The greatest discovery is the natural laws of human life. That everyone is equal Without choosing a social caste as the basis for determining humanity When the soul is the real person of man That accumulates knowledge from the mind with reasons And show his intention to act accordingly Would receive the result of Own action

Breaking

Post Top Ad

Your Ad Spot

พระครูวิสุทธิมงคลบัณฑิต,ผศ.ดร.

รูปภาพของฉัน
ปรัชญาจารย์, วิปัสสนาจารย์ Blogger ปรัชญาพุทธภูมิ,

วันพฤหัสบดีที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2565

บทนำสู่ปรัชญาพุทธภูมิ : เมืองเทวทหะ, สถานที่ประสูติของพระราชินีมายาเทวี

 บทนำสู่เมืองเทวทหะ, สถานที่ประสูติของพระราชินีมายาเทวี ในปรัชญาพุทธภูมิ 
Introduction  to  Devdaha City, the  Birthplace of Queen Maya Devi  in Buddhaphumi   Philosophy  

๑.บทนำ ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา     
                   
          เมืองโบราณเทวทหะในสมัยพุทธกาลมีฐานะเป็นเมืองหลวงของแคว้นโกลิยะ  ซึ่งเป็นเมืองซึ่งมีความสัมพันธ์ทางสายเลือด  และเครือญาติที่แน่นแฟ้นกับกรุงกบิลพัสดุ์แห่งแคว้นสักกะทั้งสองพระราชวงศ์      (ศากยวงศ์และโกลิยวงศ์)    นิยมอภิเษกสมรสกันเองในหมู่ญาติ เพื่อรักษาความบริสุทธิ์ของสายเลือดไว้ ทั้งนี้ในมติทางการเมืองทั้งสองพระราชอาณาจักรต่างปกครองระบบสามัคคีธรรม ภายใต้กฎหมายจารีตปรเพณีว่าด้วยวรรณะ ที่มีข้อห้ามไม่ให้ประชาชนสมสู่ข้ามวรรณะหรือแต่งงานกับคนต่างวรรณะ พระนามของเมือง"เทวทหะ"     หมายถึง"สระน้ำของเทวดา" โดยเชื่อกันว่าเป็นสระน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่เกิดขึ้นเอง ตามธรรมชาติ และเป็นสถานที่ซึ้งเจ้าชายสิทธัตถะเคยเสด็จประทับเมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์ 

ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๓  ผู้เขียนตัดสินใจเข้าร่วมโครงการ "ก้าวตามธรรม" (Walking Follow the dhamma)   ซึ่งจัดโดยคณะพระภิกษุสงฆ์เถรวาทกลุ่มเล็ก ๆ เพื่อปฏิบัติธรรมตามรอยพระพุทธองค์  ณ  สหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเนปาล การเดินทางเริ่มต้นที่เมืองโปขระ (Pokhara)   เมืองท่ามกลางวงล้อมของเทือกเขาหิมาลัย ที่ตั้งอยู่ริมฝั่งทะเลสาบโปขระอันสวยงามล้อมรอบด้วยน้ำใสสะอาด และอากาศเย็นสดชื่น ท่ามกลางภูเขาสูงตระหง่าน มีบรรยายกาศที่เปี่ยมไปด้วยออกซิเยน ตั้งอยู่ใจกลางของสหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเนปาล เมืองท่ามกลางวงล้อมของเทือกเขาหิมาลัย มุ่งหน้าสู่ที่ราบลุมพินี  อันเป็นสถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้าองค์

