The greatest discovery is the natural laws of human life. That everyone is equal Without choosing a social caste as the basis for determining humanity When the soul is the real person of man That accumulates knowledge from the mind with reasons And show his intention to act accordingly Would receive the result of Own action

Breaking

Post Top Ad

Your Ad Spot

วันอาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

๖. แรงบันดาลใจในการเขียนปรัชญาแดนพุทธภูมิ

๖.แรงบันดาลใจในการเขียนปรัชญาพุทธภูมิ 

Inspiration for writeฺ Buddhaphumi Philosophy


๑.บทนำ ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา

          โดยทั่วไปแล้วผู้เขียนไม่เคยตั้งใจที่จะเขียนบทความวิชาการเกี่ยวกับปรัชญาพุทธภูมิมาก่อน    อย่างไรก็ตาม  ด้วยประสบการณ์มากมายในฐานะนักเทศน์ทางพระพุทธศาสนา       เนื่องจากใช้ชีวิตในอินเดียมานานหลายปีมีโอกาสบรรยายประวัติศาสตร์พุทธศาสนา     และการนำพุทธศาสนิกชนชาวไทยไปแสวงบุญยังสังเวชนียสถานทั้ง ๔ แห่ง    ตลอดจนความรู้ที่สั่งสมมาจากการทำงานเหล่านี้เป็นหลักฐานทางอารมณ์          

             บทความนี้จึงถ่ายทอดออกมาจากความทรงจำอันล้ำค่าของผู้เขียน      ในการรับใช้พระพุทธเจ้าในดินแดนต้นกำเนิดของพระพุทธศาสนานั้นหาได้ยาก   ความสำเร็จของการทำงานจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาความพยายามที่ประสบความสำเร็จแต่ละครั้งนั้น       ต้องอาศัยความรักในการเรียนรู้และความเพียรพยายาม        แม้ว่าความสำเร็จนี้จะมาพร้อมกับข้อเสียต่อสุขภาพ         แต่มันก็หล่อมหลอมความรู้ที่สั่งสมมาจากการศึกษาในโรงเรียนและมหาวิทยาลัย       

          ผู้เขียนใช้ความรู้นี้ในการเทศน์แก่ผู้แสวงบุญในเมืองศักดิ์สิทธิ์ทั้ง ๔ แห่ง       ผู้เขียนอุทิศตนเพื่อเผยแผ่พระพุทธศาสนาตลอดการแสวงบุญ   ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างงดงาม    ยิ่งไปกว่านั้น ผู้เขียนยังได้พัฒนาปัญญาของตนเอง      เพื่อเข้าใจความจริงที่สมมติขึ้นและความจริงขั้นปรมัตถ์ในชีวิต     เมื่อพระพุทธองค์ทรงเปิดโอกาสผู้เขียนได้เลือกเส้นทางที่เหมาะสมกับชีวิตตนเอง        สิ่งนี้จึงนำผู้เขียนไปสู่ความเข้าใจคำสอนของพระพุทธเจ้าอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น    ผู้เขียนจึงเกิดความสนใจในการศึกษาพระพุทธศาสนาอย่างจริงจัง   และแสวงหาคำตอบสำหรับคำถามต่าง ๆ ในชีวิตของตนเอง

             เมื่อกว่า ๒,๕๐๐ปีที่แล้วพระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมเทศนาเกี่ยวกับชีวิตมนุษย์และการปฏิบัติมรรคมีองค์ ๘   เพื่อพัฒนาศักยภาพของชาวเมืองพาราณสี   ให้บรรลุสัจธรรมอันสูงสุดของชีวิตหรือ"ความจริงขั้นปรมัตถ์"   ในสมัยพุทธกาลนั้น เมืองพารณาสีซึ่งเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรกาสี  ถือเป็น ๑ ใน ๔ เมืองศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวพุทธทั่วโลกควรไปเยือนเพื่อแสวงบุญ       พระองค์ทรงส่งเสริมให้ชาวพุทธพัฒนาศักภาพในชีวิต       รักษาศรัทธาอันแน่วแน่ในพระพุทธเจ้าและปฏิบัติอริยมรรคมีองค์แปดประการอย่างขยันขันแข็ง     เพื่อบรรลุความจริงที่สมมติขึ้นและความจริงขั้นปรมัตถ์      พระองค์ทรงกระตุ้นให้พวกเขาตระหนักถึงความรู้ที่สั่งสมมาจากการเรียนในโรงเรียนและมหาวิทยาลัยและพยายามพัฒนาศักยภาพและปัญญาของตนเอง    เพื่อเข้าใจความจริงที่สมมติขึ้นและความจริงขั้นปรมัตถ์ของชีวิต    พวกเขาได้รับการสนับสนุนให้ใช้เหตุผล    ซึ่งเป็นเครื่องมือที่นักปรัชญาใช้เพื่ออธิบายความจริงของเรื่องต่าง ๆ   และแก้ไขปัญหาชีวิตด้วยตนเองได้       
 
