The greatest discovery is the natural laws of human life. That everyone is equal Without choosing a social caste as the basis for determining humanity When the soul is the real person of man That accumulates knowledge from the mind with reasons And show his intention to act accordingly Would receive the result of Own action

Breaking

Post Top Ad

Your Ad Spot

วันจันทร์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2564

บทนำสู่ปรัชญาพุทธภูมิ : ข้ามของ (แม่น้ำโขง) ซมสีสรรค์เมืองท่าแขก

บทนำสู่ปรัชญาพุทธภูมิ  :   ข้ามของ (แม่น้ำโขง) ซมสีสรรค์เมืองท่าแขก

(Introduction to the Buddhaphumi Philosophy  : Crossing the (Mekong River) and Experiencing the Vibrant Colors of Thakhek City)

คำสำคัญ :  ข้ามของ (แม่น้ำโขง), เมืองท่าแขก

๑.บทนำ 

         จังหวัดนครพนมเป็นดินแดนในความทรงจำที่ผู้เขียนอาศัยอยู่มาตั้งแต่เยาว์วัยเป็นเวลาหลายปี  ก่อนที่ผู้เขียนจะย้ายสำมะโนครัวตามบิดามารดาไปยังจังหวัดสกลนครและจังหวัดอื่น ๆ  ประสบการณ์ชีวิตในวัยเด็ก   ณ   ดินแดนริมฝั่งโขงแห่งนี้  ถือเป็นเป้าหล่อหลอม สำคัญที่จุดประกายให้ผู้เขียนได้เรียนรู้เกี่ยวกับศาสตร์ต่าง ๆ  ทั้งด้านกฎหมาย ปรัชญา พุทธศาสนา ตลอดจนสัจธรรมแห่งชีวิต   ซึ่งเป็นองค์ความรู้นอกเหนือจากหลักสูตรในชั้นเรียนของโรงเรียนและมหาวิทยาลัยแห่งราชอาณาจักรไทย

หากย้อนไปเมื่อกว่า ๖๐ ปีก่อน  พื้นที่ในแถบอำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม ยังเป็นชุมชนชนบทที่ห่างไกลความเจริญ  ถนนหนทางยังเป็นทางลูกรังสีแดง ระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน เช่น ไฟฟ้า  น้ำประปายังเข้าไม่ถึง วิถีชีวิตของอารยธรรมลุ่มแม่น้ำโขงในยุคนั้น ดำเนินไปอย่างเรียบง่ายและกลมกลืนกับธรรมชาติ ชาวบ้านพึ่งพาอาศัยลำน้ำโขงและลำน้ำสาขา ในการหาเลี้ยงชีพ ด้วยการจับกุ้ง หอย ปูและปลา ในฤดูฝน ก็จะมีเห็ดป่านานาชนิด ให้เก็บเกี่ยวมาเป็นอาหาร  เลี้ยงดูครอบครัว ซึ่งวิถีชีวิตเช่นนี้  เป็นสิ่งที่ผู้เขียนได้สัมผัส (เรียนรู้) และซึ่มซับมาเป็นเวลานานหลายปี  

          เมื่ออายุได้ ๗ ขวบ   ผู้เขียนได้เริ่มต้นชีวิตก้าวสู่สังคมภายนอกเป็นครั้งแรก โดยการเดินเท้าเปล่าไปเรียนหนังสือที่โรงเรียนบ้านท่าอุเทน ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากบ้านพักประมาณ ๒ กิโลเมตร ความทรงจำในวัยเยาว์ ณ   สถานที่เกิดดั้งเดิม คือบ้านพักครูโรงเรียนธาตุพนมวิทยา   อำเภอธาตุพนม ยังคงแจ่มชัด ทว่าหลังจากลืมตาดูโลกเพียงปีเดียว บิดาซึ่งรับราชการเป็นครูได้รับการแต่งตั้งให้ย้ายไปประจำการ ที่โรงเรียนอุเทนพัฒนา อำเภอท่าอุเทน  ครอบครัวจึงต้องโยกย้ายตามตำแหน่งหน้าที่ในวัยทารกนั้น  ผู้เขียนเป็นเด็กที่เลี้ยงยาก มารดาจึงได้นำไปอธิษฐานยกให้เป็น "ลูกพระธาตุพนม"  เพื่อพรขอให้ปกปักรักษาให้เติบโตด้วยความร่มเย็นเป็นสุข และปลอดภัย ชีวิตของผู้เขียนจึงมีความผูกพันทางจิตวิญญาณกับพระธาตุพนมอย่างแนบแน่น

