The greatest discovery is the natural laws of human life. That everyone is equal Without choosing a social caste as the basis for determining humanity When the soul is the real person of man That accumulates knowledge from the mind with reasons And show his intention to act accordingly Would receive the result of Own action

Breaking

Post Top Ad

Your Ad Spot

พระครูวิสุทธิมงคลบัณฑิต,ผศ.ดร.

รูปภาพของฉัน
ปรัชญาจารย์, วิปัสสนาจารย์ Blogger ปรัชญาพุทธภูมิ,

วันอาทิตย์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2560

การปฏิบัติบูชา ณ สถานที่ตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าในพุทธคยา

การปฏิบัติบูชา  ณ สถานที่ตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าในพุทธคยา 
The  Practice of Worship at  the Site 0f Enlightenment  at  Bodh Gaya
คำสำคัญ  การปฏิบัติบูชา, สถานที่ตรัสรู้,  พุทธคยา   


 

๑.บทนำ:ทำไมต้องปฏิบัติบูชา  

     โดยทั่วไป   ชีวิตมนุษย์ประกอบด้วยจิตวิญญาณที่เวียนว่ายตายเกิดในสังสารวัฏมายาวนานนับอสงไขยและแสนกัป เนื่องจากจิตวิญญาณเต็มไปด้วยความมืดบอด ยามที่ไม่มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาตรัสรู้และสั่งสอนทางสายกลาง เพื่อเข้าถึงสัจธรรมมนุษย์รุ่นแล้วรุ่นเล่าจึงต้องทิ้งสังขารไว้บนโลกมนุษย์และเวียนว่ายในวัฏสงสารอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

เมื่อมนุษยชาติเกิดมาพร้อมกับความไม่รู้หรือ   "อวิชชา" (ซึ่งตามพจนานุกรมราชบัณฑิตยสถานพ.ศ. ๒๕๕๔ หมายถึงความไม่รู้แจ้งในอริยสัจ ๔)   สิ่งที่ตามมาก็คือ"ความทุกข์"อันยากที่จะทนทาน  ความทุกข์นี้เกิดขึ้นจากเงื่อนไขทางอารมณ์ต่าง ๆ ที่รับรู้ผ่านอายตนะภายในของตนแล้วสั่งสมเป็นข้อมูลทางอารมณ์ในจิตใจ  และปรุงแต่งภาพเรื่องราวต่าง ๆ เช่น การพลัดพรากจากบิดามารดาด้วยความตาย จิตก็สร้างภาพความกลัวว่าจะถูกทิ้งให้โดดเดี่ยว  เกิดเป็นความทุกข์ทรมานใจ     นำไปสู่การพักผ่อนไม่เพียงพอและเกิดโรคภัยไข้เจ็บเบียดเบียนหรือเกษียณอายุการทำงานถูกให้ออกจากงานจิตเกิดความวิตกกังวลเรื่องรายได้  และการไม่ได้รับการยอมตลอดจนปัญหาความสัมพันธ์ในครอบครัว  อารมณ์และความคิดเหล่านี้ล้วนสร้างสร้างความทุกข์และอคติในจิตใจเพราะความไม่รู้แจ้ง 
   
เมื่อเกิดมา มนุษย์ไม่มีตาทิพย์เหนือมนุษย์ทั้งปวงที่จะมองเห็นว่าชีวิตประกอบด้วยร่างกายและจิตใจ  มีการปฏิสนธิวิญญาณในครรภ์มารดา เจริญเติบโตเป็นทารกด้วยอาศัยเลือดของมารดาหล่อเลี้ยงให้มีชีวิตอยู่ และเมื่อร่างกายหมดสภาพ วิญญาณก็จะเคลื่อนไปเกิดในภพอื่นต่อไปสาเหตุแห่งทุกข์(สมุทัย) เกิดจากการที่มนุษย์ผัสสะกับวัตุกิเลสตลอดเวลา   

จากการศึกษาคำสอนของพระพุทธเจ้านั้นแก่นแท้ของชีวิตมนุษย์ ก็คือวิญญาณที่อาศัยอยู่ในร่างกายเพียงชั่วคราว    เมื่อร่างกายดับสูญ จิตวิญญาณต้องไปเกิดในภพอื่น ร่างกายที่ไม่สามารถรับรู้อารมณ์แห่งกิเลสเพื่อตอบสนองตัณหาได้อีกต่อไปก็หมดประโยชน์ มนุษย์ส่วนใหญ่ตกเป็นทาสของตัณหามัวเมาอยู่ในที่อโคจรที่ตนชอบอยู่อย่างนั้นทุกวัน หักโหมทำงานจนร่างกายและจิตใจไม่ได้พักผ่อน นำไปความเครียด ความยึดติดในตัวตน และโรคภัยไข้เจ็บ บางคนเลือกทางที่ผิดด้วยการดื่มสุราเพื่อลืมทุกข์ชั่วคราว ซึ่งกลับยิ่งบั่นทอนสุขภาพ หรือบางคนเลือกตัดปัญหาด้วยการจบชีวิตตนเอง ทิ้งภาระไว้ให้คนข้างหลัง
 

