The greatest discovery is the natural laws of human life. That everyone is equal Without choosing a social caste as the basis for determining humanity When the soul is the real person of man That accumulates knowledge from the mind with reasons And show his intention to act accordingly Would receive the result of Own action

Breaking

Post Top Ad

Your Ad Spot

วันศุกร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2564

บทนำสู่ปรัชญาพุทธภูมิ : เมืองท่าแขก

 Introduction to Buudhaphumi Philosophy : Thakhek City 

บทนำความเป็นมาและความสำคัญของเมืองท่าแขก

         เมืองท่าแขกเป็นเมืองหลวงของแขวงคำม่วน ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขงในภาคกลางของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ตรงข้ามกับอำเภอเมืองนครพนม ทั้งสองเมืองนี้เคยเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรศรีโคตรบูร   ซึ่งครอบคลุมพื้นที่กว้างใหญ่รวมถึงภาคตะวันออกเฉียงเหนือของราชอาณาจักรไทย ได้แก่ ่นครพนม หนองคาย อุดรธานี อุบลราชธานี และนครราชสีมา ภาษาพูดของผู้คนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของราชอาณาจักรไทยมีสำเนียงคล้ายกับภาษาลาวทั้งหมด  ในยุคหลังอาณาจักร
ศรีโคตรบูรล่มสลายในศตวรรษที่ ๘ เนื่องจากเป็นเมืองขึ้น (ประเทศที่อยู่ในปกครองของประเทศอื่น) ของอาณาจักรล้านช้าง 

            สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวเริ่มเป็นที่รู้จักในโลกตะวันตก  เมื่อราวคริสต์ศตวรรษที่ ๑๖ หรือประมาณปี พ.ศ. ๒๑๘๔  ชาวดัดซ์เข้ามาสู่อาณาจักรล้านช้าง   เนื่องจากการค้าขายระหว่างลาวกับชาวต่างชาติในเมืองปัตตาเวีย  ประเทศอินโดนีเซีย การเดินทางมาถึงของชาวดัตช์      ทำให้ประวัติศาสตร์ของอาณาจักรล้านช้างได้รับการบันทึกไว้ในโลกตะวันตก       นำไปสู่ค้าขายที่เพิ่มมากขึ้น   ผู้เขียนนั่งเรือข้ามฟากแม่น้ำโขงจากด่านตรวจคนเข้าเมืองนครพนม เวลา ๐๘.๓๐ น. ไปยังฝั่งท่าแขกซึ่งห่างออกไปประมาณ ๑ กิโลเมตร ใช้เวลา ๒๐ นาที  ในช่วงฤดูฝน แม่น้ำโขงกว้างประมาณ ๑,๒๐๐ เมตรในขณะช่วงฤดูแล้ง ร่องแม่น้ำโขงจะแคบลงเหลือไม่เกิน ๑,๐๐๐ เมตร อย่างไรก็ตาม  จากฝั่งไทยของแม่น้ำโขงเรายังสามารถมองเห็นประเทศลาวได้เช่นกัน   ค่าโดยสารเรือข้ามฟาก (ข้ามแม่น้ำโขง)  สำหรับพวกเราซึ่งเป็นพระภิกษุสงฆ์นั้น ๓๐ บาทต่อคน จากฝั่งไทยไปฝั่งลาว      ในการเดินทางกลับจากฝั่งลาวมาฝั่งไทย ชาวลาวใจดีไม่เก็บค่าโดยสารจากพระภิกษุสามเณร  หลังจากผู้เขียนออกจากด่านตรวจคนเข้าเมืองท่าแขก เราขึ้นรถตู้ที่จัดเตรียมไว้ล่วงหน้า เมื่อมาถึงเมืองท่าแขก สถานที่แรกที่เราไปเยี่ยมชมเพื่อศึกษาอารยธรรมของอาณาจักรศรีโคตรบูรณ์ ซึ่งเป็นที่ที่พระพุทธศาสนาเผยแผ่มาถึงอาณาจักรแห่งนี้      คือ วัดพระธาตุศรีโคตรบอง  ซึ่งห่างจากท่าเรือเมืองท่าแขกประมาณ ๖ กิโลเมตร ตั้งอยู่บนริมฝั่งแม่น้ำโขง วัดแห่งนี้แสดงให้เห็นถึงอัตลักษณ์ของอาณาจักรศรีโคตรบูร ที่เคยรุ่งเรืองดำรงอยู่ตั้งแต่ ค.ศ. ๔๕๗ - ๙๕๗ 

