The greatest discovery is the natural laws of human life. That everyone is equal Without choosing a social caste as the basis for determining humanity When the soul is the real person of man That accumulates knowledge from the mind with reasons And show his intention to act accordingly Would receive the result of Own action

Breaking

Post Top Ad

Your Ad Spot

วันอังคารที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2562

บทนำสู่ปรัชญาพุทธภูมิ: อาณาจักรโกศลในพระไตรปิฎก

Introduction to  Buddhaphumi philosophy: The Kingdom of Kosol region in Tripitaka 

๑.บทนำ ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา  

        โดยทั่วไป  อาณาจักรโกศลเป็นชุมชนการเมือง    ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนา   เป็นฉากหลังและบริบทที่สำคัญสำหรับเหตุการณ์  และเรื่องราวมากมายที่เกิดขึ้นในสมัยพุทธกาลอาณาจักรนี้เคยเจริญรุ่งเรืองทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง  มีบทบาทสำคัญในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาโดยพระพุทธเจ้าเอง  นอกจากนี้ ยังเป็นสถานที่เกิดของบุคคลสำคัญหลายท่าน  ในประวัติศาสตร์พุทธศาสนา ราชวงศ์ที่ปกครองอาณาจักรโกศลในสมัยพุทธกาลคือราชวงศ์อิกษวากุ(โอกกากะ)ซึ่งมีอำนาจและอิทธิพลเหนืออาณาจักรโกศลมาเป็นเวลานาน    ในปี พ.ศ.๒๒๒ อาณาจักรโกศลถูกผนวกเข้ากับจักรพรรดิเมารยะ เมืองหลวงของอาณาจักรโกศลคือเมืองสาวัตถีกลายเป็นเมืองร้าง   เหลือเพียงวัดเชตวันมหาวิหารซึ่งคงอยู่มาเกือบพันปีความเสื่อมถอยของเมืองสาวัตถีดำเนินต่อไป   เนื่องจากภูมิภาคต่าง ๆ ได้รับเอกราชจากอังกฤษแล้วประเทศใหม่ได้การสถาปนาขึ้นเรียกว่า สาธารณรัฐอินเดียอาณาจักรโกศลโบราณในปัจจุบัน คือ   อำเภอสาวัตถี(Shravasti district)  ขึ้นอยู่ภายใต้การปกครองของรัฐอุตตรประเทศ สาธารณรัฐอินเดีย ในปี๒๐๐๒  ผู้เขียนและคณะผู้แสวงบุญซึ่งเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย ได้เดินทางมาแสวงบุญครั้งแรกในเมืองสาวัตถี  พักอยู่ในช่วงฤดูหนาว อากาศเย็นมาก  เพื่อไปแสวงบุญที่วัดเชตวันมหาวิหารเพื่อปฏิบัติบูชาที่มูลคันธกุฎีของพระพุทธเจ้า  ต้นอนันตโพธิ์  บ้านเกิดขององคุลีมาล  และบ้านอนถบิณฑิกะเศรษฐี  เมืองโบราณแห่งนี้เป็นเพียงชุมชนเล็ก ๆ  เป็นต้น

๒.ประวัติศาสตร์ของอาณาจักรโกศล

       อาณาจักรโกศลเป็นหนึ่งใน  ๑๖ อาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ของอนุทวีปอินเดียในสมัยพุทธกาล  ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของสาธารณรัฐอินเดีย  ในปัจจุบัน  นครสาวัตถี เมืองหลวงของอาณาจักรโกศลนั้นตั้งอยู่เขตสาวัตถีภายใต้การปกครองของรัฐอุตตรประเทศ สาธารณรัฐอินเดีย  อาณาจักรโกศลครอบคลุมหลายจังหวัดในสาธารณรัฐอินเดียโดยเฉพาะบริเวณลุ่มแม่น้ำคงคาตอนบน   ซึ่งเป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์สำหรับการเพาะปลูก    ดังนั้น ดินแดนของอาณาจักรโกศลจึงอุดมสมบูรณ์ไปด้วยการเกษตรกรรมเป็นแหล่งผลิตข้าวและผลิตผลทางการเกษตรที่สำคัญ     ซึ่งมีส่วนช่วยสร้างความเจริญรุ่งเรืองส่งผลทางเศรษฐกิจของอาณาจักรโกศล  