           ในช่วงที่ศึกษาชั้นประถมปีที่ ๑ ถึงปีที่ ๓ ที่โรงเรียนบ้านท่าอุเทน    โลกทัศน์เมื่อ ๕๐ ปีก่อนของผู้เขียนเต็มไปด้วยความบริสุทธิ์และงดงามตามประสาเด็กชนบทท่ามกลางป่าไม้ ขุนเขาและลำน้ำทวย    โดยปราศจากสิ่งแวดล้อมที่ปรุงแต่งของสังคมเมืองอันเต็มไปด้วยอคติและการแข่งขัน ในยุคนั้นการอ่านหนังสือ เป็นสื่อกลางเดียวในการเปิดโลกทัศน์  เนื่องจากยังไม่มีระบบสื่อสารออนไลน์เช่นในปัจจุบัน บิดามักจะหนังสือที่วางขายในท้องตลาดเพียงไม่กี่ร้านมาฝากเพื่อมาแบ่งปันกันอ่านในครอบครัว  วิถีชีวิตอิสระเสรีตามประสาเด็กบ้านนอก    สอนให้รู้จักเอาตัวรอดและความสุขที่เรียบง่าย   แม้บ้านพักครูจะตั้งอยู่ไม่ไกลจากลำน้ำโขงมากนัก แต่ก็ไกลเกินกว่าที่เด็กเล็ก ๆ จะเดินเท้าเปล่าไปเที่ยวชมการแข่งเรือยาวในเทศกาลออกพรรษา หรือไปชมหมอลำในเทศกาลบูชาพระธาตุท่าอุเทนได้บ่อยครั้ง ทว่าภาพของลำน้ำโขงอันกว้างใหญ่สุดตา และแสงไฟระยิบระยับจากฝั่งตะวัน(ฝั่งประเทศลาว) ในยามคำ่คืน ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจและจินตนาการอันยิ่งใหญ่ในชีวิตเสมอมา

            มูลเหตุสำคัญที่แรงจูงใจในการเดินทางไปเยือนเมืองท่าแขก ในครั้งนี้     เกิดขึ้นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ เมื่อมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตนครราชสีมา ซึ่งผู้เขียนปฏิบัติหน้าที่เป็นอาจารย์ประจำ  ได้ประกาศงดการเรียนการสอนเป็นเวลา ๓ วัน  เพื่อให้ศาสนทายาทคือนิสิตพระภิกษุสามเณรเดินทางเข้าทดสอบบาลีสนามหลวงประจำปี เพื่อสืบทอดและรักษาพระตถาคตภาษารวมถึงหลักธรรมคำสอนให้เป็นเอกภาพ ช่วงเวลานี้ จึงเป็นโอกาสอันดีที่ผู้เขียนจะได้พักผ่อน ทางกายและจิต เนื่องจากข้อจำกัดทางกายจากการทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน มักก่อให้เกิดความเครียดสะสม และระบบไหลเวียนโลหิตติดขัด  ร่างกายของมนุษย์มิใช่เครื่องจักรกล ย่อมมีความแปรปรวน  เสื่อมสลายและต้องการความสมดุลตามกฎธรรมชาติ ผู้เขียนจึงตัดสินไปเดินทางกลับไปเยือน จังหวัดนครพนม เพื่อพักผ่อนและฟื้นฟู้สุขภาพจิต 

