The greatest discovery is the natural laws of human life. That everyone is equal Without choosing a social caste as the basis for determining humanity When the soul is the real person of man That accumulates knowledge from the mind with reasons And show his intention to act accordingly Would receive the result of Own action

Breaking

Post Top Ad

Your Ad Spot

วันพุธที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2558

๖. แรงบันดาลใจในการเขียนปรัชญาแดนพุทธภูมิ

 Inspiration for writeฺ Buddhaphumi Philosophy (แรงบันดาลใจในการเขียนปรัชญาแดนพุทธภูมิ)

๑.บทนำ ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา

          โดยเริ่มแรก  ผู้เขียนไม่ได้ตั้งใจที่จะเขียนบทความวิชาการเกี่ยวกับ "ปรัชญาพุทธภูมิ" อย่างเป็นกิจจะลักษณะ    ทว่าจุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นจากประสบการณ์ยาวนานในฐานะพุทธศาสนิกชนและนักเผยแผ่ธรรมก้ได้ไปพำนักอยู่  ในสาธารณรัฐอินเดียเป็นเวลาหลายปี  โอกาสนั้นทำให้ผู้เขียนได้ศึกษาค้นคว้าคัมภีร์พุทธศาสนาอย่างลึกซึ้ง    พร้อมทั้งลงพื้นที่สำรวจแหล่งโบราณคดีและพุทธสถานศักดิ์สิทธิ์หลายแห่ง

           นอกเหนือจากการศึกษาวิชาการแล้ว    ผู้เขียนยังได้น้อมนำหลักธรรมมาสู่การปฏิบัติบูชา ทั้งการสวดมนต์  นมัสสการ การเจริญจิตภาวนา  ตลอดจนการได้รับฟังบรรยายประวัติศาสตร์พุทธศาสนา    ณ  สถานที่จริงที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเคยจำพรรษา        และแสดงธรรมมาก่อน      จากพระธรรมทูตสายต่างประเทศแห่งราชอาณาจักรไทยประสบการณ์อันทรงคุณค่าเหล่านี้          รวมถึงการทำหน้าที่พาพุทธศาสนิกชนชาวไทยเดินทางไปแสวงบุญ  ณ    สังเวชนียสถานทั้ง ๔ แห่ง     ได้กลายเป็นฐานความรู้และอันยิ่งใหญ่แรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์งานเขียนชิ้นนี้  
        
            บทความนี้จึงเป็นดั่งการถ่ายทอด "ความทรงจำอันล้ำค่า" ของผู้เขียน    เพราะการมีโอกาสได้อุทิศตนรับใช้พระพุทธเจ้า      ณ ดินแดนพุทธภูมิอันเป็นต้นกำเนิดศาสนานั้น      ถือเป็นวาสนาที่หาได้ยากยิ่ง      ความสำเร็จในการทำงานพระธรรมทูตจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากปราศจากความมุ่งมั่นอันแรงกล้า    ความรักในการเรียนรู้     และความวิริยะอุตสาหะ แม้ว่าในบางครั้งความเพียรพยายามนี้ จะต้องแลกมาด้วยปัญหาสุขภาพก็ตาม    ทว่าผลลัพธ์ที่ได้กลับช่วยเติมเต็ม และขยายขอบเขตความรู้มาจากสถาบันการศึกษาให้กว้างขวางและลึกซึ้งยิ่งขึ้น       

              ผู้เขียนได้นำองค์ความรู้นี้มาแสดงธรรมเทศนาแก่ผู้แสวงบุญในสังเวชนียสถานทั้ง ๔ ตำบล      การอุทิศตนตลอดการเดินทางแสวงบุญไม่เพียงแต่นำพาประโยชน์มาสู่ผู้อื่นอย่างน่าอัศจารรย์ใจ  แต่ยังเป็นกระบวนการพิจารณาปัญญาของตัวผู้เขียนเอง     ทำให้เท่าทันและจำแนกได้ระหว่าง "สมมติสัจจะ" (ความจริงที่สมมติขึ้น)      และปรมัตถ์สัจจะ (ความจริงขั้นปรมัตถ์) ของชีวิต        เมื่อวันวานผ่านไปผู้เขียนได้เลือกเส้นทางที่เหมาะสมกับตนเอง   แล้วนำไปสู่ความเข้าใจคำสอนของพระพุทธเจ้าอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น     จากนั้นเป็นต้นมาผู้เขียนก็เริ่มศึกษาพระพุทธศาสนาอย่างจริงจัง  เพื่อค้นหาคำตอบต่อคำถามต่าง ๆ ในชีวิตของตน

