The greatest discovery is the natural laws of human life. That everyone is equal Without choosing a social caste as the basis for determining humanity When the soul is the real person of man That accumulates knowledge from the mind with reasons And show his intention to act accordingly Would receive the result of Own action

Breaking

Post Top Ad

Your Ad Spot

วันอังคารที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2562

บทนำสู่ปรัชญาพุทธภูมิ: อาณาจักรโกศลในมิติพระไตรปิฎก

Introduction to  Buddhaphumi philosophy: The Kingdom of Kosol region in Tripitaka 

๑.บทนำ ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา  

          ในประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนา "อาณาจักรโกศล"เป็นชุมชนการเมืองที่มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดในประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนาโดยทำหน้าที่เป็นฉากหลัง  และบริบทเชิงพื้นที่รองรับเหตุการณ์สำคัญมากมายที่เกิดขึ้นในสมัยพุทธกาล ดินแดนแห่งนี้เคยเจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุดทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง  ทั้งยังเป็นศูนย์กลางหลักที่พระบรมศาสดาทรงเลือกในการเผยแผ่คำสอนทางพระพุทธศาสนาและเป็นมาตภูมิของพระอริยบุคคล รวมถึงบุคคลสำคัญในพุทธประวัติหลายท่าน 

     ในสมัยพุทธกาล อาณาจักรโกศลปกครองโดยราชวงศ์อิกษวากุ(โอกกากะ)ซึ่งแผ่อิทธิพลและอำนาจเหนือดินแดนแถบนี้มายาวนาน ทว่าในปี พ.ศ.๒๒๒อาณาจักรโกศลได้ถูกผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของจักรพรรดิเมารยะ   ส่งผลให้ "นครสาวัตถี" ซึ่งเป็นเมืองหลวงแปรสภาพ    สู่ความโรยราและกลายเป็นเมืองร้างในที่สุดคงเหลือเพียงวัดเชตวันมหาวิหารที่หยัดยืนผ่านกาลเวลาเกือบพันปี

     กาลเวลาหมุนเวียนผ่านยุคอาณานิคม จนกระทั่งอนุทวีปได้รับเอกราชจากอังกฤษและสถาปนาขึ้นเป็นสาธารณรัฐอินเดียในปัจจุบัน ดินแดนอันเป็นที่ตั้งของอาณาจักรโกศลโบราณ   ได้กลายสภาพเป็นอำเภอสาวัตถี(Shravasti District)           ภายใต้การปกครองของรัฐอุตตรประเทศ สาธารณรัฐอินเดีย 

       ย้อนกลับไปในปี  ๒๐๐๒ (พ.ศ. ๒๕๔๕)ผู้เขียนพร้อมด้วยคณะนักศึกษามหาวิทยาลัยในเมืองพาราณสี  ๓๐ ชีวิต ได้เดินทางมาแสวงบุญ  ณ เมืองสาวัตถีเป็นครั้งแรกท่ามกลางบรรยายกาศฤดูหนาวอันเหยือกเย็น  เพื่อปฏิบัติบูชา ณ ดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์ไม่ว่าจะเป็นพระมูลคันธกุฎีของพระพุทธเจ้า ต้นอนันตโพธิ์  รวมถึงซากโบราณคดีอันเป็นบ้านเกิดของพระองคุลีมาล  และบ้านเกิดของอนาถบิณฑิกเศรษฐี  ซึ่งในปัจจุบันเป็นเพียงชุมชนเล็ก ๆเท่านั้น

