An Introduction to Buddhaphumi philosophy : Where There is love, There is Suffering
๑.บทนำความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา
โดยทั่วไปแล้ว มนุษยชาติเกิดมาพร้อมกับกลไกทางจิตที่รับรู้ และสั่งสมข้อมูลทางอารมณ์อยู่ตลอดเวลา ยิ่งไปกว่านั้น ธรรมชาติของจิตใจไม่เคยหยุดนิ่ง เมื่อมีการรับรู้ (ผัสสะ) ย่อมเกิดคิดและปรุงแต่ง(สังขาร) เกี่ยวกับสิ่งนั้น นำไปสู่การก่อตัวของอารมณ์ความรัก, ความหลงใหล, ความเกลียดชัง หรือความกลัว ซึ่งผูกติดกับกระแสแห่งกิเลสตัณหาอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ท่ามกลางความโดดเดี่ยวและความกลัวในใจมนุษย์จึงแสวงหาความรักเพื่อเป็นที่พึ่งทางใจและหวังตอบสนองความต้องการภายในใจ
อย่างไรก็ตาม อารมณ์รักกลับเป็นสิ่งไม่จีรังยั่งยืน (อนิจจัง) เมื่อมนุษย์ต้องเผชิญกับความผันผวนและความไม่แน่อนของชีวิต จิตที่ขาดสติและขาดศรัทธาในตนเองย่อมถูกวัตถุแห่งกิเลส กระตุ้นให้ดิ้นรนแสวงหาสิ่งใหม่เพื่อเติมเต็มตัณหาที่ไม่เคยเต็มในจิตของตนเอง มนุษย์ใช้พลังดึงดูด และเสน่ห์ทางกายภาพในการสานสัมพันธ์ แต่ท้ายที่สุด ความรักที่เริ่มต้นด้วยความหวานชื่น และภาพลวงตา มักลงเอยด้วยความทุกข์ทรมาน อันเกิดจากความแปรปรวนและการพลัดพราก (วีปริณามทุกข์)
แม้แต่ในพุทธประวัติ เจ้าชายสิทธัตถะแห่งราชวงศ์ศากยะและพระนางพิมพาแห่งราชวงศ์โกลิยะ แม้ทั้งสองพระองค์ ผู้ทรงเพียบพร้อมด้วยรูปสมบัติ คุณสมบัติ และความรักที่มั่นคงยาวนานถึง ๑๓ ปีในปราสาท ๓ ฤดู เจ้าชายสิทธัตถะจะทรงมีนางกำนัลถึง ๔๐,๐๐๐ คน คอยรับใช้เพียงลำพัง แต่ก็ไม่อาจต้านทานกฎเกณฑ์นี้ได้ เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะทรงตัดสินพระทัยสละราชสมบัติและออกผนวช เพื่อแสวงหาสัจธรรมแห่งชีวิต การตัดสัจจะแห่งความรัก เพื่อก้าวสู่เส้นทางพระโพธิสัตว์ได้ทิ้งบาดแผลแห่งความทุกข์ระทมจากการพลัดพรากไว้ในพระทัยของพระนางพิมพาอย่างแสนสาหัส เหตุการณ์สะท้อนให้เห็นว่าไม่ว่าความรักจะยิ่งใหญ่หรือสมบูรณ์แบบเพียงใด ท้ายที่สุดย่อมต้องเผชิญกับสัจธรรมแห่งความทุกข์เช่นเดียวกัน และแสวงหาสัจธรรมแห่งชีวิตเช่นเดียวกัน
| ประตูพระราชวังกบิลพัสดุ์ด้านทิศตะวันออก |
เมื่ออยู่ในห้วงรัก มนุษย์ประสบกับความสุขและความสมหวังในช่วงเวลาหนึ่ง จนกระทั่งต้องพลัดพรากจากคนที่รักด้วยความตาย สิ่งนี้ก่อให้เกิดทุกข์ทรมาน เมื่อจิตวิญญาณหวนรำลึกถึงสัมผัสแห่งความรักในอดีต จนกลายเป็นความผูกพันและมโนภาพแห่งความรักไม่เคยเลือนหายไปจากชีวิต เพราะจิตสั่งสมอารมณ์แห่งความรักที่เคยแสดงออกมาและติดอยู่ในอารมณ์นั้น เมื่อชีวิตอ่อนแอ พวกเขาก็มองหาคนที่รักซึ่งคิดว่าเป็นที่พึ่งทางจิตใจของตน แต่คนรักก็มีชีวิตที่อ่อนแอเช่นกัน ทำให้ความทุกข์ทรมานทวีคูณ เมื่อมนุษย์มีความรักอยู่แล้ว เมื่อได้กลับชาติมาเกิดใหม่ในโลกมนุษย์ พวกเขาจะตกหลุมรักได้ง่าย เมื่อได้พบเจอกับคนที่หน้าตาดี ร่าเริง ยิ้มแย้ม เป็นมิตร และเข้าถึงได้ไม่ยาก แม้จะเป็นเพียงภาพลักษณ์ภายนอกที่แต่งเติมสีสรรค์ก็ตาม
