การปฏิบัติบูชาบนภูเขาคิชฌกูฏในปรัชญาแดนพุทธภูมิ
ปรัชญาแดนพุทธภูมิ: Griddhakuta, Holy Hill

บทนำ การปฏิบัติบูชาบนภูเขาคิชฌกูฏ
ชีวิตมนุษย์โดยทั่วไปเต็มไปด้วยความทุกข์จากการขนขวยแสวงหาสิ่งต่าง ๆ มาสนองกิเลสตัณหาของตนเอง บางคนยอมแลกสุขภาพกายและใจ หรือพึ่งพาของมึนเมาที่เกิดจาการปรุงแต่งของจิต ให้อยู่ในโลกแห่งจินตนาการ เพ้อเจ้อ เพ้อฟันในความสุขแห่งมายา
การได้เดินทางแสวงบุญ ณ ยอดเขาคิชฌกูฏ จึงความปรารถนาอันสูงสุดของผู้แสวงบุญทุกคน การสวดมนต์ภาวนาบนยอดเขาคิชฌกูฏแห่งนี้คือหนทางไปสู่ความบริสุทธิแห่งชีวิต แม้ว่าผู้เขียนจะเคยปฏิบัติบูชา(worship) แล้วหลายครั้ง แต่กลับไม่เคยรู้สึกเบื่อหน่ายแม้บางครั้งจะต้องต่อคิวยาวเหยียดหรือต้องเดินเหน็ดเหนื่อย หอบบนเส้นทางอันสูงชันตามรอยถนนพระเจ้าพิมพิสาร เพื่อเร่งขึ้นไปให้ทันผู้แสวงบุญท่านอื่น ๆ ที่รอคอยอยู่บนยอดคิชกูฌกูฏ
จริยศาสตร์ มรรคผล และประมวลกฎหมาย
ในทางปรัชญา จริยศาสตร์คือหลักเกณฑ์ในการตัดสินพฤติกรรมของมนุษย์ ผ่านการพิจารณาคุณค่าของกระทำโดยเจตนา ทั้งทางกาย (กายกรรม) วาจา (วจีกรรม) และจิตใจ (มโนกรรม) เพื่อตัดสินว่าการกระทำนั้นว่าดีหรือไม่ดี
ตามคำสอนของพระพุทธเจ้าเรื่อง "วิชชา ๓" ในพระไตรปิฎก(ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย) ชี้ให้เห็นว่าหากบุคคลทำกรรมชั่ว วิญญาณย่อมไปปฏิสนธิในนรกภูมิ อันเป็นสถานที่แห่งความทุกข์ทรมาน ในทางกลับกัน หากสั่งสมกรรมดี จิตวิญญาณจะไปอุบัติบนสวรรค์ชั้นฟ้า
ทว่าเมื่อมนุษย์ประมาทในชีวิต แม้จะมีความสุขสบายเพียงใด ย่อมไม่อาจหลีกหนีความทุกข์ไปได้ บางครั้งเห็นคนทำดีแต่กลับไม่ได้ดี หรือเห็นคนชั่วกลับได้รับคำสรรเสริญ จึงเกิดในความแคลงใจในกฎแห่งกรรมและวัฏสงสาร พยายามหาเหตุผลหลีกเลี่ยง ไม่ยอมรับผลแห่งการกระทำของตน สิ่งนี้กระทบต่อความสงบสุขและศีลธรรมอันดีของสังคม มนุษย์จึงได้นำหลักการเรื่อง "เจตนา" ในคำสอนของพระพุทธเจ้ามาผสมผสานเข้ากับประมวลกฎหมายอาญา เพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการลงโทษผู้กระทำผิด
สติ ปัจจัยภายนอก และการชำระจิตใจ
กรรมชั่วทั้งหลายจะไม่เกิดขึ้นหากจิตของมนุษย์มี "สติ" กำกับก่อนการกระทำอยู่เสมอว่า การกระทำทุกอย่างย่อมมีผลติดตามมา หากการกระทำที่ไม่เกิดประโยชน์หรือสร้างความเดือดร้อน เช่น การฆ่าสัตว์ตัดชีวิต การลักทรัพย์ การประพฤติผิดในกามต่อเด็กอายุต่ำกว่า ๑๕ ปี หรือการหมิ่นประมาทผู้อื่นย่อมถือเป็นกรรมชั่วและมีความผิดตามกฎหมายอาญา เป็นต้น การปล่อยใจให้เพลิดเพลินไปกับสุรายาเมาจนขาดสติสัมปชัญญะ ไม่เพียงแต่ก่ออาชญากรรมจนต้องรับโทษทางกฎหมายเท่านั้น แต่จิตวิญญาณยังสั่งสมความชั่วร้ายนั้นข้ามภพข้ามชาติ อีกด้วย
นอกจากนี้ ในยุคปัจจุบัน ที่มนุษย์มีฐานะทางการเงินมั่นคงขึ้น มักเสพติดความสุขจากการทำงานหนักติดต่อกันหลายวัน โดยไม่พักผ่อนจนละเลยสุขภาพและอาจส่งผลให้ร่างกายเป็นอัมพาต ไม่สามารถพึ่งตนเองได้
