Introduction to Buddhaphumi philosophy : The Ancient Kingdom of Bagan
๑.บทนำ สังเวชนียสถานสู่แรงบันดาลแห่งพุทธภูมิ

- ตั้งแต่ปีค.ศ.๒๐๐๒-๒๐๑๑ ผู้เขียนอาศัยอยู่ในเมืองพาราณสี (Varanasi city) รัฐอุตตรประเทศ สาธารณรัฐอินเดียเป็นเวลาหลายปีในฐานะนักศึกษาต่างชาติ ที่ศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยบานารัสฮินดู ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากธัมเมกสถูป (DhameK Stupa) เมื่อตรวจสอบในแผนที่โลกของกูเกิลประมาณ ๑๗.๗ กิโลเมตร ซึ่งเป็นสถานที่แสดงปฐมเทศนาแก่ฤาษีทั้งห้า(ปัญจวัคคีย์) และการสถาปนาพระรัตนตรัย ได้แก่ พระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ เป็นที่พึ่งพิงของมวลมนุษยชาติซึ่งมาสู่การตั้งคำถามเชิงปรัชญา เมื่อผู้เขียนได้ไปเยือน"อาณาจักรพุกามโบราณ
- มุมมองปรัชญาพุทธภูมิเหนือซากเจดีย์ปรักหักพัง : ผู้เขียนปรารถนาที่จะมองอาณาจักรพุกาม มากกว่าแค่โบราณสถานทางประวัติศาสตร์แต่ขยายกรอบมุมมองผ่าน "ปรัชญาพุทธภูมิ"(หนทางแห่งพระโพธิสัตว์)เพื่อค้นหาทางจิตวิญญาณ ศรัทธา และความใฝ่ฝันอันสูงสุดของมนุษยชาติที่ซ่อนอยู่ใต้ทะเลเจดีย์นับพันองค์
๒.ปัญหาเชิงปรัชญา : ทำไมต้องสร้างเจดีย์นับพันองค์?
- แรงขับเคลื่อนทางพฤติกรรมมนุษย์ : เมื่อชาวพุกามเป็นปุถุชนจะตกอยู่ภายใต้โลกธรรม ๘ ประการ (Worldly conditions) (สุข ทุกข์ ลาภ ยศ สรรเสริญ นินทา) แต่การอุทิศตนสร้างตนสร้างเจดีย์สูงเสียดฟ้าในอดีต ย่อมตั้งอยู่บนฐานคิดที่มีเหตุผลและเป้าหมายเชิงคุณค่า (Rationality & Spititual Value)
- ความจริงแท้ของชีวิตกลางธรรมชาติที่แปรเปลี่ยน : เปรียบเทียบอดีตเมื่อ ๑,๕๐๐ ปีก่อน ที่ลุ่มน้ำอิระวดี อุดมสมบูรณ์ กับความแห้งแล้งในปัจจุบันชี้ให้เห็นกฎไตรลักษณ์ (อนิจจัง) แต่สิ่งที่ชาวพุกามทิ้งไว้คือภูมิปัญญาการชำระล้างจิตวิญญาณ เพื่อก้าวข้ามวัฏจักรวัฏจักรแห่งความตาย และการเกิดอันไม่สิ้นสุด
๓.ญาณวิทยาในปรัชญาพุทธภูมิ : ข้อจำกัดของโลกดิจิทัลกับการเข้าถึงความจริงเชิงประจักษ์
ภาพจำบนอินเตอร์เน็ตและประสบการณ์ตรง : ในขณะที่โลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เมื่อความรู้ของมนุษยชาติแพร่กระจายผ่านเทคโนโลยี่คอมพิวเตอร์ และอินเตอร์เน็ต โทรศัพท์มือถือถูกสร้างขึ้น เพื่อตอบสนองทุกความอยากรู้อยากเห็นของมนุษยชาติ ทำให้ผู้คนสนใจข้อมูลบนอินเตอร์เน็ตมากกว่าผู้คนรอบข้าง ภาพถ่ายเจดีย์นับล้านภาพในเมืองโบราณพุกาม ที่นักท่องเที่ยวแชร์กันทางออนไลน์ ถือเป็นหลักฐานเพิ่มเติมเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ ความคิดเห็นนับล้านที่แชร์ทางออนไลน์เกี่ยวกับเจดีย์โบราณหลายพันแห่งในอาณาจักรโบราณพุกาม ยิ่งกระตุ้นความสนใจของผู้คนทั่วโลก เป็นการเชิญชวนให้พวกเขามาเยี่ยมชมเจดีย์อันงดงามเหล่านี้ในอาณาจักรโบราณพุกามโดยปริยาย