     ชีวิตมนุษย์จึงต้องอดทนกับความทุกข์ที่เกิดขึ้นจากตัณหาของตนเอง เพราะร่างกายทำงานหนักเกินไปโดยไม่ได้พักผ่อนเพียงพอ จึงเกิดปัญหาสุขภาพตามมา  ส่วนจิตใจของมนุษย์เมื่อทำงานหนักเกินไป  โดยไม่ได้พักผ่อนเพียงพอ  จะเกิดความเครียด ทำให้เกิดความยึดติดในสิ่งที่เป็นตนเอง ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งหน้าที่การงานตามประเพณีการทำบุญในศาสนาฮินดู ญาติพี่น้องของผู้ตายจะนำร่างไปฌาปนกิจที่ริมฝั่งแม่น้ำคงคาภายใน ๒๔ ชั่วโมง ส่วนชาวพุทธในยุคปัจจุบันจะเก็บร่างไว้บำเพ็ญกุศล ๓ วัน ห้าวันและ ๗ วัน ขึ้นอยู่กับฐานะทางสังคมว่ารวยจนหรือฐานะปานกลาง เพื่อระลึกคุณถึงคุณงามความดีที่เคยช่วยเหลือกันและเป็นบทเรียนสอนใจว่า สิ่งที่เขาแสวงหาเป็นเพียงอารมณ์ตัณหาที่ซ่อนเร้นอยู่ในจิตใจที่จะติดตามไปภพชาติต่อไป   

      เมื่อจิตใจของมนุษย์อาศํยร่างกายเป็นสะพานในการรับรู้สิ่งต่าง ๆ  ของโลกคิดวิเคราะห์ข้อมูลของสิ่งที่รู้ เพื่อหาเหตุผลของคำตอบในประเด็นที่สงสัย   เมื่อวิเคราะห์ข้อมูลได้คำตอบแล้วและมีความมั่นใจในเหตุผลของคำตอบแล้ว ก็กลายเป็นความรู้ที่ผ่านเกณฑ์การตัดสินที่สมเหตุสมผลปราศจากข้อสงสัยในเหตุผลของความจริงในเรื่องนั้นอีกต่อไป    ความรู้ได้นั้นธรรมชาติของจิตก็สั่งสมเป็นความรู้เป็นต้นทุนของชีวิตของผู้นั้นต่อไป    ความรู้ที่เป็นต้นทุนชีวิตจะเป็นประโยชน์แก่เจ้าของความรู้หรือไม่ อยู่กับนำไปนึกคิดหรือจินตนาการสร้างสิ่งใหม่ ๆ นำไปใช้ในเชิงธุรกิจต่อไปในความจริงของชีวิตมนุษย์ทุกคนนั้น สิ่งที่ผ่านมานั้นล้วนแต่กระตุ้นจิตของมนุษย์ให้เกิดตัณหาในความอยากได้เช่นรถยนต์ รถเก๋ง  บ้านพร้อมที่ดินในความอยากเป็นเช่น ดาราภาพยนต์ ละครที่วี เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร  ผู้พิพากษา อัยการ เศรษฐี  มหาเศรษฐี อยากมีได้แก่มีคู่ครองที่ดีมีกัลยาณมิตรที่ดี  พ่อแม่ที่ดี ครูบาอาจารย์ที่ดี   แม้มนุษย์จะมีต้นทุนของชีวิตดีแต่ถ้าไม่รู้จักใช้สิ่งที่มีนั้นแสวงหาทรัพย์เพื่อประโยชน์ในวันข้างหน้า ย่อมขาดโอกาสที่จะได้ ที่จะมีเป็นต้น 