เมื่อเรารู้จักกันมากยิ่งขึ้น เราจะมองเห็นศักยภาพในตัวบุคคลนั้น ไม่ว่าจะเป็นคนติดดิน เรียบง่าย เข้มแข็ง มีน้ำใจ สร้างสรรค์รอบคอบ ฉลาดหลักแหลมในการใช้ชีวิต และรู้จักว่าควรพูดอะไรและไม่ควรพูดอะไร เมื่อเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ความปรารถนาที่ซ่อนเร้นก็ผุดขึ้นมาในจิตใจ และแสดงอาการออกมาผ่านสีหน้าและแววตาทำให้เกิดความรู้สึกพึงพอใจและเต็มใจที่จะสานต่อสัมพันธ์กัน ความรักจึงเป็นเรื่องท้าทายสำหรับจิตใจมนุษย์ทุกคนและไม่มีใครหลีกเลี่ยงความท้าทายนี้ได้ อย่างไรก็ตาม ความรักนั้นหาได้ยาก แม้ว่าคน ๆ นั้นจะหน้าตาดี ฐานะทางสังคมที่ดี หรือมาจากครอบครัวที่ร่ำรวยก็ตาม
แต่บุคคลิกที่แสดงออกผ่านคำพูดและการกระทำนั้น มีลักษณะเฉพาะคือเป็นคนเก็บตัว ขาดความกระตื้อรือล้นในการอยู่ร่วมกับผู้อื่น ขาดความสนใจ เพราะไม่รู้จักเคารพและชื่นชมผู้อื่น และเมื่อคุยด้วย สนเห็นความแตกต่างทางความคิดและการดำเนินชีวิต ก็อาจถูกปฏิเสขความรักและกลายเป็นคนไม่ประสบความสำเร็จในความรักไป หลายคนค้นหาจุดอ่อนในชีวิตและพยายามแก้ไขจุดอ่อนนั้น โดยคิดว่าตัวเองขึ้เหร่ ผิวคล้ำ ยากจนและไม่เป็นที่ชื่นชอบ เมื่อตระหนักเช่นนี้ พวกเขาก็รีบเรียนหนังสือให้เก่ง หางานดี ๆ เก็บเงินทำศัลยกรรม เพื่อให้ตัวเองดูดีขึ้นสวยขึ้น หล่อขึ้น ซื้อบ้านพร้อมที่ดินและคอนโดมิเนี่ยม แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จในความรัก เพราะคนที่เขารักไม่ใช่คนที่เขาอยากจรัก และคนที่เขารัก ไม่ใช่คนที่เขาอยากรัก ดังนั้น มนุษย์จะไม่มีวันประสบควาทมสำเร็จในความรักได้ เพียงเพราะรักคนที่ไม่ได้รักตน

แม้มนุษย์จะพบรักที่สมหวัง แต่ก็ไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป ท้ายที่สุดแล้ว พวกเขาต้องพลัดพรากจากคนที่รัก นำไปสู่ความทุกข์ เช่นเดียวกับความทุกข์ที่เคยประสบในชาติก่อน ๆ ด้วยเหตุผลที่กล่าวมาข้างต้น ผู้เขียนจึงเกิดความสงสัยว่าความรักคืออะไร ? เหตุใดความรักจึงก่อให้เกิดความทุกข์ได้ ผู้เขียนสนใจศึกษาหัวข้อ "ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์ในพระไตรปิฎก" โดยวิเคราะห์ข้อมูลจากแหล่งของความรู้ในพระไตรปิฎก อรรถกถาและงานวิจัยต่าง ๆ เป็นต้น คำตอบของการเขียนบทความนี้ ช่วยให้ผู้อ่านทุกท่านเข้าใจถึงความรู้และความจริงเกี่ยวกับความรักที่เกิดขึ้นในชีวิตของ ช่วยให้พวกเขาละทิ้งความผูกพันกับคนที่รัก เพื่อแก้ปัญหาชีวิตและหลีกหนีความทุกข์ที่ฝังในใจตัวพวกเขาได้ เป็นต้น
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น