บทนำสู่ปรัชญาพุทธภูมิ : เมืองเทวทหะ, สถานที่ประสูติของพระราชินีมายาเทวี Introduction to Buddhaphumi Philosophy : Devdaha City, the Birthplace of Queen Maya Devi
เมืองโบราณเทวทหะในสมัยพุทธกาลเป็นเมืองหลวงของแคว้นโกลิยะ ซึ่งเป็นเมืองซึ่งมีความสำพันธ์ทางสายเลือดที่ใกล้ชิดกับกรุงกบิลพัสดุ์แห่งแคว้นสักกะ (ในรัชสมัยของพระเจ้าโอกกากราช ทรงโปรดเกล้า ฯ ให้พระราชโอรสและพระธิดาซึ่งประสูติกาล จากพระมเหสีองค์ก่อน อพยพชาวเทวทหะไปสร้างอาณาจักรใหม่ซึ่งห่างออกไปอีก ๑๐๐ กิโลเมตร โดยมีแม่น้ำโรหิณี เป็นแบ่งเขตทั้งสองอาณาจักรออกจากกัน แต่เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏหลักฐานว่า ทั้งสองอาณาจักรปกครองแบบสามัคีธรรมแบ่งประชาชนออกเป็น ๔ วรรณะคือกษัตริย์ พราหมณ์ แพศย์ และศูทร) ทั้งสองพระราชวงศ์ศากยะและพระราชวงศ์โกลิยะ ซึ่งมีความสัมพันธ์ทางสายเลือดที่ใกล้ชิด ผ่านการอภิเษกสมรสระหว่างสองตระกูล เพื่อรักษาความบริสุทธิ์ของสายเลือด นามของเมือง "เทวทหะ"หมายถึง"สระน้ำของเทวดา" ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นสระน้ำศักดิ์สิทธิ์ ที่เกิดขึ้นเอง ตามธรรมชาติ และเป็นสถานที่ซึ้งเจ้าชายสิทธัตถะเคยเสด็จประทับเมื่อครั้งทรงพระเยาว์
ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๓ ผู้เขียนตัดสินใจเข้าร่วมโครงการ "ก้ามตามธรรม" (walking Follow the dhamma) ซึ่งจัดโดยพระเถรวาทกลุ่มเล็ก ๆ เพื่อปฏิบัติธรรมตามคำสอนของพระพุทธเจ้าใน สหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเนปาล การเดินทางแสวงบุญครั้งนี้ เริ่มต้นที่เมืองโปขระ เมืองที่ตั้งอยู่ริมฝั่งทะเลสาบโปขระอันสวยงาม ล้อมรอบด้วยน้ำใสสะอาด และอากาศเย็นสดชื่น ท่ามกลางภูเขาสูงตระหง่าน มีบรรยายกาศที่เปี่ยมไปด้วยออกซิเยน ตั้งอยู่ใจกลางของสหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเนปาล ล้อมรอบด้วยภูเขาสูงที่ทอดยาวไปจนถึงลุมพินี สถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้าศากยมุนี
การจาริกแสวงบุญครั้งนี้ เป็นการเดินตามรอยพระพุทธบาทซึ่งเป็นประเพณีที่ปฏิบัติกันมายาวนานกว่า ๒,๕๐๐ ปี ทั้งในหมู่ศาสนิก ชนเถรวาทและมหายาน พระภิกษุที่ได้รับการอุปสมบทแล้ว แต่ยังไม่เข้าร่วมในพิธีแสวงบุญนี้ ถือว่าไม่ใช่พระภิกษุที่แท้จริงเพราะยังขาดการพัฒนาศักยภาพชีวิตเพื่อให้มีความมั่นใจในตนเอง ขาดความเพียรพยายามในการแสวงหาความรู้ จากประสบการณ์ชีวิตผ่านอายตนะภายใน ขาดสติในการระลึกถึงความรู้ที่สั่งสมอยู่ในจิตใจของตนเอง มาใช้ให้เกิดประโยชน์ และขาดสมาธิในการฝึกฝนจิตใจอย่างสงบ ชีวิตของพวกเขาจึงเต็มไปด้วยความมืดมิด พวกเขาขาดปัญญาที่จะเข้าใจความจริงที่สมมติขึ้น