The greatest discovery is the natural laws of human life. That everyone is equal Without choosing a social caste as the basis for determining humanity When the soul is the real person of man That accumulates knowledge from the mind with reasons And show his intention to act accordingly Would receive the result of Own action

Breaking

Post Top Ad

Your Ad Spot

วันพุธที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2563

บทนำสู่ปรัชญาพุทธภูมิ : สาลวโนทยาน, สถานที่ปรินิพพาน ณ เมืองกุสินารา


Introductionto the Buddhaphumi Philosophy :  Salwanodhayan, the place of death at Kushinagar 

คำสำคัญ ปรินิพพาน เมืองกุสินารา 
๑.บทนำ  
๒.ความหมายของปรินิพพาน.
๓.เหตุใดพระพุทธเจ้าจึงเสด็จมาปรินิพพานที่เมืองนี้  
๔.พิธีบำเพ็ญกุศลพระบรมศพของพระพุทธเจ้า  
๕.การประชุมเพลิงพระบรมศพ 
๖.การแบ่งพระบรมสาริกธาตุของพระพุทธเจ้า.
๗.วิธีปฏิบัติบูชาในวัดมหาปรินิพพาน (จริยศาสตร์) 

๑.บทนำ 

                 ในสมัยพุทธกาล (Buddha era)  อาณาจักรมัลละเป็นรัฐอิสระ หนึ่งใน ๑๖ มหาอำนาจ ตามที่บันทึกในพระไตรปิฎกฉบับ ต่าง ๆ  นักวิชาการทางพุทธศาสนา ต่างยอมรับถึงอิทธิพลทางเศรษฐกิจ การเมืองและสังคมที่สำคัญของอาณาจักรนี้ ในระหว่างการค้นคว้าแผนที่โบราณของอินเดีย ผู้เขียนได้เรียนรู้ว่าอนุทวีปอินเดียประกอบด้วยรัฐต่าง ๆ มากมาย อาณาจักรมัลละ มีพรหมแดนติดกับอาณาจักรวัชชีทางทิศตะวันออก โดยมีแม่น้ำมหิ(คันธกะ)คั่นกลางทางทิศตะวันตกติดกับอาณาจักรโกศล โดยมีแม่น้ำอจิรวดีคั่นกลาง ทางทิศเหนือติดกับอาณาจักรสักกะและโกลิยะ และทางทิศใต้ติดกับอาณาจักรกาสี เป็นต้น 

     อาณาจักรมัลละมีรูปแบบการปกครองแบบสาธารณรัฐ โดยแบ่งประชากรเป็น ๔ วรรณะ ได้แก่ วรรณะพราหมณ์ วรรณะกษัตริย์  วรรณะแพศย์และวรรณะศูทร วรรณะกษัตริย์ หรือเป็นที่รู้จักเรียกว่า"ราชวงศ์มัลละ" ปกครองอาณาจักรมัลละ โดยมีกษัตริย์แต่ละราชวงศ์หมุนเวียนกันขึ้นเป็นกษัตริย์ผู้ปกครอง  อาณาจักรมัลละมีเมืองหลวง ๒ แห่ง คือ  เมืองกุสินาราและเมืองปาวา ซึ่งอยู่ตรงกันข้ามกัน อาณาจักรมัลละตั้งอยู่บนเส้นทางการค้าโบราณ ผ่านเมืองกบิลพัสดุ์ (อาณาจักรสักกะ)  เมืองเทวทหะ (อาณาจักรโกลิยะ) อาณาจักรมัลละ อาณาจักรกาสีและสุดท้ายคืออาณาจักรมคธ  เมืองกุสินาราเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรมัลละ      และสวนหลวงชื่อสาลวโทยาน ซึ่งเต็มไปด้วยต้นสาละที่ออกดอกบานสะพรั่งในพฤษภาคมของทุกปี 