          โดยทั่วไปความอยากได้สิ่งหนึ่งสิ่งใดเกิดจากตัณหาของตนนั้นตามนั้น  เป็นที่ได้มาโดยยาก ต้องอาศัยเวลาในการเก็บเงินจากการทำงานเป็นเวลาหลายปี เพื่อหารายได้หรือเก็บเงินกว่าจะได้สิ่งหนึ่งสิ่งใด  ผู้ใดมีตัณหามากเกิดความอยากได้มากอย่างรุนแรงจนเกิดความ เครียดเพราะทำงานหาเงินมากยิ่งขึ้นเท่าใด ขาดการพักผ่อนมาก สภาพของร่างกายย่อมสึก หรอเป็นธรรมดา หรือทำธุรกิจขาดทุนมาก จนหมดปัญญาใช้หนี้ จนกินอาหารไม่ได้ นอนไม่ค่อยหลับขาดการพักผ่อนโรคภัยต่าง ๆ ย่อมมาเบียดเบียนเป็นธรรมดาเป็นต้นสิ่งเหล่านี้เรียกว่าความทุกข์ของมนุษย์ เป็นต้น เมื่อมนุษย์มีความทุกข์จนเกิดความเครียดบางคนหันเหดื่มกิน  สุรายาเมาคิดว่าเป็นสิ่งที่เดียวทำให้ตนลืมความทุกข์ในชีวิตได้ แม้จะเป็นชั่วขณะหนึ่งก็ตาม  แต่ความจริงสิ่งเหล่านี้เพิ่มโรคภัยไข้เจ็บ เป็นโรคความดัน โรคกะเพาะและโรคเบาหวานได้ เมื่อร่างกายตนอ่อนแอยอมขาดประสิทธิภาพในการทำงานขณะเดียวกันเกิดจริตวิตกเพราะเกิดความกังวลถึงรายได้ไม่พอกับรายจ่ายในครอบครัว ภาระหนี้สินยังใช้ไม่หมดเกิดความกังวลปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นตามมาอีกหลายเรื่อง จนเกิดความกลัวขึ้นในใจตนเองบางคนเลือกที่จะตาย  เพื่อตัดปัญหาช่องน้อยแต่พอตัว   แล้วทิ้งภาระจากปัญหาไว้แก่ชีวิตคนข้างหลังไว้คอยแก้ปัญหานั้น  

เส้นทางสู่พุทธภูมิและการสัมผัสสังเวชนียสถาน 
    
       ผู้เขียนสนใจศึกษาหาความรู้ทางด้านพระพุทธศาสนาตั้งแต่เยาว์วัย และฝันอยากจะเดินทางไปเปิดโลกทัศน์ ในต่างประเทศตั้งแต่เยาว์วัย    เมื่อมีโอกาสสละทางโลกเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์  ความฝันนั้นก็ย้อนคืนมาอีกครั้งหนึ่งในปี ค.ศ.๒๐๐๒ จึงตัดสินเดินทางไปศึกษาต่อในระดับปริญญาโท  ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ได้รู้จักการแสวงบุญ ณสังเวชนียสถานทั้ง ๔ ตำบลเป็นครั้งแรก 

การเดินทางมาสู่วัดมหาโพธิ ( "Mahabodhi temple")ครั้งแรก  เป็นการพบพระมหาเจดีย์พุทธคยาขนาดใหญ่ ที่สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงการตรัสรู้ของพระศากยมุนีพุทธเจ้า คือการค้นพบอันยิ่งใหญ่ที่ว่ามนุษย์มีจิตวิญญาณอาศัยอยู่ในร่างกาย เมื่อสิ้นชีวิต จิตวิญญาณจะจุติในภพใหม่ตามกรรมที่ได้ทำไว้ 

ในปัจจุบัน  ต้นพระศรีมหาโพธิ์ตั้งอยู่ทิศตะวันตกของเจดีย์พุทธคยาซึ่งเป็นเจดีย์มีลักษณะทรงรูปสี่เหลี่ยมสูงตระหง่านกว่า ๕๑  เมตรนั้น บริเวณที่ประดิษฐานของพระพุทธเมตตาในปัจจุบันนั้น คือสถานที่ที่นั่งพระพุทธองค์ทรงนั่งสมาธิภาวนา  หันพระพักตร์ไปทางทิศตะวันออกทรงเจริญอาณาปานสติจนบรรลุอภิญญา ๖  และตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ

ในปี ค.ศ. ๒๐๐๒ นั้น เมื่อได้เห็นสถานที่ตรัสรู้จริงของพระพุทธเจ้าเป็นครั้งแรก  ผู้เขียนมีความรู้สึกตื่นเต้น  แม้จะเคยรู้จักจากตำราเรียนแล้วก็ตาม เพราะชีวิตได้ก้าวข้ามพ้นจากการจินตนาการจากตำราเสียทีผู้เขียนมองเห็นพระมหาเจดีย์พุทธคยาตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางเทวสถานของศาสนาฮินดูหลายแห่ง  ในแต่ละวันมีชาวพุทธหลายพันคนเดินทางเข้ามาปฏิบัติบูชาใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ตั้งแต่ ๐๕.๐๐ น. ถึงเวลา ๒๑.๐๐ น.ของทุกวัน  

วิถีแห่งการปฏิบัติบูชา ณ ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ 

  การปฏิบัติบูชาใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์มีหลากหลายรูปแบบ  ไปตามแต่แนวทางของแต่ละชาติและภาษา ซึ่งเป็นผลจากการศึกษาเรียนรู้วในสถาบันพระพุทธศาสนาของตนเอง รวมถึงวัตรปฏิบัติตามที่ได้รับสั่งสอนมาจากพระอาจารย์ (GuRu)ของตน บางกลุ่มใช้วิธีนับประคำ บางกลุ่มปฏิบัติอัษฏางโยคะ บางกลุ่มสวดมนต์ตลอดเวลา  และส่วนใหญ่นั่งสมาธิเจริญสมาธิอย่างสงบ ลานเจดีย์แห่งนี้จึงเป็นศูนย์รวมของความหลากหลายทางจิตวิญญาณของชาวพุทธทั่วโลกอย่างแท้จริง