        ด้วยปณิธานส่วนตัวที่ชื่นชอบการบันทึกเรื่องราวทางปรัชญาพุทธภูมิ ผ่านเว็บบล็อค  (Blogger) เพื่อแบ่งปันความรู้จากประสาทสัมผัส ให้เป็นประโยชน์แก่สาธารณชน   ซึ่งได้เรียบเรียงและเผยแผ่ไปแล้ว ๗๒ บทความ  โดยธรรมชาติแล้ว  มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตรู้จักคิดค้นคว้าและแสวงหาความจริงที่แท้ ที่สามารถอธิบายได้ด้วยหลักการทางเหตุผลอันยากจะหักล้าง  มนุษย์ใช้ "จิต" เป็นเครื่องมือวิเคราะห์และตัดสินว่าความรู้ผ่านประสาทสัมผัสเหล่านั้น มีความสมเหตุสมผลเพียงใด  การถ่ายทอดเรื่องราวผ่านช่องทางออนไลน์ของผู้เขียน จึงมุ่งเน้น การใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย ไม่เป็นวิชาการที่เข้มข้นจนเกินไป  เพื่อให้สอดรับกับพื้นฐานที่หลากหลายของผู้อ่านในสังคม  การเดินทางท่องเที่ยว เพื่อแสวงหาความรู้จึงแปรเปลี่ยนไปตามศักยภาพของแต่ละคน ในขณะที่มนุษย์ทุกคนต่างกำลังเรียนรู้ปรากฏการณ์รอบตัวผ่านทางอินทรีย์ทั้ง ๖ อยู่ตลอดเวลา 

          ความรู้ที่ผ่านอินทรีย์ ๖ (ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ) จะแปรสภาพเป็นปัญญาจำเพาะตนได้      ก็ต่อเมื่อบุคคลนั้นมีความใส่ใจศึกษา    สังเกต  และลงมือปฏิบัติอย่างจริงจัง   หากจิตใจขาดความจดจ่อ หรือมุ่งความสนใจไปที่สิ่งไกลตัวจนเกินไป  ประสบการณ์เหล่านั้นย่อมไร้ความหมายแก่ผู้เรียน ในทางกลับกัน หากผู้เรียนติดอยู่กับประสบการณ์ซ้ำซากเดิม ๆ   โดยไม่มีสิ่งแปลกใหม่มากระตุ้น จิตยอมเกิดความเบื่อหน่ายและเครียดโดยเปล่าประโยชน์ การเขียนบทความในเชิงวิชาการที่ตึงเครียดและซ้ำเดิมในมมุมมองตรรกะแบบเก่า ย่อมทำให้เนื้อหาขาดสีสันและไมาอาจสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้อ่านได้ ผู้เขียนจึงตัดสินใจออกเดินทาง เพื่อศึกษาหน้าประวัติศาสตร์ในสถานที่จริง พร้อมทั้งสืบค้นเอกสารและตำราประจำท้องถิ่นควบคู่กันไป

        ในแง่เหตุผลทางตรรกะมุม เดิม ๆ ทำให้ผู้อ่านชักจะไม่ค่อยสนุกเพราะเขียนต่อไปไม่ได้ ขาดสีสรรค์และสร้างแรงบันดาลใจของชีวิตให้กับผู้อ่านทำให้เรื่องที่เขียนมาไม่น่าติดตาม จึงตัดสินใจหาข้อมูลเพิ่มคิดว่าไปปฏิบัติศาสนกิจเที่ยวชมพุทธสถานที่ไหนสักแห่งหนึ่งก็จะซื้อหนังสือเกี่ยวกับสถานที่นั้น ๆ ไว้เป็นข้อมูลของแนวคิดเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ไว้ศึกษา ฉันจึงตัดสินใจนั่งรถทัวร์เดินทางจากสถานีขนส่งรถโดยสารของจังหวัดนครราชสีมาไปที่จังหวัดมุกดาหาร ให้นิสิตระดับบัณฑิตศึกษาสาขาปรัชญาลูกศิษย์ที่เป็นเจ้าอาวาสธรรมสถานวัดจันทร์ขาว มารับที่วัดศรีมงคลใต้แล้วค่อยเดินทางไปที่จังหวัดนครพนมกันต่อไป เพื่อเดินทางไปชมงานด้านประวัติของพุทธศาสนาโดยมีพระสมใจลูกศิษย์ที่เป็นเจ้าของท่องถิ่นรับอาสาจะพาฉันไปเที่ยวชมวัดต่าง ๆ ในเขตจังหวัดนครพนมเป็นครั้งแรกในรอบ ๕๐ ปีหลังจากได้โยกย้ายตามครอบครัวของฉันจากเมืองนครพนมไปนี้ไปสู่เมืองอื่น ๆ ค่ำคืนนี้ฉันพักจำวัดที่ธรรมสถานจันทร์ขาวเป็นเวลา ๑ คืน อากาศเย็นสบายดีอุณหภูมิไม่ต่ำมากอากาศจึงไม่หนาวจึงไม่รู้สึกเย็นถึงกระดูกในร่างกายของฉัน 