๒.ภูมิหลังทางประวัติศาสตร์ของอาณาจักรโกศล

       อาณาจักรโกศลเป็นหนึ่งในมหาชนบท    ๑๖    แคว้น (อาณาจักร)   ที่ยิ่งใหญ่และทรงอำนาจที่สุดในอนุทวีปอินเดียสมัยพุทธกาล ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของสาธารณรัฐอินเดียในปัจจุบันมีนครสาวัตถี เมืองหลวงของอาณาจักรโกศลนั้น  ครอบคลุมพื้นที่ลุ่มแม่น้ำคงคาตอนบน  ซึ่งเป็นชัยภูมิที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ เหมาะแก่การทำเกษตรกรรม  โดยเฉพาะการปลูกข้าวและความหลากหลายของพืชพรรณ ธัญญาหาร   ความมั่งคั่งทางการเกษตรนี้เองที่เป็นรากฐานค้ำจุนระบบเศรษฐกิจ  และขับเคลื่อนให้อาณาจักรโกศลกลายเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ และการเมืองในยุคนั้น   

๓.ความสำคัญของอาณาจักรโกศลในพระไตรปิฎก  

       เมื่อศึกษาพระไตรปิฎกมหาจุฬา ฯจะพบว่าอาณาจักรโกศลเป็นศูนย์รวมของพุทธประวัติ และเหตุการณ์สำคัญระดับพลิกโฉมโลกพุทธจักร อาทิ :   

     -การสร้าง  "วัดเชตวันมหาวิหาร" โดยอนาถบิณฑกเศรษฐี       -การสร้างวัดบุพผาราม  โดยนางวิสาขามหาอุบาสิกา           -เหตุการณ์สำคัญหลังจากที่พระพุทธองค์เสด็จไปโปรดพุทธมารดาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์  แล้วเสด็จกลับลงมายังโลกมนุษย์ ณ  เมืองสังกัสสะ 
     -การประทับจำพรรษายาวนานถึง ๒๕ พรรษา

ด้วยเหตุการณ์เชิงประวัติศาสตร์เหล่านี้  อาณาจักรโกศลจึงมิใช่เพียงแค่พิกัดบนแผนที่โลกของกูเกิล แต่เป็นเนื้อหาจิตวิญญาณที่ขาดไม่ได้ในพุทธประวัติ 
  
     ๓.๒ ศูนย์กลางการเผยแผ่พระพุทธศาสนา      ด้วยการที่พระพุทธองค์ประทับจำพรรษา ณ ดินแดนแห่งนี้นานถึง ๒๕ พรรษาแคว้นโกศลจึงแปรสภาพ   เป็นศูนย์กลางในการประกาศพุทธศาสนา พระองค์ทรงสั่งสอนชาวโกศลให้พัฒนาชีวิต ตามหลักอริยมรรคมีองค์ ๘    เพื่อเปิดตาเนื้อ  และตาในให้ชาวเมืองโกศลได้เห็นความจริงของโลก  ตลอดจนตระหนักถึงผลกรรมที่น่าสยดสยองในทุคติอันเกิดจากการกระทำชั่ว ส่งผลให้เกิดความเลื่อมใสอย่างกว้าง เกิดการบวชพระภิกษุ พระภิกษุณี    และการปฏิญาณตนเป็นอุบาสถ  อุบาสิกาจำนวนมหาศาล ทำให้อาณาจักรโกศล มีการสร้างอารามและสถานที่ปฏิบัติธรรมกระจายอยู่ทั่วพระนคร

     ๓.๓ มาตุภูมิของบุคคลสำคัญในพุทธประวัติ หลักฐานในพระไตรปิฎกมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยบ่งชี้ว่า  นครสาวัตถีแห่งแคว้นโกศล คือสถานที่ก่อเกิดและดำเนินไปของชีวิต  บุคคลสำคัญที่มีอิทธิพลต่อพุทธศาสนาเช่น
     -พระเจ้าปเสนทิโกศล : พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นอัครศาสนู ปถัมภกที่มีความศรัทธาอย่างแรงกล้าในพระพุทธศาสนา
     -พระองคุลีมาล : อดีตมหาโจรผู้กลับใจจนบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์  
     -อนาถบิณฑิกะเศรษฐี มหาอุบาสถผู้สละทรัพย์สร้างวัดเชตวัน และอุปฐากพระพุทธศาสนาจนสิ้นอายุขัย          