๓.ความสำคัญของอาณาจักรโกศลในพระไตรปิฎก 

     ๓.๑ ความเป็นมาของประวัติศาสตร์เหตุการณ์สำคัญ :  เมื่อศึกษาประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนา จะพบเหตุการณ์สำคัญมากมายที่เกิดขึ้นในอาณาจักรโกศลได้แก่  เช่น การเสด็จไปโปรดพุทธมารดาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ การสร้างวัดเชตวันมหาวิหาร การสร้างวัดบุพผารามและการที่พระพุทธองค์ประทับอยู่ที่นั่นเป็นเวลา ๒๕ ปีเพื่อเผยแผ่พระพุทธศาสนา เป็นต้น     เมื่อเหตุการณ์สำคัญเหล่านี้เกิดขึ้นในอาณาจักรโกศล   จึงทำให้อาณาจักรโกศลมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อพระพุทธศาสนา
  
     ๓.๒ ศูนย์กลางการเผยแผ่พระพุทธศาสนา  อาณาจักรโกศลเป็นหนึ่งในอาณาจักรที่พระพุทธเจ้า ประทับอยู่เป็นเวลา ๒๕ พรรษาเพื่อเผยแผ่พระพุทธศาสนา  พระองค์ทรงสั่งสอนชาวโกศลให้พัฒนาชีวิตตามอริยมรรคมีองค์ ๘    เพื่อพัฒนาชาวโกศลเพื่อให้พวกเขาเห็นความจริงของชีวิต และเห็นดวงวิญญาณคนชั่วที่ไปชดใช้กรรมในนรกทำให้มีพระภิกษุ พระภิกษุณี อุบาสถ  และอุบาสิกาจำนวนมาก ทำให้อาณาจักรโกศล  เป็นศูนย์กกลางสำคัญในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาที่สำคัญมีการสร้างวัด อาราม และสถานที่ปฏิบัติธรรมมากมาย

     ๓.๓ บ้านเกิดของบุคคลสำคัญในพระพุทธศาสนา เมื่อศึกษาเรื่องบุคคลสำคัญในอาณาจักรโกศลจากหลักฐานในพระไตรปิฎกมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ฟังข้อเท็จจริงเบื้องต้นได้ว่า   เมืองสาวัตถีแห่งแคว้นโกศล เป็นบ้านเกิดของบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์พุทธศาสนา เช่น พระเจ้าปเสนทิโกศล ผู้มีความศรัทธาอย่างแรงกล้าในพระพุทธศาสนา พระองคุลีมาลซึ่งเป็นพระอรหันต์รูปหนึ่งในพระพุทธศาสนา   นอกจากนี้ยังอนาถบิณฑิกะเศรษฐี ซึ่งเป็นสาวกคนสำคัญของพระพุทธเจ้าที่ช่วยงานเผยแผ่พระพุทธศาสนาในอาณาจักรโกศล          

      ๓.๔ ภาพสะท้อนสังคมและวัฒนธรรมในสมัยพุทธกาล เมื่อพระไตรปิฎกกล่าวถึงอาณาจักรโกศล ก็สะท้อนถึงวิถีชีวิต  สังคมและวัฒนธรรมของคนในสมัยพุทธกาล ทั้งระบบการปกครอง   เศรษฐกิจ ศาสนา   ความเชื่อ  ซึ่งเป็นข้อมูลทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีที่สำคัญ ดังนั้น อาณาจักรโกศลในพระไตรปิฎกจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนาและการศึกษา  อาณาจักรโกศล ช่วยให้เราเข้าใจบริบทประวัติศาสตร์พุทธศาสนา สังคมและวัฒนธรรมในสมัยพุทธกาลได้ดียิ่งขึ้น และยังช่วยให้เราเข้าใจถึงความสำคัญของพระพุทธศาสนาในประวัติศาสตร์โลกอีกด้วย        

