The greatest discovery is the natural laws of human life. That everyone is equal Without choosing a social caste as the basis for determining humanity When the soul is the real person of man That accumulates knowledge from the mind with reasons And show his intention to act accordingly Would receive the result of Own action

Breaking

Post Top Ad

Your Ad Spot

วันอังคารที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2565

บทนำ สังกัสสะเมืองน่าค้นหาในปรัชญาแดนพุทธภูมิ

Introduction  to Sankissa, A fascinating city in Buddhaphumi philosophy

  ๑.บทนำ ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา

        เมืองสังกัสสะเป็นเมืองโบราณ  เมืองหนึ่งที่เก่าแก่ที่สุดในสมัยพุทธกาล ตั้งอยู่บนเส้นทางที่พระพุทธเจ้าเสด็จไปเผยแผ่พระพุทธศาสนา เมื่อผู้เขียนศึกษาและค้นคว้าหาหลักฐานของคำว่า "สังกัสสะ" จากแหล่งของความรู้ในพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬา ฯ เล่มที่ ๑ พระวินัยปิฎกเล่มที่ ๑ มหาวิภังค์ ภาค ๑ เวรัญชกัณฑ์ ข้อ [๒๓]................พระพุทธองค์ประทับอยู่ ณ เมืองเวรัญชา ตามพระอัธยาศัยของพระองค์แล้ว  ได้เสด็จไปยังเมืองท่าปยาคะ  ไม่ทรงแวะเมืองโสเรยะ เมืองสังกัสสะ......

            ผู้เขียนศึกษาข้อมูลในพระไตรปิฎกออนไลน์ของมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๑  ผู้เขียนได้เรียนรู้ข้อเท็จจริงเบื้องต้นว่า พระพุทธเจ้าเสด็จออกไปเผยแผ่พระพุทธศาสนาไปยังเมืองต่าง ๆ  แต่ทรงไม่ได้เสด็จเข้าสู่ตัวเมืองสังกัสสะเลยอย่างไรก็ตาม    เมื่อตรวจสอบอรรถกถาแล้ว  พบว่า ไม่มีการกล่าวถึงเมืองสังกัสสะเลย   เมื่อผู้เขียนศึกษาข้อมูลในพระไตรปิฎกออนไลน์ของมหาจุฬา ฯ เล่มที่ ๗ พระวินัยปิฎกเล่มที่ ๗    ก็ไม่มีความเกี่ยวข้องกับการเสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ของพระพุทธเจ้าเช่นกัน อย่างไรก็ตาม เนื้อหาสำคัญกล่าวว่าพระเรวตได้ไปแสวงบุญยังเมืองต่าง ๆ และหนึ่งในเมืองเหล่านั้นคือเมืองสังกัสสะ อยู่ด้วย 
    
            เมื่อยอมรับข้อเท็จจริงนี้แล้ว  ผู้เขียนจึงตัดสินใจค้นหาในพระไตรปิฎกออนไลน์ของมหาจุฬา ฯ  โดยป้อนคำว่า "ยมกปาฏิหารย์" พบว่าในพระไตรปิฎกออนไลน์ของมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยฉบับที่ ๒๕  พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๗ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ สุตตนิบาต เรื่อง "ยมกปาฏิหารย์"  กล่าวไว้ พระผู้มีพระภาคตรัสคาถานี้แก่เทวดาและมนุษย์ที่ประตูสังกัสสนครดังนี้ ในข้อ [๑๘๑] "ท่านผู้เป็นปราชญ์เหล่าใดใฝ่ใจในฌาน ยินดีในเนกขัมมะ แม้ทวยเทพก็ชื่นชมท่านผู้เป็นปราชญ์เหล่านั้น  ผู้มีสติ ตรัสรู้เองโดยชอบ"  

              ผู้เขียนเคยไปเมืองสังกัสสะนี้ครั้งหนึ่ง ขณะศึกษาปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยบานารัสฮินดู   เขตพาราณสี รัฐอุตตรประเทศ สาธารณรัฐอินเดีย และไม่ได้กลับไปอีกเลยนับตั้งแต่นั้นมา อย่างไรก็ตาม หลังจากศึกษาพระไตรปิฎกแล้ว  ผู้เขียนสงสัยว่าเมืองสังกัสสะมีความเกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนาอย่างไร  และทำไมจักรพรรดิอโศกจึงทรงให้สร้างเสาหินอโศกประดับด้วยสิงโต ตั้งอยู่บนยอดเสาอโศก  เพื่อเป็นอนุสรณ์แด่พระพุทธเจ้า 

             ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น ผู้เขียนจึงตัดสินใจศึกษาที่มาของความรู้เกี่ยวกับสังกัสสนคร ซึ่งเป็นเมืองที่น่าสนใจซึ่งกล่าวไว้ในพระไตรปิฎกหลายฉบับ การศึกษานี้อาศัยพยานเอกสารเช่น พระไตรปิฎก อรรถกถา บันทึกของสมณะจีนที่เดินทางมาสืบหาพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะการคัดลอกพระไตรปิฎก ซึ่งเป็นเอกสารสำคัญยังไม่เพียงพอ และต้องมีพยานวัตถุเช่นเมืองสังกัสสะ  เป็นหลักฐานสำหรับการวิเคราะห์ โดยการอนุมานความรู้ เพื่อพิสูจน์ความจริงโดยใช้เหตุผล  เป็นเครื่องมือที่นักปรัชญาใช้ เพื่ออธิบายความจริงของเรื่องนี้ เป็นต้น  

