
Metaphysics Problems Concerning Suvarnabhumi State
๑.บทนำปัญหาเกี่ยวกับความจริงของรัฐสุวรรณภูมิ
โดยทั่วไปแล้ว มนุษย์บางคนในโลกนี้เป็นนักตรรกศาสตร์ และนักปรัชญา พวกเขาสนใจศึกษาความจริงของเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตของตนเอง ซึ่งพวกเขาสามารถรับรู้ได้โดยตรงผ่านอายตนะภายใน เช่น มนุษย์ โลก จักรวาล ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ พวกเขาสนใจพฤติกรรมของมนุษย์ที่แสดงออกมาผ่านเจตนา พิเศษเช่น การฆ่าคน การฉ้อโกง การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ยินยอม การดื่มสุราและเสพยา และเหตุการณ์ทางสังคมต่าง ๆ ในด้านการเมือง การศึกษา การพัฒนาประเทศ เศรษฐกิจ ศาสนาและวัฒนธรรมของประเทศ นอกจากนี้ ยังมีความรู้อีกประเภทหนึ่ง คือ ความรู้ที่อยู่เหนือกว่าการรับรู้ของมนุษย์ เช่น การมีอยู่ของเทพเจ้า เป็นต้น
ในสมัยพุทธกาล พราหมณ์บางคนเป็นนักตรรกศาสตร์และนักปรัชญา เมื่อได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับ มนุษย์ โลก และการมีอยู่ของเทพเจ้า ซึ่งสืบทอดกันมาตั้งแต่ก่อนพุทธกาลจนถึงปัจจุบัน พวกเขามักแสดงทัศนะหรือความเห็นของตนเอง โดยใช้เหตุผลในการอธิบายความจริงหรือคาดคะเนความจริงเช่น แนวคิดเรื่องอัตตา โลกเที่ยง เป็นต้น อย่างไรก็ตาม นักตรรกศาสตร์และนักปรัชญาเหล่านี้มักใช้เหตุผล เพื่ออธิบายความจริงในเรื่องเหล่านี้ บางครั้งใช้เหตุผลถูกต้อง บางครั้งใช้เหตุผลผิด บางครั้งใช้เหตุผลเป็นเช่นนั้น บางครั้งใช้เหตุผลเป็นเช่นนี้ ดังนั้น เมื่อนักตรรกะ นักปรัชญาเหล่านี้ให้เหตุผลอธิบายความจริงของคำตอบคลุมเครือและไม่ชัดเจนว่าความจริงของเรื่องนั้นคืออะไร ? วิญญูชนได้ยินความจริงของคำตอบของนักตรรกศาสตร์และนักปรัชญา ก็ไม่ยอมรับว่าเป็นความจริง เป็นต้น
๒.ประเภทของความจริง
เมื่อผู้เขียนศึกษาความจริงของสิ่งต่าง ๆ ตามหลักฐานในพระไตรปิฎกมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยนั้น ตามหลักอภิปรัชญาของพระพุทธศาสนา พระพุทธเจ้าทรงแบ่งความจริงออกเป็น ๒ ประเภทคือ
๒.๑ สังขตธรรม (Conditioned- things) หมายถึงธรรรมที่เกิดจากปัจจัยปรุงแต่งคือ ขันธ์ ๕
๒.๒.อสังขตธรรม (Uncondition) หมายถึงธรรมที่ปัจจัยไม่มีปรุงแต่งได้แก่นิพพาน เป็นต้น
๒.๑ สังขตธรรม (Conditioned- things) หมายถึงธรรมที่เกิดจากปัจจัยปรุงแต่งได้แก่ ขันธ์ ๕ โดยทั่วไปธรรมะหรือธรรมชาติของสรรพสิ่ง ล้วนถูกปรุงแต่งด้วยปัจจัยหลายประการและสิ่งที่เกิดจากปัจจัยปรุงแต่งแล้วมีลักษณะเกิดขึ้น ดำรงอยู่ชั่วระเวลาหนึ่ง แล้วก็เสื่อมสลายไป ยกตัวอย่างเช่น ชีวิตมนุษย์ แม้จะมีต้นกำเนิดมาจากกายของพระพรหมและพระอิศวรแต่เชื่อกันว่าเกิดจากปัจจัยที่พระพรหมและพระอิศวรทรงปรุงแต่งขึ้น แล้ว ก็ดำรงชีวิตอยู่ชั่วระยะเวลาหนึ่ง แล้วก็ตายไป ตามคำสอนของพราหมณ์อารยัน