เป็นเวลาหลายร้อยปีที่เจดีย์เหล่านี้ทำหน้าที่เป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางพุทธศาสนา ต่อมาเจดีย์เหล่านี้ถูกเรียกว่า "โบราณสถาน" และรัฐบาลสหภาพเมียนมาร์ได้เปิดให้เป็นสถานท่องเที่ยวทางพุทธศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม เพื่ออนุรักษ์มรดกของชาติและสร้างงานและอาชีพให้กับช่างฝีมือท้องถิ่น นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่อาศัยอยู่ในดินแดนที่มั่งคั่งทางวัตถุ ได้เห็นรอยยิ้มของชาวพุกามที่พบความสงบในใจผ่านการสวดมนต์ที่วัดพุทธ บมเพาะศักยภาพของตนเองผ่านศรัทธาในคำสอนของพระพุทธเจ้า และการปฏิบัติธรรมอย่างขยันขันแข็ง การระลึกถึงประสบการณ์ในอดีตชาติการมีสมาธิในการปฏิบัติธรรม และการมีปัญญาที่จะเข้าใจสัจธรรมของชีวิต การมีจิตใจบริสุทธิ์ปราศจากอคติและความคิดขุ่นมัว บุคลิกภาพที่อ่อนโยนและสุภาพ การรักษาความมั่นคงและแน่วแน่ เมื่อเผชิญกับความท้าทายในชีวิต การปฏิบัติอริยมรรคมีองค์ ๘ เป็นที่พึ่งแห่งความสงบภายในจิตใจ โดยไม่จำเป็นต้องอธิบายหรือเหตุผลที่ซับซ้อนเพื่อเข้าใจชีวิต การบูชาเจดีย์นับพันองค์ที่สร้างขึ้นเพื่อบูชานำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองแก่ชีวิตของผู้คนในอาณาจักรโบราณพุกาม และสร้างรายได้มหาศาลให้กับชุมชนท้องถิ่น เป็นต้น

การสร้างศาสนสถานทางพุทธศาสนา (BuddhistPlace)เช่น เจดีย์ถือเป็นรูปแบบหนึ่งของศรัทธาทางศาสนาไม่ใช่การลงทุนที่สิ้นเปลืองเมื่อกระทำบุญกิริยาวัตถุ (bases of meritorious action) ไปแล้ว อาบุญกุศลจะสั่งสมอยู่ในจิตใจโดยห่อหุ้มจิตวิญญาณ เมื่อตายไปดวงวิญญาณของผู้นั้นจะเกิดใหม่ในสุคติภูมิที่ดี ส่วนสถานที่ทางพุทธศาสนาจะกลายเป็นอนุสรณ์สถานทางประวัติ ที่สะท้อนถึงภูมิปัญญาของยุคสมัยต่าง ๆ และถูกแปลงเป็นพุทธศิลป์ ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลกมาเยี่ยมชม เช่น เจดีย์นับพันองค์ในเมืองโบราณมัณฑะเลย์ที่สร้างขึ้นโดยแสดงภาพเหตุการณ์ชีวิตของพระพุทธเจ้า ทำให้สถานที่เหล่านั้นน่าสนใจและควรค่าแก่การศึกษา ในโลกแห่งการเดินทางที่สะดวกสบาย การทำงานที่เร่งรีบและมุ่งเน้นความสำเร็จมากเกินไป ผู้คนอาจเบื่อหน่ายกับชีวิตและประสบกับภาวะซึ่มเศร้าได้ การสร้างศาสนวัตถุทางพระพุทธศาสนา เช่น เจดีย์หลายพันองค์ถือเป็นบุญกุศลอย่างยิ่งในชีวิต เมื่อตายไปบุญกุศลจะนำจิตวิญญาณไปเสวยสุขในสวรรค์
ในปีพ.ศ. ๒๕๖๓ ผู้เขียนได้เดินทางจากราชอาณาจักรไทย ไปยังดินแดนโบราณแห่งอาณาจักรพุกาม ระหว่างการเดินทางจากสนามบินนานาชาติมัณฑเลย์ไปสู่เมืองมัณฑเลย์โบราณ ผู้เขียนมองเห็นว่าดินแดนโบราณแห่งนี้ เคยอุดมสมบูรณ์เพราะมีแม่น้ำอิระวดีไหลผ่านและหล่อเลี้ยงวิถีชีวิตผู้คน ปัจจุบันดินแดนนี้มีความแห้งแล้งและไม่เหมาะแก่การเกษตรกรรม เมื่อมองย้อนกลับไป ๑,๕๐๐ ปีภาคกลางของพม่ายังคงอุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติจากแม่น้ำอิรวดี และเพียงพอที่จะเลี้ยงดูผู้คนนับล้านและปลูกข้าวได้ เป็นเวลาหลายร้อยปีที่ผู้คนมีเวลาพัฒนาศักยภาพ เพื่อความเจริญรุ่งเรืองทางจิตวิญญาณ พวกเขาเรียนรู้วิธีชำระล้างจิตวิญญาณ ปลดปล่อยตนเองจากเศร้าโศกและความปรารถนาที่จำกัดชีวิต พวกเขา พบความสงบสุขในดินแดนที่แห้งแล้งแห่งนี้ เพราะการปฏิบัติทางจิตวิญญาณ ช่วยให้พวกเขาพึงพอใจในตนเองและหวังที่จะบรรลุเป้าหมายชีวิต
