Introduction to Sankissa, A fascinating city in Buddhaphumi philosophy

๑.บทนำ ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา
เมืองสังกัสสะเป็นเมืองโบราณ เมืองหนึ่งที่เก่าแก่ที่สุดในสมัยพุทธกาล ตั้งอยู่บนเส้นทางที่พระพุทธเจ้าเสด็จไปเผยแผ่พระพุทธศาสนา เมื่อผู้เขียนศึกษาและค้นคว้าหาหลักฐานของคำว่า "สังกัสสะ" จากแหล่งของความรู้ในพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬา ฯ เล่มที่ ๑ พระวินัยปิฎกเล่มที่ ๑ มหาวิภังค์ ภาค ๑ เวรัญชกัณฑ์ ข้อ [๒๓]................พระพุทธองค์ประทับอยู่ ณ เมืองเวรัญชา ตามพระอัธยาศัยของพระองค์แล้ว ได้เสด็จไปยังเมืองท่าปยาคะ ไม่ทรงแวะเมืองโสเรยะ เมืองสังกัสสะ......
ผู้เขียนศึกษาข้อมูลในพระไตรปิฎกออนไลน์ของมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๑ ผู้เขียนได้เรียนรู้ข้อเท็จจริงเบื้องต้นว่า พระพุทธเจ้าเสด็จออกไปเผยแผ่พระพุทธศาสนาไปยังเมืองต่าง ๆ แต่ทรงไม่ได้เสด็จเข้าสู่ตัวเมืองสังกัสสะเลยอย่างไรก็ตาม เมื่อตรวจสอบอรรถกถาแล้ว พบว่า ไม่มีการกล่าวถึงเมืองสังกัสสะเลย เมื่อผู้เขียนศึกษาข้อมูลในพระไตรปิฎกออนไลน์ของมหาจุฬา ฯ เล่มที่ ๗ พระวินัยปิฎกเล่มที่ ๗ ก็ไม่มีความเกี่ยวข้องกับการเสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ของพระพุทธเจ้าเช่นกัน อย่างไรก็ตาม เนื้อหาสำคัญกล่าวว่าพระเรวตได้ไปแสวงบุญยังเมืองต่าง ๆ และหนึ่งในเมืองเหล่านั้นคือเมืองสังกัสสะ อยู่ด้วย

เมื่อยอมรับข้อเท็จจริงนี้แล้ว ผู้เขียนจึงตัดสินใจค้นหาในพระไตรปิฎกออนไลน์ของมหาจุฬา ฯ โดยป้อนคำว่า "ยมกปาฏิหารย์" พบว่าในพระไตรปิฎกออนไลน์ของมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยฉบับที่ ๒๕ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๗ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ สุตตนิบาต เรื่อง "ยมกปาฏิหารย์" กล่าวไว้ พระผู้มีพระภาคตรัสคาถานี้แก่เทวดาและมนุษย์ที่ประตูสังกัสสนครดังนี้ ในข้อ [๑๘๑] "ท่านผู้เป็นปราชญ์เหล่าใดใฝ่ใจในฌาน ยินดีในเนกขัมมะ แม้ทวยเทพก็ชื่นชมท่านผู้เป็นปราชญ์เหล่านั้น ผู้มีสติ ตรัสรู้เองโดยชอบ"
ผู้เขียนเคยไปเมืองสังกัสสะนี้ครั้งหนึ่ง ขณะศึกษาปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยบานารัสฮินดู เขตพาราณสี รัฐอุตตรประเทศ สาธารณรัฐอินเดีย และไม่ได้กลับไปอีกเลยนับตั้งแต่นั้นมา อย่างไรก็ตาม หลังจากศึกษาพระไตรปิฎกแล้ว ผู้เขียนสงสัยว่าเมืองสังกัสสะมีความเกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนาอย่างไร และทำไมจักรพรรดิอโศกจึงทรงให้สร้างเสาหินอโศกประดับด้วยสิงโต ตั้งอยู่บนยอดเสาอโศก เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่พระพุทธเจ้า
ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น ผู้เขียนจึงตัดสินใจศึกษาที่มาของความรู้เกี่ยวกับสังกัสสนคร ซึ่งเป็นเมืองที่น่าสนใจซึ่งกล่าวไว้ในพระไตรปิฎกหลายฉบับ การศึกษานี้อาศัยพยานเอกสารเช่น พระไตรปิฎก อรรถกถา บันทึกของสมณะจีนที่เดินทางมาสืบหาพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะการคัดลอกพระไตรปิฎก ซึ่งเป็นเอกสารสำคัญยังไม่เพียงพอ และต้องมีพยานวัตถุเช่นเมืองสังกัสสะ เป็นหลักฐานสำหรับการวิเคราะห์ โดยการอนุมานความรู้ เพื่อพิสูจน์ความจริงโดยใช้เหตุผล เป็นเครื่องมือที่นักปรัชญาใช้ เพื่ออธิบายความจริงของเรื่องนี้ เป็นต้น