ตามคำสอนของพระพุทธเจ้า มนุษย์เกิดจากปัจจัยที่กายและจิตใจถูกทรงกำหนดไว้ เมื่อจิตวิญญาณปฏิสนธิในครรภ์มารดา และเจริญเติบโตเป็นทารกเป็นเวลา ๙ เดือน ก็จะถือกำเนิดเป็นมนุษย์คนใหม่ ในช่วงชีวิตนั้น จิตใจของมนุษย์อาศัยอายตนะภายใน เพื่อรับรู้เหตุการณ์ต่าง ๆ ในขอบเขตจำกัดและมีอคติต่อผู้อื่น
เมื่อพิจารณาความจริงเกี่ยวกับรัฐสุวรรณภูมิ เมื่อผู้เขียนค้นคว้าหลักฐานในพระไตรปิฎกมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ได้ฟังข้อเท็จจริงเบื้องต้นว่า หลังจากพระเจ้าอโศกมหาราช ทรงเสร็จสิ้นพระราชกรณียกิจในการสังคายนาพระไตรปิฎกครั้งที่ ๓ แล้ว พระองค์ทรงได้ส่งพระธรรมทูตแห่งราชอาณาจักรโมริยะ มาเผยแผ่พระพุทธศาสนาในรัฐสุวรรณภูมินั้น เมื่อได้ยินข้อเท็จจริงเรื่องนี้ ผู้เขียนก็เกิดความสงสัยว่า "รัฐสุวรรณภูมิ" ตั้งอยู่ที่ไหน ? นี่เป็นคำถามที่น่าสนใจและควรค่าการศึกษาเป็นอย่างยิ่ง เพราะเมื่อเราศึกษาประวัติศาสตร์ของมนุษย์ในแต่ละยุคสมัยแล้ว เราจะเห็นพัฒนาการทางความคิดของมนุษย์ ที่ได้รับการอนุรักษ์ สืบสาน และพัฒนาต่อยอดจากอดีตสู่ปัจจุบันและอนาคต
ในการศึกษา"รัฐสุวรรณภูมิ"ซึ่งมีประวัติศาสตร์เกี่ยวพันกับพระพุทธศาสนา เนื่องจากคำสอนของพระพุทธเจ้าได้แพร่หลายในแผ่นดินนี้ตั้งแต่สมัยพระเจ้าอโศกมหาราช ผู้เขียนจึงเกิดความสงสัยว่าใครเป็นกษัตริย์ในรัฐสุวรรณะภูมินี้ แม้ว่าหัวข้อรัฐสุวรรณภูมิจะถูกแชร์กันบนเว็บไซต์ต่าง ๆ บนอินเตอร์เน็ต แต่เมื่อผู้เขียนศึกษาเอกสารดิจิทัล เรื่องราวก็ผุดขึ้นมาในใจ ประวัติศาสตร์ยังไม่กระจ่างชัด ผู้เขียนชอบค้นคว้าหาข้อมูลเกี่ยวกับ "รัฐสุวรรณภูมิ" และรวบรวมข้อมูลให้เพียงพอ ผู้เขียนจึงได้วิเคราะห์ข้อมูล โดยการอนุมานความรู้ โดยใช้เหตุผล ซึ่งเป็นเครื่องมือที่นักปรัญาใช้ในการอธิบายความจริงของคำตอบเกี่ยวกับรัฐสุวรรณภูมิ ดังนี้
เมื่อผู้เขียนได้ค้นคว้าข้อมูลจากแหล่งความรู้ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ ได้ให้คำนิยามว่า รัฐสุวรรณภูมิ คือดินแดนอันเป็นที่ตั้งอยู่ของประเทศพม่า ไทย ลาว เขมร เวียดนาม มาเลย์และสิงคโปร์ เป็นต้น ในพระไตรปิฎกมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยเล่มที่ ๒๙ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๒๑ ขุททกนิกาย มหานิทเทส อัฏฐกวรรค ๗.