The greatest discovery is the natural laws of human life. That everyone is equal Without choosing a social caste as the basis for determining humanity When the soul is the real person of man That accumulates knowledge from the mind with reasons And show his intention to act accordingly Would receive the result of Own action

Breaking

Post Top Ad

Your Ad Spot

วันอังคารที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2563

บทนำสู่ปรัชญาพุทธภูมิ : วัดเชตวันมหาวิหาร


 Introduction to Buddhaphumi Philosophy :  Jetavana Monastery 


บทนำ ความเป็นมาและความสำคัญของวัดเชตวันมหาวิหาร

 ในปี ๒๐๐๒ ขณะที่ผู้เขียนกำลังศึกษาต่อปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยบานารัสฮินดู เขตพาราณสี  รัฐอุตตรประเทศ สาธารณรัฐอินเดีย ผู้เขียนได้ฟังเรื่องราวเกี่ยวกับวัดเชตวันมหาวิหารจากเพื่อนนักศึกษา พวกเขาเล่าว่าพระนครสาวัตถีเป็นที่ประทับของพระพุทธเจ้าทรงเป็นเวลา ๒๕ ปีเพื่อเผยแผ่พระพุทธศาสนา   และพัฒนาศักยภาพชีวิตของผู้คนในเมืองสาวัตถีแห่งอาณาจักรโกศลด้วยการปฏิบัติอริยมรรคมีองค์ ๘ ประการ เพื่อให้พวกเขาบรรลุสัจธรรมของชีวิต  วัดเชตวันมหาวิหารตั้งอยู่ห่างจากสถานที่ที่ประสูติของพระพุทธเจ้าในสหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเนปาลเพียง ๑๗๕ กิโลเมตรเท่านั้น  เมื่อผู้เขียนบวชเป็นพระภิกษุ และเริ่มศึกษาพระพุทธศาสนาอย่างเป็นทางการ ที่สำนักธรรมสนามหลวงของวัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหารในช่วงจำพรรษาปีแรกพระอาจารย์ฝ่ายปริยัติธรรมสอนผู้เขียนว่าในสมัยพุทธกาลนั้น วัดเชตวันมหาวิหาร ตั้งอยู่ที่พระนครสาวัตถีซึ่งเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรโกศล(ปัจจุบันคืออำเภอสาวัตถี รัฐอุตตรประเทศ สาธารณรัฐอินเดีย)  ในเวลานั้นผู้เขียนไม่ได้สนใจศึกษานัก เนื่องจากราชอาณาจักรไทยไทยมีวัดมาก มายนับหมื่นแห่ง 

         ระหว่างผู้เขียนศึกษาที่มหาวิทยาลัยบานารัสฮินดู เมืองพาราณสีรัฐอุตตรประเทศ สาธารณรัฐอินเดียเป็นเวลาหลายปี ผู้เขียนมีโอกาสได้เดินทางไปแสวงบุญที่วัดเชตวันหลายครั้ง   และบางครั้งผู้เขียนก็ทำหน้าที่เป็นนักเทศน์ทางพระพุทธศาสนา บรรยายเกี่ยวกับประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนา ณ วัดเชตวันมหาวิหาร อำเภอสาวัตถีรัฐอุตตรประเทศ สาธารณรัฐอินเดีย ทำงานใน ๔ เมืองศักดิ์สิทธิ์ของพระพุทธศาสนา ผู้เขียนได้รับแรงบันดาลใจให้ศึกษาพระพุทธศาสนาจากพระไตรปิฎกเพื่อสอนนักศึกษาปริญญาโทและปริญญาเอก ตลอดจนศึกษาการใช้เหตุผลทางพุทธศาสนาในการตีความข้อเท็จจริง เพื่อให้เข้าถึงสัจธรรมสูงสุดได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น 