และความจริงขั้นปรมัตถ์ จึงไม่สามารถอธิบายความเป็นจริงได้อย่างมีเหตุผล เมื่อทำหน้าที่ในสังคมเช่น พราหมณ์ ซึ่งเป็นนักปรัชญา นักตรรกศาสตร์ พนักงานสอบสวน ผู้พิพากษา อัยการ เป็นต้น พวกเขาต้องใช้เหตุผลเป็นเครื่องมือในการอธิบายความจริงของเรื่องต่าง ๆ บางครั้งเหตุผลของพวกเขาก็ถูกต้อง บางครั้งก็ไม่ถูกต้อง บางครั้งพวกเขาก็ใช้เหตุผลในลักษณะนี้หรือในลักษณะนั้น
การเดินทางแสวงบุญมักเต็มไปด้วยอุปสรรค และความท้าทาย แต่เราใช้ความรู้ที่สั่งสมในจิตใจ เพื่อชนะเอาความยากลำบากเหล่านี้ ตลอดการเดินทางไปยังสถานที่ต่าง ๆ แม้ชีวิตจะลำบาก มีข้อจำกัดการเข้าถึงสิ่งจำเป็นพื้นฐาน เช่น อาหาร ที่อยู่อาศัย และการเดินทางอย่างน้อย ๒๐ กิโลเมตรต่อวันติดต่อกันหลายวัน โดยเราไม่รู้จะพักผ่อนหรือนอนที่ไหน ? หรือชีวิตและทรัพย์สินของเราจะตกอยู่ในอันตรายหรือไม่ ? ในฐานะผู้สูงอายุ ผู้เขียนต้องท่ามกลางความร้อนระอุของแสงแดดบนเนินเขา บางวันท้องฟ้ามืดครึ้ม เราเดินบนถนนของเนปาลซึ่งหลายสายสร้างขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตในชนบท บางวันกลุ่มของเราต้องเดินป่า ท่ามกลางฝุ่นละอองที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากเนปาลกำลังพัฒนา และก้าวหน้าไปสู่ระดับเดียวกับประเทศที่พัฒนาแล้ว บางวันกลุ่มของเราต้องทนกับความหนาวเย็น ในตอนกลางคืน ผู้เขียนต้องขดตัวอยู่ในถุงนอน โดยไม่ได้อาบน้ำหรือใช้ห้องน้ำเป็นเวลาหลายวัน ชาวเนปาลบางกลุ่ม ผู้เปี่ยมด้วยศรัทธาได้นิมนต์กลุ่มของเราไปพัก (จำวัด) ในบ้านดินแบบฮินดูดั้งเดิม ที่สร้างบนภูเขาสูง เพื่อเรียนรู้ทักษะการเอาตัวรอดบนภูเขาสูงซึ่งเป็นบทเรียนชีวิตที่หาไม่ได้ในมหาวิทยาลัย เราสวดมนต์และภาวนาให้ชีวิตของพวกเขามีความสุข และขณะที่พวกเขารับฟังบทสวดมนต์ภาษาบาลีของเราด้วยความสงบ และบริจาคเงินแก่กลุ่มของเรา มิตรภาพที่เราร่วมกันนั้นคือสิ่งที่ผู้เขียนจะไม่มีวันลืม แม้ว่าเราจะไม่สามารถสื่อสารกันให้เข้าใจได้มากนัก แต่เนปาลก็เป็นดินแดนแห่งมิตรภาพระหว่างมนุษยชาติและเป็นส่วนหนึ่งของโลกที่ยังคงอยู่ในใจของเรา
เมืองโบราณเทวทหะในสมัยพุทธกาลเป็นเมืองหลวงของแคว้นโกลิยะ ซึ่งเป็นเมืองซึ่งมีความสำพันธ์ทางสายเลือดที่ใกล้ชิดกับกรุงกบิลพัสดุ์แห่งแคว้นสักกะ (ในรัชสมัยของพระเจ้าโอกกากราช ทรงโปรดเกล้า ฯ ให้พระราชโอรสและพระธิดาซึ่งประสูติกาล จากพระมเหสีองค์ก่อน อพยพชาวเทวทหะไปสร้างอาณาจักรใหม่ซึ่งห่างออกไปอีก ๑๐๐ กิโลเมตร โดยมีแม่น้ำโรหิณี เป็นแบ่งเขตทั้งสองอาณาจักรออกจากกัน แต่เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏหลักฐานว่า ทั้งสองอาณาจักรปกครองแบบสามัคีธรรมแบ่งประชาชนออกเป็น ๔ วรรณะคือกษัตริย์ พราหมณ์ แพศย์ และศูทร) ทั้งสองพระราชวงศ์ศากยะและพระราชวงศ์โกลิยะ ซึ่งมีความสัมพันธ์ทางสายเลือดที่ใกล้ชิด ผ่านการอภิเษกสมรสระหว่างสองตระกูล เพื่อรักษาความบริสุทธิ์ของสายเลือด นามของเมือง "เทวทหะ"หมายถึง"สระน้ำของเทวดา" ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นสระน้ำศักดิ์สิทธิ์ ที่เกิดขึ้นเอง ตามธรรมชาติ และเป็นสถานที่ซึ้งเจ้าชายสิทธัตถะเคยเสด็จประทับเมื่อครั้งทรงพระเยาว์
ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๓ ผู้เขียนตัดสินใจเข้าร่วมโครงการ "ก้ามตามธรรม" (walking Follow the dhamma) ซึ่งจัดโดยพระเถรวาทกลุ่มเล็ก ๆ เพื่อปฏิบัติธรรมตามคำสอนของพระพุทธเจ้าใน สหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเนปาล การเดินทางแสวงบุญครั้งนี้ เริ่มต้นที่เมืองโปขระ เมืองที่ตั้งอยู่ริมฝั่งทะเลสาบโปขระอันสวยงาม ล้อมรอบด้วยน้ำใสสะอาด และอากาศเย็นสดชื่น ท่ามกลางภูเขาสูงตระหง่าน มีบรรยายกาศที่เปี่ยมไปด้วยออกซิเยน ตั้งอยู่ใจกลางของสหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเนปาล ล้อมรอบด้วยภูเขาสูงที่ทอดยาวไปจนถึงลุมพินี สถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้าศากยมุนี
การจาริกแสวงบุญครั้งนี้ เป็นการเดินตามรอยพระพุทธบาทซึ่งเป็นประเพณีที่ปฏิบัติกันมายาวนานกว่า ๒,๕๐๐ ปี ทั้งในหมู่ศาสนิก ชนเถรวาทและมหายาน พระภิกษุที่ได้รับการอุปสมบทแล้ว แต่ยังไม่เข้าร่วมในพิธีแสวงบุญนี้ ถือว่าไม่ใช่พระภิกษุที่แท้จริงเพราะยังขาดการพัฒนาศักยภาพชีวิตเพื่อให้มีความมั่นใจในตนเอง ขาดความเพียรพยายามในการแสวงหาความรู้ จากประสบการณ์ชีวิตผ่านอายตนะภายใน ขาดสติในการระลึกถึงความรู้ที่สั่งสมอยู่ในจิตใจของตนเอง มาใช้ให้เกิดประโยชน์ และขาดสมาธิในการฝึกฝนจิตใจอย่างสงบ ชีวิตของพวกเขาจึงเต็มไปด้วยความมืดมิด พวกเขาขาดปัญญาที่จะเข้าใจความจริงที่สมมติขึ้น และความจริงขั้นปรมัตถ์ จึงไม่สามารถอธิบายความเป็นจริงได้อย่างมีเหตุผล เมื่อทำหน้าที่ในสังคมเช่น พราหมณ์ ซึ่งเป็นนักปรัชญา นักตรรกศาสตร์ พนักงานสอบสวน ผู้พิพากษา อัยการ เป็นต้น พวกเขาต้องใช้เหตุผลเป็นเครื่องมือในการอธิบายความจริงของเรื่องต่าง ๆ บางครั้งเหตุผลของพวกเขาก็ถูกต้อง บางครั้งก็ไม่ถูกต้อง บางครั้งพวกเขาก็ใช้เหตุผลในลักษณะนี้หรือในลักษณะนั้น
การเดินทางแสวงบุญมักเต็มไปด้วยอุปสรรค และความท้าทาย แต่เราใช้ความรู้ที่สั่งสมในจิตใจ เพื่อชนะเอาความยากลำบากเหล่านี้ ตลอดการเดินทางไปยังสถานที่ต่าง ๆ แม้ชีวิตจะลำบาก มีข้อจำกัดการเข้าถึงสิ่งจำเป็นพื้นฐาน เช่น อาหาร ที่อยู่อาศัย และการเดินทางอย่างน้อย ๒๐ กิโลเมตรต่อวันติดต่อกันหลายวัน โดยเราไม่รู้จะพักผ่อนหรือนอนที่ไหน ? หรือชีวิตและทรัพย์สินของเราจะตกอยู่ในอันตรายหรือไม่ ? ในฐานะผู้สูงอายุ ผู้เขียนต้องท่ามกลางความร้อนระอุของแสงแดดบนเนินเขา บางวันท้องฟ้ามืดครึ้ม เราเดินบนถนนของเนปาลซึ่งหลายสายสร้างขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตในชนบท บางวันกลุ่มของเราต้องเดินป่า ท่ามกลางฝุ่นละอองที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากเนปาลกำลังพัฒนา และก้าวหน้าไปสู่ระดับเดียวกับประเทศที่พัฒนาแล้ว บางวันกลุ่มของเราต้องทนกับความหนาวเย็น ในตอนกลางคืน ผู้เขียนต้องขดตัวอยู่ในถุงนอน โดยไม่ได้อาบน้ำหรือใช้ห้องน้ำเป็นเวลาหลายวัน ชาวเนปาลบางกลุ่ม ผู้เปี่ยมด้วยศรัทธาได้นิมนต์กลุ่มของเราไปพัก (จำวัด) ในบ้านดินแบบฮินดูดั้งเดิม ที่สร้างบนภูเขาสูง เพื่อเรียนรู้ทักษะการเอาตัวรอดบนภูเขาสูงซึ่งเป็นบทเรียนชีวิตที่หาไม่ได้ในมหาวิทยาลัย เราสวดมนต์และภาวนาให้ชีวิตของพวกเขามีความสุข และขณะที่พวกเขารับฟังบทสวดมนต์ภาษาบาลีของเราด้วยความสงบ และบริจาคเงินแก่กลุ่มของเรา มิตรภาพที่เราร่วมกันนั้นคือสิ่งที่ผู้เขียนจะไม่มีวันลืม แม้ว่าเราจะไม่สามารถสื่อสารกันให้เข้าใจได้มากนัก แต่เนปาลก็เป็นดินแดนแห่งมิตรภาพระหว่างมนุษยชาติและเป็นส่วนหนึ่งของโลกที่ยังคงอยู่ในใจของเรา

ในปัจจุบัน เมืองเทวทหะ(Devdaha Municipality) ตั้งอยู่ในเขตรูปาลเดฮี จังหวัดลุมพินี สหพันธ์รัฐสาธารณรัฐประชาธิปไตยเนปาล แม้บริบทเชิงพื้นที่ในปัจจุบัน จะเปลี่ยนผ่านไปสู่ ความเป็นเมืองเทวทหะสมัยใหม่ มีอาคารพาณิชย์ บ้านเดี่ยว อยู่ในเทศบาลเล็ก ๆ แห่งนี้ในเขตรูปาลเดฮี (Rupaldehi) จังหวัดลุมพินีของเนปาล ชาวเทวทหะมองคณะของเราด้วยความสงสัย อยากรู้ว่าเราเป็นใครและมาจากไหน ? หลายคนถวายขวดน้ำให้พวกเราดื่ม (ฉัน) แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในวัฒนธรรมพุทธศาสนาผ่านประสบการณ์ชีวิต เมื่อพวกเขาเห็นพระสงฆ์หลายรูปจากประเทศไทย ที่เดินทางลงมาจากเมืองทันเซ็น (Tansen) เมืองที่ตั้งอยู่บนภูเขาสูงในใจกลางของประเทศเนปาล ห่างจากวัดมายาเทวี สถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้า ตั้งอยู่บนที่ราบกว้างใหญ่ ครอบคลุมพื้นที่หลายร้อยตารางกิโลเมตรประมาน ๙๐ กิโลเมตร ชาวบ้านบอกเราว่ามีพระสงฆ์นานาชาติมาแสวงบุญ (monk on pilgrimage) ในเนปาล เมื่อหลายปีมาแล้ว พวกเขาแนะนำให้เรา มาแสวงบุญที่เมืองเทวทหะโบราณซึ่งเป็นที่ประสูติของพระนางมายาเทวี พระมารดาของพระพุทธเจ้า ผู้เขียนรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เดินทางไปยังเมืองโบราณเทวทหะ
๒.ความเป็นมาในสมัยพุทธกาล