ติสสเมตเตยยสุตตนิทเทส ข้อ ๕๕. วรรค ๖ กล่าวอีกนัยหนึ่งว่า เธอถูกตัณหาครอบงำด้วยราคะ ถูกตรึงไว้ด้วยกามราคะแล้ว เมื่อจะแสวงหาโภคทรัพย์ก็ต้องแล่นเรือออกไปสู่มหาสมุทร ฝ่าลมหนาว ฝ่าความร้อน บางครั้งถูกเหลือบ ยุง ลมแดด และสัตว์เลื้อยคลานกัดกินเอาบ้าง ถูกกดดันด้วยความหิวกระหาย ก็ต้องเดินทางไปคุมพรัฐ ตักโกลรัฐ (ตะกั่วป่า) ตักกสิลรัฐ กาลมุขรัฐ ปุรรัฐ เวสุงครัฐ เวราปถรัฐ ชวารัฐ (รัฐชวา) ตามลิงรัฐ (นครศรีธรรมราช) วังครัฐ เอฬพันธนรัฐ สุวรรณกูฏรัฐ สุวรรณภูมิรัฐ ตั้มพปาณิรัฐ สุปปทกรัฐ เภรุกัจฉรัฐ สุรัฏฐรัฐ ภั้งคโลกรัฐ ภังคณรัฐ ปรมภังคณรัฐ โยนกรัฐ ปินรัฐ วินกรัฐ มูลปทรัฐ......เป็นต้น
จาการศึกษาหลักฐานในพระไตรปิฎกมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ ผู้เขียนพบว่าชาวอนุทวีปอินเดียรู้จักรัฐสุวรรณภูมิ มาตั้งแต่สมัยพุทธกาล พระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยบันทึกไว้ว่า "สุวรรณภูมิ" เป็นรัฐเอกราชที่มีอำนาจอธิปไตยของตนเอง ดำรงอยู่ตั้งแต่สมัยศาสนาพราหมณ์จนถึงปัจจุบัน ข้อความในพระไตรปิฎกมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยยังอธิบายเพิ่มเติมว่า การเดินทางไปแสวงหาทรัพย์สมบัติ (โภคะทรัพย์)ในรัฐสุวรรณภูมินั้น จำเป็นต้องแล่นเรือข้ามมหาสมุทรอินเดีย คำว่า "เรือ" หมายถึงเรือบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่ ที่บรรทุกสินค้าต่าง ๆ เช่น หินสีสันต่างๆ กำไล และสร้อยข้อมือ ส่วน "มหาสมุทร" หมายถึง มหาสมุทรอินเดีย ในสมัยพุทธกาล สุวรรณภูมิเป็นรัฐเล็ก ๆ ในขณะรัฐอื่น ๆ เช่น รัฐตักสิลา รัฐชวา หรือรัฐโยนก เป็นรัฐเอกราช เป็นต้น
การเดินทางไปหาโภคทรัพย์ ส่วนคำว่า "โภคะทรัพย์" หมายถึง ทรัพย์สินทางวัตถุที่ใช้เพื่อการบริโภคและอุปโภค ยกตัวอย่าง เช่น รัฐสุวรรณภูมิมีชื่อเสียงในด้านการผลิตพริกไทยดำ และเครื่องเทศต่าง ๆ ซึ่งมีความสำคัญ และเป็นที่ต้องการของพ่อค้าตามเส้นทางการค้าโบราณ พริกไทยดำมีราคาแพงมากจนถูกเรียกว่า "ทองคำดำ" หลังจากผู้เขียนศึกษาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ "รัฐสุวรรณภูมิ" จากหลักฐานเอกสารในพระไตรปิฎกมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ผู้เขียนอนุมานความรู้จากหลักฐานเอกสารได้ว่า ในสมัยพุทธกาลขณะที่พระพุทธเจ้าศากยมุนียังทรงพระชนม์อยู่ และพระสารีบุตรยังไม่ปรินิพพานที่เมืองนาลันทา พระพุทธเจ้าทรงตระหนักรู้ว่า นอกจากดินแดนแห่งอนุทวีปอินเดียแล้ว ยังมีดินแดนเจริญรุ่งเรืองและห่างไกลในโลกมนุษย์ ความปรารถนาของมนุษย์เกิดขึ้นในจิตใจและพวกเขาจึงเดินทาง เพื่อแสวงหาความมั่งคั่งจากเครื่องเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะพริกไทยดำ ซึ่งหายากสำหรับชาวอนุทวีปอินเดีย ชาวอาหรับและชาวเอเธนส์ ดินแดนเหล่านั้นรวมถึงรัฐชวา รัฐสุวรรณภูมิ รัฐตักโกล รัฐตามลิง เป็นต้น
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น