            ชื่อ พระธาตุศรีโคตรบอง เป็นคำเพี้ยนมาจากคำว่า "ศรีโคตรบรูณ์"   ซึ่งมาจากคำภาษาบาลีว่า "สิริโคตมะบุรี"  หมายถึง เมืองของโคตมะพุทธเจ้า  พระผู้ตรัสรู้   ผู้ตื่นรู้ และผู้เบิกบาน       เมื่อเวลาผ่านไปทุกสิ่งย่อมตกอยู่ภายใต้กฎแห่งไม่เที่ยง (อนิจจัง)  อาณาจักรแห่งนี้ตั้งอยู่ฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขงครอบคลุมจังหวัดอุดรธานี หนองคาย นครพนม มุกดาหารและอุบลราชธานี เป็นต้น      ผู้คนในบริเวณนี้พูดภาษาถิ่นสำเนียงเดียวกัน และบ้านเรือนสร้างด้วยไม้ สะท้อนให้เห็นความชาญฉลาด(ภูมิปัญญา) ของชาวอาณาจักรศรีโคตรบูรณ์  บ้านเหล่านี้ย่อมเสื่อมโทรมไปตามกาลเวลา สิ่งที่ยังคงสภาพสมบูรณ์อยู่ได้เป็นร้อย  ๆ  ปีแทบจะมองไม่เห็นยกเว้นแนวคิดและภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคนของชาวอาณาจักรศรีโคตรบูร ซึ่งยังคงปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนในปัจจุบัน 

              เหลือเพียงซากปรักหักพังของเจดีย์พระธาตุศรีโคตรบองซึ่งเป็นศาสนสถานทางพุทธศาสนาเท่านั้น  ซึ่งยังคงหลงเหลือร่องรอยความเชื่อของผู้คนในยุคนั้น   พวกเขาเชื่อว่าอุดมคติสูงสุงของชีวิตมนุษย์ในพุทธศาสนา คือ การหลุดพ้นจากความทุกข์และวัฏสงสาร  ร่องรอยความคิดของผู้คนในยุคนั้น     ปรากฏให้เห็นได้ชัดเจน ในพระธาตุศรีโคตรบองในรูปแบบของคำตอบ   ที่มีเหตุผลที่ผสมผสานความจริงที่สามารถอธิบายได้    นี่เป็นเพราะพระธาตุศรีโคตรบองประดิษฐานพระบรมสาริกธาตุอันศักดิ์สิทธิ์ที่ควรค่าแก่การเคารพสักการะ ได้แก่พระบรมสาริกธาตุของพระพุทธเจ้า ๔ พระองค์ได้แก่ พระโคตมะพุทธเจ้า, พระกัสสะปพุทธเจ้า, พระกะกุสันโทพุทธเจ้า และพระโคนาคมโนพระพุทธเจ้า เป็นต้น.  

