The greatest discovery is the natural laws of human life. That everyone is equal Without choosing a social caste as the basis for determining humanity When the soul is the real person of man That accumulates knowledge from the mind with reasons And show his intention to act accordingly Would receive the result of Own action

Breaking

Post Top Ad

Your Ad Spot

วันอาทิตย์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2567

หลักสูตรศิลปศาสตร์ : การศึกษากฎหมายของเจ้าชายสิทธัตถะ


Liberal Art Program : A  study of the  Laws of Prince Siddhartha

บทนำ

       โดยทั่วไปแล้ว พุทธศาสนิกชนทั่วโลกคุ้นเคยกับเรื่องราวการศึกษาของเจ้าชายสิทธัตถะ พระองค์ทรงศึกษาศิลปศาสตร์ถึง ๑๘ สาขา เพื่อเตรียมตัวเป็นรัชทายาทแห่งอาณาจักรสักกะ และพระมหากษัตริย์ผู้สืบทอดราชบัลลังก์ต่อจากพระบิดาคือพระเจ้าสุทโธทนะ  เรื่องราวเหล่านี้ปรากฏอยู่ ในการบรรยายของครูในโรงเรียนและอาจารย์สอนในมหาวิทยาลัยทั่วโลก  ในพระธรรมเทศนาของพระภิกษุทั้งในนิกายเถรวาทและมหายานในวันสำคัญทางพุทธศาสนา และในการศึกษาของพระภิกษุสามเณรในสำนักธรรมสนามหลวงของทั่วทุกจังหวัดในประเทศไทย    เป็นต้น    

                เมื่อผู้เขียนศึกษาประวัติศาสตร์อาณาจักรสักกะจากหลักฐานในพระไตรปิฎกมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เราได้เรียนรู้ในเบื้องต้นว่า ในรัชสมัยพระเจ้าสุทโธทนะ ผู้ปกครองอาณาจักรสักกะ พระองค์ทรงมีโอรส ๒ พระองค์ คือ เจ้าชายสิทธัตถะทรงเป็นรัชทายาทองค์แรก และเจ้าชายนันทะทรงเป็นรัชทายาทองค์ที่ ๒ แห่งราชวงศ์ศากยะ    ทั้งสองพระองค์ทรงมีสิทธิและหน้าที่ในการปกครองอาณาจักรสักกะ ตามวรรณะกษัตริย์ของเจ้าชายสิทธัตถะทรงศึกษาศิลปศาสตร์(Liberal Arts ) เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการขึ้นครองราชย์ หลังจากพระราชบิดาสวรรคต ตามระบอบการปกครองตามรัฐธรรมนูญในสมัยนั้น ซึ่งเรียกว่า "หลักธรรมของกษัตริย์" ซึ่งนักวิชาการด้านพุทธศาสนาเรียกว่า "หลักธรรมสำหรับผู้บริหาร" 

     
ancient Apilavastu  
             ดังปรากฏอยู่ในพระไตรปิฎกมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่  ๒๒  พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๔ อังคุตตรนิกาย ปัญจนิกบาต [๓.ตติปันนาสก์] ๔.ราชวรรค ๕.ปฐมปัตถนาสูตร ๑ ว่าด้วยความปรารถนาสูตรที่ ๑  [๑๓๕] "ดูก่อนพระภิกษุทั้งหลาย พระราชโอรสองค์โตของพระมหากษัตริย์ผู้ทรงได้รับมูรธาภิเษกแล้ว ทรงมีคุณสมบัติห้า ประการ  พระองค์ทรงปรารถนาคุณสมบัติ ๕ ประการใดสำหรับราชอาณาจักร ?           
      ๑. พระองค์ทรงมีชาติกำเนิดอันสูงส่งทั้งฝ่ายพระมารดาและพระบิดา ทรงครรภ์บริสุทธิ์ดีตลอดเจ็ดชั่วบรรพบุรุษไม่มีใครคัดค้านหรือตำหนิด้วยราชสมบัติอันสูงส่ง
        ๒. พระองค์ทรงมีรูปงาม น่าดู น่าเลื่อมใส มีผิวพรรณผ่องใส
        ๓. พระองค์ทรงเป็นที่รักใคร่ของพระมารดาและพระบิดา
        ๔. พระองค์ทรงเป็นที่รักใคร่ของชาวเมืองและชาวชนบท
    ๕.พระองค์ทรงศึกษาศิลปศาสตร์  เป็นอย่างดี เช่นศิลปศาสตร์เรื่องช้าง ม้า รถ หรือดาบ พระราชโอรสองค์ใหญ่นั้นทรงมีพระดำริอย่างนี้ว่า"เรามีชาติกำเนิดดีทั้งฝ่ายพระมารดาและฝ่ายบิดาถือปฏิสนธิบริสุทธิ์ตลอดเจ็ดชัวบรรพบุรุษไม่มีใคร"   