ในปัจจุบัน เมืองเทวทหะตั้งอยู่ในเขตลุมพินี ประเทศเนปาล ในสมัยพุทธกาล เมืองนี้มีความสำคัญในฐานะเมืองหลวงของแคว้นโกลิยะ ซึ่งเป็นแคว้นที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดทางสายเลือดกับกรุงกบิลพัสดุ์แห่งแคว้นสักกะของพระเจ้าสุทโธทนะ โดยทั้งสองตระกูลมักจะอภิเษกสมรสกันเอง เพื่อรักษาความบริสุทธิ์ของสายเลือดศากยวงศ์และโกลิยวงศ์
๒.๑ สถานที่ปะสูติของบุคคลสำคัญ เทวทหะเป็นบ้านเกิดหรือมาตภูมิของบุคคลสำคัญในพุทธประวัติหลายท่าน ได้แก่พระนางสิริมหามายา ในฐานพุทธมารดา พระนางประชาบดีโคตรมีในฐานะพระน้านางและพระภิกษุณีรูปแรกในพระพุทธศาสนา และพระนางยโสธราในฐานพระชายาของเจ้าชายสิทธัตถะ
๒.๒ ความหมายแห่งนาม : ชื่อ "เทวทหะ" แปลสระนำของเทวดา เชื่อกันว่ามีสระน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่ได้เกิดขึ้นโดยน้ำมือมนุษย์ ซึ่งกษัตริย์และเหล่าเทวดาใช้เป็นที่สรงสนานและเจ้าชายสิทธัตถะก็เคยเสด็จมาประทับที่เมืองนี้ในช่วงทรงพระเยาว์
๒.๓ จุดเชื่อมต่อการประสูติ : ตามธรรมเนียมโบราณ เมื่อพระนางสิริมหามายา ทรงพระครรภ์แก่ ได้เสด็จออกจากกรุงกบิลพัสดุ์เพื่อกลับไปประสูติพระโอรสที่เมืองเทวทหะ ตามประเพณี แต่ทรงเจ็บพระครรภ์และประสูติเจ้าชายสิทธัตถะ ณ ป่าลุมพินี ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างเมืองกบิลพัสดุ์ และเมืองเทวทหะนั่นเอง
๓.ความสำคัญของเมืองเทวทหะ : สถานที่ประสูติของพระนางมายาเทวี
เมืองเทวทหะมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และจิตวิญาณในพระพุทธศาสนาอย่างยิ่ง โดยเป็นสถานที่แสวงบุญที่สำคัญและจุดเชื่อมโยงสำคัญสำคัญ ดังนี้
๓.๑ มาตภูมิของบุคคลสำคัญ : เป็นบ้านเกิดของพระนางมายาเทวี (พุทธมารดา), พระนางมหาปชาบดีโคตมี(พระน้านางและพระภิกษุณีรูปแรก) และพระนางยโสธรา(พระชายาของเจ้าชายสิทธัตถะ)
๓.๒ จุดเชื่อมโยงต่อการประสูติ : ตามโบราณราชประเพณี เมื่อพระนางสิริมหามายา ทรงพระครรภ์แก่ ได้เสด็จออกจากกรุงกบิลพัสดุ์ เพื่อกลับไปประสูติพระโอรส ณ เมืองเทวทหะ แต่ได้เจ็บพระครรภ์ และประสูติเจ้าชายสิทธัตถะ ณ ป่าลุมพินี ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างเมืองทั้งสอง
๔. อุปสรรค์ของการแสวงบุญในเมืองเทวทหะ
ในปี พ.ศ. ๒๕๖๓ ผู้เขียนได้เดินทางไปยังเทวทหะ สภาพของเมืองโบราณเทวทหะซึ่งเคยเป็นเมืองที่เจริญรุ่งเรือง มีกำแพงเมืองและป้อมปราการที่แข็งแรง เป็นศูนย์กลางการค้าและการปกครอง ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม แต่เมื่อสภาพของเมืองเทวทหะในสมัยโบราณ จะเปลี่ยนไปตามแนวคิดของคนสมัยใหม่ทุ่งนาในสมัยพุทธกาล ถูกสร้างขึ้นเป็นอาคารพาณิชย์สมัยใหม่เพื่อการค้าขายและชาวเทวทหะล้วนนับถือฮินดูและไม่มีพุทธศาสนิกชนเลย เมื่อผู้เขียนและคณะสงฆ์ไปถึงเมืองเทวทหะสมัยใหม่ ผู้เขียนได้เห็นป้ายขนาดใหญ่ตั้งอยู่ที่ทางเข้าเมืองเทวทหะสมัยใหม่ สร้างขึ้นเพื่อต้อนรับผู้แสวงบุญว่า"ยินดีต้อนรับสู่เมืองเทวทหะ โปรดเยี่ยมชมสถานที่ประสูติของพระนางมายาเทวีพระมารดาของพระพุทธเจ้า ( welcom to Devdaha, visit devdaha birth place of mayadevi mother of Lord Buddha) เมื่อผู้เขียนได้ยินข้อเท็จจริงจากหลักฐานป้ายต้อนรับผู้แสวงบุญของเทศบาลเมืองเทวทหะ เขตรูปาลเดฮี จังหวัดลุมพินีประเทศเนปาล ผู้เขียนก็ยอมรับโดยปริยายว่าเทศบาลเมืองเทวทหะ เป็นสถานที่ประสูติของพระราชินีมายาเทวีจริง
๔.๑ การขาดการสำรวจขุดค้นทางโบราณคดีอย่างเป็นระบบ : ปัญหาหลักของเมืองเทวทหะคือพื้นที่สวนใหญ่ ยังคงเป็นเนินดินที่ฝังซากโบราณสถานไว้ และยังไม่ได้รับการขุดค้นทางโบราณคดีอย่างจริงจัง เมื่อเทียบกับลุมพินีหรือกบิลพัสดุ์ ทำให้หลักฐานทางประวัติศาสตร์หลายอย่างยังไม่ชัดเจนและอาจถูกทำลายตามกาลเวลา
๔.๒ การส่งเสริมการท่องเที่ยวและจาริกแสวงบุญ : นักท่องเที่ยวและผู้แสวงบุญส่วนใหญ่มักจบโปรแกรม การเดินทางที่ลุมพินี ทำให้เทวทหะซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ ๕๗ กิโลเมตร กลายเป็นจุดลึกลับที่คนเข้าถึงน้อย ขาดสิ่งอำนวยความสะดวกสบาย และการประชาสัมพันธ์ที่เพียงพอ
๔.๓ การอนุรักษ์และพัฒนาพื้นที่ : ปัจจุบันมีเพียงสถานที่สำคัญบางแห่ง เช่นต้นปาโกต (Pakari Tree) ต้นไม้ขนาดใหญ่ที่เชื่อกันว่าพระพุทธเจ้าประทับ หรือซากกำแพงเมืองโบราณที่ภวานีปุร์ (Bhawanipur) ยังต้องการวางแผนจัดการพื้นทีอย่างยั่งยืน เพื่อป้องกันการบุกรุกจากชุมชนและการเสื่อมสภาพของโบราณวัตถุ เป็นต้น

แต่พระพุทธเจ้าตรัสสอนว่าเมื่อได้ยินข้อเท็จจริงในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ที่เล่าสืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่นตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน หรือความจริงที่ปฏิบัติกันมานาน จนกลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติ ฯลฯ จากตำราเรียนหรือคัมภีร์ทางศาสนา เป็นต้น อย่าเพ่งเชื่อทันที เราควรสงสัยเสียก่อน จนกว่าจะได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและรวบรวมหลักฐานต่าง ๆ เมื่อมีหลักฐานเพียงพอแล้ว เราก็จะใช้หลักฐานเป็นข้อมูลในการวิเคราะห์โดยอนุมานความรู้ โดยใช้เหตุผลซึ่งเป็นเครื่องมือของนักตรรกะะและนักปรัชญาในอธิบายความจริงในเรื่องนั้น เมื่อข้อเท็จจริงเรื่องเมืองเทวทหะซึ่งเป็นบ้านเกิดของพระราชินีมายาเทวียังคงเป็นที่สงสัยอยู่ว่า เขตเทศบาลเมืองเทวทหะ (Devdaha municipality) เป็นเมืองโบราณเทวทหะซึ่งเป็นเมืองหลวงของแคว้นโกลิยะหรือไม่ สอดคล้องกับข้อความที่บันทึกไว้เป็นหลักฐานในพระไตรปิฎกมหาจุฬาลงกรณหรือไม่ มีเหตุผลน่าเชื่อถือได้เพียงใด ?