       เมื่อปีค.ศ.๒๐๐๒   ผู้เขียนและกลุ่มผู้แสวงบุญชาวไทยได้เดินทางไปยังอำเภอสาวัตถี  รัฐอุตตรประเทศ สาธารณรัฐอินเดียเป็นครั้งแรก     บริเวณนี้เชื่อกันว่าเป็นที่ตั้งของเมืองโบราณสาวัตถี เมืองหลวงของอาณาจักรโกศลที่เจริญรุ่งเรืองในสมัยพุทธกาล  ในปีนั้น มีผู้แสวงบุญชาวไทย ๓๐ คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาปริญญาโทและปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยเมืองพาราณสี   รัฐอุตตรประเทศ สาธารณรัฐอินเดีย  ในเวลานั้น เมืองสาวัตถีถูกปกคลุมไปด้วยหมอกและอากาศหนาวจัด  เมืองยังไม่พัฒนามากนัก    และมีผู้แสวงบุญเพียงไม่กี่คนที่ปฏิบัติธรรมอยู่ที่วัดเชตวันมหาวิหาร    อย่างไรก็ตาม ผู้แสวงบุญอย่างพวกเรามีความศรัทธาในคำสอนของพระพุทธเจ้า และพร้อมที่จะปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธเจ้าและพร้อมที่จะปฏิบัติตามอย่างขยันขันแข็ง  พวกเราตระหนักรู้ถึงคำสอนของพระพุทธเจ้าและนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำ 

       เมื่อ ๑๘ ปีก่อนผู้เขียนและผู้แสวงบุญอีก ๓๐ คนขึ้นรถบัสจากวัดมายาเทวี จังหวัดลุมพินีในประเทศเนปาลท่ามกลางลมหนาวที่พัดมาจากเทือกเขาหิมาลัย     หลังจากผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองเบลาฮิยา  (ฺBelahiya  Border)  ในเนปาลเข้าสู่ด่านตรวจคนเข้าเมืองโสเนาลี (Sonauli Border)    เมื่อคณะของเรามาถึงจุดหมายปลายทางที่เมืองสาวัตถี รัฐอุตตรประเทศ สาธารณรัฐอินเดียเมื่ออากาศในเมืองโบราณนี้หนาวเย็น  ถูกปกคลุมด้วยหมอกหนาทึบทั่วที่ราบกว้างใหญ่ที่ล้อมรอบอาณาจักรโกศลทั้งหมด ผู้คนทุกวรรณะรู้สึกถึงความหนาวเย็นอย่างลึกซึ้งในจิตใจ    ผู้แสวงบุญแต่ละคนนั่งเงียบ  ๆ กอดตัวเองไว้ท่ามกลางความหนาว นี่เป็นช่วงเวลาที่ไม่มีใครหนีพ้นความหนาวเย็นได้    เมื่อแรงโน้มถ่วงของดวงอาทิตย์ได้เหวี่ยงโลกออกไปยิ่งขึ้น   ความร้อนบนโลกก็ลดลงในขณะความเย็นแทรกซึมเข้ามาแทนที่ ซึ่งเป็นกฎธรรมชาติที่สิ่งมีชีวิตไม่อาจหลีกเลี่ยงได้  

