Introduction: BHU, Indian Philosophical University
๑.บทนำ ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา
ความทรงจำในวัยเด็กของผู้เขียนเมื่อกว่า ๕๐ ปีที่แล้ว คือการฝันอยากจะเป็นทหารและใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในจินตนาการ ซึ่งหมายถึงการสร้างภาพในใจ และจมอยู่กับอารมณ์ในจินตนาการอย่างต่อเนื่อง นำผู้เขียนไปสู่ความเป็นส่วนตัวสูง ความหมกมุ่นกับอุดมคติ วิสัยทัศน์ และความทะเยอทะยานที่ไร้ขอบเขต การก้าวไปข้างหน้าในชีวิตเป็นสิ่งที่ดี แต่ความคิดเช่นนี้จะไร้ประโยชน์หากปราศจากการกระทำ แม้ว่าความทะเยอทะยานจะยังเป็นเพียงความฝันที่จะไม่มีวันเป็นจริง แต่ก็มีข้อดีมากกว่าข้อเสีย เพราะมันดีกว่าบางคนที่ไม่ได้วางแผนชีวิตให้ดีกว่านี้ อย่างไรก็ตามผู้เขียนยังมีความฝันอีกอย่างหนึ่งที่ใฝ่ฝันมาตั้งแต่เด็ก นั่นคือการไปศึกษาต่อต่างประเทศโดยมีญึ่ปุ่นเป็นจุดหมายปลายทาง
อินเดียเป็นประเทศเดียวที่ผู้เขียนไม่เคยฝันที่จะไปเยือนเพื่อศึกษาต่อ อาจเป็นเพราะในอดีต นักข่าวและหนังสือพิมพ์มักจะเขียนถึงอินเดียว่า ประเทศที่มีประชากรจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่ยากจนและสกปรก สำหรับผู้เขียนแล้ว การทำงานหนักหลายปีในงานที่ไม่เหมาะกับบุคลิกภาพของตน การทำงานภายใต้ความกดดันมหาศาล ได้เปิดเผยให้เห็นถึงความไม่เที่ยงของทุกสิ่งแม้กระทั่งความรู้สึกของมนุษย์ เมื่อเผชิญกับสิ่งที่ผู้เขียนไม่ชอบความรู้สึกเหล่านั้น ก็จะจางหายไปโดยปริยาย หลังจากอุปสมบทเป็นพระภิกษุแล้ว ผู้เขียนตั้งใจที่จะปฏิบัติตามประเพณีของพระพุทธศาสนาในราชอาณาจักรไทย ผู้เขียนเลือกที่จะบวชในช่วงเข้าพรรษา ๓ เดือน เพื่อพัฒนาชีวิตให้เข้มแข็ง จิตใจบริสุทธิ์ปราศจากทุกข์ จิตใจอ่อนโยนเหมาะสมกับการอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืนในสังคม ความมุ่งมั่นแน่วแน่ในการปกป้องประเทศชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ พวกเขาจึงไม่หวั่นไหวในการปฏิบัติหน้าที่ต่อผู้อื่น ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและยุติธรรม และสามารถวิเคราะห์โดยอนุมานความรู้จากหลักฐานต่าง ๆ เพื่อพิสูจน์ความจริงของเรื่องนั้น โดยการใช้เหตุผล ซึ่งเป็นเครื่องมือของนักปรัชญาในการอธิบายความจริงของคำตอบอย่างสมเหตุผล
หลังจากศึกษาหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา และนำคำสอนของพระพุทธเจ้ามาประยุกต์ใช้พัฒนาชีวิต และเปลี่ยนแปลงชีวิตแล้ว ผู้เขียนพบความสุขที่ยิ่งใหญ่กว่าขึ้นในการทำสิ่งที่เหมาะสมกับบุคลิกของตน คือการสอนหนังสือในโรงเรียนพระปริยัติธรรมเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง หลังจากใช้ชีวิตอย่างสันโดษเป็นเวลา ๓๔ ปี และบวชเป็นพระภิกษุ ได้ ๖ พรรษา ผู้เขียนตัดสินใจไปศึกษาต่อในคณะพุทธศาสตร์สาขาวิชาปรัชญาที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น หลังจากสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี ผู้เขียนศึกษาต่อในระดับปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยบานารัสฮินดู เขตพาราณสี สาธารณรัฐอินเดีย ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่เน้นปรัชญาฮินดู ผู้เขียนใช้เวลาหลายปีในการศึกษาที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ เป็นช่วงเวลาที่น่าภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้อุทิศชีวิตรับใช้พระพุทธเจ้า แม้จะเผชิญกับความท้าทายด้านสุขภาพก็ตาม ความเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องขณะปฏิบัติหน้าที่เป็นประสบการณ์ชีวิตที่ลึกซึ้ง แม้เวลาจะผ่านไปหลายปีแล้วความทรงจำอันล้ำค่าเหล่านี้ยังคงชัดเจนอยู่ อย่างไรก็ตาม ในอนาคต ประสบการณ์อันล้ำค่านี้จะสูญหายไปพร้อมกับความตาย ดังนั้น ผู้เขียนจึงได้เขียนปรัชญาพุทธภูมินี้ขึ้น เพื่อรักษาความรู้เกี่ยวกับการแสวงบุญสู่ดินแดนแห่งพระพุทธเจ้า ซึ่งเป็นความรู้ได้มาจากประสบการณ์ชีวิตส่วนตัว ผ่านอายตนะภายใน เพื่อสืบทอดการปฏิบัติอริยมรรคมีองค์ ๘ ไว้ และเพื่อให้คนรุ่นหลังได้ต่อยอดความรู้นี้เพื่อประโยชน์แก่มวลมนุษยชาติ

แม้ว่าผู้เขียนจะได้ยินข้อเท็จจริงบางอย่างเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยบานารัสฮินดู จากรุ่นพี่ที่เรียนอยู่ที่นั่นในขณะนั้น แต่หากถูกขอให้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ ผู้เขียนอาจแสดงความคิดเห็นโดยอาศัยปฏิภาณของตนเองโดยใช้เหตุผลและคาดคะเนความจริงจากสิ่งที่ผู้เขียนได้ยินมานั้น ผู้เขียนจะใช้เหตุผล ซึ่งเป็นเครื่องมือทางปรัชญา เพื่ออธิบายความจริงเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยแห่งนี้ อย่างไรก็ตาม ในฐานะมนุษย์ที่มีอายตนะภายในที่จำกัดในการรับรู้และมีอคติต่อผู้อื่น เนื่องจากความไม่รู้ของผู้เขียนทำให้ชีวิตของผู้เขียนเต็มไปด้วยความมืดมิด ผู้เขียนจึงขาดปัญญาที่จะเข้าใจในความจริงที่สมมติขึ้น และความจริงขั้นปรมัตถ์ได้ หากแสดงความคิดเห็นทางวิชาการในเรื่องใดเรื่องหนึ่งแล้ว บางครั้งผู้เขียนอาจใช้เหตุผลเพื่ออธิบายความจริงของเรื่องนั้นได้อย่างถูกต้อง บางครั้งผู้เขียนอาจใช้เหตุผลเพื่ออธิบายความจริงของเรื่องนั้นได้อย่างไม่ถูกต้อง บางครั้งผู้เขียนอาจใช้เหตุผล เพื่ออธิบายความจริงของเรื่องนั้นได้ในลักษณะนี้ บางครั้งผู้เขียนอาจใช้เหตุผลเพื่ออธิบายความจริงของเรื่องนั้นได้ในลักษณะนั้น