การจาริกแสวงบุญด้วยการเดินเท้า เป็นวัตรปฏิบัติที่สืบทอดมานานกว่า ๒,๕๐๐ ปีเป็นที่นิยมของพระภิกษุสงฆ์ฝ่ายเถรวาทและมหายาน     โดยพระภิกษุเหล่านี้มีความเชื่อว่าแม้จะได้รับการอุปสมบทแล้วก็ตาม หากยังไม่เข้าร่วมในพิธีแสวงบุญนี้   ถือว่าไม่ใช่พระภิกษุที่แท้จริง    เพราะยังขาดการพัฒนาศักยภาพชีวิตเพื่อให้มีความมั่นใจในตนเอง   ขาดความเพียรพยายามในการแสวงหาความรู้ จากประสบการณ์ชีวิตผ่านอายตนะภายใน ขาดสติในการระลึกถึงความรู้ที่สั่งสมอยู่ในจิตใจของตนเอง มาใช้ให้เกิดประโยชน์ และขาดสมาธิในการฝึกฝนจิตใจอย่างสงบ ชีวิตของพวกเขาจึงเต็มไปด้วยความมืดมิด   พวกเขาขาดปัญญาที่จะเข้าใจความจริงที่สมมติขึ้น  และความจริงขั้นปรมัตถ์ จึงไม่สามารถอธิบายความเป็นจริงได้อย่างมีเหตุผล        เมื่อทำหน้าที่ในสังคม เช่น พราหมณ์ซึ่งเป็นนักปรัชญา           นักตรรกศาสตร์    พนักงานสอบสวน  ผู้พิพากษา อัยการ พวกเขาต้องใช้เหตุผลเป็นเครื่องมือในการอธิบายความจริงของเรื่องต่าง ๆ บางครั้งเหตุผลของพวกเขาก็ถูกต้อง บางครั้งก็ไม่ถูกต้อง  บางครั้งพวกเขาก็ใช้เหตุผลในลักษณะนี้หรือในลักษณะนั้น   

     การเดินทางมักเต็มไปด้วยอุปสรรค และความท้าทาย ต้องเผชิญกับความหนาวเย็น ความร้อนระอุ ฝุ่นละอองและข้อจำกัดในการเข้าถึงสิ่งจำเป็นพื้นฐาน เช่น อาหาร  ที่อยู่อาศัย   โดยต้องเดินทางเท้าไม่ต่ำกว่า  ๒๐ กิโลเมตรต่อวัน ท่ามกลางความยากลำบากนี้ การฝึกสติและสมาธิกลับช่วยชำระล้างอคติในจิตใจ ทำให้เกิดปัญญาในการเข้าใจความจริงทั้งระดับสมมติและปรมัตถ์สัจจะ  นำไปสู่มิตรภาพ อันงงดงามกับชาวเนปาลท้องถิ่นที่ให้การต้อนรับด้วยศรัทธา

ในฐานะผู้สูงอายุ     ผู้เขียนต้องท่ามกลางความร้อนระอุของแสงแดดบนเนินเขา      บางวันท้องฟ้ามืดครึ้ม เราเดินบนถนนของเนปาลซึ่งหลายสายสร้างขึ้น   เพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตในชนบท  บางวันกลุ่มของเราต้องเดินป่า ท่ามกลางฝุ่นละอองที่หลีกเลี่ยงไม่ได้  เนื่องจากเนปาลกำลังพัฒนา    และก้าวหน้าไปสู่ระดับเดียวกับประเทศที่พัฒนาแล้ว       บางวันกลุ่มของเราต้องทนกับความหนาวเย็น  ในตอนกลางคืน ผู้เขียนต้องขดตัวอยู่ในถุงนอน โดยไม่ได้อาบน้ำหรือใช้ห้องน้ำเป็นเวลาหลายวัน ชาวเนปาลบางกลุ่ม ผู้เปี่ยมด้วยศรัทธาได้นิมนต์กลุ่มของเราไปพัก (จำวัด) ในบ้านดินแบบฮินดูดั้งเดิม ที่สร้างบนภูเขาสูง       เพื่อเรียนรู้ทักษะการเอาตัวรอดบนภูเขาสูงซึ่งเป็นบทเรียนชีวิตที่หาไม่ได้ในมหาวิทยาลัย  เราสวดมนต์และภาวนาให้ชีวิตของพวกเขามีความสุข  และขณะที่พวกเขารับฟังบทสวดมนต์ภาษาบาลีของเราด้วยความสงบ และบริจาคเงินแก่กลุ่มของเรา     มิตรภาพที่เราร่วมกันนั้นคือสิ่งที่ผู้เขียนจะไม่มีวันลืม แม้ว่าเราจะไม่สามารถสื่อสารกันให้เข้าใจได้มากนัก แต่เนปาลก็เป็นดินแดนแห่งมิตรภาพระหว่างมนุษยชาติและเป็นส่วนหนึ่งของโลกที่ยังคงอยู่ในใจของเรา 