ผู้เขียนชอบศึกษาค้นคว้าหาความรู้เกี่ยวกับเมืองโบราณเทวทหะซึ่งเป็นสถานที่ประสูติของพระนางมายาเทวี พระมารดาของพระพุทธเจ้าศากยมุนี โดยสอบสวนข้อเท็จจริงในเรื่องนี้และรวบรวมหลักฐานต่าง ๆ เช่น พระไตรปิฎกฉบับต่าง ๆ บันทึกการเดินทางแสวงบุญของพระภิกษุชาวจีนสองรูป หลักฐานเอกสารดิจิทัลคือแผนที่โลกของกูเกิล พยานวัตถุได้แก่โบราณสถานที่สร้างขึ้นเป็นศาสนสถานในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช เป็นต้น เมื่อมีหลักฐานเพียงพอแล้ว ผู้เขียนก็จะใช้หลักฐานเหล่านั้นเป็นข้อมูล ในการวิเคราะห์โดยอนุมานความรู้จากหลักฐานหรือคาดคะเนความจริง โดยใช้เหตุผลในการอธิบายความจริงของคำตอบเกี่ยวกับเมืองโบราณเทวทหะ
บทความนี้จะเป็นความรู้เบื้องต้นสำหรับพระธรรมทูตต่างประเทศ ที่นำไปใช้ในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาและประกอบพิธีปฏิบัติบูชา เพื่อพัฒนาศักยภาพชีวิตของผู้แสวงบุญให้มีชีวิตที่เข้มแข็งด้วยการทำสมาธิ ชำระล้างกิเลสและทำจิตให้บริสุทธิ์ปราศจากอคติ มีอารมณ์ไม่เศร้าหมอง มีบุคลิกอ่อนโยนเหมาะแก่การอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคม มั่นคงในอุดมคติของชีวิต ไม่อ่อนไหวต่อการปฏิบัติหน้าที่ต่อสังคมและประเทศชาติ ด้วยปัญญาและทักษะในการแก้ปัญหาด้วยตนเองในบ้านเกิดของพระนางมายาเทวี ส่วนกระบวนการพิจารณาความจริงโดยวิเคราะห์โดยอนุมานความรู้จากหลักฐานตาง ๆ เช่น เป็นพยานบุคคล พยานเอกสาร (documentary evidence) พยานวัตถุ (material evidence)และแผนที่โลกของกูเกิลนั้น จะเป็นประโยชน์สำหรับนิสิตปริญญาเอกสาขาพระพุทธศาสนาและปรัชญาในการทำวิจัยในระดับปริญญาเอก คำตอบที่ได้รับจากการวิเคราะห์ จะผ่านเกณฑ์การตัดสินที่สมเหตุสมผลคำตอบเกี่ยวกับเมืองเทวทหะโบราณ บ้านเกิดแห่งพระนางมายาเทวี พระมารดาของพระพุทธเจ้าไม่มีข้อกังขาใด ๆ

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น