ในยุคต่อมา  พระครูอาจารย์ชาวพุทธ ได้พัฒนาและถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับการปฏิบัติธรรม เพื่อเข้าถึงกฎธรรมชาติของชีวิต ซึ่งมีมากถึง ๔๐ วิธี (กัมมัฏฐาน ๔๐ ) ด้วยกัน   ผู้ที่ไม่ได้เป็นชาวพุทธโดยกำเนิดหลายคนต่างสงสัยว่า  เหตุใดชาวต่างชาติต่างภาษาหลายพันที่หมุนเวียนกันเข้ามาภายในบริเวณลานเจดีย์พุทธคยาตลอดทั้งวัน    จึงสามารถปฏิบัติบูชาและสวดมนต์ในภาษาของตนได้เป็นอย่างเอกเทศ โดยไม่ถือเป็นการรบกวนกัน  สำหรับผู้ที่ไม่เข้าใจ อาจมองว่า การเดินวนรอบพระมหาเจดีย์เป็นเพียงการออกกำลังกาย   แต่ในความเป็นจริง  ผู้คนเหล่านั้นกำลังฝึกสติ ตื่นรู้ในทุกก้าวย่างและฝึกความอดทนต่อกิเลสที่แล่นเข้ามาสู่จิตใจ

ความน่าสนใจและความประทับใจเกิดขึ้น เมื่อได้เห็นผู้คนหลายร้อยเดินรอบพระมหาเจดีย์พุทธคยาตลอดทั้งวัน  โดยเฉพาะในเช้าช่วงฤดูหนาวกันหลายคนพวกว่าพวกเขากำลังกายกันในยามเช้า  ผู้คนอีกหลายคนบอกว่าเขากำลังสติในการตื่นรู้ทุกก้าวย่างของการเคลื่อน ไหว ขณะเดินรอบพระมหาธาตุเจดีย์คนหลายคนบอกว่า  พวกเขากำลังฝึกเดินเพื่อความอดทนต่อกิเลสที่ฟุ้งขึ้นมาเป็นมโนภาพอยู่ในจิตของพวกเขา หรือ อารมย์ของวัตถุแห่งกิเลสกำลังวิ่งจรเข้ามาหาสู่ชีวิตของพวกเขา  พวกเขาจะตั้งสติให้เท่าทันอารมณ์เหล่านั้นได้อย่างไร  เพราะพวกเขาไม่มีความรู้ ย่อมไม่เข้าใจสิ่งใด ๆ  ทั้งสิ้นแม้ว่านั้นสิ่งนั้นจะจรเข้าสู่ชีวิตตนเองไม่รู้กี่ครั้งก็ตาม เพราะเขามัวเมาแต่สิ่งที่ตนอยากได้เท่านั้นเองคือวิธีการชำระล้างกิเลสที่เป็นความทุกข์มีอยู่ในทุกคนกิเลสเหล่านั้น แฝงตัวเข้ามาสู่ชีวิตให้หายสิ้นไป

ในยุคสมัยปี ค.ศ.๒๐๐๒ นั้น เมื่อประมาณ ๑๗ กว่าปีที่ผ่านมานั้น    ยังมีผู้แสวงบุญเดินทางมาน้อยเพราะยังไม่มีการแชร์ในโลกออนไลน์เช่นทุกวันนี้  ผู้คนเดินทางเข้ามาสวดมนต์ไหว้พระในเจดีย์พุทธคยายังน้อยอยู่มาก     เพราะยังเป็นช่วงฤดูกาลของฤดูฝนอยู่  การเดินทางมาถึงสถานที่ตรัสรู้ของศากยมุนีสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นจะสิ้นความหมายทันที่หากเราไม่รู้จักวิธีการปฏิบัติบูชาเพื่อชำระล้างกิเลสที่เคยสั่งสมมายาวนานนั้นลดถอยลงไป เมื่อเราผัสสะต้นพระศรีมหาโพธิ์แล้ว  เราไม่คิดหาเหตุผลว่า ทำไมจึงนั่งอยู่ในของผู้คนทั่วโลกอยากมาปฏิบัติบูชาอย่างใกล้ชิดและนานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้  ผู้เขียนอยากรู้เหตุผลว่าในแต่ละวัน  ทำไมผู้คนอยากเลือกที่นั่งสมาธิที่ดีที่สุดใกล้ต้นพระศรีมหาโพธิ์มากที่สุดแม้จะเป็นระยะเวลาสั้น ๆ ก็ตาม 