         จากการศึกษารายละเอียดของหลักสูตรศิลปศาสตร์ (Liberal Arts  Program )      สาขานิติศาสตร์ ที่เจ้าชายสิทธัตถะทรงศึกษา โดยใช้หลักฐานในพระไตรปิฎกมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย    พบข้อเท็จจริงในเบื้องต้นว่า เจ้าชายสิทธัตถะทรงได้สำเร็จหลักสูตรศิลปศาสตร์  สาขาวิชานิติศาสตร์       ในฐานะเจ้าชายสิทธัตถะทรงเป็นพระโอรสองค์โตของพระเจ้าสุทโธทนะ     พระองค์จึงทรงเป็นรัชทายาทลำดับแรก ทรงมีสิทธิและหน้าที่ตามวรรณะกษัตริย์ เพื่อที่จะได้รับการแต่งตั้งเป็นพระมหากษัตริย์สืบราชบัลลังก์ เจ้าชายสิทธัตถะทรงเตรียมตัวพร้อมสำหรับการครองราชย์โดยพัฒนาศักยภาพแห่งชีวิต  พระองค์ทรงมีพละ ๕ ประการคือ ๑. สัทธาพละ ๒. วิริยพละ ๓.สติพละ ๔.สมาธิพละ๕. ปัญญาพละ  เป็นต้น    
 
          เมื่อเจ้าชายสิทธัตถทรงสำเร็จการศึกษาศิลปศาสตร์แล้ว กฎหมายเป็นวิชาหนึ่งที่ถูกบรรจุไว้ในหลักสูตร เพื่อเตรียมพระองค์สำหรับการครองราชย์ในอนาคต  การศึกษาเหล่านี้ทำให้พระองค์ทรงมีความเข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงสิทธิและหน้าที่ในการปกครองประเทศ รวมถึงติดตามเหตุการณ์ปัจจุบัน      และความคิดเห็นของสาธารณชน เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมระดับโลกอย่างรวดเร็วที่เผยแพร่ผ่านอินเตอร์เน็ต   ซึ่งนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางความคิดและประยุกต์แนวคิดเหล่านี้ในชีวิตประจำวัน  อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมบางอย่างที่เผยแพร่ทางออนไลน์นั้นขัดต่อศีลธรรม และกฎหมายของประเทศและยังละเมิดต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้อื่นด้วย การค้นคว้าความจริงของกฎหมายจากหลักฐานในพระไตรปิฎกมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยและตำราอื่น ๆ แม้จะไม่ได้กล่าวถึงคำว่า "นิติศาสตร์" โดยตรงก็ตาม  แต่คำว่า  "ธรรมกษัตริย์" ซึ่งเป็นหลักกฎหมายรัฐธรรมนูญจารีตประเพณี และขบธรรมเนียมสำหรับการปกครองประเทศ      ในอรรถกถาต่าง ๆ ก็ใช้คำว่า "ธรรมกษัตริย์เช่นกัน  โดยอ้างถึงหลักการของนิติศาสตร์ กล่าวกันว่า วรรณะกษัตริย์ทรงใช้หลักนิติกรรมในการปกครองประเทศ   

ไม่มีความคิดเห็น:

Post Top Ad

Your Ad Spot

หน้าเว็บ