The greatest discovery is the natural laws of human life. That everyone is equal Without choosing a social caste as the basis for determining humanity When the soul is the real person of man That accumulates knowledge from the mind with reasons And show his intention to act accordingly Would receive the result of Own action

Breaking

Post Top Ad

Your Ad Spot

วันพฤหัสบดีที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565

บทนำสู่ปรัชญาพุทธภูมิ : จินตนาการสำคัญกว่าความรู้อย่างไร ?

บทนำสู่ "ปรัชญาพุทธภูมิ" : จินตนาการสำคัญกว่าความรู้อย่างไร ?
Intruduction  to  BuddhaBhumi Philosophy   : Why is Imagination More Important 
than knowledge ?  

คำสำคัญ (Keyword) จินตนาการ  (Imagination)    ความรู้  (Knowledge)  มนุษย์  (Humanity)  ปรัชญาพุทธภูมิ(BuddhaBhumi Philosophy) 
๑.บทนำ

            ตามกรอบแนวคิดของ"ปรัชญาพุทธภูมิ" นั้น  พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้และเผยแผ่นั้น ล้วนเป็นมิติด้านสัจธรรมที่มุ่งเน้นไปยัง "มนุษยชาติ" และการพ้นทุกข์ในโลกแห่งความเป็นจริงเป็นสำคัญ  พระพุทธศาสนาได้ปฏิวัติความเชื่อดั้งเดิมในสมัยพุทธกาลไปอย่างสิ้นเชิง  โดยเฉพาะคตินิยมของพราหมณ์ที่เชื่อว่ามนุษย์ถูกสร้างขึ้น และกำหนดวิถีชีวิตโดยพระพรหม ในทางกลับกัน พระพุทธองค์ทรงชี้ให้เห็นว่า ชีวิตมนุษย์ ปฏิสนธิและก่อกำเนิด ขึ้นจากปัจจัยทางจิตวิญญาณร่วมกับรูปธรรมในครรภ์มารดาตามกระบวนการธรรมชาติ มีการเจริญเติบโต ดำรงอยู่ชั่วระยะเวลาหนึ่ง และเสื่อมสลายไปตามกฎธรรมชาติ ซึ่งข้อเท็จจริงนี้ มนุษย์ทุกคนสามารถประจักษืได้ผ่านอายตนะภายในของตนเอง

          แม้ในโลกปัจจุบัน   วิทยาศาสตร์การแพทย์จะก้าวหน้าจน สามารถปฏิสนธิทารกในหลอดทดลอง (IVF) ได้แล้วก็ตาม แต่ท้ายที่สุด ทารกยังคงต้องอาศัยครรภ์ของมารดาและสายสะดือของมารดาในการหล่อเลี้ยงชีวิต สะท้อนให้เห็นว่าร่างกายและจิตใจยังคงเป็นสิ่งพึ่งพาอาศัยกันอย่างไม่อาจแยกขาด เมื่อกายแตกดับ  จิตย่อมไม่อาจใช้ร่างกายนี้เป็นเครื่องมือรับรู้ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติหรือจักรวาลได้อีกต่อไป     จิตจึงปล่อยวางร่างกาย ให้คืนสู่ธรรมชาติ ในขณะที่กระบวนการเวียนว่ายตายเกิด ก็ยังคงดำเนินไปในภพภูมิใหม่

                      ด้วยเหตุที่วิถีชีวิตมนุษย์ประกอบด้วยกายและจิต        จิตจึงทำหน้าที่รับรู้สภาวะธรรมชาติ        และปรากฏการณ์ทางสังคมผ่านอายตนะภายใน แล้วรวบรวมข้อมูลเหล่านั้นเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์(Epirical Evidence) ทว่าจิตไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่การรับรู้เท่านั้น     แต่ยังมีหน้าที่คิดวิเคราะห์          และอนุมานความรู้โดยใช้เหตุผล   ซึ่งเป็นเครื่องมือหลักทางปรัชญา   อย่างไรก็ดี ในยุคก่อนพุทธกาล นักปรัชญาและนักตรรกศาสตร์ มักติดหล่มอยู่กับการคาดคะเน      ปฏิภาณส่วนตัว  หรือ    การโต้แย้งทางตรรกะ ที่ขาดองค์ความรู้ที่แท้จริง  ทำให้ข้อเท็จจริงกลายเป็นสิ่งคลุมเครือ   วิญญูชนเช่นเจ้าชายสิทธัตถะจึงทรงไม่ยอมรับรับคำให้การหรือข้ออ้างเหล่านั้นว่าเป็นความจริงสูงสุด 