              เมื่อเดินทางเข้าสู่เขตเทศบาลเมืองเทวทหะ(Devdaha Municipality)  ตั้งอยู่ในเขตรูปาลเดฮี(Rupaldehi) จังหวัดลุมพินี สหพันธ์รัฐสาธารณรัฐประชาธิปไตยเนปาล  แม้สภาพพื้นที่ในปัจจุบัน จะเปลี่ยนผ่านไปสู่ความเป็นเมืองเทวทหะสมัยใหม่   ที่รายล้อมด้วยอาคารพาณิชย์   และชาวบ้านส่วนใหญ่นับถือศาสนาฮินดู  แต่บริเวณทางเข้าเมืองกลับปรากฏป้ายต้อนรับขนาดใหญ่ว่า  Wellcom to Devdaha} visit Devdaha birthpalce of Mayadevi  Mother of  Lord Buddha  "    ข้อความดังกล่าว กลายเป็นจุดเริ่มต้นของคำถามเชิงปรัชญาและโบราณคดีว่า  พื้นที่เทศบาลเมืองเทวทหะในปัจจุบันคือที่ตั้งของเมืองโบราณเทวทหะในพุทธกาลจริงหรือไม่อย่างไร ?  

๒.ความเป็นมาและบริบททางประวัติศาสตร์ในสมัยพุทธกาล

             ในปัจจุบัน เมืองเทวทหะตั้งอยู่ในเขตลุมพินี   ประเทศเนปาล  ในสมัยพุทธกาล    เมืองนี้มีความสำคัญในฐานะเมืองหลวงของแคว้นโกลิยะ  ซึ่งเป็นแคว้นที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดทางสายเลือดกับกรุงกบิลพัสดุ์แห่งแคว้นสักกะของพระเจ้าสุทโธทนะ โดยทั้งสองตระกูลมักจะอภิเษกสมรสกันเอง เพื่อรักษาความบริสุทธิ์ของสายเลือดศากยวงศ์และโกลิยวงศ์   

            ๒.๑ สถานที่ปะสูติของบุคคลสำคัญ  เทวทหะเป็นบ้านเกิดหรือมาตภูมิของบุคคลสำคัญในพุทธประวัติหลายท่าน ได้แก่พระนางสิริมหามายา ในฐานพุทธมารดา   พระนางประชาบดีโคตรมีในฐานะพระน้านางและพระภิกษุณีรูปแรกในพระพุทธศาสนา  และพระนางยโสธราในฐานพระชายาของเจ้าชายสิทธัตถะ   

         ๒.๒  ความหมายแห่งนาม : ชื่อ "เทวทหะ"  แปล "สระน้ำของเทวดา" เชื่อกันว่ามีสระน้ำศักดิ์สิทธิ์ ที่ไม่ได้เกิดขึ้นโดยน้ำมือมนุษย์  ซึ่งกษัตริย์และเหล่าเทวดาใช้เป็นที่สรงสนานและเจ้าชายสิทธัตถะก็เคยเสด็จมาประทับที่เมืองนี้ในช่วงทรงพระเยาว์  

         ๒.๓  จุดเชื่อมโยงแห่งการประสูติ  ตามโบราณราชประเพณีของฝ่ายขัตติยราช เมื่อพระนางสิริมหามายาทรงพระครรภ์แก่ ได้เสด็จออกจากกรุงกบิลพัสดุ์   เพื่อกลับไปประสูติพระโอรส  ณ  เมืองเทวทหะ อันเป็นเมืองตระกูลเดิม แต่เมื่อเสด็จถึงครึ่งทาง ณ ป่าลุมพินี (ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างเมืองกบิลพัสดุ์และเมืองเทวทหะ) ก็ทรงเจ็บพระครรภ์และประสูติเจ้าชายสิทธัตถะ  ณ ที่นั้น    

