The greatest discovery is the natural laws of human life. That everyone is equal Without choosing a social caste as the basis for determining humanity When the soul is the real person of man That accumulates knowledge from the mind with reasons And show his intention to act accordingly Would receive the result of Own action

Breaking

Post Top Ad

Your Ad Spot

วันศุกร์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2561

บทนำสู่ปรัชญาพุทธภูมิ : ชะตากรรมอยู่ในมือคุณ

Introduction to  Buddhaphumi  Philosophy
 : Your Destiny is  in Your  Hand ? 

บทนำ ใครกำหนดชะตากรรมคุณ

         ในโลกที่เต็มไปด้วยความผันผวนและไม่แน่นอน  มนุษย์เรามักแสวงหาที่พึ่งทางใจ  บ้างอ้อนวอนต่อดวงดาว บางรอคอยโชคชะตา และบ้างก็สยบต่อคำทำนายทายทักราวกับว่าชีวิตนี้ถูกขีดเขียนไว้แล้ว โดยอำนาจลึกลับภายนอก  ทว่าในท่ามกลางเสียงเพรียกแห่งการยอมจำนนนั้น มีปรัชญาหนึ่งที่ประกาศก้องอย่างทรงพลังว่า "ชะตากรรมของฉัน อยู่ในกำมือของฉันเอง"   และไม่มีสิ่งใดในสากลโลกที่น่าเชื่อถือและพึ่งพาได้มากกว่า "จิตใจและการกระทำของตนเอง" 

          ความคิดนี้ ไม่เพียงแต่เป็นรากฐานของจิตวิทยาการพัฒนาตนเองในยุคใหม่แต่ยังเป็นหัวใจสำคัญของ "ปรัชญาพุทธภูมิ" หนทางแห่งพระโพธิสัตว์  ผู้ไม่ยอมจำนนต่อกระแสแห่งวัฏสงสาร  การก้าวเดินบนเส้นทางพุทธภูมิ  จึงไม่ใช่เรื่องของการรอคอยวาสนา  หากแต่คือการลิขิตชะตากรรม" ของตนเองและสรรพสัตว์  ด้วยการบ่มเพาะปัญญาและมหาบารมีที่ไม่วันสั่นคลอน

๒.ความเป็นมาและความสำคัญ (Background and  Singificationce) 

        หากพิจารณาตามหลักพุทธศาสนาพื้นฐาน คำว่า "ชะตากรรม" อยู่ในเมือของตนเอง  สอดคล้องอย่างยิ่งกับหลัก อัตตาหิ อัตโน นาโถ (ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน)และกฎแห่งกรรมที่ระบุว่า " เราคือผู้รับผลจากการกระทำของตนเอง (กัมมัสสโกมหิ)  ทว่าเมื่อยกระดับขึ้นสู่ "ปรัชญาพุทธภูมิ"  (Bodhisattva Ideal)  ความสำคัญของแนวคิดนี้จะเปลี่ยนจากการพึ่งตนเองเพื่อเอาตัวรอดจากความทุกข์" ไปสู่ การพึ่งตนเองเพื่อเป็นที่พึ่งคนอื่น"   ความสำคัญของแนวคิดนี้ในพุทธภูมิ :  

            ๒.๑  การปฏิเสขเทวลิขิตอย่างสิ้นเชิง :  พระโพธิสัตว์ไม่เชื่อในโชคชะตา ที่ถูกกำหนดโดยเทพเจ้า พระผู้สร้าง   แต่เชื่อใน "เจตจำนงเสรี" (Free Will) และอธิษฐานจิต (ความตั้งใจมั่น) ที่ตนเองเลือกเอง

          ๒.๒ ชะตากรรมที่ยิ่งใหญ่กว่าตนเอง :  สำหรับคนทั่วไป ชะตากรรมอาจหมายถึง แค่ความร่ำรวย  ความสุข หรือความสำเร็จส่วนตัว แต่สำหรับปรัชญาพุทธภูมิ  ชะตากรรมที่พวกเขาเลือก กำไว้ในมือคือ "การเวียนว่ายตายเกิดนับอสงไขยปีเพื่อช่วยเหลือคนอื่น"  มันคือการยอมรับความทุกข์ยากเพื่อเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่กว่า 