       แม้เราจะออกท่องเที่ยวจาริกไปแดนในพระพุทธศาสนาในสถานที่ใดก็ตาม เราไม่อยากว่างเว้นจากศาสนกิจแต่เนื่องจากเด็กวัดทำหน้าที่เป็นสารถี ต้องทำงานเป็นช่างอู่รถยนต์จะรอเราก็ไม่ได้และติดตามเราไม่ได้ เพราะข้อจำกัดของเวลาจึงจำเป็นต้องออกจากวัด ๐๗.๐๐ น. จึงงดออกบิณฑบาตญาติโยมจึงเอาข้าวต้มมาถวายในยามเช้า วัดเงียบสงบเจ้าอาวาสจำพรรษาเพียงรูปเดียวแต่วัดวาสะอาดสะอ้านมาก ความทุกข์ทรมาณของจิตใจขจัดได้ การเขียนหนังสือและการใช้ชีวิต ด้วยการภาวนาเป็นประจำทำให้พวกลืมเรื่องราวของความทุกข์ยากได้บ้างดีกว่า เราปล่อยจิตใจของเราให้จมปลักกับความทุกข์ทรมาณจากความผิดหวังได้ คณะพวกเรามาถึงแต่เช้าฉันมองเห็นธรรมชาติที่สวยงามของแม่น้ำโขงลมเย็นพัดมาผัสสะกาย ฉันเริ่มมีความสุขที่ได้ปล่อยวางความทุกข์ เพราะความเร่งรีบของชีวิตหมดสิ้นไป ผู้คนมามาใช้ด่านแห่งนี้ไม่น้อยแม้จะมีการสร้างสะพานให้ข้ามแม่น้ำโขงสามารถใช้รถส่วนตัวเป็นพาหนะพาตนไปเที่ยวเมืองท่าแขกได้ก็ตาม แต่ก็มีผู้คนส่วนหนึ่งที่ไม่มีรถยนต์ส่วนตัวสามารถเดินทางข้ามฟากแม่น้ำโขงไปสู่เมืองท่าแขกได้ 


            ก็ต้องอาศัยท่าเรือแห่งนี้เป็นที่ข้ามไปมาระหว่างเมืองทั้งสองแห่งนี้  เมืองนครพนมในตัวอำเภอเมืองจะเป็นเมืองเล็ก ๆ แต่เงียบสงบแต่ไม่เงียบเหงาเพราะยังมีผู้คนอาศัยอยู่เป็นจำนวนไม่น้อยมีย่านธุรกิจการค้า การศึกษา การคมนาคมขนส่งไปสู่เมืองต่างๆ เพราะผู้คนมีการศึกษาหาความรู้จากโลกออนไลน์ตลอดเวลาย่อมสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ศึกษาหาความรู้ผ่านโลกออนไลน์ แม้จะเป็นความรู้จากผู้คนที่อยู่ห่างไกลออกไปหลายพันกิโลเมตรได้ถาโถมผ่านไวฟายเข้ามาสู่จิตของผู้คนในเมืองแห่งนี้ ชีวิตของผู้คนที่เคยใช้ชีวิตอย่างสมถะมักน้อยพอมีพอกิน ไม่เพียรพยายามเพื่อแข่งขันกับผู้โดยยินยอมแลกกับสุขภาพของตนความรู้เหล่านี้เข้ามาสู่จิต ย่อมทำให้เกิดการเปลื่ยนแปลงของความคิดไปตามกระแสอารมณ์โลกเป็นเรื่องธรรมดาเพราะผู้คนที่อาศัยบนโลก ย่อมมีจิตที่ทนทานต่ออารมณ์ของโลกมากระทบกระทั่งตลอดเวลากับผู้คนที่อาศัยในเมืองชายแดนของประเทศไทยได้ทำให้เราเห็นร้านอาหาร สิ่งอำนวยความสะดวกสบายเกิดขึ้นอยู่ปะปายตามริมฝั่งแม่น้ำโขงในเวลา๐๗.๐๐น. 