      ๓.๔ภาพสะท้อนทางสังคมและวัฒนธรรมสมัยพุทธกาล เมื่อพระไตรปิฎกมหาจุฬา ฯ     ในส่วนที่ว่าด้วยอาณาจักรโกศลทำหน้าที่เป็นกระจกเงาบานใหญ่ที่สะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิต   โครงสร้างสังคม วัฒนธรรม ระบบการปกครอง เศรษฐกิจ รวมไปถึงระบบความเชื่อและขนบประเพณีของผู้คนในพุทธกาล  ข้อมูลเหล่านี้ถือหลักฐานทางประวัติศาสตร์ และโบราณคดีที่มีคุณค่ามหาศาลช่วยให้คนรุ่นหลังเข้าใจบริบทเชิงลึกของพระพุทธศาสนาในระดับสากล
    
๔.บันทึกการเดินทาง : จากลุมพินีสู่หมอกหนาแห่งสาวัตถี

       ย้อนภาพไปเมื่อ ๑๘ปีก่อน  (ปีค.ศ.๒๐๐๒)คณะผู้แสวงบุญชาวไทยจำนวน ๓๐ คน  ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา(ปริญญาโท-ปริญญาเอก) จากมหาวิทยาลัยเมืองพาราณสี  รัฐอุตตรประเทศ สาธารณรัฐอินเดีย ได้ร่วมกันเดินทางโดยรถบัสออกจากวัดมายาเทวี  ณ ลุมพินีสถาน ประเทศเนปาล   ลมหนาวที่พัดผ่านเทือกเขาหิมาลัย ทวีความรุนแรงขึ้น เมื่อคณะข้ามผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองเบลาฮิยา  (ฺBelahiya  Border)ฝั่งเนปาลเข้าสู่ด่านโสเนาลี (Sonauli Border)ของฝั่งอินเดีย    

        เมื่อรถบัสเคลื่อนเข้าสู่เมืองสาวัตถี     รัฐอุตตรประเทศ สาธารณรัฐอินเดีย    ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือที่ราบกว้างใหญ่ของอาณาจักรโกศลโบราณที่ถูกปกคลุมด้วยทะเลหมอกหนาทึบ    และอากาศที่หนาวเหน็บจับขั้วหัวใจ   ผู้คนทุกวรรณะต่างเผชิญกับความหนาวเย็นนี้อย่างเท่าเทียมกัน   เหล่าผู้แสวงบุญต่างนั่งนิ่งกอดตัวเอง ท่ามกลางความเงียบสงบ  เป็นสัจธรรมข้อหนึ่งที่ว่า เมื่อแรงโน้มถ่วงและวงโคจร เหวี่ยงโลกให้ออกห่างจากดวงอาทิตย์ ความอบอุ่นย่อมลดลงและความหนาวเย็นย่อมเข้ามาแทนที่  ได้เหวี่ยงโลกออกไปยิ่งขึ้น  ความร้อนบนโลกก็ลดลงในขณะความเย็นแทรกซึมเข้ามาแทนที่ นี่คือ กฎธรรมชาติที่ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดจะหลีกเลี่ยงได้  