เพราะคิดว่าได้บุญกุศลมากที่สุด หากพวกเราคิดเพียงแต่ว่า มาดูต้นพระศรีมหาโพธิ์เพียงอย่างเดียว และดูโบราณสถานพระมหาเจดีย์พุทธคยาเพียงเดียว  โดยไม่ปฏิบัติบูชาเพื่อชำระล้างความทุกข์ที่มีอยู่ในใจของตนแล้วเดินทางกลับไปสู่ที่พักจากนั้นก็เดินทางไปซื้อของเท่านั้นและเดินทางกลับบ้านเกิดเมืองนอนเราก็เป็น การลงทุนที่สูญเปล่าตั้งแต่การเดินทางมาสู่สถานที่ตรัสรู้ การปฏิบัติบูชาในสถานที่ตรัสรู้ตอนปฏิบัติใหม่ ๆ นั้น จิตค่อนข้างฟุ้งซ่านมากวิธีที่ผู้เขียนเลือกใช้  เพื่อระงับความฟุ้งซ่านคือการเดินจงกรมรอบพระมหาเจดีย์พุทธคยาก่อน เมื่อจิตสงบลง    ผู้เขียนก็กลับมานั่งสมาธิและนึกถึงเรื่องคุณของพระพุทธเจ้า  ดีกว่าปล่อยให้จิตนึกคิดฟุ้งซ่านเรื่องอื่นๆ  เรื่องคุณของพระพุทธเจ้า    มีหลักฐานปรากฎในพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬา ฯ เล่มที่ ๑๒ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๔ มัชฌิมนิกายมูลปัณณาสก์   ข้อ [๔๑๐] ความว่า

ภิกษุทั้งหลาย ตถาคตอุบัติขึ้นมาในโลกนี้ เป็นอรหันต์ ตรัสรู้ด้วยตนเองโดยชอบ เพียบพร้อมด้วยวิชชาและจรณะไปดีรู้แจ้งโลก  เป็นสารถีฝึกผู้ที่ควรฝึกได้อย่างยอดเยี่ยมเป็นศาสดาของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย 

เป็นพระพุทธเจ้า เป็นพระผู้มีพระภาค ตถาคตนั้น รู้แจ้งโลกนี้พร้อมทั้งเทวาโลก มารโลก พรหมโลกและสอนหมู่สัตว์พร้อมทั้งสมณะพราหมณ์ เทวดาและมนุษย์ด้วยตนเองแล้ว จึงประกาศให้ผู้อื่นรู้ตาม 

ผู้เขียนหาที่นั่งเหมาะสมกับตัวเองแล้วประนมมือขึ้นสวดมนต์เพื่อระลึกถึงคุณของพระพุทธเจ้าด้วยความสงบ  แม้จะมีผู้คนมากมายกำลังเดินไปมาเพื่อมุมสงบชำระล้างกิเลสที่ตนยึดติดจนขาดความสุขในการใช้ชีวิต  ผู้เขียนเพ่งสายตาไปสู่ต้นพระศรีมหาโพธิ์สถานที่แห่งศากยมุนีพุทธเจ้าตัดสินพระทัยเอาชีวิตเป็นเดิมพัน  หากพระองค์ไม่บรรลุธรรม ในค่ำคืนวันเพ็ญขึ้น๑๕ ค่ำ เดือน ๖ พระองค์จะไม่ลุกขึ้นจากรัตนบัลลังก์แม้มโนภาพของกิเลสมารทั้งหลายจะถาโถมเข้าสู่ชีวิตพระองค์ระลอกแล้วระลอกเล่า เพื่อให้จิตของพระองคืหยุดชำระล้างกิเลสมารที่ถาโถมเข้ามาสู่ชีวิต  แต่จิตอันทรงพลังสมาธิ อันมั่นคงหนักแน่น ไม่หวั่นไหวต่อกิเลสมารที่ถาโถมเข้าสู่ชีวิตเหล่านั้น แต่อย่างใด     จนกระทั่งพระทัยของพระองค์บริสุทธิ์ปราศจากกิเลสเศร้าหมอง ถ้าพระองค์ไม่ตัดสินพระทัยเสียสละวรรณะกษัตริย์ปกครองอาณาประชาราษฎ์ พระองค์ก็คงไม่ได้เป็นศาสดาเอกของโลก

