The greatest discovery is the natural laws of human life. That everyone is equal Without choosing a social caste as the basis for determining humanity When the soul is the real person of man That accumulates knowledge from the mind with reasons And show his intention to act accordingly Would receive the result of Own action

Breaking

Post Top Ad

Your Ad Spot

วันศุกร์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

บทนำสู่ปรัชญาพุทธภูมิ : ความสุขของเจ้าชายสิทธัตถะ

Introduction  to Buddhaphumi Philosophy : The Happiness of Prince Siddhartha 

๑. คำสำคัญ  เจ้าชายสิทธัตถะ   ความสุข


จุดประสงค์ 
๑.บทนำ ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา
๒. ศึกษาชีวิตเจ้าชายสิทธัตถะ 
๓. ศึกษาความสุขในพระไตรปิฎก 
๓. วิเคราะห์ความสุขของเจ้าชายสิทธัตถะในพระไตรปิฎก
    
บทนำ  

        โดยทั่วไปแล้ว     มนุษย์ทุกคนเกิดมาโดยไม่รู้ถึงธรรมชาติที่แท้จริงของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นความจริงที่สมมติขึ้นหรือความจริงขั้นปรมัตถ์  ยกตัวอย่างเช่น มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ    มีชีวิตอยู่ช่วงสั้น ๆ  และในที่สุดก็เสื่อมสลายและหายไปจากโลกนี้  ไม่มีใครเคยเห็นมนุษย์คนเดิมฟื้นคืนชีพ อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดมาแล้ว  ทุกคนปรารถนาเพียงความสุขในชีวิต    ไม่มีใครต้องการความทุกข์  ดังนั้นมนุษย์จึงสร้างกิจกรรมต่าง ๆ ขึ้นมา  เพื่อฝึกฝนสติ และตระหนักรู้ในปัจจุบันขณะชีวิตมนุษย์ต้องการหลายสิ่งหลายอย่างเพื่อตอบสนองความต้องการในแต่ละวัน    นี่คือสภาวะทางจิตที่เกิดจากการสัมผัสกับปัจจัยภายนอก เช่น โทรศัพท์มือถือ บ้านและที่ดิน งานที่ดี  เกมส์ออนไลน์ หรือสิ่งอื่นใดที่ตอบสนองความต้องการ มันคือการแสดงออกของจิตใจ การแสดงออกทางกายภาพของมนุษย์ทุกคน  ล้วนเป็นอารมณ์นามธรรมในจิตใจ  เช่น ความสุขที่ได้จากการมองเห็น  เมื่อความสุขเกิดขึ้น จิตใจก็จะปรารถนาสิ่งนั้น  ถ้ามีเงินก็จะซื้อทันที  แต่ถ้าไม่มีเงินก็จะหาวิธีต่าง ๆ เพื่อให้ได้มา แม้ว่าจะเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องหรือผิดกฎหมาย เพื่อซื้อของที่สนองความต้องการทางจิตใจ  เมื่อได้มาแล้วก็รู้สึกพอใจ แต่หลังจากใช้ไปสักพัก ก็เริ่มเบื่อและปรารถนาสิ่งใหม่ ๆที่ตนเองชอบ   ดังนั้น   มนุษย์จึงมีบ้านและรถหลายคันเพื่อตอบสนองความต้องการในชีวิต 