บ้านของอนาถบิณฑิกคหบดี๒๕๖๓  

       ระหว่างการเดินทางแสวงบุญไปยังเมืองโบราณสาวัตถีนั้น   ผู้เขียนและนักศึกษามหาวิทยาลัยเมืองพาราณสีได้ค้นพบว่าเมืองโบราณสาวัตถีนั้น  เหลือเพียงซากปรักหักพังของสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ เช่น  วัดเชตวันมหาวิหาร เจดีย์ของบ้านปุโรหิต บิดาของ พระองคุลีมาลและเจดีย์บ้านของอนาถบิณฑิกเศรษฐีเท่านั้น ขณะที่รถบัสที่บรรทุกผู้เขียนและผู้แสวงบุญ ๓๐  คน  แล่นไปตามถนนแคบ  ๆ ผ่านหมู่บ้านต่าง  ๆ    ก็ไม่พบวัดพุทธเหลืออยู่เลย  มีเพียงวัดฮินดูส่วนใหญ่ทาสีแดง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตของผู้คนที่ยังอุทิศตนให้กับพิธีกรรมบูชาและการสวดมนต์เพื่อความสำเร็จในชีวิตท  ตามถนนแคบ ๆ  ผู้เขียนได้เห็นนาข้าวในฤดูฝนและถั่วที่ปลูกไว้สำหรับเป็นอาหารมังสวิรัต ซึ่งแสดงถึงความบริสุทธิ์ของร่างกายและจิตใจตามแนวคิดของศาสนาฮินดู หน่วยงานราชการและโรงเรียนยังเปิดทำการอยู่ตลอดเส้นทาง 

       การดำรงอยู่ของอาณาจักรโกศล    แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงทางภูมิศาสตร์ในเมืองโบราณสาวัตถีของอาณาจักรโกศลไปตามกาลเวลา ก็ยังคงเป็นหัวข้อที่น่าสนใจและมีคุณค่าสำหรับการศึกษา เพื่อพัฒนาศักยภาพชีวิตของผู้คน แม้ว่าระยะทางจะไม่ไกลมากนักก็ตาม  อย่างไรก็ตาม สภาพถนนไม่เหมาะสมกับความเร็วของรถบัส ทำให้เราใช้เวลาอย่างน้อย ๗ - ๘ ชั่วโมงกว่าจะถึงวัดไทยที่เราพักค้างคืน  ซึ่งควรจะถึงไม่เกิน ๒๑.๐๐  น. เช้าวันรุ่งขึ้นเวลา ๖.๐๐  น. เราจะเดินทางต่อไปยังวัดเชตวันมหาวิหาร

       เมื่อเรามีความศรัทธาในพระพุทธเจ้าเราจะเรียนรู้ว่าพระองค์ทรงค้นพบวัฏสงสารของดวงวิญญาณมนุษย์    ซึ่งเป็นกฎธรรมชาติที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากกรรมของตนเอง   พระพุทธเจ้าทรงเห็นว่าดวงวิญญาณออกกายไปเกิดใหม่ในภพภูมิต่าง ๆ     การกลับไปยังดินแดนต้นกำเนิดของพระพุทธศาสนา  ดินแดนที่เคยเจริญรุ่งเรืองมาก่อน  แต่ปัจจุบันกำลังเสื่อมถอยลง เนื่องจากความไม่รู้ของผู้ที่เกิดในภายหลัง     ผู้ตั้งอยู่ในความประมาทใช้ชีวิต และหมกมุ่นอยู่กิเลสภายมากกว่าการแสวงหาอริยทรัพย์ภายใน    เป็นประสบการณ์ที่พบเห็นได้ทั่วไป  หลายชีวิตเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักตลอดทั้งปี เพื่อหารายได้ ซื้อทรัพย์สินทางมาโภคทรัพย์ที่ไม่สามารถนำติดตัวไปได้หลังความตาย พวกเขายังหลงใหลในสิ่งที่เห็น รส กลิ่น เสียง สัมผัส  ยึดติดกับอารมณ์เหล่านีและสั่งสมความเครียดจากการทำงานตลอดชีวิต       

            โดยทั่วไปชาวพุทธทั่วโลกเคยได้ยินข้อเท็จจริงเรื่อง "อาณาจักรโกศล (Kosala country)   "จากพระธรรมเทศนาของพระภิกษุสงฆ์ทั้งฝ่ายเถรวาทและมหายานในวันธรรมสวนะ   วันวิสาขบูชาและวันมฆบูชา แม้ว่าอาณาจักรโกศลมิใช่หนึ่งใน ๔ สถานที่จาริกแสวงบุญ   ที่พระพุทธเจ้าทรงยกย่องให้เป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์ในพระพุทธศาสนา     แต่ตามประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนาเป็นเมืองที่พระพุทธเจ้าทรงจำพรรษานานที่สุดถึง ๒๕  พรรษา    