เพื่อช่วยให้ผู้คนทั่งโลกหายจากความมืดมิดของชีวิตอีกต่อไป การออกผนวชเป็นเผู้เสียสละครั้งยิ่งใหญ่  และแสวงหาความรู้ที่ยังไม่มีใครสอนในโลกมนุษย์     พระองค์ต้องศึกษาค้นคว้าหาวิธีการด้วยพระองค์เอง จนกระทั่งพระองค์ตรัสรู้กฎธรรมชาติของชีวิตมนุษย์ทุกคนมีความเป็นไปอย่างเท่าเทียมกัน  ชีวิตผู้เขียนและผู้คนทั่วโลกคงมีชีวิตกับมืดบอด ดำเนินชีวิตต่อไปอย่างไร้อนาคต เพราะขาดสติความรู้ตัวว่าความแท้จริงของชีวิตมีจิตวิญญาณเป็นตัวตนนั้น ผ่านการเวียนว่ายตายเกิดมาแล้วไม่รู้กี่อสงไขย ก็คงจุติจิตต่อไปไม่มีสิ้นสุดหากใช้ชีวิตมัวเมาในรูป รส กลิ่น  เสียง  โผฏฐัพพะและธัมมารมย์  เป็นประจำอยู่อย่างนั้น จนกว่าจะได้ปฏิบัติตามคำสอนของศากยมุนีพุทธเจ้า   ด้วยวิธีการตามมรรคมีองค์ ๘    กว่าพระองค์จะตรัสรู้นั้นจิตวิญญาณของพระองค์ก็เวียนว่ายตายเกิด ไม่น้อยกว่า ๔ อสงไขยเช่นเดียวกันผู้เขียนก็อยากเห็นสัญญาเก่าที่มีอยู่ในจิตวิญญาณ ที่เดินทางไปสู่ภพภูมิต่าง ๆ  ที่เราเคยไปท่องเที่ยวในสังสารวัฏ อาจจะเป็นภพภูมิที่เป็น ทุคติ อบาย นรก   สวรรค์แล้วแต่กรรมหรือการกระทำของเราที่ได้เคยกระทำมาแล้วในอดีตชาติ ไม่ว่าจะเป็นการเบียดเบียบผู้อื่นด้วยการทำร้ายร่างกาย  การทะเลาะวิวาทเพราะอคติ การเยาะเย้ยถางถางเสียดสี ในปมเด่นปมด้อยของผู้อื่น เป็นต้น การเป็นคนโกหกหลอกลวงผู้อื่นด้วยการกระทำที่มิชอบ เป็นต้น 

การสืบทอดคุณค่าและการทำงานเผยแผ่พระพุทธศาสนา

ต้นพระศรีมหาโพธิ์ที่เห็นในปัจจุบันเป็นต้นที่ ๔ ซึ่งปลูกขึ้นโดยเซอร์อเล็กซานเดอร์ คันนิ่งแฮม เมื่อร้อยกว่าปีที่แล้ว  การได้นั่งสมาธิและสวดมนต์ระลึกถึงพระพุทธคุณในใจท่ามกลางฝูงชน เป็นบททดสอบความหวั่นไหวของจิตตนได้เป็นอย่างดี   เมื่อความทะเยอทะยานอยากหมดไป จิตจะเริ่มสงบไม่เคลื่อนไหวและไม่ยอมจำนนต่อกิเลส

ในชีวิตผู้เขียนเคยมีความทุกข์ที่อยู่ในจิตวิญญาณไม่แตกต่างจากมนุษย์คนอื่นแต่อย่างใด  ผู้เขียนเคยมาอธิษฐานบารมีโดยเอาบุญกุศลที่ผู้เขียนเคยช่วยเหลือผู้อื่นไว้เป็นที่ตั้ง ผู้เขียนเคยตั้งจิตอธิษฐานบารมีต่อหน้าหลวงพ่อพุทธเมตตา โดยอาศัยบุญกุศลที่ได้เคยช่วยเหลือผู้อื่น และความปรารถนานั้นก็สำเร็จผลเสมอ ที่อธิษฐานไว้เช่นกัน  ยิ่งทำให้ตัวผู้เขียนศรัทธาอย่างมั่นคง  มิเคยหวั่นไหว ว่าบุญกุศลนั้นเป็นสิ่งมีอยู่จริงหรือสูญเปล่า  แม้บางครั้งอาจให้ผลสำเร็จช้าก็ตาม ขอแต่เพียงให้เชื่อมั่นในการทำความดีที่ผู้เขียนแสดงออกทางกาย ทางวาจา และทางมโนกรรม เมื่อผู้เขียนทำแล้วย่อมได้รับผลดีตอบแทนเสมอ   ดั่งเช่นเรื่องราวของสุเมธดาบสที่อุทิศร่างกายเป็นสะพานให้พระทีปังกรสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จข้าม พร้อมกับพระอรหันต์ ๔๐๐,๐๐๐ รูป   จนได้รับพุทธพยากรณ์และบำเพ็ญบารมีต่ออีก ๔ อสงไขยและแสนกัปป์  เพื่อมาตรัสรู้เป็นโคตมพุทธเจ้า  
 
