บทนำเกี่ยวกับWalk for Peace ในสมัยพุทธกาล
บทนำท่ามความขัดแย้งและความวุ่นวายระดับโลก ในปัจจุบัน ปรากฏการณ์ทางสังคมและเปี่ยมด้วยความหวังได้เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกา และแพร่กระจายอย่างรวดเร็วบนโซเชียลมีเดียอย่างรวดเร็ว กลุ่มพระภิกษุสงฆ์จากประเทศในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ อาทิ เวียดนาม ไทย และลาวได้ร่วมมือกันสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเดินธุดงค์ธรรมยาตราจาริกข้ามสหรัฐอเมริกา ครอบคลุมระยะทางกว่า ๓,๗๐๐ กิโลเมตร
การเดินทางครั้งยิ่งใหญ่ ไม่ใช่เพียงการเคลื่อนที่จากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งแต่เป็นการสื่อสารสัญลักษณ์แห่งความสงบสุขส่งไปถึงหัวใจของผู้คน แม้ว่าในตอนแรก ชาวอเมริกันหลายคนจะยังไม่เข้าใจจุดประสงค์ หรือตั้งคำถามถึงที่มาของการเห็นภาพของคณะสงฆ์ได้แต่พวกเขาก็ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากชาวอเมริกันในเมืองต่าง ๆ ผู้ต้องการสันติภาพให้แก่โลก การเดินธุดงค์ครั้งนี้เพื่อสันติภาพในโลก พวกเขาไม่ได้ตั้งใจที่จะเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของชาวอเมริกันหรือเปลี่ยนพวกเขาให้หันมานับถือพุทธศาสนา แต่เพื่อส่งเสริมให้ผู้คนได้เรียนรู้จากกันและกัน และเดินทางเคียงข้างไปด้วยกัน แม้ว่าในระยะแรกนั้น หลายคนไม่เข้าใจจุดประสงค์หรือการตั้งคำถามถึงที่มาของการเห็นภาพคณะสงฆ์ที่น่งห่มจีวรสีส้มเดินเท้าอยู่ริมถนนไฮเวย์ แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความมุ่งมั่น และวัตรปฏิบัติที่สงบเสงี่ยม ก็กลายเป็นภาษาสากล ที่เปลี่ยนความสงสัยให้กลายเป็นความเลื่อมใส
สารัตถะสำคัญของการเดินธุดงค์ครั้งนี้ มิใช่เพื่อการเผยแผ่ศาสนาในเชิงรุก หรือการมุ่งหวังที่จะเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตและวัฒนธรรม ดั้งเดิมของชาวอเมริกัน ให้หันมานับถือพุทธศาสนาแต่อย่างใด หากแต่มีจุดมุ่งหมายที่บริสุทธิ์ในการกระตุ้นให้ผู้คนได้ตระหนักถึง "สันติภาพที่เริ่มต้นจากภายในจิตใจของแต่ละคน คณะธรรมยาตราต้องการสร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน เปิดโอกาสให้คนต่างเชื้อชาติ ต่างภาษาและต่างความเชื่อได้มาทำความรู้จักและเดินเคียงกันไปบนเส้นทางแห่งความเข้าใจ ภาพของชาวอเมิริกันในเมืองต่าง ๆ ที่ได้มาออกให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น ตลอดร่วมกันแบ่งรอยยิ้มและน้ำใจตลอดเส้นทาง และน้ำใจตลอดเส้นทาง สะท้อนให้เห็นถึงความปรารถนาส่วนลึกของมนุษยชาติที่โหยหาสันติภาพร่วมกัน การเดินทางครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนสะพานที่เชื่อมใจ ที่ยืนยันว่า แม้เราจะมีความแตกต่างกันเพียงใด แต่เราสามารถจับมือและก้าวเดินไปด้วยกันได้ เพื่อร่วมสร้างโลก ให้เป็นดินแดนที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตาและร่มเย็นอย่างแท้จริง
อย่างไรก็ก็ตาม บางคนแสดงความคิดเห็นในสื่อสังคมออนไลน์ว่า การเดินเพื่อสันติภาพมิใช่ศาสนกิจสำหรับพระภิกษุสงฆ์ เมื่อได้ยินความคิดเห็นเหล่านี้ ผู้เขียนสนใจศึกษาและแสวงหาความรู้ในเรื่องนี้ว่าพระพุทธเจ้าทรงดำเนินเพื่อสันติภาพหรือไม่ ตามคำสอนของพระพุทธเจ้าที่ทรงสั่งสอนมนุษยชาติ ไม่ควรเชื่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยทันที แต่ให้สงสัยไว้ก่อนจนกว่าจะมีตรวจสอบข้อเท็จจริง และรวมรวมพยานหลักฐานได้เพียงพอแล้ว ผู้เขียนจะนำพยานหลักฐานเหล่านั้น วิเคราะห์โดยอนุมานความรู้ เพื่อพิสูจน์ความจริงในเรื่องนั้นโดยใช้เหตุผล อธิบายความจริงของเรื่องนั้น และเขียนคำตอบในรูปบทความเชิงวิเคราะห์ และบทความนี้จะเป็นประโยชน์ต่อคณะสงฆ์แห่งราชอาณาจักรไทยในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาไปยังดินแดนต่าง ๆ ทั่วโลกให้คำสอนของพระพุทธเจ้าเป็นไปในทิศทางเดียวกัน นอกจากนี้ กระบวนการพิจารณาความจริงในพระพุทธศาสนา จะเป็นประโยชน์ต่อนักศึกษาปริญญาโทและปริญญาเอกด้านพระพุทธศาสนาและปรัชญาใช้เป็นแนวทางการวิจัยในระดับบัณฑิตศึกษา ทำให้การศึกษาพระพุทธศาสนาและปรัชญา สามารถบูรณาการเข้ากับศาสตร์สมัยใหม่ได้อย่างมีเหตุผลและสอดคล้องต้องกันเป็นต้น

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น