         เมื่อผู้เขียนศึกษาประวัติศาสตร์พุทธศาสนาเกี่ยวกับชีวิตของ"เจ้าชายสิทธัตถะ"  จากหลักฐานในพระไตรปิฎกมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยพบว่า เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะทรงสำเร็จการศึกษาหลักสูตรศิลปศาสตร์ ๑๖ สาขาวิชาแล้ว พระองค์ทรงค้นพบจัณฑาล  ซึ่งคนเหล่านี้ เกิดจากความเชื่อทางศาสนาพราหมณ์ และระบบวรรณะ  เนื่องจากพวกเขาละเมิดคำสอนทางศาสนาและระบบวรรณะอย่างร้ายแรง จึงถูกลงโทษโดยพระพรหม และคนในสังคมมีหน้าที่บังคับคดีให้เป็นไปตามพระประสงค์ของพระพรหม โดยการเนรเทศพวกเขาออกไปจากสังคมตลอดชีวิต  เมื่อพระองค์ทรงทราบถึงปัญหานี้ และทรงแสวงหาหนทางช่วยเหลือจัณฑาล ด้วยความเมตตาและปรารถนาที่จะช่วยให้ประชาชนของพระองค์พ้นจากความทุกข์   เจ้าชายสิทธัตถะทรงสืบสวนข้อเท็จจริง และรวบรวมหลักฐาน เพื่อวิเคราะห์โดยใช้การอนุมานความรู้จากหลักฐาน  เพื่อพิสูจน์ความจริงของเรื่องนั้น  โดยใช้เหตุผลเป็นเครื่องมือใช้ในการอธิบายความจริง  

          แม้ว่าเหล่าพราหมณ์ซึ่งเป็นปุโรหิตจะยืนยันว่าพระพรหม เป็นผู้สร้างมนุษยชาติ  และพราหมณ์รุ่นก่อน   ๆ  เคยพบทั้งพระพรหมและพระอิศวร   และประกอบพิธีกรรมบูชายัญเป็นประจำตลอดทั้งปี เพื่อขอพรจากพระพรหม   แต่เจ้าชายสิทธัตถะก็ทรงถามประวัติของพระพรหม และพระอิศวรไม่มีใครสามารถตอบพระองค์ได้   ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อพระองค์ทรงวิเคราะห์คำบอกเล่าเหล่านั้นแล้ว  เจ้าชายสิทธัตุะทรงเห็นว่า  เมื่อพราหมณ์เหล่านั้นประกอบพิธีกรรมบูชายัญทุกวันเพื่อสื่อสารกับเทพเจ้า น่าจะทำให้ทราบถึงที่มาของเทพเจ้าได้  อย่างไรก็ตาม การที่ไม่สามารถตอบคำถามเหล่านี้ได้ ทำให้เจ้าชายสิทธัตถะทรงเกิดความสงสัยว่าคำบอกเล่าเหล่านั้นไม่เป็นความจริง  ดังนั้น มุมมองของเจ้าชายสิทธัตถะที่เชื่อว่าเทพเจ้าไม่อยู่จริงนั้น จึงเป็นความรู้ที่สมเหตุสมผลและสอดคล้องกับความเป็นจริงของชีวิต   

