บทนำสู่ปรัชญาพุทธภูมิ: เหตุใดมนุษย์จึงจำเป็นต้องปฏิบัติธรรม?
บทนำ เหตุใดมนุษย์จึงจำเป็นต้องปฏิบัติธรรม ?
การปฏิบัติธรรมเพื่อพัฒนาศักยภาพของชีวิตนั้น เป็นภูมิปัญญาโบราณที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานในของหลายวัฒนธรรม หากแต่ในมิติของปรัชญาพุทธภูมิ การปฏิบัติมิใช่เพียงการทำสมาธิหรือสวดมนต์ตามพิธีกรรมภายนอก แต่เป็นกระบวนการขัดเกลาและพัฒนาตนเองอย่างลึกซึ้ง เพื่อให้เข้าถึงธรรมชาติที่แท้จริงของจิตใจโดยเฉพาะ "พละ๕" คือ ศรัทธา ความเพียร ความมีสติ สมาธิ และปัญญา เป็นเครื่องดำเนินชีวิตซึ่งผลลัพธ์ ดังกล่าวมิได้จำกัดอยู่เพียงระดับบุคคล แต่ยังส่งผลสะท้อน เชิงบวกไปจนถึงระดับสังคมอีกด้วย
ตามหลักปรัชญาพุทธภูมิที่ปรากฎในพระไตรปิฎก(ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยและพระไตรปิฎกฉบับหลวง) ซึ่งรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการปฏิบัติธรรมก่อนสมัยพุทธกาล และหลักฐานทางโบราณคดีทั่วอินเดีย และสหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเนปาลและประเทศอื่น ๆ รวมถึงพยานวัตถุที่สร้างขึ้นในสมัยจักรพรรดิอโศก ณ สังเวชนียสถานทั้ง ๔ แห่ง ล้วนให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ปฏิบัติธรรม และบ่งชี้ว่าการปฏิบัติธรรมรูปแบบต่าง ๆ มีมาตั้งแต่สมัยโบราณในอินเดีย การปฏิบัติวิปัสสนาในพระพุทธศาสนาและการฝึกจิตในลัทธิเต๋าของจีน ต่างก็มีมุ่งหมายเพื่อพัฒนาจิตใจและบรรลุสภาวะที่สูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ชีวิตมีประสิทธิภาพและมีความสุขมากขึ้น

ชีวิตมนุษย์ตามคำสอนของพระพุทธเจ้า ประกอบขึ้นด้วยปัจจัยทางร่างกายและจิตใจ(รูปและนาม) ทว่าในกระแสโลกปัจจุบันมนุษย์มักถูกลดทอนคุณค่าและนิยามด้วยมูลค่าของทรัพย์สิน เงินทอง หรือสถานะทางสังคม ยิ่งไปกว่านั้น มนุษย์จึงยัง "ข้อจำกัดทางอายตนะภายใน(การรับรู้)" และมักตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของ "อคติส่วนตน"(อคติ๔) อันมีราเหง้าของความไม่รู้ (อวิชชา) ความโกรธ ความกลัว ความหลง สิ่งเหล่านี้บดบังทัศนะวิสัยทำให้ชีวิตมนุษย์ตกอยู่ในความมืดมน (Darkness) ขาดสติปัญญา ที่จะแยกแยะ ระหว่าง "สมมติสัจจะ" และ "ปรมัตถสัจจะ" นำไปสู่การประพฤติผิดศีลธรรมและการละเมิดกฎหมาย กฎหมาย เช่น การทำร้ายเข่นฆ่า การลักทรัพย์ และการล่อลวงผู้อื่น ซึ่งกรรมอันเกิดจากเจตนาเหล่านี้ จะสั่งสมและผลักดันให้จิตวิญญาณต้องเวียนว่ายตายเกิดในสังสารวัฏ อย่างไม่มีที่สิ้นสุด
เมื่อพิจารณาในบริบทของการพัฒนาองค์กรและสังคมยุคใหม่ ทั้วโลกต่างมุ่งเน้นการจัดโครงการพัฒนาศักยภาพเพื่อให้เท่าทันเทคโนโลยี่และโลกที่เปลี่ยนแปลงไป ทว่าการพัฒนาภายนอกเพียงอย่างเดียว กลับไม่สามารถแก้ไขความขัดแย้ง อคติหรือการทุจริตคอร์รับชั่นทางในสังคมได้ หากปราศจากการพัฒนาศักยภาพในจิตใจ ในสมัยพุทธกาล พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงเริ่มปฏิรูปสังคมและพัฒนาศักยภาพของมนุษย์ ผ่านการแสดงธัมมจักกัปปวัตสูตร ทรงชี้ให้เห็นโทษของทางสุตโต่งสองสาย (กามสุขัลลิกานุโยคและอัตตกิลมทานุโยค) คืออริยมรรคมีองค์ ๘ เพื่อพัฒนาจิตใจของมนุษย์ ให้หลุดพ้นจากอคติ มีความอ่อนโยน และสามารถเกื้อกูลผู้อื่นได้อย่างจริงแท้