       ปัญหาว่าเมืองเวชนียสถานทั้ง ๔ เมืองได้แก่เมืองใดบ้าง  เมื่อผู้เขียนได้ศึกษาหลักฐานในพระไตรปิฎกมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย  และได้ยินข้อเท็จจริงเบื้องต้นว่า เมื่อพระองค์ปรินิพพานแล้ว    พระสาวกทั้งหลายไม่มีโอกาสไปเข้าเฝ้าพระองค์อีกต่อไปควรจะทำอย่างไร    พระพุทธเจ้าทรงตรัสสอนว่า  เมื่อพระสาวกทั้งหลายยังมีศรัทธาต่อพระองค์  ให้เดินทางไปแสวงบุญยังสังเวชนียสถานทั้ง ๔ แห่งเพื่อปฏิบัติบูชาและพัฒนาศักยภาพชีวิตด้วยการปฏิบัติธรรมตามแนวมรรคมีองค์   ๘ จนบรรลุความรู้ขั้นอภิญญา ๖  

       ดังมีหลักฐานในพระไตรปิฎกมหาจุฬาฯเล่มที่ ๑๐พระสุตันตปิฎกเล่มที่ ๒ ทีฆนิกายมหาวรรค ๓ มหาปรินิพพานสูตรเรื่องคำถามพระอานนท์ ข้อ.๒๐๒ พระอานนท์กราบทูลว่า  "ข้าพระองค์ผู้เจริญเมื่อก่อนภิกษุทั้งหลายผู้จำพรรษาในทิศทั้งหลาย  มาเฝ้าพระตถาคตข้าพระองค์ทั้งหลาย     ย่อมได้พบได้ใกล้ชิดภิกษุทั้งหลายผู้เป็นที่เจริญใจก็เมื่อพระผู้มีพระภาคเสด็จล่วงลับไป ข้าพระองค์ทั้งหลายจะไม่ได้พบไม่ได้ใกล้ชิดภิกษุทั้งหลายผู้เป็นที่เจริญใจอีก  "พระผู้มีพระภาคตรัสว่า "อานนท์ สังเวชนียสถานทั้ง ๔ แห่งนี้เป็นสถานที่(เป็นศูนย์รวม)ที่กุลบุตรผู้มีศรัทธาควรไปดู สังเวชนียสถานทั้ง ๔ แห่งอะไรบ้าง คือ 
     ๑.สังเวชนียสถาน  ที่กุลบุตรผู้มีศรัทธาควรไปดูด้วยระลึกว่า "ตถาคตประสูติในที่นี้"   
     ๒.สังเวชนียสถาน  ที่กุลบุตรผู้มีศรัทธาควรไปดูด้วยระลึกว่า "ตถาคตได้ตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณในที่นี้"
     ๓.สังเวชนียสถานที่กุลบุตร  ผู้มีศรัทธาควรไปดูด้วยระลึกว่า "ตถาคตทรงประกาศธรรม จักรอันยอดเยี่ยมในที่นี้" 
     ๔.สังเวชนียสถานที่กุลบุตรผู้มีศรัทธาควรไปดู  ด้วยระลึกว่า "ตถาคตได้เสด็จดับขันธปรินิพพานด้วอนุปาทิเสสนิพพานธาตุในที่นี้"
     อานนท์ สังเวชนียสถานทั้ง ๔ แห่งนี้เป็นสถานที่ที่กุลบุตรผู้มีศรัทธาควรไปดู  ภิกษุ ภืกษุณี อุบาสถ อุบาสิกา ผู้มีศรัทธาจะมาดูด้วยระลึกว่า"ตถาคตประสูติในที่นี้".....ว่า"     ตถาคตได้ตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณในที่นี้"..ว่า"ตถาคตทรงประกาศธรรมจักรอันยอดเยี่ยมในที่นี้"ว่า     "ตถาคตได้เสด็จดับขันธปรินิพพานด้วยอนุปาทิเสสนิพพานธาตุในที่นี้ "อานนท์ชนเหล่าใดเหล่าหนึ่งจาริกไปยังเจดีย์จักมีจิตเลื่อมใสตายไปชนเหล่านั้น  ทั้งหมดหลังจากตายแล้วจะไปเกิดในสุคติโลกสวรรค์"

