บทนำสู่ "ปรัชญาพุทธภูมิ" : จินตนาการสำคัญกว่าความรู้อย่างไร ?
Intruduction to BuddhaBhumi Philosophy : Why is Imagination More Important
than knowledge ?
คำสำคัญ (Keyword) จินตนาการ (Imagination) ความรู้ (Knowledge) มนุษย์ (Humanity) ปรัชญาพุทธภูมิ(BuddhaBhumi Philosophy)
๑.บทนำ
ตามกรอบแนวคิดของ"ปรัชญาพุทธภูมิ" นั้น พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้และเผยแผ่นั้น ล้วนเป็นมิติด้านสัจธรรมที่มุ่งเน้นไปยัง "มนุษยชาติ" และการพ้นทุกข์ในโลกแห่งความเป็นจริงเป็นสำคัญ พระพุทธศาสนาได้ปฏิวัติความเชื่อดั้งเดิมในสมัยพุทธกาลไปอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะคตินิยมของพราหมณ์ที่เชื่อว่ามนุษย์ถูกสร้างขึ้น และกำหนดวิถีชีวิตโดยพระพรหม ในทางกลับกัน พระพุทธองค์ทรงชี้ให้เห็นว่า ชีวิตมนุษย์ ปฏิสนธิและก่อกำเนิด ขึ้นจากปัจจัยทางจิตวิญญาณร่วมกับรูปธรรมในครรภ์มารดาตามกระบวนการธรรมชาติ มีการเจริญเติบโต ดำรงอยู่ชั่วระยะเวลาหนึ่ง และเสื่อมสลายไปตามกฎธรรมชาติ ซึ่งข้อเท็จจริงนี้ มนุษย์ทุกคนสามารถประจักษืได้ผ่านอายตนะภายในของตนเอง
แม้ในโลกปัจจุบัน วิทยาศาสตร์การแพทย์จะก้าวหน้าจน สามารถปฏิสนธิทารกในหลอดทดลอง (IVF) ได้แล้วก็ตาม แต่ท้ายที่สุด ทารกยังคงต้องอาศัยครรภ์ของมารดาและสายสะดือของมารดาในการหล่อเลี้ยงชีวิต สะท้อนให้เห็นว่าร่างกายและจิตใจยังคงเป็นสิ่งพึ่งพาอาศัยกันอย่างไม่อาจแยกขาด เมื่อกายแตกดับ จิตย่อมไม่อาจใช้ร่างกายนี้เป็นเครื่องมือรับรู้ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติหรือจักรวาลได้อีกต่อไป จิตจึงปล่อยวางร่างกาย ให้คืนสู่ธรรมชาติ ในขณะที่กระบวนการเวียนว่ายตายเกิด ก็ยังคงดำเนินไปในภพภูมิใหม่
ด้วยเหตุที่วิถีชีวิตมนุษย์ประกอบด้วยกายและจิต จิตจึงทำหน้าที่รับรู้สภาวะธรรมชาติ และปรากฏการณ์ทางสังคมผ่านอายตนะภายใน แล้วรวบรวมข้อมูลเหล่านั้นเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์(Epirical Evidence) ทว่าจิตไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่การรับรู้เท่านั้น แต่ยังมีหน้าที่คิดวิเคราะห์ และอนุมานความรู้โดยใช้เหตุผล ซึ่งเป็นเครื่องมือหลักทางปรัชญา อย่างไรก็ดี ในยุคก่อนพุทธกาล นักปรัชญาและนักตรรกศาสตร์ มักติดหล่มอยู่กับการคาดคะเน ปฏิภาณส่วนตัว หรือ การโต้แย้งทางตรรกะ ที่ขาดองค์ความรู้ที่แท้จริง ทำให้ข้อเท็จจริงกลายเป็นสิ่งคลุมเครือ วิญญูชนเช่นเจ้าชายสิทธัตถะจึงทรงไม่ยอมรับรับคำให้การหรือข้ออ้างเหล่านั้นว่าเป็นความจริงสูงสุด