๒.คำถามวิจัยและความจำเป็นในการศึกษา
จากความลุ่มลึกของหลักธรรมและสภาพปัญหาของมนุษย์ ที่มีข้อจำกัดของอายตนะภายในของตนในการรับรู้ข้อมูลหรือข้อเท็จจริงที่ปรากฏในปัจจุบันย่อมทำให้ผู้ศึกษาเกิด ความสงสัยใคร่รู้และตั้งคำถาม เชิงปรัชญาว่า :
ภายใต้ข้อจำกัดด้านอายตนะภายใน และอคติของมนุษย์เหตุใดการปฏิบัติธรรมแนวทางปรัชญาพุทธภูมิ จึงจำเป็นสูงสุดในการพัฒนาศักยภาพชีวิต? และพระภิกษุสงฆ์ ในฐานะพระธรรมวิทยากร" จะสามารถประยุกต์ใช้กระบวนการเรียนรู้ และสั่งสมสัญญาจากประสบการณ์จริง เพื่อขับเคลื่อนการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในดินแดนพุทธภูมิได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นเอกภาพได้อย่างไร ?
เนื่องจากประเด็นดังกล่าว ยังขาดการประมวลองค์ความรู้และการวิเคราะห์เชิงลึกที่เป็นระบบ แยกระหว่างความรู้ทางตำราและความรู้จากประสบการณ์สนามจริง ผู้เขียนจึงเล็งเห็นความจำเป็นในการศึกษาค้นคว้าชิ้นนี้
๓.วัตถุประสงค์และระเบียบวิธีวิจัย
บทความฉบับนี้ วัตถุประสงค์เพื่อศึกษา วิเคราะห์และพิสูจน์ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความจำเป็นของการปฏิบัติธรรมและการพัฒนาศักยภาพบุคคลากรเผยแผ่พระพุทธศาสนา โดยทำการตรวจสอบข้อเท็จจริง และรวบรวมหลักฐานจากแหล่งข้อมูลที่หลากหลายได้แก่ :
- พระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และพระไตรปิฎกฉบับหลวง
- คัมภีร์อรรถกถาและตำราธรรมศึกษา(ชั้นตรี โทและเอก)
- หลักฐานทางโบราณคดี พยานวัตถุ สมัยจักรพรรดิอโศกมหาราช ณ สังเวชนียสถาน ๔ แห่ง
- บันทึกประวัติศาสตร์ของผู้แสวงบุญชาวจีน (เช่น พระถังซำจั่ง, พระฟาเหียน)
นำข้อมูลทั้งหมดมาผ่านกระบวนการวิเคราะห์เชิงตรรกะปรัชญา และระเบียบวิจัยเชิงคุณภาพเพื่อสกัดเอาคำตอบที่สมเหตุสมผล และสอดคล้องกับความเป็นจริง
๔.ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
- ประโยชน์ต่อพระธรรมวิทยากรและงานเผยแผ่ : ช่วยพัฒนาศักยภาพของพระภิกษุที่จะไปปฏิบัติศาสนกิจ ณ สังเวชนียสถาน ๔ แห่งทั้งในอินเดียและเนปาลให้มีกรอบเนื้อหาบรรยายที่เป็นเอกภาพ สามารถอธิบายทั้งพุทธประวัติ ประวัตือริยสาวกตลอดจนบริบททางสังคม วัฒนธรรม และความเชื่อของศาสนาพราหมณ์ เพื่อตอบสนองความใคร่รู้ของผู้แสวงบุญได้อย่างลึกซึ้ง
- ประโยชน์เชิงวิชาการ : กระบวนการวิเคราะห์ข้อมูลและคัมภีร์ในบทความนี้ จะทำหน้าที่เป็นแนวทางเชิงระเบียบวิธีวิจัยที่เป็นประโยชน์สำหรับนิสิตนักศึกษาปริญญาเอก สาขาพระพุทธศาสนาและปรัชญา ในการไปประยุกต์ใช้เพื่อค้นหาเหตุผล เพื่อยืนยันความจริงขั้นที่สุด และสร้างกฎเกณฑ์ การตัดสินใจที่สมเหตุสมผล ปราศจากข้อกังขาในทางวิชาการสืบไป
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น