บ้านของอนาถบิณฑิกคหบดี๒๕๖๓  

       ตลอดเส้นทางสายแคบ ๆ ที่ตัดผ่านหมู่บ้านชนบท   ขณะเดินทางพบว่าไม่เหลือวัดพุทธหลงเหลืออยู่เลยในวิถีชีวิตปัจจุบัน คงมีเพียงวัดฮินดู ที่ทาสีแดงสดตั้งอยู่เป็นระยะ สะท้อนภาพผู้คนที่ยังผูกพันอยู่กับพิธีกรรม บูชาเทพเจ้าและสวดมนต์ อ้อนวอนเพื่อความสำเร็จในชีวิต รอบ ๆ ถนนแคบ ๆ นั้นเต็มไปด้วยนาข้าว ในฤดูฝนและแปลงปลูกพืชตระกูลถั่วที่ปลูกไว้สำหรับวิถีอาหารมังสวิรัต อันแสดงถึงความบริสุทธิ์ของร่างกายและจิตใจตามคติฮินดู แม้ระยะทางบนแผนที่โลกของกูเกิลจะไม่ไกลนักก็ตาม  ทว่าสภาพถนนที่ไม่เอื้ออำนวยทำให้รถบัสต้องใช้เวลาเดินทางยาวนานถึง ๗ - ๘ ชั่วโมงกว่าจะถึงวัดไทยที่พักแรมในเวลาเกือบ ๒๑.๐๐  น.เพื่อเตรียมตัวออกเดินทางมุ่งสู่วัดเชตวันมหาวิหารในเวลา ๖.๐๐  น.ของเช้าวันรุ่งขึ้น 

๕.สัจธรรมแห่งวัฏสงสารและคุณค่าของสังเวชนียสถาน

       การได้กลับคืนสู่ดินแดนกำเนิดศาสนา   ทำใหผู้เขียนเกิดความเลื่อมใส ในพระพุทธองค์ ผู้ทรงค้นพบ "วัฏสงสาร" อันเป็นกฎธรรมชาติที่ที่เที่ยงแท้    พระองค์ทรงมองเห็นด้วยทิพย์จักษุว่าดวงวิญญาณหรือจิตของมนุษยนั้น  ต้องเวียนว่ายตายเกิดในภพภูมิต่าง ๆ ตามแรงเหวี่ยงแห่งกรรมที่ตนได้กระทำไว้   

          น่าเสียดายที่ดินแดนอันเคยเจริญรุ่งเรืองด้วยอารยธรรมทางปัญญาในอดีต กลับต้องเสื่อมถอยลงในปัจจุบันอันเนื่องจากความไม่รู้ของคนรุ่นหลัง   ผู้คนส่วนใหญ่ใช้ชีวิตด้วยความประมาทใช้ชีวิตหมกมุ่นอยู่กิเลสภายนอกมากกว่าการสั่งสม "อริยทรัพย์ภายใน"หลายชีวิตหมดพลังไปกับการทำงานหนักตลอดทั้งปีเพื่อแสวงหาโภคทรัพย์ที่ไม่สามารถนำติดตัวไปได้หลังความตาย  ยึดติดอยู่กับรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส  และสั่งสมความเครียดไว้ในจิตใจตลอดชีวิต       

        แม้ว่า"อาณาจักรโกศล (Kosala country)"จะมิได้รวมอยู่ใน "สังเวชนียสถานทั้ง ๔  ที่พระพุทธเจ้าทรงระบุไว้ในมหาปรินิพพานสูตร(ทีฆนิกายมหาวรรค)ว่ากุลบุตรผู้มีศรัทธา    ควรไปจาริก เพื่อระลึกถึงพระตถาคต(ประสูติ ตรัสรู้  แสดงปฐมเทศนาและปรินิพพาน) ซึ่งพระพุทธองค์ทรงตรัสว่าจิตที่เลื่อมใสในขณะจาริกไปยังเจดีย์เหล่านั้น    จะนำพาดวงวิญญาณไปสู่สุคติโลกสวรรค์  แต่อาณาจักรโกศลโบราณและนครสาวัตถี ก็ยังคงเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมที่พุทธศาสนิกชนทั่วโลก     หลั่งไหลมาอย่างไม่ขาดสาย เนื่องจากเป็นสถานที่ที่พระพุทธเจ้าและเป็นสถานที่ให้กำเนิด "มงคลสูตร" ณ วัดเชตวันมหาวิหาร 