แม่น้ำอจิรวดี๒๕๖๓ 
     เมื่อผู้เขียนตรวจสอบข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานต่าง ๆ เช่นพระไตรปิฎกมหาจุฬา ฯ  แผนที่โลกกูเกิลและผู้เขียนเดินทางไปแสวงบุญที่เมืองสาวัตถีด้วยตนเองครั้งแรกในปี พ.ศ.๒๐๐๒ ในเวลาต่อมาอีกหลายครั้งได้ฟังข้อเท็จจริงเบื้องต้นว่า     ก่อนที่พระพุทธเจ้าจะปรินิพพาน  พระอานนท์ทูลถามพระพุทธเจ้าว่าในอดีต พระภิกษุผู้จำพรรษาในทิศทัั้งหลายเคยได้เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าแล้วเกิดความปิติ  แต่พระพุทธองค์ปรินิพพานแล้วก็ไม่ได้เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าอีกจะทำอย่างไร ?  พระพุทธเจ้าทรงตอบว่าพระภิกษุทั้งหลาย ควรไปสังเวชนียสถานทั้ง ๔ แห่ง จุดประสงค์ของการจาริกแสวงบุญของชาวพุทธทั่วโลกที่ศรัทธาในคำสอนของพระพุทธเจ้าก็คือชีวิตมนุษย์มีวิญญาณซึ่งเป็นตัวตนที่แท้จริงสถิตย์อยู่ในร่างกายชั่วระยเวลาหนึ่งแล้วก็ดับไปวิญญาณจะออกจากร่างกายแล้วไปเกิดในภพอื่นในวัฏจักรแห่งการดำรงอยู่นี้อย่างไม่สิ้นสุด   เพราะอารมณ์แห่งกรรมนั้นสั่งสมอยู่ในจิตใจ

      โดยทั่วไปแล้วองค์ประกอบของชีวิตทุกคนล้วนเกิดจากปัจจัยทางร่างกายและจิตใจ      เมื่อจิตใจใช้อายตนะภายในของร่างกาย รับรู้อารมณ์ของปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ  และเหตุการณ์ทางสังคมที่เกิดขึ้นและเก็บอารมณ์เหล่านั้นมาสั่งสมอยู่ในจิตใจ    การฆ่าคน  การลักขโมยของผู้อื่น  การร่วมประเวณีกับคนในครอบครัวของผู้อื่น  การดูหมิ่นผู้อื่น   การแสวงหาความสุขในทางที่เสื่อมโดยดื่มสุราและยาเสพติดนั้น  ตามตามคำสอนของพระพุทธเจ้าเป็นกรรมชั่วบุคคลนั้นจะต้องไปเกิดในนรกที่เรียกว่า"ทุคติภูมิ" ในช่วงที่มนุษย์ยังไม่ปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธเจ้า จึงมีชีวิตที่อ่อนแอเมื่อร่างกายและจิตใจถูกละเมิด ย่อมเกิดอารมณ์โกรธ  อารมณ์เกลียดชัง  อารมณ์รักและความโง่เขลาจะเข้ามากระทบจิตใจย่างรุนแรงจนสูญเสียสติสัมปชัญญะไม่สามารถระลึกถึงความรู้จากประสบการณ์ชีวิตผ่านประสาทสัมผัสของตนเองและสั่งสมอยู่ในจิตใจว่าการฆ่าคนตาย  การลักขโมยของผู้อื่นการประพฤคิผิดต่อบุคคลในครอบครัวของผู้อื่น  การใช้ถ้อยคำดูหมิ่นคนอื่น  การแสวงหาความสุขในทางที่เสื่อมด้วยการดื่มสุราและยาเสพติดซึ่งถือว่า      เป็นการกระทำที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยศีลของประชาชนทำให้สังคมไม่มีความสงบสุขบนพื้นฐานของศีลธรรม  และกฎหมายการฆ่าคนตายทำให้ประชาชนไม่รู้สึกปลอดภัยในชีวิต  และทรัพย์สินขณะเดียวกันค่าของกรรมของการฆ่าคนย่อมผิดตามประมวลกฎหมายอาญาอีกอาจต้องโทษประหารชีวิตหรือความผิดฐานอื่นด้วย  หากเป็นการกระทำความผิดต่อชีวิต ทรัพย์ของผู้เสียหายโดยกระทำผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ฆ่าผู้อื่นโดยประมาท เป็นต้น

