The greatest discovery is the natural laws of human life. That everyone is equal Without choosing a social caste as the basis for determining humanity When the soul is the real person of man That accumulates knowledge from the mind with reasons And show his intention to act accordingly Would receive the result of Own action

Breaking

Post Top Ad

Your Ad Spot

วันพุธที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

บทนำ สู่ปรัชญาพุทธภูมิ : เจดีย์เคียงคู่ฟ้าชั่วนิรันดร์

บทนำ สู่ปรัชญาพุทธภูมิ : เจดีย์เคียงคู่ฟ้าชั่วนิรันดร์ 
(Introduction to the BuddhaBhumi Philosophy: Pagodas Standing Eternally Beside the Sky)

๑.บทนำ  
๒.เจดีย์ของพระเจ้าสุทโธทนะ 
๓.เจดีย์ของพระนางสิริมหามายา 

๑.บทนำ ภูมิหลังและความสำคัญของโบราณสถานแห่งพุทธภูมิ

                 ในปีพ.ศ.๒๕๕๙  ผู้เขียนพร้อมกับคณะผู้แสวงบุญ ๓๐ คน  ได้ออกตามรอยบาทพระศาสดา ณ ดินแดนพุทธภูมิ     โดยมีจุดหมายสำคัญอยู่ที่การเข้าเยี่ยมชมเมืองกบิลพัสดุ์ อดีตราชธานีอันรุ่งเรืองแห่งอาณาจักรสักกะ ซึ่งปัจจุบันตั้งอยู่ในเขตอำเภอกบิลพัสดุ์          จังหวัดลุมพินี  ประเทศเนปาล    สถานที่แห่งนี้ไม่เพียงเป็นมาตุภูมิของพระเจ้าสุทโธทนะผู้เป็นพุทธบิดาของเจ้าชายสิทธัตถะ    หรือพระพุทธเจ้าของเรา     เป็นสถานที่ประทับอยู่ในช่วงปฐมวัยของเจ้าชายสิทธัตถะเท่านั้นแต่ในนิติทางจิตวิญญาณจิตของพุทธศาสนิกชนมักเกิดความเลื่อมใสและสั่งสม "สัญญาจำได้หมายรู้ "       ว่าการได้มาน้อมสักการะบูชา ณ  สถานสังเวชนียสถาน และสถานโบราณอันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้     ย่อมเป็นพลวปัจจัยหนุนดวงวิญญาณ (ปฏิสนธิวิญญาณ)  ไปสู่สุคติภายหลัง ความตาย      แม้ผู้เขียนจะเคยมาเยือนสถานที่แห่งนี้หลายครั้ง ทว่าทุกครั้งกลับทวีความเลื่อมใสศรัทธา         และไม่แปรเปลี่ยนเป็นความเบื่อหน่ายเลย  

ในมิติพื้นที่และชาติพันธ์      ปัจจุบันดินแดนแถบนี้แวดล้อมไปด้วยวิถีชีวิต  ของชาวฮินดู ผู้บริโภคอาหารมังสวิรัติ     เพื่อชำระล้างกายและจิตใจให้บริสุทธิ์       มุ่งหวังเข้าถึงสภาวะ "โมกษะ"  ตามหลักปรัชญาอินเดียโบราณ    ทัศนียภาพสองข้างทางเต็มไปด้วยพื้นที่เกษตรกรรมอันเงียบสงบ        ทว่าความเปลี่ยนแปลงของกาลเวลาอันยาวนานกว่า ๒,๕๐๐ ปี    พระราชวังกบิลพัสดุ์อันยิ่งใหญ่ในอดีต ได้แปรสภาพเหลือเพียงซากปรักหักพังทางโบราณคดี(Ancient Kapilavastu)  ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม

         ทางทิศเหนือของพระราชวังโบราณแห่งนี้ เป็นที่ประดิษฐานของ "เจดีย์คู่  หรือสถูปฝาแฝด  (Twin Stupas)"     อันเป็นสถูปโบราณของพระ เจ้าสุทโธทนะและพระนางมายาเทวี ที่ตั้งตระหง่านเคียงคู่กันใกล้เชิงเขาหิมาลัย       สถานที่แห่งนี้ เป็นอนุสรณ์สถานสำคัญ ที่ฉายภาพเหตุการณ์ในอดีต       เมื่อครั้งเจ้าชายสิทธัตถะทรงตัดสินพระทัยสละฐานันดรศักดิ์แห่งวรรณะกษัตริย์ เสด็จออกผนวชเป็นพระโพธิสัตว์ ยอมลดพระองค์    มารับบิณฑบาตรจากผู้คนทุกชนชั้นวรรณะ  เพื่อใช้เวลาทั้งหมด ในการพัฒนาศักยภาพทางจิต  และปฏิบัติธรรมแนวทางอริยมรรคมีองค์ ๘    จนกระทั่งค้นพบความจริงแท้ของโลก 
๒.ปัญหาทางญาณวิทยาและข้อสงสัยเชิงวิชาการ