        ผู้เขียนโชคดีที่ตัดสินใจมาเรียนหนังสือที่มหาวิทยาลัยในประเทศอินเดียแม้จะเป็นประเทศที่มีประชาชนมีความเป็นอยู่อย่างยากจนเป็นจำนวนมากก็ตาม  แต่ทำให้ผู้เขียนมีโอกาสทำงานรับใช้พระพุทธศาสนาด้วยการเป็นพระธรรมวิทยากรให้แก่ญาติโยมผู้แสวงบุญชาวไทย ผู้เดินทางมาไหว้สวดมนต์ไหว้ในประเทศอินเดียช่วงเดือนตุลาคม - มีนาคมของทุก ๆ  ปี ผู้เขียนทำงานเดือนละ ๑-๒ ครั้งการทำงานให้ ผู้เขียนมีความสุขในชีวิตเพราะทำให้ผู้เขียนรู้จักค่าของตนเอง ผู้เขียนจึงทำงานไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยการทำงานต้องจำวัดดึกตื่นแต่เช้า  เพราะถนนในประเทศเมื่อ ๑๕ ปีที่ผ่านมานั้นยังคับแคบ มีการพัฒนาน้อยทำให้การจราจรคับคั่งไปด้วยรถบรรทุกสิบล้อวิ่งระหว่างเมือง    ทำให้การเดินทางของเราถึงจุดหมายอันเป็นที่พักช้ามากอาจ ๒-๓ ทุ่มในบางวัน  ช่วงนั้นรัฐบาลของเขายังเห็นคุณค่าการท่องเที่ยวเชิงศาสนาศิลปวัฒนธรรมน้อยมาก     จึงไม่มีนโยบายพัฒนาเป็นถนนลาดยางไว้รอการท่องเที่ยวไปในสังเวชนียสถานทั้ง ๔     ผู้แสวงบุญต้องเสียเวลากับการเดินทาง เพราะรถติดเป็นเวลาหลายชั่วโมงในบางครั้งอินเดียคับแคบต้องแลกกับสุขภาพร่างกายสบักสะบอม

เพราะการเดินทางอันทรหดของเส้นทางที่ใช้ในการเดินทาง แต่วิถีการทำงาน ยิ่งทำงานยิ่งทำให้ผู้เขียนมีความรู้ทางพระพุทธศาสนาที่แตกฉานและเข้าใจชีวิตของคนอื่นได้มากขึ้นเพราะการทำงานต้องสติระลึกถึงประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมา เมื่อใช้ปัญญาพิจารณาคิดใคร่ครวญวิเคราะห์แล้วข้อมูลของสถานที่ต่าง ๆ ที่ผู้เขียนต้องเดินทางไปบรรยายทำให้ผู้เขียนพัฒนาความรู้ของตนเองมากยิ่งขึ้นกว่าในอดีต  ผู้เขียนไม่เคยปฏิเสธการทำงาน   เพื่อประโยชน์ของผู้อื่นโดยเฉพาะ  การบรรยายเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธเจ้าในหลายครั้ง ที่เขียนล้มป่วยลง ๒-๓ วันระหว่างการเดินทางไปสู่สังเวชนียสถานทั้ง๔  แต่ผู้เขียนไม่อยากล้มเลิกการทำงาน ผู้เขียนก็อาศัยอธิษฐานบารต่อหลวงพ่อพุทธเมตตา   ช่วยเกิดความมหัศจรรย์แก่ชีวิตของผู้เขียนที่อาการล้มป่วยของหายไป ในวันรุ่งขึ้นสามารถเดินทางต่อไปได้จนกระทั้งครบสังเวชนียสถานทั้ง ๔ เมื่อผู้เขียนอาศัยอยู่ในประเทศไทยมีโอกาสของชีวิตที่เข้ามาบวชเรียนในพระพุทธศาสนา  

เมื่อศึกษานักธรรมตรี นักธรรมโท และนักธรรมเอก ผู้เขียนรู้จักแต่คำว่า "พระพุทธองค์ ตรัสรู้ที่ใต้พระศรีมหาโพธิ์"แต่ผู้เขียนไม่เคยเห็นสถานที่จริงจนกระทั่งปี ๒๕๔๕  ผู้เขียนตัดสินใจมาเรียนต่างประเทศ ตามความฝันของตนต้องใช้เวลาเตรียมความพร้อมถึง ๙ ปีกว่าความฝันจะเป็นจริงหลังจากหาข้อมูลแล้วตัดสินใจเลือก Banaras Hindu university เมืองพาราณสี ประเทศอินเดียห่างจากเมืองพุทธคยารัฐพิหารประเทศอินเดียออกไปถึงที่  ๒๕๔.๕ กม โอกาสของชีวิตขณะที่ผู้เขียนกำลังเรียนในระดับปริญญาโทผู้เขียนมีโอกาสได้ร่วมเดินทางไปในโครงการปฏิบัติธรรมในสังเวชนียสถาน และงานต้อนรับน้องใหม่ ค.ศ. ๒๐๐๒ ของสมาคมนักศึกษาไทยที่มาศึกษาในมหาวิทยาลัยบานารัสฮินดู ทำให้ผู้เขียนรู้จักสถานที่ตรัสรู้ขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นครั้งแรก และมีโอกาสติดตามพระมหาเถระที่เคารพนับถือกันไปฟังเขาบรรยายสถานที่เกี่ยวข้องกับ การทำงานเผยแผ่ของพระพุทธเจ้าและได้เป็นพระวิทยากรให้ญาติโยมฟังหลายคณะตลอดหลายปี ที่อยู่ในอินเดียการเตรียมศึกษาเรื่องราวของพระพุทธเจ้าทำให้จิตวิญญาณของผู้เขียน เข้าใจพระพุทธศาสนามากขึ้นกว่าเดิมมากมาย