              ตัวอย่างที่เด่นชัด คือ เมื่อครั้ง เจ้าชายสิทธัตถะทรงเผชิญกับปัญหาความทุกข์ของชาวจัณฑาลในสังคม พระองค์ทรงสงสัยความเป็นมาของพวกจัณฑาล พระองค์ทรงสืบค้นสวนข้อเท็จจริงและรวบรวมหลักฐานจากคำให้การของเหล่าปุโรหิต ซึ่งพยายามสร้างความชอบธรรมให้ก่ระบบวรรณะ โดยอ้างคัมภีร์ ขนบธรรมเนียม และการติดต่อกับเทวโลกผ่านพิธีกรรมบูชาคุณ แต่เมื่อพระองค์ทรงซักไซ้ถึงต้นต้อและประวัติของของพระพรหม กลับไม่มีผู้ใด ให้คำตอบที่แท้จริงได้ ยิ่งไปกว่านั้น โครงสร้างทางสังคมในยุคนั้น ยังถูกค้ำจุนด้วยกฎหมายวรรณะที่รุนแรง หากใครละเมิดหน้าที่ ย่อมต้องโทษ "พรหมทัณฑ์" ถึงขั้นเนเทศน์ออกจากสังคม เจ้าชายสิทธัตถะ ทรงพยายามปฏิรูปสังคม ผ่านระบบรัฐสภาของอาณาจักรสักกะ  เพื่อคืนสิทธิและเสรีภาพ ให้แก่ประชาชนอย่างเท่าเที่ยม  แต่ก็ถูกปฏิเสขจากรัฐสภาของอาณาจักรสักกะ เนื่องจากขัดต่อหลัก "ราชอปริหานิยธรรม"  ซึ่งถือเป็นเสมือนรัฐธรรมนูญจารีตประเพณีสูงสุดในเวลานั้น
๒.ประเด็นที่น่างสงสัยและควรค่าแก่การศึกษาต่อ (Research Question)

              จากบริบททางประวัติศาสตร์และปมปัญหาข้างต้น นำมาสู่ประเด็นคำถามสำคัญทางปรัชญาที่ผู้เขียนสนใจและต้องการสืบค้นดังนี้ : 
๑.จินตนาการในพระทัยของเจ้าชายสิทธัตถะ : เมื่อทรงเผชิญกับข้อจำกัดทางกฎหมาย โครงสร้างวรรณะ  และมติอันเป็นเอกฉันท์ของรัฐสภาแห่งอาณา จักรสักกะที่ปฏิเสธความเท่าเทียม เจ้าชายสิทธัตถะทรงใช้ "จินตนาการ" ในการมองเห็นภาพสังคมใหม่ที่ไร้วรรณะ และทรงสร้างสรรค์วิถีสู่อิสระภาพเหนือกรอบความรู้ หรือ ความเชื่อเดิมในยุคนั้นอย่างไร ?

        ๒.ความเหนือกว่าของจินตนาการต่อกรอบความรู้เดิม : ในมิติของปรัชญาพุทธภูมิ  เหตุใด "จินตนาการ" จึงมีความสำคัญและเป็นตัวนำร่อง ที่ทรงพลังมากกว่า "องค์ความรู้ทางปรัชญาดังเดิม" ในการขับเคลื่อน มนุษย์ไปสู่การค้นพบสัจธรรมและการปฏิรูปจิตวิญญาณ ? 


 ๓.วัตถุประสงค์และประโยคของการศึกษา

          เพื่อตอบคำถามดังกล่าว ผู้เขียนมุ่งพิจารณาข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานจากคัมภีร์พระไตรปิฎก (ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย )  ตำราวิชาการ ตลอดจนข้อมูลเชิงประจักษ์จากแหล่งความรู้ต่าง ๆ   มาวิเคราะห์โดยการอนุมานทางปรัชญา 

ผลการศึกษานี้ไม่เพียงแต่จะช่วยอธิบายความจริงในเชิงลึก เกี่ยวกับพุทธวิธีการอุบัติขึ้นของปัญญาญาณเท่านั้น  แต่ยังเป็นประโยชน์ อย่างยิ่งต่อ พระธรรมทูตแห่งราชอาณาจักรไทย ในการนำแง่เชิงปรัชญานี้ไปเทศนาและสื่อสาร แก่ผู้แสวงบุญ ชาวไทย ณ สาธารณรัฐอินเดีย และสหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเนปาล ให้เกิดความทราบซึ้ง และเข้าใจพระพุทธศาสนา ในมิติร่วมสมัย  นอกจากนี้ ยังเป็นแนวทางในการวิเคราะหืข้อมูลที่เป็นประโยชน์ สำหับนักสึกษาปริญญาเอก สาขาวิชาปรัชญาและพระพุทธศาสนา ในการนำไปประยุกต์ใช้สำหรับการวิจัยระดับสูงต่อไป  

     
              

ไม่มีความคิดเห็น:

Post Top Ad

Your Ad Spot

หน้าเว็บ