ตัวอย่างที่เด่นชัด คือ เมื่อครั้ง เจ้าชายสิทธัตถะทรงเผชิญกับปัญหาความทุกข์ของชาวจัณฑาลในสังคม พระองค์ทรงสงสัยความเป็นมาของพวกจัณฑาล พระองค์ทรงสืบค้นสวนข้อเท็จจริงและรวบรวมหลักฐานจากคำให้การของเหล่าปุโรหิต ซึ่งพยายามสร้างความชอบธรรมให้ก่ระบบวรรณะ โดยอ้างคัมภีร์ ขนบธรรมเนียม และการติดต่อกับเทวโลกผ่านพิธีกรรมบูชาคุณ แต่เมื่อพระองค์ทรงซักไซ้ถึงต้นต้อและประวัติของของพระพรหม กลับไม่มีผู้ใด ให้คำตอบที่แท้จริงได้ ยิ่งไปกว่านั้น โครงสร้างทางสังคมในยุคนั้น ยังถูกค้ำจุนด้วยกฎหมายวรรณะที่รุนแรง หากใครละเมิดหน้าที่ ย่อมต้องโทษ "พรหมทัณฑ์" ถึงขั้นเนเทศน์ออกจากสังคม เจ้าชายสิทธัตถะ ทรงพยายามปฏิรูปสังคม ผ่านระบบรัฐสภาของอาณาจักรสักกะ เพื่อคืนสิทธิและเสรีภาพ ให้แก่ประชาชนอย่างเท่าเที่ยม แต่ก็ถูกปฏิเสขจากรัฐสภาของอาณาจักรสักกะ เนื่องจากขัดต่อหลัก "ราชอปริหานิยธรรม" ซึ่งถือเป็นเสมือนรัฐธรรมนูญจารีตประเพณีสูงสุดในเวลานั้น
๒.ประเด็นที่น่างสงสัยและควรค่าแก่การศึกษาต่อ (Research Question)
จากบริบททางประวัติศาสตร์และปมปัญหาข้างต้น นำมาสู่ประเด็นคำถามสำคัญทางปรัชญาที่ผู้เขียนสนใจและต้องการสืบค้นดังนี้ :
๑.จินตนาการในพระทัยของเจ้าชายสิทธัตถะ : เมื่อทรงเผชิญกับข้อจำกัดทางกฎหมาย โครงสร้างวรรณะ และมติอันเป็นเอกฉันท์ของรัฐสภาแห่งอาณา จักรสักกะที่ปฏิเสธความเท่าเทียม เจ้าชายสิทธัตถะทรงใช้ "จินตนาการ" ในการมองเห็นภาพสังคมใหม่ที่ไร้วรรณะ และทรงสร้างสรรค์วิถีสู่อิสระภาพเหนือกรอบความรู้ หรือ ความเชื่อเดิมในยุคนั้นอย่างไร ?
๒.ความเหนือกว่าของจินตนาการต่อกรอบความรู้เดิม : ในมิติของปรัชญาพุทธภูมิ เหตุใด "จินตนาการ" จึงมีความสำคัญและเป็นตัวนำร่อง ที่ทรงพลังมากกว่า "องค์ความรู้ทางปรัชญาดังเดิม" ในการขับเคลื่อน มนุษย์ไปสู่การค้นพบสัจธรรมและการปฏิรูปจิตวิญญาณ ?
๓.วัตถุประสงค์และประโยคของการศึกษา
เพื่อตอบคำถามดังกล่าว ผู้เขียนมุ่งพิจารณาข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานจากคัมภีร์พระไตรปิฎก (ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ) ตำราวิชาการ ตลอดจนข้อมูลเชิงประจักษ์จากแหล่งความรู้ต่าง ๆ มาวิเคราะห์โดยการอนุมานทางปรัชญา
ผลการศึกษานี้ไม่เพียงแต่จะช่วยอธิบายความจริงในเชิงลึก เกี่ยวกับพุทธวิธีการอุบัติขึ้นของปัญญาญาณเท่านั้น แต่ยังเป็นประโยชน์ อย่างยิ่งต่อ พระธรรมทูตแห่งราชอาณาจักรไทย ในการนำแง่เชิงปรัชญานี้ไปเทศนาและสื่อสาร แก่ผู้แสวงบุญ ชาวไทย ณ สาธารณรัฐอินเดีย และสหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเนปาล ให้เกิดความทราบซึ้ง และเข้าใจพระพุทธศาสนา ในมิติร่วมสมัย นอกจากนี้ ยังเป็นแนวทางในการวิเคราะหืข้อมูลที่เป็นประโยชน์ สำหับนักสึกษาปริญญาเอก สาขาวิชาปรัชญาและพระพุทธศาสนา ในการนำไปประยุกต์ใช้สำหรับการวิจัยระดับสูงต่อไป
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น