             เมื่อกว่า ๒,๕๐๐ปีที่แล้วพระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนาและแสดงธรรมเกี่ยวกับวิถีชีวิตมนุษย์รวมถึงการปฏิบัติตาม"อริยมรรคมีองค์ ๘"       ณ    เมืองพาราณสี   เพื่อพัฒนาศักยภาพของเวไนยสัตว์ ให้บรรลุถึงปรมัตถ์สัจจะ       ในสมัยพุทธกาลนั้น เมืองพารณาสีเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรกาสี   ถือเป็นศูนย์กลางแห่งจิตวิญญาณและเป็น ๑ ในพุทธสถานที่สำคัญที่ชาวพุทธทั่วโลก    พึงเดินทางไปเยือนสักการะ   พระพุทธองค์ทรงเกื้อหนุนให้พุทธบริษัท ทรงส่งเสริมให้ชาวพุทธพัฒนาศักภาพแห่งตน             ดำรงศรัทธาอันมั่นคงในพระรัตนตรัยและปฏิบัติอริยมรรคมีองค์แปดอย่างเด็ดเดี่ยว เพื่อเข้าถึงความจริงทางโลกและความจริงทางธรรม      พระองค์ทรงกระตุ้นให้มนุษย์ตระหนักถึงการศึกษา  ยกระดับสติปัญญาและใช้เหตุผล อันเป็นเครืองมือทางปรัชญาในการอธิบายความจริงของเรื่องต่าง ๆ   และแเผชิญหน้าเพื่อแก้ไขปัญหาชีวิตด้วยตนเอง       
 
         ในปีพ.ศ.๒๕๔๕ (ค.ศ.๒๐๐๒)ผู้เขียนตัดสินใจเดินทางไปศึกษาต่อในระดับปริญญาโท ณมหาวิทยาลัยบานารัสฮินดู (Banaras Hindu University) เมืองพาราณสี รัฐอุตตรประเทศ  สาธารณรัฐอินเดีย  ซึ่งในเวลานั้น ผู้เขียนไม่เคยรู้จักชื่อเสียงสถาบันแห่งนี้มาก่อนเลย ทว่าช่วงเวลาที่ได้ศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยบาณารัสฮินดู และใช้ชีวิตคลุกคลีอยู่ในสังคมอินเดีย ทำให้เรียนรู้ทั้งข้อกฎหมาย  ประเพณี  และขนบธรรมเนียมอันเป็นรากเหง้าภูมิปัญญาโลกประสบการณ์ดังกล่าวได้เปลี่ยนมุมมอง และทัศนะคติที่มีต่อพระพุทธศาสนาของผู้เขียนไปอย่างสิ้นเชิง นำมาซึ่งความเลื่อมใสศรัทธาที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

       หลังจากสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกสาขาปรัชญาจากมหาวิทยาลัยบาณารัสฮินดู(ซึ่งเป็นสถาบันชั้นนำที่ติดอันดับที่ ๖๐๑ - ๘๐๐ ของโลก) ในปี พ.ศ. ๒๕๕๔ ผู้เขียนเข้าดำรงตำแหน่งอาจารย์ประจำหลักสูตรพุทธศาสตร์มหาบัณฑิตสาขาปรัชญา ที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย  วิทยาเขตนครราชสีมา แม้จะเริ่มต้นชีวิตการเป็นอาจารย์ในวัย  ๕๒ ปี  แต่คลังความรู้จากมหาวิทยาลัยบานารัสฮินดูและความเข้าใจในสังเวชนียสถานทั้ง ๔ แห่ง ซึ่งสั่งสมผ่านอายตนะภายในมาเนิ่นนาน กลับไม่เคยจางหายไปตามกาลเวลา ตรงกันข้าม ความรู้ทางอารมณ์นี้และปัญญาเหล่านี้ ยังคงเจริญงอกงามและพร้อมที่จะถ่ายทอดเกื้อกูลแก่วงการวิชาการในประเทศไทย
  