        แม้ว่าในโลกปัจจุบัน ทุกประเทศจะมีการจัดตั้งสถาบันการศึกษา   เพื่อพัฒนาศักยภาพและทักษะทางวิชาชีพของประชากรอย่างเป็นระบบ ทว่าระบบการศึกษาเหล่านั้นกลับมุ่งเน้นเพียงความเจริญทางวัตถุ และการขับเคลื่อนมูลค่าทางเศรษฐกิจ  ในเชิงธุรกิจ    โดยมิได้มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาจิตวิญญาณ ของประชาชนในประเทศตนเอง  ให้หลุดพ้นจากวัฏสงสาร การอุบัติขึ้นของ "อริยบุคคล"  จึงเป็นเรื่องที่หาได้ยากยิ่ง ในสังคมร่วมสมัย 

            เมื่อมองย้อนกลับมายังดินแดนพุทธภูมิ ร่องรอยของอาณาจักรสักกะหลงเหลืออยู่จำกัดนยิ่ง  นามสมมติเชิงประวัติศาสตร์ แทบจะหายไป จากผัสสะของมนุษย์   ปุถุชนทั่วไปที่มีขีดจำกัดในการรับรู้และถูกครอบงำด้วยอคติ      ขาดความเข้าใจ "สมมติสัจะ" ( Concentional Reality)    และ "ปรมัตถสัจจะ"  (Ultimate Truth)   มักมองโบราณสถานเหล่านี้ เป็นเพียงก้อนอิฐเก่าที่ไร้ค่าเชิงพาณิชย์   ส่งผลให้ความรู้เบื้องหลังการสร้างโบราณอนุสรณ์สถาน         ขาดการสืบทอดอย่างน่าเสียดาย     

            ความน่าสนใจเชิงญาณวิทยาอยู่ตรงที่พยานหลักฐาน      และประวัติศาสตร์อันลึกซึ้งของพุทธภูมิ          กลับมิได้หลงเหลืออยู่อย่างสมบูรณ์ในดินแดนต้นกำเนิดพระพุทธศาสนา      ทว่ากลับถูกรักษา ไว้อย่างมั่นคง   ในคัมภีร์พระไตรปิฎก  อรรถกถา  รวมถึงบันทึกการเดินทางของสมณทูตชาวจีน  (พระถังซัมจังและพระฟาเหียน)  ซึ่งหลงเหลือสืบทอดมามาในดินแดนห่างไกลเช่นศรีลังกา  เมียนมา ไทย และลาว ในขณะที่ผู้อยู่อาศัยในดินแดนพุทธภูมิ   ปัจจุบัน กลับดำเนินชีวิตอยู่บนรากฐานความเชื่อ เชิงเทวนิยมและประกอบพิธีอามิสบูชา ต่อเทพเจ้าตามกรอบคิดแบบเดิม  

จากความลักลั่นระหว่าง "หลักฐานทางคัมภีร์"และ "สภาวะเชิงประจักษ์ทางโบราณสถาน"  ที่ผู้เขียนได้สัมผัส   ย่อมก่อให้เกิดประเด็นข้อสงสัย  และสมมติฐานเชิงปรัชญาที่ต้องนำมาวิเคราะห์ด้วยเหตุผล  ๓ ประการดังนี้

๑.ประเด็นมหาเทพผู้สร้างและระบบวรรณะ :   ทฤษฎีกำเนิดโลก ของพราหมณ์โบราณที่อ้างว่า พระพรหมทรงสร้างมนุษย์ และแบ่งวรรณะให้ทำหน้าที่ต่างกันนั้น  มีข้อเท็จจริงรองรับหรือไม่  และเหตุใดพราหมณ์ปุโรหิต ในราชสำนัก จึงไม่สามารถอธิบายประวัติความเป็นมาของพระพรหมเชิงประจักษ์ได้    เมื่อถูกเจ้าชายสิทธัตถะทรงตั้งคำถามเชิงวิพากษ์  ?
๒.ประเด็นคตินิยมการสร้างเจดีย์คู่  : มโนทัศน์และมูลเหตุที่แท้จริงในการสร้างสถูปเจดีย์ของพระเจ้าสุทโธทนะและพระนางสิริมหามายาเคียงคู่กันนั้น    สะท้อนสภาวะทางจิตวิญญาณและความเป็นของดวงวิญญาณภายหลังความตาย ตามหลักปรัชญาพุทธภูมิอย่างไร  ? 
๓.ประเด็นด้านการแผ่ขยายความรู้ : เหตุใดปัญญาญาณการรู้แจ้งของพระพุทธองค์ จึงดับสูญและเลือนหายไปจากถิ่นกำเนิด   แต่กลับไปเจริญรุ่งเรือง และมีพยานหลักฐานหลงเหลือ อยู่อย่างหนาแน่นในดินแดนสุวรรณภูมิ และประเทศเพื่อนบ้าน  ? 

ด้วยเหตุผลและข้อสงสัยทางญาณวิทยาดังกล่าว  ผู้เขียนจึงเกิดแรงบันดาลใจในการรังสรรค์บทความเรื่อง "Twin Stupa (สถิตเคียงคู่ฟ้าชั่วนิรันดร์)"  โดยมุ่งวิเคราะห์และอนุมานความรู้จากข้อมูลจากพระไตรปิฎก   อรรถกถา และบันทึกของสมณจีน ๒ ท่าน เพื่อนุมานความรู้และถอดนมัสการความจริงแท้เชิงปรัชญา  ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการพัฒนาองค์ความรู้ในพระพุทธศาสนาให้ก้าวหน้าและเที่ยงตรงสืบไป             

ไม่มีความคิดเห็น:

Post Top Ad

Your Ad Spot

หน้าเว็บ