The greatest discovery is the natural laws of human life. That everyone is equal Without choosing a social caste as the basis for determining humanity When the soul is the real person of man That accumulates knowledge from the mind with reasons And show his intention to act accordingly Would receive the result of Own action

Breaking

Post Top Ad

Your Ad Spot

วันอังคารที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2567

บทนำ : สุนทรียศาสตร์แห่งผาเดียวดาย

บทนำสู่งปรัชญาพุธภูมิ : สุนทรียศาสตร์แห่งผาเดียวดาย 
(An Introduction  To  BuddhaBhumi Philosophy  : The  Aesthetics of Lonely Cliff)

คำสำคัญ ผาเดียวดาย (Pha Diao Dai),  สุนทรียศาสตร์ (Aesthetic)  ปรัชญาพุทธภูมิ (BuddhaBhumi  Philosophy) 

บทนำ
๑.ความเป็นมาของผาเดียวดาย: มิติทางธรรมชาติสู่พื้นที่ทางจิตวิญญาณ

       "ผาเดี่ยวดาย"ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่    (เขตติดต่อตำบลหินตั้ง  อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก) ดินแดนแห่งนี้มีลักษณะเป็นหน้าผาสูงชันที่ทอดตัวสู่หุบเหวกว้างใหญ่เบื้องล่าง       โดยมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติ เป็นสะพานไม้และคอนกรีตกว้างประมาณ   ๒     เมตร  ทอดยาวราว ๒๐๐  เมตร  ซึ่งเจ้าหน้าที่อุทยานได้รังสรรค์ขึ้นเพื่อพิทักษ์ระบบนิเวศน์จากการรบกวนของมนุษย์

ในมิติการท่องเที่ยว ผาเดียวดายคือหนึ่งในจุดชมวิวที่งดงามทรงพลังและน่าทึ่งที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย    ทว่าในมิติทางจิตวิญญาณ  สถานที่อันเงียบสงบ และโดดเดี่ยวแห่งนี้ เปรียบเสมือน    "สวรรค์บนดิน"หรือ "พื้นที่หลบภัย"       สำหรับผู้ที่ต้องการหยุดพักชั่วคราวเพื่อหลีกหนีจากความเครียดเรื้อรังในโลกฆราวาส         ช่วยชุบเลี้ยงจิตวิญญาณให้แข็งแกร่งพอ         ที่จะกลับไปเผชิญความผันผวนของโลกภายนอก   และเปิดโอกาสให้ผู้แสวงหาความสงบภายในได้ใช้เป็นพื้นที่สัปปายะในการเจริญภาวนาเพื่อชำระกิเลสที่ทับถมอยู่ในใจ  

  • ปมปริศนาแห่งสุนทรีย์ :  ท่ามกลางความเงียบงันและความโดดเดี่ยวอันเป็นเอกลักษณ์      อะไรคือ "ความงดงามที่แท้จริง"  ของผาเดียวดาย?     เหตุใดความเหว่่ว้าของหน้าผาสูงชันจึงสามารถพลิกกลับ     กลายเป็นความรื่นรมย์ อันลึกซึ้งในจิตใจของมนุษย์ได้   ?    ความงามเช่นนี้เป็นภาพลวงตา ที่จิตมนุษย์รับรู้ผ่านอายตนะภายใน             และปรุงแต่งอารมณ์ให้เกิดความงามขึ้น  หรือสุนทรียศาสตร์ชั้นสูงที่ซ่อนนัยแห่งการหลุดพ้นพ้นเอาไว้ ? นี่คือประเด็นสำคัญที่ท้าทายให้เราสืบค้นและศึกษาค้นคว้าในมิติเชิงปรัชญาต่อไป
๒.ความสำคัญของปัญหา : วังวนแห่งอายตนะและกิเลสตัณหา

                โดยทั่วไปแล้ว    จิตใจของมนุษยขับเคลื่อนผ่าน "อายตนะภายใน"    (ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ )  เพื่อรับรู้สิ่งเร้าโลกภายนอกแล้ว     แล้วรวมรวบเรื่องราวเหล่านั้นเป็น "ข้อมูลทางอารมณ์" อยู่ภายในจิตใจ ทว่าชีวิตมนุษยชาติไม่ได้หยุดอยู่แค่การรับรู้       และการรวบรวมข้อมูลทางอารมณ์เท่านั้น  จิตมนุษย์ยังทำหน้าที่คิด  ปรุงแต่ง (สัณฐาน)     และสร้างภาพจำลอง (สังขาร) จนก่อให้เกิดความทะยานอยาก (ตัณหา)  ในวัตถุทางโลก  ไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สิน บ้าน  ที่ดิน  รถยนต์ไฟฟ้า       โทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่  และคนที่รัก    ตลอดจน "ตำแหน่งสมมติ" ตามกฎหมาย  เช่น ครู  อาจารย์และนักวิชาการหรือ เจ้าหน้าที่รัฐฝ่ายต่าง ๆ  เป็นต้น


  •              เมื่อมนุษยชาติปรารถนาสิ่งใดแล้วไม่ได้ดังหวังความทุกข์    ย่อมครอบงำหรือแม้กระทั่ง     เมื่อได้ครอบครองสิ่งที่ปรารถนาไปสักระยะ      ความเบื่อหน่ายก็ตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้        วงจรชีวิตของมนุษย์           จึงเป็นเพียงการวิ่งไล่ล่าความสุขชั่วคราวทางอารมณ์เพลิดเพลิน แล้วก็หมดความสนใจไป  เป็นเช่นนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า  
  •                  การส่องสะท้อนมุมมองต่อ "ผาเดียวดาย" ในฐานะผาอันรื่นรมย์ในจิตใจมนุษย์  (Pha Diao Dai, Pleasant cliffs in the human mind) นั้น      หากวิเคราะห์ด้วยเกณฑ์ตรรกศาสตร์หรือการคาดคะเนทางสมมติฐาน       ย่อมมีโอกาสที่จะถูกหรือผิดพลาดได้ ตามข้อจำกัดของมนุษย์  แม้แต่นักปราชญ์ ผู้ยิ่งใหญ่ของโลกอย่างพระพุทธเจ้า  ก็ทรงเตือนไม่ให้ด่วนปักใจเชื่อในความคิดเห็น หรือตรรกะที่ขาดการพิสูจน์ เชิงประจักษ์ 

               ด้วยเหตุนี้ ผู้เขียนจึงได้อาศัยการวิเคราะห์ผ่านประสบการณ์ตรงข้อมูลเชิงประจักษ์จากการเดินทางไปเยือน "ผาเดียวดาย"  หลายคราร่วมกับการสืบค้นสารสนเทศ  เพื่อนำมากลั่นกรอง และจัดทำเป็นกรอบแนวคิดทางปรัชญา  การค้นคว้าฉบับนี้ จึงมุ่งหวังที่จะนำเสนอแง่มุมสุนทรียศาสตร์ ในปรัชญาพุทธภูมิ    เพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการเยียวยา จิตใจ สร้างจิตที่เข้มแข็ง  บริสุทธิ์และมั่นคง ท่ามกลางความท้าทาย  และโลกที่ผันผวนในปัจจุบัน 



ไม่มีความคิดเห็น:

Post Top Ad

Your Ad Spot

หน้าเว็บ