     ริมชายฝั่งแม่น้ำโขงอากาศนั้นเย็นสบายลมร้อนบนฝั่งแม่น้ำโขงลอยตัวขึ้นสู่ท้องฟ้าอากาศก็พัดเข้าแทนที่เป็นระลอก ๆ ชีวิตไม่มีงานอันเร่งรีบให้ทันตามกำหนดกาลของเงื่อนไขของเวลา มารอคอยให้เราสะสางกองอยู่ตรงหน้าสนองความต้องการของผู้คน ที่มีจิตร้อนรนเพราะเงื่อนไขของเวลามาบีบบังคับอยู่ตรงหน้าล้วนก่อให้เกิดความเคร่งเครียดที่เป็นความทุกข์ของชีวิตทั้งสิ้น จึงใช้เวลาที่เหลือเพราะรอคอย เดินเที่ยวชมวิวทิวทัศน์ของเมืองท่าแขกเต็มไปด้วย สีสรรค์ของผู้คนที่อาศัยฝั่งตะวันออกที่ริมฝั่งแม่น้ำโขง เมืองโบราณแห่งนี้มีตั้งอยู่ริมฝั่งโขงมีอากาศบริสุทธิ์พัดผ่านมากเป็นเมืองชายแดนที่น่าสนใจเหมาะสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจมาก ริมฝั่งแม่น้ำโขงเมืองนครพนมเป็นที่ตั้งของหลายวัดในพระพุทธศาสนาแม้วันเวลาจะล่วงไปถึง ๕๐ ปี วัดแห่งนี้ยังคงสภาพเดิม ด่านตรวจคนเข้าเมืองนครพนมการเดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศต้องผ่านด่านตรวจคนเข้าออกนอกประเทศ  ในยามเช้าวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ เวลา ๐๘.๐๐น.คณะของเราจึงเดินทางไปที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองนครพนม
   
  ตั้งอยู่ถนนสุนทรวิจิตรคณะของเราเดินเข้าไปสำนักงานทำหนังสือผ่านแดนเมื่อเสร็จแล้วเราก็ลงเรือข้ามฝากพร้อมกับเสียค่าเรือ ๓๐ บาทจากนั้นก็เดินลงสู่ท่าน้ำนั่งเรือข้ามฟากแม่น้ำโขงมีนักท่องเที่ยวชาวไทยหลายคนขึ้นรถเรือเดินทางไปด้วยกัน และคนลาวอีหลายคนมาซื้อสินค้าและข้าวของหลายอย่างบรรทุกใส่เรือข้ามฟากไปขายที่เมืองท่าแขกของประเทศลาว การนั่งเรือโดยสารเขาห้ามมิให้สูบบุหรี่ หากใครสูบบุหรีเขาให้สูบบุหรี่บนเรืออีกลำหนึ่ง  การเดินทางของเราเพื่อศึกษาหาเก็บความรู้ผ่านประสบการณ์ทางประสาทสัมผัสที่ปรากฏเป็นหลักฐานหลงเหลือเป็นโบราณสถานและโบราณวัตถุให้เห็นได้แก่ วัดพระธาตุศรีโคตรบองแสดงหลักฐานให้เห็นชาวเมืองท่าแขกได้มีความเชื่อและศรัทธาในการนับถือพระพุทธศาสนาตั้งแต่สมัยโบราณและได้มีการสร้างวัดวาพระพุทธศาสนาในดินแดนแถบนี้ทำให้เรามีบ่อเกิดที่มาของความรู้ได้จากประสบการณ์ของประสาทสัมผัสจากการได้เที่ยวชมสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนา ด่านตรวจคนเข้าเมืองนครพนมข้ามฟากทางเรือแห่งนี้อนุญาตให้เฉพาะคนไทยและคนลาวเท่านั้นส่วนชาวต่างประเทศต้องไปขึ้นสะพานไทย-ลาวแห่งที่๓เท่านั้นการเดินทางไปสู่ประเทศลาว 