๒.แรงบันดาลใจในการเขียนปรัชญาพุทธภูมิ

      เมื่อก้าวบทบาทของการเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย ผู้เขียนได้นำองค์ความรู้และประสบการณ์ตรงจากประเทศอินเดียและเนปาล โดยเฉพาะแง่มุมการเผยแผ่ธรรม ณ  สังเวชนียสถาน มารวบรวมและประยุกต์ใช้ในการสอนแก่นักศึกษาพุทธศาสตร์ ภาควิชาพระพุทธศาสนา ของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย  วิทยาเขตนครราชสีมา 

         องค์ความรู้และเรื่องเล่าจากประสบการณ์จริงนี้ ได้จุดประกายและเป็นแรงบันดาลใจให้พระนักศึกษา (Buddhist student)หลายรูป  มีความมุ่งมั่น ที่อยากจะก้าวไปสู่การเป็น "พระธรรมทูตสายต่างประเทศ"แห่งราชอาณาจักรไทย เพื่อปฏิบัติศาสนกิจเผยแผ่พระพุทธศาสนาในสาธารณรัฐอินเดียและสหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเนปาลต่อไป  ในช่วงภาคการศึกษาที่ ๒ ของปีการศึกษา ๒๕๕๘  ขณะที่ผู้เขียนกำลังบรรยายรายวิชาพระพุทธศาสนาให้กับนักศึกษาชั้นปีที่ ๓ ในภาควิชาพระพุทธศาสนาของคณะพุทธศาสตร์ พระนักศึกษารูปหนึ่งได้เสนอแนะความคิดเห็นอันน่าสนใจว่า

 

  • "อยากให้อาจารย์ (ผู้เขียน)จัดทำบล็อคออนไลน์ เพื่อเขียนบทความถ่ายทอดความรู้ทางพระพุทธศาสนาเกี่ยวกับสังเวชนียสถานเพื่อแบ่งปันความรู้นี้สู่โลกอินเตอร์เน็ต "

       พระนักศึกษาได้ให้เหตุผลเพิ่มเติมว่า หลังจากที่ได้ฟังคำบรรยายเชิงลึกในชั้นเรียนแล้ว ทำให้พวกเขามีความเข้าใจในวิชาพระพุทธศาสนาได้ชัดเจนแจ่มแจ้ง สามารถจำแนกความจริงที่สมมติขึ้นและความจริงขั้นปรมัตถ์ได้อย่างหมดข้อสงสัย อีกทั้งทำให้นักศึกษาอีกหลายรูปเกิดแรงบันดาลใจและปรารถนาที่จะเดินทางไปแสวงบุญ ณ ดินแดนของพุทธภูมิสักครั้งในชีวิต

         ด้วยเหตุนี้เสียงสะท้อนและอันมีค่าของกลุ่มนักศึกษา จึงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่จุดประกายให้ผู้เขียนเขียนสร้างสรรค์บล็อคออนไลน์ภายใต้หัวข้อ "ปรัชญาพุทธภูมิ"ขึ้นมา  โดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อเผยแผ่แก่นธรรม และคำสอนของพระสัมาสัมพุทธเจ้า ในรูปแบบที่พระนักศึกษา นักวิชาการหลากสาขาและประชาชนทั่วไป สามารถเข้าถึง   แสวงหาความรู้ และศึกษาเรียนรู้ร่วมกันกันได้ทางออนไลน์อย่างไร้ขีดจำกัดด้านเวลาและสถานที่ 

 ผู้เขียนหวังว่าพุทธศาสนิกชนทั่วโลกจะได้รับประโยชน์จากหลักปรัชญาและคำสอนของพระพุทธองค์     โดยสามารถนำความรู้เหล่านี้ไปประยุกต์ใช้ในวิถีชีวิตประจำวัน ยกระดับศรัทธาให้เป็นปัญญา พัฒนาสติสัมปชัญญะจากประสบการณ์ชีวิตผ่านอายตนะภายใน และสั่งสมความรู้เหล่านี้ไว้เป็นคลังปัญญาทางอารมณ์ เพื่อนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการเผชิญหน้าและคลี่คลายปัญหาชีวิตได้อย่างสันติสุขตามแนวทางพระพุทธศาสนาสืบไป   

ไม่มีความคิดเห็น:

Post Top Ad

Your Ad Spot

หน้าเว็บ