         พระพุทธเจ้าทรงปรินิพพาน  ณ สาลวโนทยาน และทรงประทานมรดกทางวัฒนธรรมอันสูงส่งคือ อริยทรัยพ์ภายใน (นิพพาน)แก่มวลมนุษยชาติ  โดยไม่แบ่งแยกเชื้อชาติ ศาสนา หรือสถานะทางสังคม ทุกคนสามารถเข้าถึงอริยทรัพย์นี้โดยการปฏิบัติตามอริยมรรค ๘  ประการ เพื่อสั่งสมอริยทรัพย์ไว้ในจิตใจของตนเอง ไม่มีใครสามารถพรากอริยทรัพย์ที่สั่งสมไว้ในจิตใจนี้ได้ มันเป็นมรดกทางจิตวิญญาณอันล้ำค่าและหายาก  มีเพียงผู้ปฏิบัติอริยมรรค ๘ ประการเท่านั้นที่จะครอบครองได้  เมื่อปฏิบัติแล้ว ปัญญาเช่นนี้จะนำไปสู่การบรรลุพุทธภาวะ เสมือนจิตใจของผู้ศรัทธาใกล้ชิดกับพระพุทธเจ้าอยู่เสมอ และดำเนินชีวิตด้วยความไม่ประมาทเป็นต้น  

      ในปัจจุบัน พระนครกุสินารา เมืองหลวงของอาณาจักรมัลละเป็นเพียงอำเภอเล็ก ๆ ในรัฐอุตตรประเทศ สาธารณรัฐอินเดีย ส่วนราชวงศ์มัลละ ซึ่งปกครองอาณาจักรมัลละ มาตั้งแต่ก่อนพุทธกาล เจ้ามัลละกษัติย์ทรงได้สละอำนาจอธิปไตยเหนือประเทศ และดินแดนของของตน  อาณาจักรมัลละจึงถูกผนวกเข้ากับอาณาจักรอื่น ๆ  ในอนุทวีปอินเดียเพื่อก่อตั้งประเทศใหม่ที่เรียกว่า"สาธารณรัฐอินเดีย" หลังจากที่อินยเดียได้รับเอกราชจากสหราชอาณาจักรอังกฤษ เมื่อวันที่ ๒๕ สิงหาคม ๑๙๔๗ (พ.ศ. ๒๔๙๐)

      ในวันที่ ๒๕ สิงหาคม ๒๔๙๓ (๑๙๕๐) รัฐธรรมนูญฉบับแรกของสาธารณรัฐอินเดียได้ถูกประกาศใช้ โดยกำเนิดเงื่อนไขต่าง ๆ แก่พลเมืองอินเดียทุกคน เงื่อนไขเหล่านี้ กฎหมายรัฐธรรมนูญจารีตประเพณีเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "หลักราชอปริหานิยธรรม"  ซึ่งแสดงถึงความเป็นอิสระของรัฐอธิปไตย และเป็นการสิ้นสุดการดำรงอยู่ของมหาอำนาจ ๑๖ชาติ และรัฐชนบทอีก ๕  รัฐ วรรณะกษัตริย์ซึ่งทรงปกครองอาณาจักรมาอย่างน้อย ๔,๐๐๐ ปีก็สิ้นสุดลงเช่นกัน เมื่อมหาราชาแห่งอาณาจักรต่าง ๆ นั้น  พระองค์ทรงสละอำนาจอธิปไตยให้แก่รัฐบาลกลางแล้ว คำสอนของพราหมณ์ซึ่งครอบคลุมทั้งหลักคำสอนทางศาสนาพราหมณ์และกฎหมายระบบวรรณะนั้น ซึ่งตั้งอยู่บนความเชื่อที่ว่าพระพรหมทรงสร้างมนุษย์และสถาปนาระบบวรรณะขึ้นมา สิ่งนี้ทำให้สิทธิและหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับระบบวรรณะที่กำหนดไว้สิ้นสุดลงโดยปริยาย จึงไม่จำเป็นต้องออกกฎหมายยกเลิกวรรณะซึ่งจะขัดแย้งกับกฎหมายรัฐธรรมนูญจารีตประเพณี(ธรรมของกษัตริย์) หรือ(หลักราชอปริหานิยธรรม) ) อีกต่อไป