ชอบแสวงหาความรู้เกี่ยวกับ BHU ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยแห่งปรัชญาอินเดียนี้ต่อไป โดยตรวจสอบข้อเท็จจริง และรวบรวมหลักฐานต่าง ๆ มาเป็นข้อมูลเพื่อการวิเคราะห์โดยอนุมานความรู้ เพื่อหาเหตุผลอธิบายความจริงของคำตอบในเรื่อง "BHU" มหาวิทยาลัยแห่งปรัชญาอินเดียในรูปแบบบทความวิเคราะห์ข้อมูลโดยการอนุมานความรู้ เพื่อหาเหตุผลมาอธิบายความจริงของคำตอบในเรื่องนี้อย่างสมเหตุสมผล ส่วนกระบวนการพิจารณาความจริงของพระพุทธเจ้าจะเป็นประโยชน์ต่อนักศึกษาระดับปริญญาเอกสาขาปรัชญา พระพุทธศาสนาและสาขาอื่น ๆ ในการตรวจสอบข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐาน เมื่อมีหลักฐานเพียงพอแล้ว ก็ใช้หลักฐานเป็นข้อมูลเพื่อการวิเคราะห์ โดยอนุมานความรู้ เพื่อพิสูจน์ความจริงในหัวข้อวิจัย โดยใช้เหตุผลซึ่งเป็นเครื่องมือของนักปรัชญาในการอธิบายความจริงของเรื่องนี้ โดยวิญญูชนไม่สงสัยในข้อเท็จจริงอีกต่อไป
๒.ที่มาของความรู้ของมหาวิทยาลัย BHU
๒.๑ ในความฝันของผู้เขียน ความฝันหนึ่งที่ไม่เคยลืมเลือน คือการเดินทางไปศึกษาต่อต่างประเทศ กาลเวลาผ่านไปหลายปีผ่านพ้นวัยกลางคน แต่การแสวงหาความหมายให้ชีวิตนั้นไม่เคยหยุดนิ่ง ผู้เขียนจึงปรึกษากับอาจารย์ที่ปรึกษาในระดับปริญญาตรี เพื่อช่วยหาข้อมูลเกี่ยวกับค่าเล่าเรียนในมหาวิทยาลัยในประเทศอินเดีย ให้ผู้เขียนตัดสินใจเลือกตัดสินใจเลือกมหาวิทยาลัยเมืองพาราณสี ที่มีค่าเล่าเรียนถูกที่สุดนี่คือความรู้เกี่ยวกับมหาวิทยาลัยแห่งนี้ ส่วนนอกนี้ข้าพเจ้าไม่รู้อะไรเลยไม่ว่า จะเป็นข้อมูลเกี่ยวมหาวิทยาลัยการใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัย ควรทำอย่างไรเป็นเรื่องไม่เคยนึกถึง แต่อย่างใดเพียงให้ได้เดินทางมาศึกษาต่อเพียงอย่างเดียว เหตุผลที่ควรเรียนต่อในต่างประเทศโดยเฉพาะอินเดีย เนื่องจากมีค่าเล่าเรียนที่ถูกที่สุดในโลกเพราะค่าเทอมศึกษาต่อปริญญาโทที่ประเทศไทยแพงมาก ในบางหลักสูตรผู้เขียนได้ขอข้อมูลจากบุคคลที่เรียนต้องเสียค่าใช้จ่ายในการศึกษาถึง ๔๕๐,๐๐๐ บาทต้องกู้ยืมเงินจากแหล่งทุน เพื่อศึกษาอีกด้วยแล้วผู้เขียนจะเอาเงินมากไหนมาเป็นค่าเล่าเรียน ผู้เขียนไม่เคยคิดเอาค่าเรียนเป็นภาระของคนอื่นโดยเฉพาะคนในครอบครัว ๆ เพราะเมื่อผู้เขียนเลือกทางชีวิตของตัวเอง ผู้เขียนขอความช่วยเหลือจากอาจารย์หัวหน้าภาควิชาปรัชญาของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น วัดธาตุเมืองเก่า เพื่อช่วยหาข้อมูลเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยในประเทศอินเดีย
ผู้เขียนตัดสินใจมาศึกษาที่มหาวิทยาลัยบันนารัสฮินดูเพราะค่าเรียนถูกที่สุด และที่สำคัญรัฐบาลไทยรับรองคุณภาพของการศึกษาเนื่องจากมีข้อจำกัดเรื่องทุนการศึกษา เพราะพ่อส่งให้ค่าใช้จ่ายเพียงเดือนละ๓,๐๐๐ บาท เมื่อศึกษาจบปริญญาโทแล้วก็คิดว่าจะไปสอนในโรงเรียนปริยัติธรรมแผนกสามัญสักแห่งหนึ่งก็พอแล้ว ใช้ชีวิตอย่างสงบ และเรียบง่ายการเดินทางมาเรียนที่อินเดียผู้เขียนอยู่ที่ประเทศนี้เป็นเวลาถึง ๙ ปี โดยผู้เขียนส่งเอกสารผ่านฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ของมจร วัดมหาธาตุเป็นผู้ดำเนินงานให้ เพราะผู้เขียนติดอบรมโครงการพระธรรมทูตสายต่างประเทศรุ่นที่ ๘ อยู่ ผู้เขียนเริ่มต้นการศึกษาปริญญาโทที่นี้สิ้นสุดลงด้วยการศึกษาจบปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยที่ประตูแห่งนี้ด้วยการเดินทางกลับประเทศไทยวันที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๕๔
๒.๒ การใช้ชีวิตในต่างแดนต่างครั้งแรกเมื่อวันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๔๕ผู้เขียนเดินทางมาเรียนต่อที่ประเทศอินเดีย โดยเครื่องบินสายการบินไทยเที่ยว ๑๐ โมงเช้าออกจากสนามบินดอนเมืองมาถึงสนามบินกัลกาตาร์ สาธารณรัฐอินเดีย เวลาในอินเดียประมาณบ่ายสี่โมงเย็น วันนั้นผู้เขียนจำได้ว่ามองผ่านหน้าต่างเครื่องบินของสายการบินไทย ที่สนามบินโกลกาตาร์มีฝนตกมีน้ำเจิ่งนองขังทั่วไป สนามบินแห่งนี้เป็นสนามบินนานาชาติมีขนาดไม่ใหญ่โตมากนัก และไม่สวยงามที่ผู้เขียนคิด แต่โชคดีที่มากับรุ่นพี่ของมหาวิทยาลัยหลายคนที่สนามบินวุ่นวายเพราะการตรวจตรากระเป๋าหลายใบ นับแต่บัดนี้ชีวิตผู้เขียนต้องเริ่มต้นใหม่นับหนึ่งใหม่อีกครั้งหนึ่ง คณะของเราเป็นพระเกือบทั้งหมดมาจากประเทศไทย ออกจากสนามบินตอนแรก ผู้เขียนคิดว่าเมืองโกลกัลต้าเป็นเมืองที่ตั้งของมหาวิทยาลัยบันนารัสฮินดูแล้วที่มาเรียนต่อแล้วแต่รถแทกซี่พาเราไปที่วัดBuddhist Bengal เพื่อพักผ่อนรอเวลาขึ้นรถไฟเดินทางต่อไปจากนั้นประมาณ ๑ ทุ่มคณะเราก็ขึ้นรถไฟที่สถานีรถไฟฮาวราห์ (Howrah Railway Station) เพื่อเดินทางไปอีก ๖๖๓ กิโลเมตรสู่เมืองพาราณสี อันเป็นจุดหมายปลายทางของพวกเรา คณะเราไปถึงที่สถานีรถไฟมงคลส่าหร่ายใช้เวลาเดินทาง ๑๑ ชั่วโมงกว่า เมื่อเดินทางมาถึงเวลา ๐๘.๐๐ น. มีรุ่นพี่มารับเราที่สถานีรถไฟมงคลสาหร่าย
๒.๓ เสน่ห์ของอินเดีย การมีประชาชนหนาแน่นชีวิตต้องต่อสู้เพื่อให้ได้สิ่งใดสิ่งหนึ่งล้วนแต่เป็นเสน่ห์ของชีวิตที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ในโลกแห่งความลำบากต้องอาศัยความเพียรของการดำเนินอยู่ของชีวิตก็ตาม ทุกคนไม่อยากลำบากในการดำเนินชีวิต ฉันใช้ชีวิตอยู่ในหอพักของมหาวิทยาลัยเกือบ ๑ เดือน ก็ถึงวันนัดตรวจเอกสาร เพื่อพิจารณาการขอ admission มหาวิทยาลัยแห่งนี้ มีอายุเกือบ ๙๐ ปี เป็นอาคารแบบอังกฤษโบราณ เป็นหอพักนักศึกษาของชาวอินเดียเป็นส่วนใหญ่ มหาวิทยาลัยแห่งนี้ นิยมใช้จักรยานมากกว่ายานพาหนะอื่นๆ (ยังมีต่อ)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น