    ดังนั้นอกุศลกรรมที่มนุษย์กระทำไปมิได้สูญหายไปไหน ยังแสดงเจตนาแฝงอยู่ในจิตของผู้กระทำอยู่เสมอสักวันใดวันหนึ่ง  ย่อมจะแสดงเจตนารับผิดมาจนได้เมื่ออารมณ์ของการ กระทำมิได้สูญหายไปไหน ยังสั่งสมอยู่ในจิตของมนุษย์ทุกคนผู้ทำกรรมนั้นมนุษย์จำเป็นต้องเผชิญชะตากรรมจากผลของการกระทำของตนอยู่เสมอ  แม้จะมิให้ผลในขณะนั้นสักวันใดสักวันหนึ่งต้องรับผลของการ กระทำนั้น การเดินทางไปแสวงบุญกุศลสั่งสมอยู่ในจิตตน ยังเป็นสิ่งที่ต้องกระทำต่อไป  เพื่อพัฒนาศักยภาพของชีวิตให้เห็นผลของกระทำขณะจิตเวียนว่ายตายเกิดในสังสารวัฏ  โดยปกติการแสวงบุญนิยมกันไปเฉพาะสังเวชนียสถานทั้ง ๔   เป็นหลักแต่ก็มีผู้แสวงบุญอีกหลายหมู่คณะได้เดินทางมาสู่เมืองสาวัตถี  แม้จะมิใช่เมืองสังเวชนียสถานทั้ง ๔ ก็ตามแต่เป็นเมืองที่พระพุทธเจ้าทรงจำพรรษานานที่สุดถึง ๒๕  พรรษา และทรงแสดงธรรมเรื่องมงคลพระสูตรที่วัดเชตวันมหาวิหารแต่เป็นเมืองที่ได้รับความนิยมมาแสวงบุญไม่น้อย

       ปัญหาการมีอยู่ของแคว้นโกศล ตามทฤษฎีความรู้ประจักษ์นิยม เป็นทฤษฎีหนึ่งที่นิยมใช้วิเคราะห์การมีอยู่ของโลก     มนุษย์ ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ    ตั้งทฤษฎีความรู้ไว้ว่าที่มาของความรู้ของมนุษย์ต้องรับรู้ผ่านประสาทสัมผัสและสั่งสมอยู่ในจิตใจของมนุษย์เท่านั้นจึงถือได้ว่าบุคคลนั้นเป็นพยานที่สามารถยืนยันความจริงในเรื่องนั้นได้  ถ้าบุคคลไม่มีความรู้จากประสบการณ์ชีวิตผ่านประสาทสัมผัสของตนเอง    เขาก็ไม่สามารถเป็นพยานยืนยันความจริงในเรื่องนี้ได้กล่าวคือผู้เขียนเห็นถึงการมีอยู่ของเมืองสาวัตถีแห่งนี้ผ่านประสบการณ์ทางประสาทสัมผัสของผู้เขียนเอง  
     

ไม่มีความคิดเห็น:

Post Top Ad

Your Ad Spot

หน้าเว็บ