               เมืองท่าแขกเดิมเป็นแขวงตั้งอยู่ในภาคกลางของประเทศลาว เป็นเมืองท่าทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำโขงในประเทศลาว    สามารถมองเห็นได้จากประเทศไทย  ชื่อ "ท่าแขก" หมายถึง เมืองที่ต้อนรับแขกบ้านเมืองของฝรั่งเศส       ในช่วงระหว่างปี พ.ศ. ๒๔๓๖ - ๒๔๘๗ (ประมาณ ๔๙ ปี) หลังจากญี่ปุ่นพ่ายแพ้สงคราม  และปกครองลาวร่องรอยทางประวัติศาสตร์ที่สะท้อนถึงการยึดครองของฝรั่งเศส ยังคงปรากฏให้เห็นในอาคารสไตล์ฝรั่งเศสที่สร้างขึ้นในสมัยนั้น ซึ่งยังตั้งตระหง่านอยู่ในตัวเมืองท่าแขกจนถึงทุกวันนี้  รวมทั้ง "ข้าวปิ้ง" ซึ่งเป็นขนมปังที่พบได้ทั่วไปในลาว  คำถามที่ยังคงอยู่คือ ทำไมฝรั่งเศสจึงตั้งอาณานิคมในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้   โดยเฉพาะเวียดนามและลาวทำไมมนุษยชาติได้พิสูจน์แล้วว่า โลกกลมส่งเสริมให้เกิดการท่องเที่ยวและค้นหาทรัพยากรธรรมชาติในดินแดนต่าง ๆ  การเดินทางนำไปสู่การค้าขายในต่างแดนที่ห่างไกล  เมื่อผู้คนออกผจญภัยไปในโลกที่กว้างขึ้น    พวกเขามองเห็นโอกาสแห่งความเจริญรุ่งเรือง ความมั่งคั่งจากการค้าขายนำไปสู่ลัทธิอาณานิคม 

         ประเทศอังกฤษและฝรั่งเศสเป็นคู่แข่งกัน นำไปสู่ความคิดของผู้นำประเทศฝรั่งเศลที่ล่าอาณานิคมแข่งกับประเทศอังกฤษ โดยพยายามเข้ามามีอิทธิพลในจีนเพื่อต่อต้านอังกฤษ เพื่อลดการปัญหาของการเผชิญหน้าในสมัยนั้นวิธีการคือฝรั่งเศสส่งผู้แทนทางการค้าไปค้าขายในเวียดนามก่อน เมื่อเรียนรู้วิถีชีวิตบุคลิก นิสัยใจคอของผู้คนในเวียดนามและสำรวจทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ในดินแดนของเวียดนามและลาว ยุทธวิธีการทำสงครามและอาวุธยุทโธปกรณ์ของประเทศ ๆ เมื่อรู้จุดอ่อนจุดแข็งของผู้นำประเทศหาทางยึดอำนาจของประเทศเหล่านั้น โดยศึกษาอำนาจทางการเมืองของผู้นำประเทศและนโยบายของประเทศนั้น ๆ สิ่งเหล่านี้ล้วนมีความสำคัญอย่างยิ่งเมื่อเกิดการต่อสู้กับอำนาจเบ็ดเสร็จทั้งสิทธิในการใช้อำนาจทางกฎหมายนำไปสู่สงคราม หลังจากยึดเวียดนามได้แล้ว ฝรั่งเศสสามารถตั้งแทนทางการค้าไว้ที่เมืองท่าแขก ฝรั่งเศสได้ยกกองทัพมายึดเมืองนี้เป็นอาณานิคมของประเทศฝรั่งเศส เมืองศรีโคตรบูรณ์จึงถูกเปลี่ยนชื่อเป็นเมืองท่าแขกเพราะเป็นเมืองที่ชาวต่างประเทศมาขึ้นฝี่งที่ท่าน้ำมากที่สุดประเทศฝรั่งเศสจึงเจริญก้าวหน้าทางความคิดและสามารถผลิตอาวุธได้ทันสมัยกว่าคนในท้องถิ่น จึงไม่ใช่เรื่องยากที่จะยึดภูมิภาคนี้  แม้จะไม่มีกำลังพลจำนวนมากก็ตาม.  

ไม่มีความคิดเห็น:

Post Top Ad

Your Ad Spot

หน้าเว็บ