         ในปี ๒๐๐๒ผู้เขียนตั้งใจจะศึกษาต่อปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยบาณารัสฮินดู    ในเมืองพาราณสี
รัฐอุตตรประเทศ  สาธารณรัฐอินเดีย  ผู้เขียนไม่เคยได้ยินชื่อมหาวิทยาลัยบาณารัสฮินดูมาก่อนเลย ในระหว่างศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยบาณารัสฮินดู   และใช้ชีวิตอยู่ในสังคมอินเดีย ผู้เขียนได้เรียนรู้เกี่ยวกับกฎหมาย  ประเพณีและขนบธรรมเนียมของแหล่งกำเนิดภูมิปัญญาโลก สิ่งนี้ได้เปลี่ยนมุมมองของผู้เขียนที่มีต่อพระพุทธศาสนาไปอย่างสิ้นเชิง       ผู้เขียนมีความศรัทธาที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นในการศึกษาพระพุทธศาสนาที่มหาวิทยาลัยและอุทิศตนให้กับการศึกษาอย่างจริงจัง        ผู้เขียนตระหนักถึงความรู้ที่ได้รับจากประสบการณ์ชีวิต และมีความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ที่จะบรรลุเป้าหมาย และรับใช้พระพุทธเจ้าใน ๔ เมืองศักดิ์สิทธิ์ ผู้เขียนพัฒนาปัญญาที่จะเข้าใจความจริงที่สมมติขึ้น และความขั้นปรมัตถ์ของชีวิต โดยอุทิศตนให้กับการเผยแพร่ธรรม   แม้ว่าจะต้องเผชิญกับปัญหาสุขภาพมาหลายปีก็ตาม

       หลังจากได้รับปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยบาณารัสฮินดู ในปี พ.ศ. ๒๕๕๔ ผู้เขียนได้เป็นอาจารย์ประจำหลักสูตรพุทธศาสตร์มหาบัณฑิตสาขาปรัชญา ที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย  วิทยาเขตนครราชสีมา แม้ว่าผู้เขียนจะเป็นอาจารย์เมื่ออายุ ๕๒ ปีแต่ความรู้ ที่ผู้เขียนได้รับจากการศึกษาที่มหาวิทยาลัยบานารัสฮินดู (ติดอันดับที่ ๖๐๑ - ๘๐๐ ของโลก) และความเข้าใจเกี่ยวกับสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทั้ง ๔ แห่ง ซึ่งสั่งสมมาจากการใช้ชีวิตผ่านอายตนะภายในขอเงตนเองเป็นเวลาหลายปีที่ผ่านมา ไม่เคยจางหายไปและยังคงเติบโตต่อไป ความรู้ทางอารมณ์นี้อยู่กับผู้เขียนทุกที่ แม้กระทั่งในประเทศไทย
  
๒.แรงบันดาลใจในการเขียนปรัชญาพุทธภูมิ

      เมื่อผู้เขียนมีโอกาสเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย ผู้เขียนได้นำความรู้ที่สั่งสมมาจากประเทศอินเดียและเนปาล ซึ่งได้รับมาจากประสบการณ์การแสวงบุญไปยัง ๔ เมืองศักดิ์สิทธิ์ของพระพุทธศาสนาและจากการเผยแพร่ธรรมในสถานที่ทางพุทธศาสนาต่าง ๆ   มาประยุกต์ใช้ในการสอนนักศึกษาในคณะพุทธศาสตร์ ภาควิชาพุทธศาสนาของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย  วิทยาเขตนครราชสีมา 

         ความรู้เหล่านี้เป็นแรงบันดาลใจให้นักศึกษาพุทธศาสนาหลายรูป (Buddhist student)  อยากเป็นพระธรรมทูตแห่งราชอาณาจักรไทย เพื่อปฏิบัติศาสนกิจในสาธารณรัฐอินเดียและสหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเนปาล  ในช่วงภาคการศึกษาที่ ๒ ของปีการศึกษา ๒๕๕๘  ขณะที่ผู้เขียนสอนนักศึกษาชั้นปีที่ ๓ ในภาควิชาพระพุทธศาสนาของคณะพุทธศาสตร์ นักศึกษาคนหนึ่งเสนอให้เขียนบล็อคเกี่ยวกับบทความทางพระพุทธศาสนาในสี่เมืองศักดิ์สิทธิ์ เพื่อแบ่งปันความรู้ทางพระพุทธศาสนาทางออนไลน์  พระนักศึกษาอธิบายว่าหลังจากฟังคำบรรยายของผู้เขียนในชั้นเรียนแล้ว พวกเขามีความเข้าใจวิชาพระพุทธศาสนาได้ชัดเจนยิ่งขึ้น และไม่มีข้อสงสัยใด ๆ เกี่ยวกับความจริงที่สมมติขึ้น และความจริงขั้นปรมัตถ์ของพระพุทธศาสนาอีกต่อไป  นอกจากนี้นักศึกษาหลายคน ยังคงแสดงความปรารถนาที่จะไปแสวงบุญที่อินเดียและเนปาลด้วย 

         ดังนั้น หลังจากรับฟังความคิดเห็นของนักศึกษาแล้ว ความคิดเห็นเหล่านั้นจึงเป็นแรงกระตุ้นให้ผู้เขียนเกิดแรงบันดาลใจในการสร้างบล็อคเกี่ยวกับปรัชญาพุทธภูมิ โดยมีเป้าหมายเพื่อเผยแผ่ความรู้เกี่ยวกับคำสอนของพระพุทธเจ้าในรูปแบบที่นักศึกษา นักวิชาการในสาขาต่างๆ และผู้สนใจทั่วไป สามารถเข้าถึงได้ทางออนไลน์ตลอดเวลา ผู้เขียนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าชาวพุทธทั่วโลก จะได้รับประโยชน์จากคำสอนของพระพุทธเจ้า สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน มีความศรัทธาในหลักธรรมทางพุทธศาสนา   พัฒนาสติจากประสบการณ์ชีวิตผ่านอายตนะภายใน และสั่งสมความรู้เหล่านี้เป็นทางหลักฐานทางอารมณ์ และสามารถนำความรู้นี้ไปใช้แก้ไขปัญหาตามคำสอนของพระพุทธเจ้าได้  

ไม่มีความคิดเห็น:

Post Top Ad

Your Ad Spot

หน้าเว็บ