      วัดเชตวันมหาวิหารเป็นวัดที่สำคัญแห่งหนึ่งในพระพุทธศาสนา เนื่องจากพระพุทธเจ้าทรงประทับอยู่ที่นั้นเป็นเวลา ๑๙ พรรษา เดิมเป็นพระอุทยาน (สวนหลวง) ของเจ้าชายเชตแห่งราชวงศ์โกศล ตั้งอยู่นอกกำแพงเมืองสาวัตถีทางทิศใต้ ดังปรากฏหลักฐานในพระไตรปิฎกเล่มที่ ๗ พระวินัยปิฎกเล่มที่ ๗[ฉบับมหาจุฬา ฯ ] จูฬวรรค[เสนาสนขันธกะ] ข้อ ๓๐๘ ได้กล่าวว่า" สมัยนั้นท่านอนาถบิณฑิกคหบดีเป็นคน มีมิตรมาก มีสหายมาก ประชาชนเชื่อถือคำพูดท่านอนาถบิณฑิกคหบดีทำธุระในกรุงราชคฤห์เสร็จแล้วก็เดินทางกลับไปกรุงสาวัตถี ระหว่างทางชวนคนทั้งหลายสร้างอาราม สร้างวิหาร เตรียมทานเวลานี้พระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นมาแล้วในโลกนี้และข้าพเจ้าได้ทูลนิมนต์พระผู้มีพระภาคเจ้านั้นแล้ว พระองค์จะเสด็จมาทางนี้ครั้งนั้นคนทั้งหลายที่ท่านอนาถบิณฑิกคหบดีชักชวนไว้ได้พากันสร้างอารามสร้างวิหารเตรียมทาน

      ครั้นท่านอนาถบิณฑิกคหบดีถึงกรุงสาวัตถีเที่ยวตรวจดูรอบๆกรุงสาวัตถีคิดว่าพระผู้มีพระภาคเจ้าควรประทับที่ไหนดี ซึ่งไม่ไกลจากหมู่บ้านเกินไปไม่ใกล้จากหมู่บ้านเกินไป การคมนาคมสะดวก ผู้อยากจะเข้าเฝ้าไปมาสะดวกได้ง่าย ผู้คนไม่พลุกพล่านกลางคืนมีเสียงรบกวนน้อยไม่มีเสียงอึกทึกไร้ผู้คน เป็นสถานที่พวกมนุษย์จะทำกิจที่ลับได้เหมาะแก่การหลีกเร้น ท่านอนาถบิณฑิกคหบดีได้เห็นว่าพระอุทยานของเจ้าเชตราชกุมาร เป็นสถานที่ไม่ไกลจากหมู่บ้านเกินไป  ไม่ใกล้จากหมู่บ้านเกินไป  การคมนาคมสะดวก ผู้อยากจะเข้าเฝ้าไปมาสะดวกได้ง่ายผู้คนไม่พลุกพล่าน กลางคืนมีเสียงรบกวนน้อยไม่มีเสียงอึกทึกไร้ผู้คน เป็นสถานที่พวกมนุษย์จะทำกิจที่ลับได้เหมาะแก่การหลีกเร้นครั้นแล้ว ถึงเข้าเฝ้าเจ้าเชตราชกุมารถึงที่ประทับ  ครั้นถึงที่แล้วได้กราบทูลเจ้าเชตราชกุมารดังนี้ว่าพระลูกเจ้าขอพระองค์ทรงโปรดประทานพระอุทยานแก่กระหม่อมเพื่อจัดสร้างพระอารามเถิด พระเจ้าขา"   

        เหตุผลที่อนาถบิณฑิกเศรษฐีสร้างวัดเชตวันนั้น ก็เพราะท่านได้ฟังพระธรรมเทศนาเรื่อง"ชีวิตมนุษย์" ของพระพุทธเจ้าที่เมืองราชคฤห์ อาณาจักรมคธ   และต่อมาบรรลุธรรมขั้นต้น(โสดาบัน)  อนาถบิณฑิกะเป็นพุทธศาสนิกชน ผู้เคร่งครัดที่ปรารถนาให้พระพุทธเจ้า ทรงเผยแผ่พระธรรมแก่ประชาชนในเมืองสาวัตถีอาณาจักรโกศล เพื่อให้พวกเขาพัฒนาศักยภาพชีวิตของตนเองด้วยการปฏิบัติอริยมรรค ๘ ประการ เพื่อให้บรรลุความจริงของชีวิต และดำรงชีวิตอย่างสงบสุข โดยยึดถือศีลธรรมและกฎหมายในพรรษาที่ ๑๔  พระพุทธเจ้าเสด็จมาประทับที่วัดเชตวันมหาวิหารเป็นครั้งแรก วัดแห่งนี้เป็นวัดพุทธแห่งที่สองที่อนาถบิณฑิกเศรษฐีสร้างขึ้นในอาณา จักรโกศล พุทธศาสนิกชนผู้เคร่งครัดได้สร้างวัดแห่งนี้เพื่อถวายพระพุทธเจ้าและสาวกได้จำพรรษาในช่วงฤดูฝน ๓ เดือนและเป็นสถานที่เผยแผ่พระพุทธศาสนาในอาณาจักรโกศลเพื่อพัฒนาศักยภาพชีวิตชาวโกศลและช่วยให้พวกเขาบรรลุอภิญญาทั้ง ๖  พระพุทธเจ้าจึงเสด็จเผยแผ่พระพุทธศาสนาในดินแดนนี้เป็นเวลา ๒๕ พรรษา โดยประทับอยู่ที่วัดเชตวันมหาวิหารเป็นเวลา ๑๙ พรรษา  และวัดบุพพารามเป็นเวลา ๖ พรรษา 
     