         คำถามจึงเกิดขึ้นว่าเมืองสังเวชนียสถานทั้ง ๔ เมืองนั้นได้แก่เมืองใดบ้าง ? หลังจากศึกษาพระไตรปิฎกมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยและเรียนรู้ข้อเท็จจริงที่ว่าหลังจากพระพุทธเจ้าปรินิพพานแล้ว  เหล่าสาวกจะไม่มีโอกาสไปเข้าเยี่ยมพระองค์อีกต่อไป ผู้เขียนจึงเข้าใจว่าพระพุทธเจ้าทรงสั่งสอน  เมื่อพระสาวกทั้งหลายยังมีศรัทธาต่อพระองค์  ให้เดินทางไปแสวงบุญยังสังเวชนียสถานทั้ง ๔ แห่งเพื่อปฏิบัติบูชาและพัฒนาศักยภาพชีวิตด้วยการปฏิบัติธรรมตามแนวมรรคมีองค์   ๘ จนบรรลุความรู้ขั้นอภิญญา ๖  

       ดังมีหลักฐานในพระไตรปิฎกมหาจุฬาฯเล่มที่ ๑๐พระสุตันตปิฎกเล่มที่ ๒ ทีฆนิกายมหาวรรค ๓ มหาปรินิพพานสูตรเรื่องคำถามพระอานนท์ ข้อ.๒๐๒ พระอานนท์กราบทูลว่า  "ข้าพระองค์ผู้เจริญเมื่อก่อนภิกษุทั้งหลายผู้จำพรรษาในทิศทั้งหลาย  มาเฝ้าพระตถาคตข้าพระองค์ทั้งหลาย     ย่อมได้พบได้ใกล้ชิดภิกษุทั้งหลายผู้เป็นที่เจริญใจก็เมื่อพระผู้มีพระภาคเสด็จล่วงลับไป ข้าพระองค์ทั้งหลายจะไม่ได้พบไม่ได้ใกล้ชิดภิกษุทั้งหลายผู้เป็นที่เจริญใจอีก  "พระผู้มีพระภาคตรัสว่า "อานนท์ สังเวชนียสถานทั้ง ๔ แห่งนี้เป็นสถานที่(เป็นศูนย์รวม)ที่กุลบุตรผู้มีศรัทธาควรไปดู สังเวชนียสถานทั้ง ๔ แห่งอะไรบ้าง คือ 
     ๑.สังเวชนียสถาน  ที่กุลบุตรผู้มีศรัทธาควรไปดูด้วยระลึกว่า "ตถาคตประสูติในที่นี้"   
     ๒.สังเวชนียสถาน  ที่กุลบุตรผู้มีศรัทธาควรไปดูด้วยระลึกว่า "ตถาคตได้ตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณในที่นี้"
     ๓.สังเวชนียสถานที่กุลบุตร  ผู้มีศรัทธาควรไปดูด้วยระลึกว่า "ตถาคตทรงประกาศธรรม จักรอันยอดเยี่ยมในที่นี้" 
     ๔.สังเวชนียสถานที่กุลบุตรผู้มีศรัทธาควรไปดู  ด้วยระลึกว่า "ตถาคตได้เสด็จดับขันธปรินิพพานด้วอนุปาทิเสสนิพพานธาตุในที่นี้"
     อานนท์ สังเวชนียสถานทั้ง ๔ แห่งนี้เป็นสถานที่ที่กุลบุตรผู้มีศรัทธาควรไปดู  ภิกษุ ภืกษุณี อุบาสถ อุบาสิกา ผู้มีศรัทธาจะมาดูด้วยระลึกว่า"ตถาคตประสูติในที่นี้".....ว่า"     ตถาคตได้ตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณในที่นี้"..ว่า"ตถาคตทรงประกาศธรรมจักรอันยอดเยี่ยมในที่นี้"ว่า     "ตถาคตได้เสด็จดับขันธปรินิพพานด้วยอนุปาทิเสสนิพพานธาตุในที่นี้ "อานนท์ชนเหล่าใดเหล่าหนึ่งจาริกไปยังเจดีย์จักมีจิตเลื่อมใสตายไปชนเหล่านั้น  ทั้งหมดหลังจากตายแล้วจะไปเกิดในสุคติโลกสวรรค์"