      สามารถทำใบผ่านแดนง่ายขึ้นเพราะเขาเอาสถานที่ทำการจากศาลากลางจังหวัดมาตั้งสถานที่ทำการข้างด่านตรวจคนเข้าออกจึงง่ายต่อการเดินทาง แต่เมื่อเรามาถึงด่านตรวจคนเข้าออกเมืองนครพนมยังไม่เปิดทำการเรายังทำใบผ่านแดนไม่ได้ต้องรอถึง๐๘.๐๐ น.การทำใบผ่านแดนเราเป็นพระภิกษในพระพุทธศาสนาต้องใช้บัตรประชาชนพระหรือสำหรับบรรพชิตหากไม่มีก็ใช้ใบสุทธิได้สะดวกสบายอีกแบบหนึ่ง ด่านตรวจคนเข้าออกเมืองนครพนมแห่งนี้ ใช้เป็นประตูเมืองออกไปสู่ต่างประเทศจากฝั่งตะวันตกไปสู่เมืองท่าแขกตั้งอยู่ในฝั่งตะวันออกซึ่งเป็นท่าเรือนานาชาติอีกแห่งหนึ่งที่เปิดใช้กันมายาวนานหลายร้อยปีแล้วตั้งแต่ฝรั่งเศสเข้ายึดปกครองประเทศลาว ในปัจจุบันเป็นเส้นทางเข้าออกสำหรับคนไทยและคนลาวเข้าออกไปหาสู่กันตลอดทั้งวันใช้ขนส่งสินค้า ระหว่างกันแม้สะพานมิตรภาพข้ามแม่น้ำโขงจะเปิดทำการให้คนไทยลาวขับรถยนต์ไปหาสู่กันแต่ผู้คนส่วนหนึ่งยังใช้ด่านแห่งนี้ยังได้รับความนิยมเพราะสะดวกดีและอยู่กลางใจเมืองนครพนมมองไปไม่ไกลจากด่านเท่าไหร่ นักมองเห็นพญานาปล่อยน้ำพุ่งออกจากปากเห็นได้ตลอดเวลาอากาศยามเช้าเย็นสบายมากจึงเดินทางไปถ่ายรูปเป็นเครื่องระลึกว่าได้มาเยือนสถานที่แห่งนี้การเดินทางได้สัมผัสธรรมชาติจากลมพัดจากแม่น้ำโขงแสงแดดอันอบอุ่น

๒.ข้ามของ (แม่น้ำโขง)

       วันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ พระสมใจซึ่งเป็นลูกศิษย์ของฉันชวนให้ไปเยี่ยมชมพุทธศิลปของอาณาจักรศรีโคตรบูร ที่เหลืออยู่จนถึงทุกนี้ ปรากฎหลักฐานมีอยู่ในเมืองท่าแขก แขวงคำม่วนเป็นเขตการปกครองในภาคกลางของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวคำว่า "แม่น้ำโขง"ในภาษาท้องถิ่นของลาวเรียกว่า "แม่น้ำของ"เป็นแม่น้ำนานาชาติ เพราะเป็นแม่น้ำไหลผ่านหลายประเทศด้วยกันโดยเฉพาะ จีน พม่า ลาวไทย เขมร และ เวียดนาม แม่น้ำโขงมีต้นกำเนิดของแม่น้ำจากเทือกเขาหิมาลัย เป็นที่ตั้งของยอดเขาสูงที่ปกคลุมด้วยหิมะเกือบตลอดทั้งปี เทือกเขาเหล่านี้ตั้งอยู่ล้อมรอบที่ราบสูงของเขตปกครองพิเศษของประเทศจีน ซึ่งตั้งอยู่บนที่ราบสูงในจุดที่สุดในโลก ในปัจจุบันประเทศธิเบตนั้น เป็นเขตปกครองตนเองธิเบตของประเทศจีน ที่ราบสูงแห่งนี้สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ ๔,๖๐๐ กว่าเมตรที่ถือว่าเป็นหลังคาโลก ในช่วงเดือนธันวาคมจนถึงเดือนกุมภาพันธ์วงโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์ห่างไกลจากดวงอาทิตย์มาก ทำให้แผ่นดินบนโลกเย็นมาก จนเกิดปรากฎการบรรยายกาศของโลกเป็นฤดูหนาว  ในบริเวณที่ราบสูงทิเบตนั้นมีหิมะปกคลุมอย่างหนาแน่นบนภูเขาคุนหลุนด้านทิศเหนือ ส่วนทิศใต้ของที่ราบสูงทิเบตมีหิมะปกคลุมภูเขาหิมาลัยและทางด้านทิศตะวันตกของที่ราบสูงทิเบตมีหิมะปกคลุมภูเขาสูงคาราโครัมไว้อย่างหนาแน่น. 

