The greatest discovery is the natural laws of human life. That everyone is equal Without choosing a social caste as the basis for determining humanity When the soul is the real person of man That accumulates knowledge from the mind with reasons And show his intention to act accordingly Would receive the result of Own action

Breaking

Post Top Ad

Your Ad Spot

วันศุกร์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2559

การศึกษาหลักสูตรศิลปศาสตร์สาขากฎหมายของเจ้าชายสิทธัตถะ

การศึกษาหลักสูตรศิลปศาสตร์ในวิชากฎหมายของเจ้าชายสิทธัตถะ
The Study of the Liberal Arts Curriculum in Law of Prince Siddhartha 

๑.บทนำ :     หลักสูตรศิลปศาสตร์และรากฐานทางนิติศาสตร์ของเจ้าชายสิทธัตถะ

               โดยทั่วไปแล้ว    พุทธศาสนิกชนและผู้คนทั่วโลกต่างคุ้นเคยกับร่องรอยทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับ       การศึกษาของเจ้าชายสิทธัตถะที่ระบุพระองค์ทรงสำเร็จศิลปศาสตร์ทั้ง ๑๘ สาขา    เพื่อเตรียมความพร้อมในฐานะมกุฏราชกุมารแห่งศากยวงศ์  และองค์รัชทายาทผู้จะสืบทอดราชบัลลังก์ต่อจากพระราชบิดาคือ พระเจ้าสุทโธทนะ  เรื่องราวเหล่านี้ปักหมุดไว้ในความรับรู้ของสังคม    ผ่านการถ่ายทอดของครูบาอาจารย์ในสถาบันการศึกษาทุกระดับทั่วโลก อีกทั้งยังปรากฏในพระธรรมเทศนาของพระสงฆ์ทั้งฝ่ายเถรวาท และมหายานในวันสำคัญทางศาสนา   ตลอดจนเป็นแกนหลักในหลักสูตรการศึกษาของพระภิกษุสามเณรในสำนักเรียนธรรมสนามหลวงของทั่วประเทศไทย    

                อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้เขียนได้ทำการสืบค้นและศึกษาเชิงลึกจากหลักฐานใน พระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยทำให้พบข้อเท็จจริงเบื้องต้นทางประวัติศาสตร์ว่า ในรัชสมัยของพระเจ้าสุทโธทนะแห่งอาณาจักรสักกะ     พระองค์ทรงมีโอรส ๒ พระองค์ คือ เจ้าชายสิทธัตถะทรงเป็นรัชทายาทลำดับที่หนึ่ง และเจ้าชายนันทะทรงเป็นรัชทายาทลำดับที่ ๒     ซึ่งทั้งสองพระองค์ทรงมีสิทธิและหน้าที่โดยชอบธรรมในการปกครองอาณาจักรสักกะ ตามครรลองแห่งวรรณะกษัตริย์        

    ด้วยเหตุนี้ เจ้าชายสิทธัตถะจึงทรงต้องเข้ารับการศึกษาใน "หลักสูตรศิลปศาสตร์(Liberal Arts )    เพื่อบ่มเพาะศักยภาพในการขึ้นครองราชย์ตามระบอบการปกครองตามรัฐธรรมนูญในยุคสมัยนั้น ซึ่งขับเคลื่อนด้วยกฎหมายรัฐธรรมนูญจารีตประเพณีที่เรียกว่า "ธรรมกษัตริย์" หรือที่นักวิชาการร่วมสมัยนิยามว่า "หลักธรรมสำหรับผู้บริหาร" 
   
ancient Apilavastu  
๒.พยานหลักฐานและคุณสมบัติผู้ปกครองในพระไตรปิฎก            
แนวคิดเรื่องการศึกษาเพื่อเตรียมความพร้อมของผู้ปกครองอาณาจักรต่าง ๆ ในยุคอินเดียโบราณ สอดคล้องกับหลักฐานที่ปรากฏในพระไตรปิฎกมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่  ๒๒  พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๔ อังคุตตรนิกาย ปัญจนิกบาต [๓.ตติปันนาสก์] ๔.ราชวรรค ๕.ปฐมปัตถนาสูตร ๑ ว่าด้วยความปรารถนาสูตรที่ ๑  [๑๓๕] ซึ่งได้ระบุถึงคุณสมบัติ ๕ ประการของพระราชโอรสองค์โตของพระมหากษัตริย์ผู้ทรงได้รับมูรธาภิเษกแล้ว ที่ทรงปรารถนาให้มีขึ้นในราชอาณาจักร ไว้ดังนี้ : 
            