แม่น้ำอจิรวดี๒๕๖๓ 
     เมื่อผู้เขียนตรวจสอบข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานต่าง ๆ เช่นพระไตรปิฎกมหาจุฬา ฯ  แผนที่โลกกูเกิลและผู้เขียนเดินทางไปแสวงบุญที่เมืองสาวัตถีด้วยตนเองครั้งแรกในปี พ.ศ.๒๐๐๒ ในเวลาต่อมาอีกหลายครั้งได้ฟังข้อเท็จจริงเบื้องต้นว่า     ก่อนที่พระพุทธเจ้าจะปรินิพพาน  พระอานนท์ทูลถามพระพุทธเจ้าว่าในอดีต พระภิกษุผู้จำพรรษาในทิศทัั้งหลายเคยได้เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าแล้วเกิดความปิติ  แต่พระพุทธองค์ปรินิพพานแล้วก็ไม่ได้เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าอีกจะทำอย่างไร ?  พระพุทธเจ้าทรงตอบว่าพระภิกษุทั้งหลาย ควรไปสังเวชนียสถานทั้ง ๔ แห่ง จุดประสงค์ของการจาริกแสวงบุญของชาวพุทธทั่วโลกที่ศรัทธาในคำสอนของพระพุทธเจ้าก็คือชีวิตมนุษย์มีวิญญาณซึ่งเป็นตัวตนที่แท้จริงสถิตย์อยู่ในร่างกายชั่วระยเวลาหนึ่งแล้วก็ดับไปวิญญาณจะออกจากร่างกายแล้วไปเกิดในภพอื่นในวัฏจักรแห่งการดำรงอยู่นี้อย่างไม่สิ้นสุด   เพราะอารมณ์แห่งกรรมนั้นสั่งสมอยู่ในจิตใจ

      โดยทั่วไปแล้วองค์ประกอบของชีวิตทุกคนล้วนเกิดจากปัจจัยทางร่างกายและจิตใจ      เมื่อจิตใจใช้อายตนะภายในของร่างกาย รับรู้อารมณ์ของปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ  และเหตุการณ์ทางสังคมที่เกิดขึ้นและเก็บอารมณ์เหล่านั้นมาสั่งสมอยู่ในจิตใจ    การฆ่าคน  การลักขโมยของผู้อื่น  การร่วมประเวณีกับคนในครอบครัวของผู้อื่น  การดูหมิ่นผู้อื่น   การแสวงหาความสุขในทางที่เสื่อมโดยดื่มสุราและยาเสพติดนั้น  ตามตามคำสอนของพระพุทธเจ้าเป็นกรรมชั่วบุคคลนั้นจะต้องไปเกิดในนรกที่เรียกว่า"ทุคติภูมิ" ในช่วงที่มนุษย์ยังไม่ปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธเจ้า จึงมีชีวิตที่อ่อนแอเมื่อร่างกายและจิตใจถูกละเมิด ย่อมเกิดอารมณ์โกรธ  อารมณ์เกลียดชัง  อารมณ์รักและความโง่เขลาจะเข้ามากระทบจิตใจย่างรุนแรงจนสูญเสียสติสัมปชัญญะไม่สามารถระลึกถึงความรู้จากประสบการณ์ชีวิตผ่านประสาทสัมผัสของตนเองและสั่งสมอยู่ในจิตใจว่าการฆ่าคนตาย  การลักขโมยของผู้อื่นการประพฤคิผิดต่อบุคคลในครอบครัวของผู้อื่น  การใช้ถ้อยคำดูหมิ่นคนอื่น  การแสวงหาความสุขในทางที่เสื่อมด้วยการดื่มสุราและยาเสพติดซึ่งถือว่า      เป็นการกระทำที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยศีลของประชาชนทำให้สังคมไม่มีความสงบสุขบนพื้นฐานของศีลธรรม  และกฎหมายการฆ่าคนตายทำให้ประชาชนไม่รู้สึกปลอดภัยในชีวิต  และทรัพย์สินขณะเดียวกันค่าของกรรมของการฆ่าคนย่อมผิดตามประมวลกฎหมายอาญาอีกอาจต้องโทษประหารชีวิตหรือความผิดฐานอื่นด้วย  หากเป็นการกระทำความผิดต่อชีวิต ทรัพย์ของผู้เสียหายโดยกระทำผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ฆ่าผู้อื่นโดยประมาท เป็นต้น