           ๒.๓ความน่าเชื่อถือเกิดจากจิตตั้งมั่น :    ในเส้นทางที่ยาวนานและโดดเดี่ยว  ไม่มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ใด จะการันตีได้ ว่าจะเราจะถึงฝั่งฝัน  นอกจาก"ความซื่อสัตย์อุดมการณ์ ของตนเอง " ตัวเองเป็นสิ่งเดี่ยวที่น่าเชื่อถือ ที่สุดในการประคองจิต ไม่ให้ล่มสลายกลางคัน 

         บล็อคนี้จึงมีความสำคัญในการกระตุกความคิดของผู้คนในยุคปัจจุบัน ให้กลับมาตระหนักถึง "อำนาจที่แท้จริง" ในตนเอง ผ่านมุมมองของปรัชญาพุทธภูมิ ที่ไม่ใช่แค่เรื่องของความเชื่อถือทางศาสนา    แต่เป็นปรัชญา การดำเนินชีวิตขั้นสูงสุด  (Ultimate Eistentiallism) 

๓.ปัญหาที่น่าสงสัยและควรศึกษาในเรื่องนี้ 

          เมื่อเราตั้งสมมติฐานว่า "ชะตากรรมอยู่ในมือของฉัน และฉันเชื่อแค่ตัวเองในสายพุทธภูมิ" มันจะนำไปสู่ประเด็นและคำถามชวนคิดที่น่าหยิบยกมาเขียนขยี้ต่อไปในบล็อค ดังนี้. 

             ประเด็นที่๑. : เส้นแบ่งระหว่าง "การพึ่งตนเองกับ "อัตตา"อยู่ตรงไหน ? 
              -คำถามชวนศึกษา :   ฉันเชื่อแค่ตัวเองด้วยจิตที่ปล่อยวาง หรือด้วยจิตที่ยึดมั่นถือมั่น ?  

             ประเด็นที่๒.:  ในเมื่อควบคุมชะตากรรมเองได้ ทำไมพุทธภูมิต้องยอมเผชิญความทุกข์ ?  
                    -คำถามชวนศึกษา :   หากชะตากรรมอยู่มือเรา  ทำไมผู้ปรารถนาพุทธภูมิและหลุดพ้นไปเลย (แบบพระอรหันต์) แต่กลับเลือกชะตากรรมที่ต้องทนทุกข์ทรมานในสังสารวัฏซ้ำแล้วซ้ำเล่า? ความย้อนแย้งนี้อธิบายปรัชญาอย่างไร ?  

              ประเด็นที่๓. "แรงอธิษฐาน" กับ "การดลบันดาล"  ต่างกันอย่างไร ? 
                  - คำถามชวนศึกษา :  ในสายพุทธภูมิมีการตั้งจิตอธิษฐานและการขอบารมีจากพระพุทธองค์ก่อน ๆ   สิ่งนี้ขัดกับหลักการ "ชะตากรรมอยู่ในมือตนเองและพึ่งแค่ตัวเอง"  หรือไม่ ? หรือแท้จริงแล้ว    การอธิษฐานคือการโปรแกรมจิตใต้สำนึกของตัวเอง ? 

                 ประเด็นที่ ๔.    เราจะประยุกต์ใช้ความเด็ดเดี่ยวแบบพุทธภูมิมาใช้ในชีวิตประจำวันของคนยุคนี้ได้อย่างไร ?  

               คำถามชวนศึกษา : คนยุคนี้ที่รู้สึกหมดไฟ หรือ  รู้สึกตัวอย่างเป็นเหยื่อของสังคม/เศรษฐกิจ จะนำปรัชญา "ลิขิตชะตาด้วยตนเองแบบโพธิสัตว์"  ไปปลุกพลังในใจให้เลิกโทษสิ่งภายนอก แล้วลุกขึ้นมานำชีวิตตัวเองและคนรอบข้างให้ดีขึ้นอย่างไร ?  

ไม่มีความคิดเห็น:

Post Top Ad

Your Ad Spot

หน้าเว็บ