        จากตำราในโรงเรียนและมหาวิทยาลัยทางพุทธศาสนา และการฟังคำเทศนาหลายครั้งของพระธรรมทูตแห่งราชอาณาจักรไทยในวัดเชตวันมหาวิหารโบราณแห่งนี้ ผู้เขียนจึงยอมรับข้อเท็จจริงโดยปริยายว่าเป็นความจริง อย่างไรก็ตาม ตามคำสอนของพระพุทธเจ้า เมื่อเราได้ยินข้อเท็จจริงที่สืบทอดต่อกันมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน หรือการปฏิบัติที่กลายเป็นขนบธรรมเนียมและจารีตประเพณี หรือข่าวลือ  ตำราหรือคัมภีร์ทางศาสนา เป็นต้น เราไม่ควรเชื่อทันที  เราควรตั้งข้อสงสัยไว้ก่อน จนกว่าจะมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงและรวบรวมหลักฐาน จากนั้นก็นำหลักฐานเหล่านั้นมาวิเคราะห์โดยอนุมานความรู้ โดยใช้เหตุผลมาอธิบายความจริงของคำตอบในเรื่องวัดเชตวัน  

       ดังนั้น เมื่อข้อเท็จจริงเกี่ยวกับวัดเชตวันมหาวิหารนั้น ตามหลักคำสอนของพระพุทธเจ้ายังคงเป็นที่สงสัย ผู้เขียนจึงสนใจที่จะค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติม เกี่ยวกับวัดนี้ในพระไตรปิฏก โดยเขียนวิเคราะห์โดยอนุมานความรู้จากหลักฐานในพระไตรปิฎก อรรถกถา บันทึกการเดินทางแสวงบุญของสมณะจีน ๒ รูปไปยังพุทธภูมิ ความเห็นที่บันทึกโดยนักโบราณคดี  และประสบการณ์ทางประสาทสัมผัสส่วนตัวของผู้เขียนจากการเดินทางแสวงบุญ ในวัดเชตวันมหาวิหารหลายครั้ง  ทั้งในฐานะผู้แสวงบุญและนักเทศน์ เป็นต้น ผู้เขียนใช้เหตุผลในการอธิบายความจริงของวัดเชตวันมหาวิหาร บทความนี้จะเป็นประโยชน์ต่อพระภิกษุ สามเณร นักเทศน์ พระธรรมทูตแห่งราชอาณาจักรไทย ในการบรรยายประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนาเกี่ยวกับวัดเชตวันมหาวิหาร เพื่อให้ผู้แสวงบุญในพุทธภูมิเข้าใจเนื้อหาไปในทิศทางเดียวกัน นอกจากนี้ กระบวนพิจารณาความจริงในพระพุทธศาสนาและปรัชญานี้ จะเป็นประโยชน์ต่อนักศึกษาปริญญาเอกด้านพระพุทธศาสนาและปรัชญา โดยการให้แนวทางสำหรับการวิเคราะห์ข้อมูลผ่านการอนุมานความรู้โดยใช้เครื่องมือทางปรัชญา เพื่ออธิบายความจริงของหัวข้อวิจัยและสร้างองค์ความรู้ที่ตรงตามเกณฑ์อย่างสมเหตุสมผล และไม่มีข้อสงสัยใด ๆ เกี่ยวกับข้อเท็จจริงของการวิจัยระดับปริญญาเอก     


ไม่มีความคิดเห็น:

Post Top Ad

Your Ad Spot

หน้าเว็บ