  • ๑.พระองค์ทรงมีชาติกำเนิดอันสูงส่งทั้งฝ่ายพระมารดาและพระบิดาทรงครรภ์บริสุทธิ์ดีตลอดเจ็ดชั่วบรรพบุรุษไม่มีใครคัดค้านหรือตำหนิได้ในเรื่อง "ราชสมบัติ" 
  • ๒. พระองค์ทรงมีรูปงาม น่าดู น่าเลื่อมใส มีผิวพรรณผ่องใสยิ่ง
  • ๓. พระองค์ทรงเป็นที่รักใคร่ของพระมารดาและพระบิดา
  • ๔. พระองค์ทรงเป็นที่รักใคร่ของชาวเมืองและชาวชนบท
  • ๕.พระองค์ทรงศึกษาศิลปศาสตร์เป็นอย่างดี เช่นศิลปศาสตร์เรื่องช้าง ม้า รถ หรือดาบ พระราชโอรสองค์ใหญ่นั้นทรงมีพระดำริอย่างนี้ว่า"เรามีชาติกำเนิดดีทั้งฝ่ายพระมารดาและฝ่ายบิดาถือปฏิสนธิบริสุทธิ์ตลอดเจ็ดชัวบรรพบุรุษไม่มีใคร"
จากหลักฐานดังกล่าว ทำให้นักวิชาการสามารถอนุมานได้ว่า พระราชโอรสองค์ใหญ่ย่อมต้องทรงผ่านระบบการศึกษาศิลปศาสตร์อย่างเข้มงวด เพื่อความชอบธรรมในสืบราชสันตติวงศ์ 

๓.ปมปัญหาและการเชื่อมโยงสู่นิติศาสตร์ร่วมสมัย

         จากการวิเคราะห์รายละเอียดโครงสร้างของหลักสูตรศิลปศาสตร์ (Liberal Arts  Program )      ในส่วนที่เกี่ยวกับ "สาขานิติศาสตร์" ที่เจ้าชายสิทธัตถะทรงศึกษา แม้ในคัมภีร์ดั้งเดิมจะไม่ได้ระบุคำว่า "นิติศาสตร์" ไว้เป็นลายลักษ์อักษรโดยตรง ทว่าคำว่า "ธรรมกษัตริย์" ที่ปรากฏในพระไตรปิฎกมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย  อรรถกถาและคัมภีร์ชั้นหลัง คือสิ่งสะท้อนถึงกฎหมายรัฐธรรมนูญจารีตประเพณี และกฎหมายวรรณะที่ใช้ในการบริหารประเทศเป็นเครื่องมือหลักในการจัดระเบียบสังคม 

     เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะทรงสำเร็จหลักสูตรศิลปศาสตร์  ในสาขาเหล่านั้นควบคู่กับการพัฒนาพละความสามารถภายในจิตใจคือ พละห้าประการ (ได้แก่ ศรัทธา  วิริยะ  สมาธิและปัญญา)        ในฐานะพระโอรสองค์โต พระองค์ทรงมีความพร้อมอย่างเต็มที่ตามครรลองเป็นรัชทายาทลำดับแรก ทรงมีสิทธิและหน้าที่ตามวรรณะกษัตริย์ เพื่อที่จะได้รับการแต่งตั้งเป็นพระมหากษัตริย์สืบราชบัลลังก์ การบรรจุวิชากฎหมาย(ผ่านการศึกษาธรรมกษัตริย์และนิติศาสตร์การปกครอง ไว้ในหลักสูตรศิลปศาสตร์ ทำให้เจ้าชายสิทธัตถะทรงมีความเข้าใจอย่างถ่องแท้ ถึงสิทธิและหน้าที่ในการปกครองประเทศ รวมถึงการตระหนักรู้ในความเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมของมนุษยโลก 

             หากส่องมองผ่านแว่นตาในยุคปัจจุบัน การศึกษากฎหมายและโครงสร้างสังคมช่วยให้เข้าใจถึงการรับรู้ ข้อมูลข่าวสาร และพฤติกรรมของผู้คนในยุคดิจิทัล ที่ระบบอินเตอร์เน็ต นำไปสู่การเปลี่ยนทางความคิดอย่างรวดเร็ว และการประยุกต์แนวคิดต่าง ๆ  มาใช้ในชีวิตประจำวัน  ทว่าพฤติกรรมบางอย่างที่เผยแผ่ทางออนไลน์นั้น กลับขัดศีลธรรมและกฎหมายละเมิดต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้อื่น

           ดังนั้น การค้นคว้าความจริงของกฎหมายจากหลักฐานในพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาลงกรณและตำราอรรกถาต่าง ๆ  แม้จะไม่ใช้คำว่า "นิติศาสตร์" โดยตรง แต่คำว่า "ธรรมกษัตริย์" ย่อมหมายถึงหลักฐานกฎหมายรัฐธรรมนูญ จารีตประเพณี และขนบธรรมเนียมสำหรับการปกครอง หรือวรรณะกษัตริย์ในสมัยพุทธกาล ต่างต้องใช้หลักนิติศาสตร์และนิติกรรมเป็นเครื่องมือ สำคัญในการรักษาความสงบเรียบร้อยและบริหารราชการแผ่นดิน อย่างมีธรรมาภิบาล 

ไม่มีความคิดเห็น:

Post Top Ad

Your Ad Spot

หน้าเว็บ