    ดังนั้นอกุศลกรรมที่มนุษย์กระทำไปมิได้สูญหายไปไหน ยังแสดงเจตนาแฝงอยู่ในจิตของผู้กระทำอยู่เสมอสักวันใดวันหนึ่ง  ย่อมจะแสดงเจตนารับผิดมาจนได้เมื่ออารมณ์ของการ กระทำมิได้สูญหายไปไหน ยังสั่งสมอยู่ในจิตของมนุษย์ทุกคนผู้ทำกรรมนั้นมนุษย์จำเป็นต้องเผชิญชะตากรรมจากผลของการกระทำของตนอยู่เสมอ  แม้จะมิให้ผลในขณะนั้นสักวันใดสักวันหนึ่งต้องรับผลของการ กระทำนั้น การเดินทางไปแสวงบุญกุศลสั่งสมอยู่ในจิตตน ยังเป็นสิ่งที่ต้องกระทำต่อไป  เพื่อพัฒนาศักยภาพของชีวิตให้เห็นผลของกระทำขณะจิตเวียนว่ายตายเกิดในสังสารวัฏ  โดยปกติการแสวงบุญนิยมกันไปเฉพาะสังเวชนียสถานทั้ง ๔   เป็นหลักแต่ก็มีผู้แสวงบุญอีกหลายหมู่คณะได้เดินทางมาสู่เมืองสาวัตถี  แม้จะมิใช่เมืองสังเวชนียสถานทั้ง ๔ ก็ตามแต่เป็นเมืองที่พระพุทธเจ้าทรงจำพรรษานานที่สุดถึง ๒๕  พรรษา และทรงแสดงธรรมเรื่องมงคลพระสูตรที่วัดเชตวันมหาวิหารแต่เป็นเมืองที่ได้รับความนิยมมาแสวงบุญไม่น้อย

       ปัญหาการมีอยู่ของแคว้นโกศล ตามทฤษฎีความรู้ประจักษ์นิยม เป็นทฤษฎีหนึ่งที่นิยมใช้วิเคราะห์การมีอยู่ของโลก     มนุษย์ ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ    ตั้งทฤษฎีความรู้ไว้ว่าที่มาของความรู้ของมนุษย์ต้องรับรู้ผ่านประสาทสัมผัสและสั่งสมอยู่ในจิตใจของมนุษย์เท่านั้นจึงถือได้ว่าบุคคลนั้นเป็นพยานที่สามารถยืนยันความจริงในเรื่องนั้นได้  ถ้าบุคคลไม่มีความรู้จากประสบการณ์ชีวิตผ่านประสาทสัมผัสของตนเอง    เขาก็ไม่สามารถเป็นพยานยืนยันความจริงในเรื่องนี้ได้กล่าวคือผู้เขียนเห็นถึงการมีอยู่ของเมืองสาวัตถีแห่งนี้ผ่านประสบการณ์ทางประสาทสัมผัสของผู้เขียนเอง  
     

ไม่มีความคิดเห็น:

Post Top Ad

Your Ad Spot

หน้าเว็บ