          เมื่อเราพิจารณาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความสุขของมนุษยชาติทั่วโลก โดยอิงจากหลักฐานจากเครือข่ายสังคมออนไลน์  เราพบว่า  มีสถานบันเทิงนับล้านแห่งที่ให้บริการแก่ผู้คน ที่เครียดจากปัญหาชีวิต ที่เกิดจากปัญหาครอบครัวและสังคม ปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นจากการขาดความมั่นใจในตนเองและเป้าหมายชีวิตที่ชัดเจน ความพยายามในการการศึกษาที่ไม่เพียงพอ และความล้มเหลวในการกำหนดหรือวางแผนเป้าหมายชีวิต  ตั้งแต่การหาเงินไปจนถึงบรรลุเป้าหมายชีวิต การบรรลุเป้าหมายเหล่านั้นเป็นเรื่องยาก แม้จะมีเป้าหมายที่ชัดเจน   วิธีการที่จะบรรลุเป้าหมายเหล่านั้นอาจขาดความชัดเจน และอาจไม่สอดคล้องกับศีลธรรมของสังคมและกฎหมายของประเทศ ความขัดแย้งทางสังคม การขาดความเคารพในที่ทำงาน   และความล้มเหลวทางธุรกิจล้วนเป็นปัจจัยทีทำให้เกิดความยากลำบากนี้  หลังจากวิเคราะห์และยืนยันข้อเท็จจริงซ้ำแล้วซ้ำเล่า สิ่งเหล่านี้จะได้รับการยอมรับว่าเป็นความรู้ ได้รับการยืนยันผ่านการตัดสินอย่างมีเหตุผล และไม่ต้องสงสัยอีกต่อไป สิ่งที่รับรู้ว่าเป็นความรู้และความจริงจะกลายเป็นความรู้และความจริงส่วนบุคคล     เมื่อมนุษย์ได้ใช้เหตุผลในการอธิบายคำตอบของเรื่องนั้น และความรู้เหล่านี้จะสั่งสมเป็นหลักฐานทางอารมณ์อยู่ในจิตใจ  เมื่อบุคคลใดมีความรู้และความจริงเกี่ยวกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่ตนเองชื่นชอบแล้ว  จิตใจของเขาก็จะเกิดตัณหาที่จะได้มาซึ่งสิ่งนั้น เช่น รถยนต์ บ้านพร้อมที่ดิน งานที่มีตำแหน่ง หรือสถานะทางสังคมที่สูงขึ้น    การเป็นเจ้าของสิ่งเหล่านี้ จะสนองอารมณ์ปรารถนาของพวกเขา   เมื่อได้ครอบครองสิ่งใดสิ่งหนึ่งแล้ว จิตก็จะประสบกับความสุขในทางกลับกัน จิตปรารถนาสิ่งใดแต่ไม่ได้สิ่งนั้นมา ย่อมจะเกิดความทุกข์ขึ้น หรือ บางที่มนุษย์อาจมีตัณหา ที่จะมีอัตลักษณ์ในตำแหน่งทางสังคมที่ถูกสร้างขึ้น   ซึ่งพวกเขายอมรับนั้น หากได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนั้น   พวกเขาก็จะประสบกับความสุขและความพึงพอใจในการใช้ชีวิตตามความปรารถนาของตน   อย่างไรก็ตาม  ความสุขของมนุษยชาตินั้นเป็นเพียงการแสดงออกทางจิตวิญญาณ เมื่อบุคคลใดยึดติดกับความสุขรูปแบบเดิมมากเกินไปเป็นเวลาหลายปี   ความเบื่อหน่ายต่อประสบการณ์ทางอายตนะภายในในการรับรู้ที่ซ้ำซากจำเจเหล่านี้ซึ่งเรียกว่า "นิพพิทา (Bored)" จะนำไปสู่การแสวงหาสิ่ง  ๆ  เพื่อสนองความปรารถนาของตน 

          เมื่อผู้เขียนพิจารณาถึงปัญหาในชีวิตนี้   สิ่งนี้ทำให้ผู้เขียนสงสัยว่าเจ้าชายสิทธัตถะทรงมีชีวิตที่สุขสบายอย่างไร  ก่อนจะละทิ้งความสุขนั้น        ออกผนวชเป็นพระโพธิสัตว์   ด้วยเหตุผลดังกล่าว ผู้เขียนจึงสนใจศึกษาธรรมชาติที่แท้จริงของความสุข   ของเจ้าชายสิทธัตถะ (Siddhartha 's  Happiness) โดยวิเคราะห์ที่มาของความรู้จากพระไตรปิฎก     อรรถกถาและเอกสารทางพุทธศาสนาต่าง ๆ ผลจากการวิเคราะห์นี้จะเป็นประโยชน์ต่อพระธรรมทูตแห่งราชอาณาจักรไทยในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาแก่ผู้แสวงบุญใน ๔ เมืองศักดิ์สิทธิ์ทางพุทธศาสนา ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน กระบวนการพิจารณาความจริงทางปรัชญาและพระพุทธศาสนา จะเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาในระดับปริญญาเอก สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการวิจัยเชิงปรัชญาในระดับปริญญาเอกสาขาปรัชญาและพระพุทธศาสนาได้ 

ไม่มีความคิดเห็น:

Post Top Ad

Your Ad Spot

หน้าเว็บ