The greatest discovery is the natural laws of human life. That everyone is equal Without choosing a social caste as the basis for determining humanity When the soul is the real person of man That accumulates knowledge from the mind with reasons And show his intention to act accordingly Would receive the result of Own action

Breaking

Post Top Ad

Your Ad Spot

พระครูวิสุทธิมงคลบัณฑิต,ผศ.ดร.

รูปภาพของฉัน
ปรัชญาจารย์, วิปัสสนาจารย์ Blogger ปรัชญาพุทธภูมิ,

วันเสาร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

ญาณวิทยาแห่งปณิธานในการพิสูจน์สัจจะและมโนทัศนะแห่งพระโพธิสัตว์ในพระพุทธศาสนา

The Epistemology of Resolution : Proving Truth and Concept of The Bodhisattva in Buddhism

บทนำสู่ญาณวิทยาแห่งปณิธานพระโพธิสัตว์   

๑.มนุษยภาพ ความทะเยอทะยานและต้นกำเนิดแห่งความรู้   

               โดยทั่วไปแล้ว มนุษย์ถูกขับด้วยความทะเยอทะยานทางจิตใจเพื่อบรรลุเป้าหมายและเจตจำนงภายในจิตใจ แต่ละบุคคลมีความปรารถนาที่แตกต่างกันออกไป ตั้งแต่ความต้องการขั้นพื้นฐานในระดับรูปธรรม เช่น บางคนต้องการทรัพย์สินเงินทอง  คนต้องการอิสระใช้ชีวิตตามความชอบของตนไม่มีกฎเกณฑ์บังคับให้เป็นหน้าที่ที่ต้องทำ  บางคนชอบท่องเที่ยวไปในสถานที่ต่าง ๆ     หลายคนจบการศึกษาในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงประสบความสำเร็จในอาชีพและมีเงินมากมาย แต่เมื่อเขาเกษียน เขาใช้ชีวิตคนเร่ร่อนในตอนกลางคืน เป็นต้น 

         ในทางญาณวิทยา  (Epistemology)   คำถามสำคัญจึงเกิดขึ้นว่า "อะไรคือต้นกำเนิดความรู้และปณิธานที่แท้จริงของมนุษย์ "  

        ความฝัน เจตจำนง หรือปณิธาน เป็นสภาวะนามที่จิตปรุงแต่งขึ้นและซ่อนอยู่ในจิตใจของมนุษย์แต่ละคน  ซึ่งมีต้นกำเนิดความรู้จาก "การรับรู้ผ่านอินทรีย์ทั้ง ๖  (ตา หู จมูก ลิ้น กายและใจ) เมื่อจิตวิญญาณเชื่อมโยงกับปรากฏการณ์รอบตัว แล้วสั่งสมประสบการณ์เหล่านั้นไว้  เป็น "สัญญา"  (ความจำได้หมายรู้)  จิตจึงนำความทรงจำนั้นมาปรุงแต่งจิต  คิด วิเคราะห์และก่อตัวเป็นความปรารถนาหรือเป้าหมายชีวิตขึ้นมา

๒.โครงสร้างความรู้ทางญาณวิทยา (Structure of Knowledge) 

           สภาวะนามธรรมเช่น  ความสำเร็จ ความสมหวัง หรือความผิดหลัง   จะยังไม่ปรากฏเป็นความจริงเชิงประจักษ์แก่ผู้อื่น  จนกว่ามุษย์จะแสดงออกผ่านกายกรรม วจีกรรมและมโนกรรม  เพื่อแปลงมโนทัศน์ภายในให้เกิดผลลัพธ์ภายนอก ในบริบททางปรัชญา ความหมายของ "ปณิธาน"   ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน  พ.ศ. ๒๕๕๔  คือ "การตั้งความปรารถนา" (มุ่งหมาย, อยากได้, ต้องการ)
             
           เมื่อพิจารณาโครงสร้างความรู้ของมนุษย์ของมนุษย์ทั่วไป  ความปรารถนามักผูกติดอยู่กับกิเลสและอารมณ์ทางโลกเช่น ความโลภ โทสะ ริษยา หรือการแสวงหาความสุขชั่วคราว  ประสบการณ์เหล่านี้จะกลายเป็น "สัญญานอนเนื่อง" (ความทรงจำสะสม) ที่คอยชี้นำ พฤติกรรมและแนวคิดของมนุษย์

       ในทางกลับกันโครงสร้างความรู้ใน "ปณิธานของพระโพธิสัตว์"  ปรากฏหลักฐานในพระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๐ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๒ [ฉบับมหาจุฬา ฯ ] ฑีฆนิกาย มหาวรรค ๑.มหาปทานสูตร กฎธรรมดาของพระโพธิสัตว์ ๑๖ ประการ [๓๑] ๑๕.มีกฎธรรมดาดังนี้ เมื่อพระโพธิสัตว์ประสูติได้ครู่หนึ่ง ประทับยืนอย่างมั่นคงด้วยพระบาททั้งสองที่เสมอพื้นปฐพี ทรงผินพระพักตร์ไปทางทิศเหนือ เสด็จดำเนินไป ๗ ก้าว ขณะหมู่เทวดากั้นเศวตฉัตรตามเสด็จ ทอดพระเนตรไปยังทิศทั้งปวงและทรงเปล่งอภิสวาจาว่า 

             เราคือผู้เลิศของโลก เราคือผู้เจริญที่สุดของโลก เราคือผู้ประเสริฐที่สุดของโลก ชาตินี้เป็นชาติสุดท้ายของเรา บัดนี้ไม่มีภพใหม่อีกต่อไป