         แต่พอถึงเดือนมีนาคม เมษายน พฤษภาคม มิถุนายนนั้นเป็นช่วงเวลาที่โลกมีวงโคจรเข้ามาใกล้ดวงอาทิตย์มากกว่าฤดูหนาว กาลเวลาบ่งบอกว่า โลกกำลังย่างเข้าสู่ฤดูใบไม้เริ่มร่วงหล่นจากบนต้นประมาณ ๑ สัปดาห์ และจากนั้นก็เริ่มผลิใบใหม่แทนใบไม้ที่ร่วงหล่นจากต้นที่เรียกว่าฤดูใบไม้ผลิ หิมะบนยอดเขาทั้ง ๓ แห่งเริ่มละลายเพราะความร้อนแรงของแสงอาทิตย์ที่เวียนเข้ามาใกล้ที่สุด ทำให้หิมะเริ่มละลายกลายเป็นมวลน้ำในปริมาณมหาศาล เกิดกระแสน้ำก็ไหลลงสู่ที่ต่ำจากบริเวณที่ราบสูงธิเบต ไหลผ่านลงเบื้องต่ำกว่าระดับน้ำทะเล ๔,๖๐๐ กว่าเมตร เป็นสายธารน้ำยาวไกลถึงหลายพันไมล์ประมาณ ๔,๕๐๐ กิโลเมตร ไหลออกสู่ออกสู่ทะเลจีนใต้ที่ประเทศเวียดนามชื่อของแม่โขงนั้น เมื่อสายน้ำไหลผ่านดินแดนของประเทศใด ย่อมถูกเรียกเปลื่ยนชื่อไปตามดินแดนและภาษาที่ผู้คนในดินแดนแถบนั้นใช้ในการสื่อสารกัน ตัวอย่างเช่น แม่น้ำโขงเมื่อไหลผ่านที่ราบสูงธิเบตซึ่งเป็นเขตปกครองพิเศษของจีนชาวธิเบต เรียกชื่อแม่น้ำโขงนี้ว่าดเซซู (Dze Chu) เรียกว่า สายน้ำภูผา เมื่อไหลผ่านมณฑลยูนานของจีนเรียกชื่อแม่น้ำโขงว่าแม่น้ำล้านช้าง (Lant Sang) ครั้นแม่น้ำโขงไหลผ่านเมืองเชียงรุ้งในประเทศพม่า ชาวเมืองเชียงรุ้งเรียกชื่อแม่น้ำโขงว่าเก๋าลุงเกียงหมายถึงแม่น้ำมังกรทั้ง ๙ เมื่อไหลผ่านประเทศไทยและลาวคนลาวเรียกแม่น้ำโขงว่า"แม่น้ำของ" เขียนเป็นภาษาฝรั่งเศสว่า Kong ส่วนชาวไทย เขมร และเวียดนามอ่านภาษาฝรั่งเศสว่า Kong (โขง ) จึงเรียกว่า แม่น้ำโขง 


ไม่มีความคิดเห็น:

Post Top Ad

Your Ad Spot

หน้าเว็บ