บทสรุปคือบทเรียนชีวิตจากแดนพุทธภูมิ
 
        หากผู้เขียนไม่ตัดสินใจมาศึกษาต่อที่ประเทศอินเดีย ชีวิตในการบวชของผู้เขียนคงเป็นเพียงการเรียนรู้จากตำรา  โดยไม่ได้สัมผัสความจริงของชีวิต การได้พำนักและเดินทางมาปฏิบัติบูชา ณ เจดีย์พุทธคยาและวัดไทยพุทธคยาอย่างต่อเนื่อง นำมาซึ่งความอิ่มเอมใจในมหาศรัทธาของชาวพุทธทั่วโลก 

ในช่วงเวลาหลายปีที่ผู้เขียนพำนักอาศัยอยู่ในประเทศอินเดีย ช่วงเวลานั้น มหาวิทยาลัยแห่งนี้เป็นสวรรค์ของการศึกษาในต่างประเทศ เพราะการศึกษาระดับปริญญาโท และเอกนั้น  ค่าเล่าเรียนยังไม่แพงมากนัก เป็นช่วงเวลาที่ผู้เขียนกำลังเรียนปริญญาเอกสาขาปรัชญาและศาสนา มีโอกาสท่องเที่ยวไปในแดนพุทธภูมิ ในช่วงฤดูหนาวหลังจากส่งรายงานการทำโครงการศึกษาให้ภาควิชาทุก ๆ ๖ เดือนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผู้เขียนชอบเดินทางมาสู่พุทธคยา และพำนักอยู่ในวัดไทยพุทธคยาช่วงเวลาเช้าและตอนเย็นผู้เขียนชอบเดินทางมา ปฏิบัติบูชาที่วัดมหาโพธิ์อันสถานที่ตั้งของสถานที่ตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า 

ในช่วงเวลาแดดร่มลมตก ผู้เขียนและพระไทยจะมาสวดมนต์เป็นประจำบริเวณเจดีย์พุทธยา แม้จะเต็มไปด้วยผู้คนพลุกพล่านเต็มเป็นผู้คนต่างชาติต่างภาษา  แต่ไม่ต่างศาสนามารวมกันที่นี้เป็นจำนวนหมื่นคนในแต่ละวัน ผู้เขียนไม่เคยมีความคิดเบื่อหน่ายเลยปลีกวิเวกไม่พบปะผู้คน ผู้เขียนมาได้ทุก ๆ วัน ทั้งที่เดินมาเองก็มีหรือมาบรรยายเรื่องราวเกี่ยวกับสถานที่แห่งนี้ให้กับผู้แสวงบุญก็มีชีวิตของผู้เขียนรู้สึกอิ่มบุญในจิตเสมอ  ที่ได้สัมผัสกับมหาศรัทธาของผู้คนทั่วโลกที่ได้ศึกษา  และปฏิบัติธรรมตามคำสอนของพระพุทธเจ้า 

ท่ามกลางเสียงสวดมนต์หลากหลายภาษาและทำนอง สิ่งที่เหมือนกันคือความหมายอันสรรเสริญคุณของพระพุทธเจ้าทั้งสิ้นไม่ว่าจะเดินทางมาในฤดูฝน ฤดูหนาวหรือฤดูร้อน บทเรียนสำคัญที่สุดที่ผู้เขียนได้รับจากสถานที่แห่งนี้ คือ การมีสติเท่าทันอารมณ์ จะยึดมั่นหรือปล่อยวางอารมณ์เพื่อสงบสุขในชีวิตล้วนขึ้นอยู่กับสติของเราเอง (ผู้เขียนเดินทางมาปฏิบัติบูชา ณ สถานตรัสรู้ครั้งสุดท้าย เมื่อประมาณเดือนธันวาคม  พ.ศ. ๒๕๕๙)    

ไม่มีความคิดเห็น:

Post Top Ad

Your Ad Spot

หน้าเว็บ