๓.การอ้างอิงพยานหลักฐานในพระไตรปิฎก

           การพิสูจน์การมีอยู่ และความสำคัญของเมืองเทวทหะสามารถใช้อ้างอิงพยานเอกสาร (Documentary Evidence) จากคัมภีร์พระไตรปิฎกภาษาบาลี (ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย) ดังนี้คือ

           ๓.๑ เทวทหะสูตร (พระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์)  พระพุทธองค์ตรัสเล่าว่า เคยเสด็จประทับ ณ นิโครธาราม เขตเมืองเทวทหะของชาวโกลิยะ และทรงแสดงธรรมโปรดนิครณถ์เกี่ยวกับเรื่องกรรมและการปรารถความเพียร ซึ่งยืนยันว่าเมืองเทวทหะเป็นสถานที่ซึ่งพระพุทธองค์เสด็จไปโปรดพระญาติฝ่ายมารดาอยู่เสมอ  

             ๓.๒ อภิณห์ปัจจเวกขณสูตรและคัมภีร์อังคุตตรนิกาย  ปรากฏบันทึกถึงการเสด็จประพาสและจาริกผ่านโกลิยะและเมืองเทวทหะในหลายโอกาสระหว่างกรุงกบิลพัสดุ์และเมืองเทวทหะ โดยมีแม่น้ำโรหิณีเป็นเส้นแบ่งเขตแดนทางภูมิศาสตร์และมีส่วนลุมพินีตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่างสองเมือง

                ๓.๓  คัมภีร์ชาตกัฏฐกถา(อรรถกถาชาดก)   ระบุถึงเส้นทางคมนาคมโบราณ                     

๔.  ทัศนะทางโบราณคดีและอุปสรรค์ของการแสวงบุญในเมืองเทวทหะ

        
            ในปี พ.ศ. ๒๕๖๓ ผู้เขียนได้เดินทางไปยังเทวทหะ สภาพของเมืองโบราณเทวทหะซึ่งเคยเป็นเมืองที่เจริญรุ่งเรือง  มีกำแพงเมืองและป้อมปราการที่แข็งแรง  เป็นศูนย์กลางการค้าและการปกครอง ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม แต่เมื่อสภาพของเมืองเทวทหะในสมัยโบราณ   จะเปลี่ยนไปตามแนวคิดของคนสมัยใหม่ทุ่งนาในสมัยพุทธกาล       ถูกสร้างขึ้นเป็นอาคารพาณิชย์สมัยใหม่เพื่อการค้าขายและชาวเทวทหะล้วนนับถือฮินดู และไม่มีพุทธศาสนิกชนเลย เมื่อผู้เขียนและคณะสงฆ์ไปถึงเมืองเทวทหะสมัยใหม่  ผู้เขียนได้เห็นป้ายขนาดใหญ่ตั้งอยู่ที่ทางเข้าเมืองเทวทหะสมัยใหม่ สร้างขึ้นเพื่อต้อนรับผู้แสวงบุญว่า"ยินดีต้อนรับสู่เมืองเทวทหะ โปรดเยี่ยมชมสถานที่ประสูติของพระนางมายาเทวีพระมารดาของพระพุทธเจ้า ( welcom to Devdaha, visit devdaha birth place of mayadevi mother of Lord Buddha)  เมื่อผู้เขียนได้ยินข้อเท็จจริงจากหลักฐานป้ายต้อนรับผู้แสวงบุญของเทศบาลเมืองเทวทหะ  เขตรูปาลเดฮี  จังหวัดลุมพินีประเทศเนปาล  ผู้เขียนก็ยอมรับโดยปริยายว่าเทศบาลเมืองเทวทหะ เป็นสถานที่ประสูติของพระราชินีมายาเทวีจริง 