เมื่อชีวิตมนุษย์เต็มไปด้วยความมืดมน กิเลสและตัณหาที่สั่งสมเป็นข้อมูลทางอารมณ์ในจิตใจ และจิตใจก็จะปรุงแต่งอารมณ์ (คิด) เหล่านั้น ก่อให้เกิดความรู้สึกผิด สิ้นหวัง และวิตกกังวลจนนำไปสู่ภาวะซึมเศร้า หากไม่ได้ปฏิบัติาม "อริยมรรคมีองค์ ๘" เพื่อฝึกสมาธิ ชำระจิตให้บริสุทธิ์ ขจัดอคติ และความฟุ้งซ่าน มนุษย์จะมีอารมณ์หม่นหมอง บุคลิกที่หยาบกระด้างไม่เหมาะกับการทำงานร่วมกับผู้อื่น ขาดอุดมการณ์และไม่อาจนำประสบการณ์ในอดีต มาแก้ไขปัญหาชีวิตได้
ประสบการณ์ปฏิบัติธรรม ณ มูลคันธกุฎี
ท่ามกลางความเหน็ดเหนื่อย และโรคภัยจากงานหนักมากในบ้านเกิด ผู้เขียนและคณะผู้แสวงบุญชาวไทยได้เดินทางมาถึงภูเขาคิชฌกูฏ อันเป็นสถานที่ตั้งของ "มูลคันธกุฏี" สถานที่ซึ่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเคยประทับจำพรรษาตลอดหลายฤดูกาล ณ เมืองราชคฤห์โบราณ
ในระหว่างเส้นทางขึ้นสู่ยอดเขา ผู้เขียนหยุดยืนอธิบายพุทธสถานที่สำคัญได้แก่ ถ้ำพระโมคคัลลานะ อัครสาวกเบื้องซ้าย ผู้เข้ามาสู่ร่มเงาพระพุทธศาสนา โดยการชักชวนมาบวชของพระสารีบุตร ณ วัดเวฬุวันมหาวิหารจาก
ถ้ำสุกรขาตา ซึ่งเป็นสถานที่บรรลุธรรมของพระสารีบุตร ก่อนจะตามเสด็จพระพุทธเจ้าไปยังวัดเวฬุวันมหาวิหารซึ่งเป็นสถานที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงโอวาทปาฏิโมกข์
เมื่อเดินทางมาถึงเขาคิชฌกูฎแล้ว คณะของเราได้จับจองมุมสงบบริเวณทางเข้ามูลคันธกุฎี เพื่อเริ่มต้นปฏิบัติบูชาด้วยการอริยรรคมีองค์ ๘ เพื่อยกจิตใจให้สูงส่ง ตามอุดมคติทางปรัชญาพุทธภูมิผ่านหลักไตรสิกขา
หลักศีล สวดมนต์บูชาพระรัตนตรัย (พุทธคุณ ธรรมคุณ และสังฆคุณ) เพื่อสลัดอารมณ์เหนื่อยล้าจากการเดินทางไกลกว่า ๗๐ กิโลเมตรด้วยรถยนต์จากพุทธคยา มายังเมืองราชคฤห์โบราณ แล้วเดินเท้าขึ้นสู่ยอดเขา การจดจ่อกับการสวดมนต์ ช่วยสำรวมกายและวาจา ไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น เป็นการสงเคราะห์เข้าหลักศีล
หลักสมาธิ การมุ่งมั่นสวดมนต์ต่อไปด้วยความอดทนและเพียรพยายาม จนจิตตั้งมั่นเป็นหนึ่งเดียว (เอกัคคตารมณ์) พระธรรมวิทยากรได้นำกล่าวสมาทานพระกรรมฐานให้ทุกคนสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ขจัดเวทนาที่เหลืออยู่ จิตน้อมรับความสงบสุขจากการปฏิบัติอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ซึ่งสังเคราะห์เข้าหลักสมาธิ
หลักปัญญา ขณะภาวนา เมื่ออนุสัยกิเลสที่นอนเนื่องผุดขึ้นมาเป็นมโนภาพ ให้ใช้จิตพิจารณาอนุสัยกิเลสเหล่านั้นตามความเป็นจริง ถือเป็นการเดินตามมรรคมีองค์ ๘ อันเป็นทางสายประเสริฐของพระพุทธเจ้า
ด้วยความเป็นช่วงฤดูฝน บรรยายจึงเย็นสบาย และมีคณะผู้แสวงบุญอื่นน้อยมาก คณะของเราจึงมีเวลาปฏิบัติภาวนาอย่างเต็มที่โดยไม่มีใครมารบกวน หลังจากเสร็จสิ้นการภาวนา ทุกคนได้ร่วมกันเปล่งวาจาอธิษฐานบารมี และเดินประทักษิณ ๓ รอบ รอบมูลคันธกุฎี ด้วยบทสวดพุทธคุณ ธรรมคุณและสังฆคุณ
บรรณานุกรม
๑.http://dictionary.sanook.com/ภูเขา
๒.http://www.84000.org/tipitaka/pitaka_item/m_read.phpB=20&A=3292
๓.http://www.84000.org/tipitaka/pitaka_item/tipitaka_seek.phptext=%A4%D4%AA%AC%A1%D9%AF&book=1&bookZ=45
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น