      ดังนั้น เมื่ออาณาจักรต่าง ๆ รวมตัวกันก่อตั้งเป็นประเทศขึ้นใหม่เมื่อกว่า ๖๐ ปีที่แล้ว  อำนาจอธิปไตยของวรรณะกษัตริย์แห่งอาณาจักรมัลละ จึงถูกถ่ายโอนอำนาจจากราชวงศ์มัลละไปยังรัฐบาลกลางของสาธารณรัฐอินเดีย  ซึ่งปัจจุบันใช้อำนาจอธิปไตยปกครองประชาชนตามรัฐธรรมนูญฉบับวันที่ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๙๓ รัฐธรรมนูญฉบับร่างขึ้นใหม่ เพื่อสถาปนาใหม่ รวมดินแดนอันอุดมสมบูรณ์ของอนุทวีปอินเดีย ซึ่งอุดมสมบูรณ์ด้วยโภคทรัพย์และมั่นคงด้วยอริยทรัพย์ทางจิตวิญญาณ เป็นสายสัมพันธ์ที่ดำรงอยู่ต่อเนื่องมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล จิตวิญญาณแห่งสันติภาพของมนุษย์ได้รับการฟื้นฟู้หลังจากทัศนะคติที่ผิดพลาดมาหลายศตวรรษ

       ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น  ผู้เขียนจึงสงสัยว่า  หลังจากอาณาจักรมัลละล่มสลายแล้ว ไม่เป็นรัฐอธิปไตยบนแผนที่โลกอีกต่อไป อุทยานสาลวโนทยาน สถานที่ปรินิพพานของพระพุทธเจ้า ปัจจุบันนี้ตั้งอยู่ที่ใดในสาธารณรัฐอินเดีย     ดังนั้น  ผู้เขียนจึงตัดสินใจค้นคว้าหาความจริงเกี่ยวกับอุทยานสาลวโนทยาน   สถานที่ปรินิพพานของพระพุทธเจ้าในเมืองกุสินารา   (Parinirvana Of Buddha in Kushinagar)  โดยรวบรวมข้อมูลจากหลักฐานเอกสาร   พระไตรปิฎก  อรรถกถาและบันทึกของพระภิกษุชาวจีนหลายรูปฯลฯ    ส่วนพยานวัตถุได้แก่สถูปที่บรรจุพระบรมสารีกธาตุของพระพุทธเจ้า คำบอกเล่าของพยานบุคคล และพยานเอกสารดิจิทัล เช่น  แผนที่โลกของกูเกิล ข้อมูลเหล่านี้ของพยานวัตถุ คำบอกเล่าของพยาน และพยานเอกสาร ซึ่งจะถูกนำมาวิเคราะห์  เพื่อหาคำตอบที่สมเหตุสมผล   ยืนยันความจริงเกี่ยวกับอุทยานสาลวโนทยาน สถานที่ปรินิพพานของพระพุทธเจ้า ซึ่งจะให้คำอธิบายที่แท้จริงและสมเหตุสมผล   โดยไม่เหลือช่องว่างให้เกิดข้อสงสัยใด ๆ     นอกจากนี้ บทความนี้จะเป็นประโยชน์ต่อพระนักเทศน์รุ่นหลัง   โดยทำหน้าที่เป็นแหล่งข้อมูลพื้นฐานสำหรับการอธิบายสถานที่ปรินิพพานด้วยเนื้อหาไปในแนวทางเดียวกัน  ยิ่งไปกว่านั้น  กระบวนการวิเคราะห์จากหลักฐานจะเป็นประโยชน์ต่อการวิจัยของนิสิตปริญญาเอก สาขาปรัชญาและพระพุทธศาสนานำไปสู่ความก้าวหน้ายิ่งขึ้นในความรู้ทางพระพุทธศาสนา

ไม่มีความคิดเห็น:

Post Top Ad

Your Ad Spot

หน้าเว็บ