          ๔.๑ การขาดการสำรวจขุดค้นทางโบราณคดีอย่างเป็นระบบ :  ปัญหาหลักคือพื้นที่สวนใหญ่ของเมืองเทวทหะ ยังคงเป็นเนินดินที่ฝังซากโบราณสถานไว้     เช่น บริเวณภวาณีปุร์ (Bhawanipur), กันยาไม (Kanyamai) ซึ่งเชื่อว่าเป็นพระราชวังโบราณหรือสถูปโบราณและยังไม่ได้รับการขุดค้นและศึกษาวิจัยทางโบราณคดีอย่างครบถ้วน เมื่อเทียบกับลุมพินีหรือกบิลพัสดุ์ แต่ให้หลักฐานทางประวัติศาสตร์หลายอย่างยังไม่ชัดเจนและอาจถูกทำลายตามกาลเวลา  

         ๔.๒ การขยายตัวของชุมชนและการใช้ประโยชน์ที่ดิน  เมื่อพื้นที่เกษตรกรรมและทุ่งนาโบราณ แทนที่ด้วยอาคารพาณิชย์ และบ้านเรือนยุคใหม่ ส่งผลให้ร่องรอยทางประวัติศาสตร์เสี่ยงต่อการถูกทำลาย 

       ๔.๓ การพัฒนาเสร้นทางการท่องเที่ยวและจาริกแสวงบุญ  เมื่อนักแสวงบุญส่วนใหญ่มักจบโปรแกรมการเดินทางที่ลุมพินี ทำให้เมืองเทวทหะ ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ ๕๗ กิโลเมตร  กลายเป็นเมืองลึกลับที่คนผู้แสวงบุญส่วนใหญ่ขาดความสนใจเข้าถึงการปฏิบัติบูชา ขาดสิ่งอำนวยความสะดวกสบาย และการประชาสัมพันธ์ที่เพียงพอ

         ๔.๔ การอนุรักษ์โบราณวัตถุและพัฒนาธรรมชาติที่สำคัญ ใน ปัจจุบันมีเพียงสถานที่สำคัญบางแห่งที่ได้รับการอนุรักษ์ เช่น   ต้นปาการี (Pakari Tree)   ต้นไม้ขนาดใหญ่ที่มีเส้นรอบวงกว้างและเชื่อกันว่า พระพุทธเจ้าเคยเสด็จมาประทับพักผ่อน หรือซากกำแพงเมืองโบราณที่ ภวานีปุร์ (Bhawanipur) ยังต้องการวางแผนจัดการพื้นทีอย่างยั่งยืน โดยฌฉพาะสถานที่ปฏิบัติบูชาของผู้แสวงบุญ เพื่อป้องกันการบุกรุกจากชุมชน และการเสื่อมสภาพของโบราณวัตถุ  เป็นต้น 
         

๕.บทสรุป ตามหลักกาลามสูตรพระพุทธองค์ทรงสอนมิให้เชื่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เพียงเพราะมีการบันทึกไว้ตำราเรียนหรือคัมภีร์ทางศาสนา เนื่อง จากมนุษย์ทุกคนไม่ว่าจะเป็นนักปรัชญา นักตรรกศาสตร์หรือ นักวิชาการทุกสาขา ต่างก็เป็นมนุษย์ล้วนมีข้อจำกัดในการรับรู้ผ่านอายตนะภายใน และอาจตกอยู่ในอคติในการแสดงทัศนะของตน  โดยอาศัยปฏิภาณไหวพริบและคาดคะเนในการอธิบายความจริงเชิงตรรกะ  บางครั้งอาจถูกต้อง บางครั้งอาจผิดพลาด  บางครั้งก็อาจมีความคลาดเคลื่อน หรือแปรเปลี่ยนไปตามบริบทที่เกิดขึ้น   วิญญูชนอย่างเจ้าชายสิทธัตถะจึงวางแนวทางการค้นหาความจริงโดยเริ่มจากความสงสัย จึงเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างมีเหตุผล