   
๒. ความสำคัญเกี่ยวกับเมืองสังกัสสนคร  

        ๒.๑ เมื่อผู้เขียนศึกษาพระไตรปิฎกออนไลน์ของมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยเล่มที่ ๒๕  พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๗ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ สุตตนิบาตเรื่อง ยมกปาฏิหารย์ กล่าวไว้ พระผู้มีพระภาคตรัสคาถานี้แก่เทวดาและมนุษย์ ที่ประตูสังกัสสนครดังนี้ในข้อ [๑๘๑] "ผู้เป็นปราชญ์เหล่าใดใฝ่ใจในฌาน ยินดีในเนกขัมมะ แม้ทวยเทพก็ชื่นชมท่านผู้เป็นปราชญ์เหล่านั้นผู้มีสติ ตรัสรู้เองโดยชอบ"   

            เมื่อศึกษาพยานเอกสารคือพระไตรปิฎกออนไลน์ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยแล้ว  ผู้เขียนอนุมานความรู้จากพยานเอกสารเพื่อพิสูจน์ความจริงของเรื่องนี้ โดยใช้เหตุผล เป็นเครื่องมือที่ใช้อธิบายความจริงได้ว่า เมื่อได้ยินข้อเท็จจริงว่าพระพุทธเจ้าทรงสนทนากับเทวดาและมนุษย์ที่ประตูสังกัสสนครแล้ว  ข้อเท็จจริงดังกล่าวจึงยืนยันความจริงว่า พระองค์ทรงเสด็จไปเผยแผ่พระพุทธศาสนาสังกัสสนครจริง  จากพยานหลักฐานที่กล่าวไว้ในพระไตรปิฎก ที่กล่าวยืนชัดแจ้งปราศจากข้อสงสัยในความจริงของการเสด็จมาเมืองนี้ของพระพุทธเจ้า อีกต่อไปจากข้อความที่ว่าพระองค์ได้ตรัสคาถาแก่เทวดาและมนุษย์ที่ประตูสังกัสสะนคร 

            ๒.๒ ในอรรถกถาใช้อธิบายเนื้อความพระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๕ ข้อ [๒๔] ในคาถาธรรมบทพุทธวรรคเนื้อความในอรรถกถา ข้อ ๒.เรื่องยมกปาฏิหารย์ ในความสำคัญว่าพระพุทธเจ้าแสดงยมกปาฏิหาริย์ (แสดงฤทธิ์ต่างๆ ) ที่เมืองสาวัตถี  ในอรรถกถาได้กล่าวเป็นใจความต่อไปอีก   ขณะที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงฤทธิ์ให้แก่ชาวเมืองสาวัตถีดูนั้นทรงนึกคิดขึ้นมาว่าพระพุทธเจ้าทั้งหลายในอดีตนั้น ทำปาฏิหาริย์แล้วไปจำพรรษที่ไหนทรงเห็นว่าไปจำพรรษาที่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์แล้วพระองค์จะได้โปรดพุทธมารดา..... 
   

    ๒.๓ จดหมายเหตุแห่งพุทธอาณาจักรของพระภิกษุฟาเหียน ในช่วงปี พ.ศ.๙๔๒ ถึง ๙๕๗ นั้น  พระภิกษุฟาเหียน ได้เดินทางมาที่ชมพูทวีป เพื่อค้นหาคัมภีร์พระไตรปิฎกได้เดินทางมาที่เมืองสังกัสสนครแห่งนี้ เขาได้ค้นพบว่าพระเจ้าอโศกมหาราชทรงมีศรัทธาในพระพุทธศาสนาทรงสร้างวิหารครอบลงเบื้องบันได้นั้นหนึ่งหลัง  ประดิษฐานพระพุทธปฏิมาองค์สูง ๑๖ ศอก เบื้องหลังของวิหารได้ทรงตั้งเสาศิลาขึ้นเสาหนึ่งสูงประมาณ ๕๐ ศอก และมีสิงโตตัวหนึ่งอยู่บนยอดเสานั้น [1]  

          จากพยานหลักฐานที่กล่าวมาแล้วข้าง ผู้เขียนวิเคราะห์ได้ว่า เมืองสังกัสสนคร เป็นเมืองหนึ่งที่พระพุทธเจ้าเสด็จมาเผยแผ่พระพุทธศาสนา  ในเบื้องต้นนั้น เป็นพยานหลักฐานในพระไตรปิฎก ฉบับมหาจุฬา ฯ และพระไตรปิฎกอื่นอีกหลายฉบับ ได้ยืนยันว่าพระพุทธเจ้าได้เสด็จมาสู่เมืองสังกัสสนครจริง

บรรณานุกรม
[1] พระยาสุรินทรฤาชัย(จันทร์ ตุงคสวัสดิ์) แปลและเรียบเรียง จากต้นฉบับของศาสตราจารย์เจมส์ เล็กจ์ เจ. แอลแอล.ดี.ผู้เชียวชราญด้านภาษาและอักษรศาสตร์ของจีน.     จดหมายเหตุแห่งพุทธอาณาจักรของพระภิกษุฟาเหียน ครั้งที่ ๓ มูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัยในพระบรมราชูปถัมภ์ พระนคร พ.ศ. ๒๕๒๒ : หน้า๘๗-๘๘


ไม่มีความคิดเห็น:

Post Top Ad

Your Ad Spot

หน้าเว็บ