           ข้อความนี้แสดงให้เห็นถึง "โครงสร้างปณิธานระดับมหาบุรุษ" ที่ก้าวข้ามความปรารถนาทางโลกทั่วไป  แต่เป็นการประกาศเป้าหมายชีวิตสูงสุด (Ultimate Goal)  เพื่อการพัฒนาศักยภาพแห่งปัญญาและบรรลุความรู้อันเลิศที่สุดในโลก 

๓.วิธีการแสวงหาความรู้  (Methoddology of Acquiring  Knowledge) 

               เมื่อนักปรัชญาในสมัยก่อนพุทธกาลเป็นมนุษย์  ย่อมมีข้อจำกัดในการรับรู้ผ่านอายตนะภายใน และอคติ ซึ่งเป็นนามซ่อนเร้นอยู่ในจิตใจเนื่องจากความไม่รู้ของมนุษย์เอง   เมื่อแสดงทัศนะความจริงตามปฏิภาณของตนเองด้วยเหตุผล   อนุมานความรู้จากสิ่งได้ยินมานั้น  การอธิบายคำตอบยอมมีความถูกต้อง ผิดบาง  ให้เหตุผลเลื่อนลอยในลักษณะนี้บ้างหรือลักษณะนั้นบ้าง     ดังนั้น ลำพังการบันทึกข้อความในคัมภีร์        ย่อมยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันความจริงแท้ในทางปรัชญา นักปรัชญาจึงต้องตั้งข้อสงสัยและใช้"กระบวนการทางญาณวิทยา"  ในการแสวงหาความรู้เชิงลึก  โดยเริ่มจากการ :  

           ๓.๑ รวบรวมพยานหลักฐาน  ด้วยการสืบค้นข้อมมูลทั้งจากพระไตรปิฎก  อรรถกถา และคัมภีร์ทางพุทธศาสนา     

           ๓.๒  การตีความเชิงปรัชญา   เมื่อเราวิเคราะห์พยานหลักฐานต่าง ๆ  "อาสภิวาจา"  และการเสด็จ ๗ ก้าว ว่าเป็นเรื่องเล่าเชิงอุปมานิทัศนะ (Allegon)  หรือเป็นสัญญลักษณ์แทนการพัฒนาปัญญาของพระโพธิสัตว์ 

          ๓.๓  การอนุมานเชิงเหตุผล    เมื่อวิเคราะห์พยานหลักฐานต่าง  ๆ   เชื่อว่าพระองค์ทรงใช้พุทธวิธีการใด ในการฝึกฝนและพัฒนาศักยภาพของจิตใจ  จนสามารถบรรลุถึงปณิธานที่ตั้งใจได้จริง  การศึกษาที่มาของความรู้เรื่องปณิธานของพระโพธิสัตว์ เราสามารถศึกษาได้จากหลักฐานดังต่อไปนี้ ผู้เขียนก็ค้นพบพยานหลักฐานเป็นข้อความในพระไตรปิฎกไว้หลายแห่งด้วยกันก่อนเราต้องศึกษา

        จากคำนิยามข้างต้น ผู้เขียนตีความได้ว่า จิตใจของมนุษย์มีธรรมชาติของตนเองและอาศัยร่างกายเชื่อมกับเรื่องของโลก ไม่ว่าจะเป็นกรรมของผู้คน มีฐานะยากจน ขาดรายได้  การบันดาลโทสะจนฆ่าผู้อื่น  ความโลภอยากได้ของผู้อื่น ประพฤติไม่ชอบในลูกเมียคนอื่น มีจิตริษยาจึงชอบว่าร้ายผู้อื่นชอบมัวเมาในความสุขจากการดื่มสุรายาเมาเพื่อให้ตนจมปลักอยู่ในความสุขได้เท่าที่ใจของตนต้องการ  เมื่อรับรู้แล้วจิตก็น้อมมาเก็บไว้ในจิตตนจนกลายเป็นสัญญานอนเนื่องอยู่ในจิตของตนเองในยามที่ตนหลับก็จะนึกเห็นภาพของเรื่องผุดขึ้นมาในจิตของตนเอง เป็นต้น  

๔.ความสมเหตุสมผลและความจริงแท้ของความรู้ 

        
         การศึกษานี้ไม่ได้มุ่งหวังเพียงการเชื่อมตามตำรา(กาลามสูตร)  แต่เป็นการตั้งคำถามเชิงวิพากษ์ เพื่อพิสูจน์ "ความสมเหตุสมผลของปณิธาน" ของพระโพธิสัตว์ว่า มนุษย์คนหนึ่งจะสามารถพัฒนากาย  จิต และปัญญา  จนบรรลุความเป็นผู้ประเสริฐที่สุดในโลกได้อย่างไร ? 

         การถอดรหัสญาณวิทยาแห่งปณิธานนี้ จึงเป็นการค้นหาความจริงแท้เชิงเหตุผล   เพื่อนำไปสู่การอธิบายปรากฏการณ์ทางจิตวิญญาณ  ของพระโพธิสัตว์อย่างระบบ จึงจะเป็นประโยชน์ทั้งต่อการนำไปเผยแผ่ของพระธรรมทูต ณ แดนพุทธภูมิและเป็นรากฐาน สำคัญในการสร้างองค์ความรู้ใหม่ในระดับวิททยานิพนธ์ต่อไป  
         
บรรณานุกรม

-มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. (๒๕๓๙). พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงราชวิทยาลัย เล่มที่ ๑๐ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๒ ฑีฆนิกาย มหาวรรค (มหาปทานสูตร). กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์มหาจุฬาลงราชวิทยาลัย. 
-พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตสถาน พ.ศ.๒๕๕๔. (๒๕๕๖). กรุงเทพมหานคร: ศิริวัฒนาอินเตอร์พริ้นท์.





ไม่มีความคิดเห็น:

Post Top Ad

Your Ad Spot

หน้าเว็บ