ดังนั้น การพิสูจน์ว่า "เขตเทศบาลเมืองเทวทหะ" (Devdaha Municipality) ในปัจจุบัน คือที่ตั้งของเมืองโบราณเทวทหะ ซึ่งเป็นเมืองหลวงของแคว้นโกลิยะ เป็นสถานที่ประสูติของพระนางมายาเทวี พระมารดาของพระพุทธเจ้าศากยมุนีจริงหรือไม่   จึงต้องอาศัยการวิเคราะห์เชิงอนุมาน ผ่านพยานหลักฐานรอบด้านอย่างเป็นระบบดังนี้คือ
  • ๕.๑ พยานเอกสาร การเปรียบเทียบข้อความในพระไตรปิฎกภาษาบาลีกับบันทึกการเดินทางแสวงบุญของพระภิกษุชาวจีนได้แก่ พระฟาเหียน และพระถังซัมจัง ซึ่งได้บันทึกทิศทาง ระยะทางและสภาพภูมิศาสตร์ของเมืองเทวทหะและลุมพินีไว้อย่างชัดเจน
  • ๕.๒พยานวัตถุ(material evidence)การสืบหาร่องรอยศาสนสถานและสถูปโบราณที่สร้างขึ้นพระเจ้าอโศกมหาราช  หลักฐานเอกสารดิจิทัลคือแผนที่โลกของกูเกิล   พยานวัตถุได้แก่  โบราณสถานที่สร้างขึ้นเป็นศาสนสถานในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราชรวมถึงโบราณวัตถุในพื้นที่รอบเขตรูปาลเดฮีเช่น เมืองโบราณภวานีปุร์ ฺ(Bhawapur) และกันยาไม (Kanyamai)  
  • ๕.๓ เอกสารดิจิทัลและเทคโนโลยี่สารสนเทศ การใช้ดาวเทียมและเทคโนโลยี่สารสนเทศ เพื่อวิเคราะห์พิกัดทางภูมิศาสตร์ คำนวณระยะทางและตรวจลำน้ำโบราณอย่างแม่นยำ(เช่นแม่น้ำโรหิณี)

บทความนี้จะเป็นความรู้เบื้องต้นสำหรับพระธรรมทูตต่างประเทศ ที่นำไปใช้ในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา           และประกอบพิธีปฏิบัติบูชา  เพื่อพัฒนาศักยภาพชีวิตของผู้แสวงบุญให้มีชีวิตที่เข้มแข็งด้วยการทำสมาธิ ชำระล้างกิเลสและทำจิตให้บริสุทธิ์ปราศจากอคติ  มีอารมณ์ไม่เศร้าหมอง มีบุคลิกอ่อนโยนเหมาะแก่การอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคม มั่นคงในอุดมคติของชีวิต ไม่อ่อนไหวต่อการปฏิบัติหน้าที่ต่อสังคมและประเทศชาติ ด้วยปัญญาและทักษะในการแก้ปัญหาด้วยตนเองในบ้านเกิดของพระนางมายาเทวี  ส่วนกระบวนการพิจารณาความจริงโดยวิเคราะห์โดยอนุมานความรู้จากหลักฐานตาง ๆ เช่น เป็นพยานบุคคลพยานเอกสาร(documentary evidence) พยานวัตถุ (material evidence)และแผนที่โลกของกูเกิลนั้น จะเป็นประโยชน์สำหรับนิสิตปริญญาเอกสาขาพระพุทธศาสนาและปรัชญาในการทำวิจัยในระดับปริญญาเอก คำตอบที่ได้รับจากการวิเคราะห์ จะผ่านเกณฑ์การตัดสินที่สมเหตุสมผลคำตอบเกี่ยวกับเมืองเทวทหะโบราณ บ้านเกิดแห่งพระนางมายาเทวี พระมารดาของพระพุทธเจ้าไม่มีข้อกังขาใด ๆ   


ไม่มีความคิดเห็น:

Post Top Ad

Your Ad Spot

หน้าเว็บ