเทศนาเรื่อง "อนัตตลักขสูตร" ซึ่งกล่าวถึงความไม่เที่ยงแท้ของชีวิตมนุษย์ โดยไม่คำนึงถึงวรรณะพวกเขาก็เข้าใจคำสอนนั้น ตามหนังสือเที่ยวอินเดียแต่งขึ้น ผู้เขียนที่มีนามปากกาว่า "สารนารถ" ได้กล่าวไว้ว่าจักรพรรดิอโศกทรงสร้างขึ้นถูกทำลายหนักสองครั้ง ครั้งแรกแขกมุสสลิม ครั้งที่สอง เมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. ๒๓๓๗ ชคัดสิงห์อำมาตย์ของราชาเจตวิงห์ มหาราชาผู้ครองเมืองพาราณสี อาณาจักรกาสี มีความปรารถนาจะอิฐใหญ่ๆ สำหรับก่อสร้างตึกในเมืองพาราณสี ซึ่งเดียวนี้ว่าชคัดคุนชื
พระนางกุมารเทวีทรงเป็นผู้สร้างมูลคันธกุฏีของพระพุทธเจ้า ต่อมาถูกมุหะหมัดโฆรี เผาเสียเหลือแต่ฐาน เรียกว่า "ธรรมจักรชินะวิหาร" เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานที่ส่งพระธรรมทูตรุ่นแรกไปยังทิศทั้ง ๔ เพื่อไปเผยแผ่หลักคำสอนของพระพุทธเจ้าและสอนวิธีปฏิบัติธรรมเพื่อใช้คำสอนของพระพุทธเจ้าพัฒนาศักยภาพของชีวิตให้รู้แจ้งแทงตลอดถึงความเป็นไปของการใช้ชีวิตของตัวเอง ส่วนพระองค์ก็เสด็จสู่ตำบลอุรุเวลาเสณานิคม เพื่อโปรดชฏิล ๓ พี่น้อง เป็นต้น ทรงสร้างเสาหินอโศกไว้ ๑ ต้น เพื่ออนุสรณ์สถานและจารึกด้วยอักษรพราหมีไว้เพื่อประกาศว่า สถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่แสดงปฐมเทศนาของพระพุทธเจ้า ในยุคสมัยปัจจุบันนี้ ตั้งอยู่ในตำบลสารนารถ อำเภอพาราณสี รัฐอุตตรประเทศสาธารณรัฐอินเดียของบุคคลเหล่านั้น และกล่าวโดยสรุปศาสนาคือลัทธิความเชื่อว่าด้วยความรู้ และความเป็นจริงในชีวิตมนุษย์ที่ศาสดานั้น ได้ศึกษาค้นคว้าจนพบความรู้และความจริงของชีวิตที่ทนทานต่อการพิสูจน์ตามเกณฑ์มาตรฐานของความรู้ และความเป็นจริงอย่างสมเหตุสมผล ปราศจากข้อสงสัยในคำตอบของความรู้และความจริงอีกต่อไป เมื่อศาสดาแล้วก็ต้องมีสาวกผู้ได้ ฟังธรรมเกิดความเชื่อและศรัทธาในคำสอนนั้น มีพิธีกรรมเข้าบวชสู่ศาสนาและมีสถานที่แสดงธรรมนั้นด้วย เป็นต้น
๑.ภาพถ่ายโดยช่างภาพอิสระ คุณมติ นิติพล๒.พระไตรปิฎกเล่ม ๔ ฉบับมหาจุฬา ฯ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๔ มหาสวรรคภาค ๑. ว่าด้วยพระภิกษุปัญจวัคคีย์เรื่องว่าด้วยอุททกดาบส รามบุตรข้อ.๑๐.๓.สารนารถ เที่ยวอินเดีย พระนคร พิมพ์ครั้งที่ ๖ สำนักพิมพ์คลังวิทยา พ.ศ. ๒๔๙๑

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น