๒. ความสำคัญเกี่ยวกับเมืองสังกัสสนคร
๒.๑ เมื่อผู้เขียนศึกษาพระไตรปิฎกออนไลน์ของมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยเล่มที่ ๒๕ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๗ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ สุตตนิบาตเรื่อง ยมกปาฏิหารย์ กล่าวไว้ พระผู้มีพระภาคตรัสคาถานี้แก่เทวดาและมนุษย์ ที่ประตูสังกัสสนครดังนี้ในข้อ [๑๘๑] "ผู้เป็นปราชญ์เหล่าใดใฝ่ใจในฌาน ยินดีในเนกขัมมะ แม้ทวยเทพก็ชื่นชมท่านผู้เป็นปราชญ์เหล่านั้นผู้มีสติ ตรัสรู้เองโดยชอบ"
เมื่อศึกษาพยานเอกสารคือพระไตรปิฎกออนไลน์ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยแล้ว ผู้เขียนอนุมานความรู้จากพยานเอกสารเพื่อพิสูจน์ความจริงของเรื่องนี้ โดยใช้เหตุผล เป็นเครื่องมือที่ใช้อธิบายความจริงได้ว่า เมื่อได้ยินข้อเท็จจริงว่าพระพุทธเจ้าทรงสนทนากับเทวดาและมนุษย์ที่ประตูสังกัสสนครแล้ว ข้อเท็จจริงดังกล่าวจึงยืนยันความจริงว่า พระองค์ทรงเสด็จไปเผยแผ่พระพุทธศาสนาสังกัสสนครจริง จากพยานหลักฐานที่กล่าวไว้ในพระไตรปิฎก ที่กล่าวยืนชัดแจ้งปราศจากข้อสงสัยในความจริงของการเสด็จมาเมืองนี้ของพระพุทธเจ้า อีกต่อไปจากข้อความที่ว่าพระองค์ได้ตรัสคาถาแก่เทวดาและมนุษย์ที่ประตูสังกัสสะนคร

๒.๒ ในอรรถกถาใช้อธิบายเนื้อความพระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๕ ข้อ [๒๔] ในคาถาธรรมบทพุทธวรรคเนื้อความในอรรถกถา ข้อ ๒.เรื่องยมกปาฏิหารย์ ในความสำคัญว่าพระพุทธเจ้าแสดงยมกปาฏิหาริย์ (แสดงฤทธิ์ต่างๆ ) ที่เมืองสาวัตถี ในอรรถกถาได้กล่าวเป็นใจความต่อไปอีก ขณะที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงฤทธิ์ให้แก่ชาวเมืองสาวัตถีดูนั้นทรงนึกคิดขึ้นมาว่าพระพุทธเจ้าทั้งหลายในอดีตนั้น ทำปาฏิหาริย์แล้วไปจำพรรษที่ไหนทรงเห็นว่าไปจำพรรษาที่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์แล้วพระองค์จะได้โปรดพุทธมารดา.....
๒.๓ จดหมายเหตุแห่งพุทธอาณาจักรของพระภิกษุฟาเหียน ในช่วงปี พ.ศ.๙๔๒ ถึง ๙๕๗ นั้น พระภิกษุฟาเหียน ได้เดินทางมาที่ชมพูทวีป เพื่อค้นหาคัมภีร์พระไตรปิฎกได้เดินทางมาที่เมืองสังกัสสนครแห่งนี้ เขาได้ค้นพบว่าพระเจ้าอโศกมหาราชทรงมีศรัทธาในพระพุทธศาสนาทรงสร้างวิหารครอบลงเบื้องบันได้นั้นหนึ่งหลัง ประดิษฐานพระพุทธปฏิมาองค์สูง ๑๖ ศอก เบื้องหลังของวิหารได้ทรงตั้งเสาศิลาขึ้นเสาหนึ่งสูงประมาณ ๕๐ ศอก และมีสิงโตตัวหนึ่งอยู่บนยอดเสานั้น [1]
จากพยานหลักฐานที่กล่าวมาแล้วข้าง ผู้เขียนวิเคราะห์ได้ว่า เมืองสังกัสสนคร เป็นเมืองหนึ่งที่พระพุทธเจ้าเสด็จมาเผยแผ่พระพุทธศาสนา ในเบื้องต้นนั้น เป็นพยานหลักฐานในพระไตรปิฎก ฉบับมหาจุฬา ฯ และพระไตรปิฎกอื่นอีกหลายฉบับ ได้ยืนยันว่าพระพุทธเจ้าได้เสด็จมาสู่เมืองสังกัสสนครจริง
บรรณานุกรม
[1] พระยาสุรินทรฤาชัย(จันทร์ ตุงคสวัสดิ์) แปลและเรียบเรียง จากต้นฉบับของศาสตราจารย์เจมส์ เล็กจ์ เจ. แอลแอล.ดี.ผู้เชียวชราญด้านภาษาและอักษรศาสตร์ของจีน. จดหมายเหตุแห่งพุทธอาณาจักรของพระภิกษุฟาเหียน ครั้งที่ ๓ มูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัยในพระบรมราชูปถัมภ์ พระนคร พ.ศ. ๒๕๒๒ : หน้า๘๗-๘๘
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น