แม้ว่าสถานะทางเศรษฐกิจของชาวพม่าจะไม่สูงเท่ากับประเทศไทย แต่การได้เห็นรอยยิ้มแห่งความสุขภายในจิตวิญญาณของชาวพุทธนั้นมีค่าอย่างยิ่ง ความสุขนี้พบได้จากภายในใจ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสิ่งภายนอก การเดินทางไปพม่าครั้งนี้ได้มอบประสบการณ์อันล้ำค่าแก่ผู้เขียน ซึ่งสั่งสมผ่านประสาทสัมผัสและประทับอยู่ในจิตใจ ความรู้เกี่ยวกับพม่าที่เคยมีจำกัดของผู้เขียนได้หายไปเกือบหมด เมื่อผู้เขียนขาดประสบการณ์ผ่านประสาทสัมผัสโดยตรงเกี่ยวกับประเทศนี้ อาศัยเพียงภาพถ่าย และความคิดเห็นออนไลน์ที่แชร์กันในภาษาพม่าเท่านั้น ดังนั้น ความรู้ทางอินเตอร์เน็ตนั้นไม่สมบูรณ์ มีเพียงรูปภาพและวีดีโอเท่านั้น ผู้เขียนยังไม่เคยสัมผัสความงามตามธรรมชาติของทะเล ภูเขา ทุ่งนา หรือได้เสียงของผู้คนและสิ่งแวดล้อมรอบตัว การเดินทางไปยังอาณาจักรโบราณพุกามทำให้ผู้เขียนได้สัมผัสวิถีชีวิตของชาวพุกามโดยตรง ช่วยปรับปรุงมุมมองที่เคยอคติต่อชาวพม่าของผู้เขียนให้ดีขึ้น การศึกษาพระพุทธศาสนาในพุกาม ซึ้งอยู่ใกล้กับสาธารณรัฐอินเดียมากกว่าประเทศไทย จะทำให้เข้าใจวิถีชีวิตแบบพุทธในพุกามอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น กล่าวโดยสรุปคือ จะทำให้มีความรู้กว้างขวางมากขึ้น
ด้วยเหตุผลเหล่านี้ ผู้เขียนได้ยินเรื่องราวของอาณาจักรโบราณพุกามแล้ว ตามคำสอนพระพุทธเจ้า พระองค์ทรงสอนว่าหากพราหมณ์ซึ่งนักตรรกศาสตร์และนักปรัชญา แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับความจริงของเรื่องใดเรื่องหนึ่งตามปฏิภาณของตนเองตามหลักเหตุผลและคาดคะเนความจริงจากสิ่งที่ได้ยินมานั้น โดยใช้เหตุผล ซึ่งเป็นเครื่องมือทางปรัชญาในการอธิบายความจริงการใช้เหตุผลของพราหมณ์ในฐานะนักตรรกศาสตร์และนักปรัชญา บางครั้งอาจใช้เหตุผลถูกต้อง บางครั้งไม่ถูกต้อง บางครั้งใช้เหตุผลในลักษณะนี้หรือในลักษณะนั้น เมื่อการใช้เหตุผลของมนุษย์ยังคงคลุมเครือและไม่ชัดเจน วิญญูชนได้ยินความคิดเห็นดังกล่าวย่อมไม่เชื่อถือว่าเป็นความจริง ด้วยเหตุผลนี้ พระพุทธเจ้าทรงแก้ปัญหาเรื่องนี้ โดยพระองค์ทรงสร้างกระบวนการพิจารณาความจริงทางปรัชญาขึ้นมา
อย่างไรก็ตาม ผู้เขียน จึงสนใจที่จะค้นหาคำตอบเกี่ยวกับอาณาจักรโบราณพุกาม(the ancient Bagan kingdom) โดยได้ศึกษาข้อเท็จจริงและรวบรวมหลักฐานในพระไตรปิฎกมหาจุฬาลงกรณ ข้อเท็จจริงตามเว็บไซต์ต่าง ๆ แผนที่โลกของกูเกิล พยานวัตถุ เช่น เจดีย์พุทธคยา วัดมายาเทวี และพยานบุคคลเช่น ผู้เขียนเอง ที่ได้เคยมาเยือนอาณาจักรพุกามโบราณแห่งนี้ เมื่อมีหลักฐานเพียงพอ ก็จะทำการวิเคราะห์หลักฐาน เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงของคำตอบในเรื่องนี้ บทความนี้ เป็นการวิเคราะห์ข้อมูลจากแหล่งความรู้จากประสบการณ์ชีวิตผ่านประสาทสัมผัสของผู้เขียน และเพื่อให้เห็นองค์ประกอบของรัฐพุกามโบราณอย่างชัดเจนยิ่งขึ้น ผู้เขียนจึงอาศัยทฤษฎีปรัชญาการเมืองว่ารัฐและข้อมูลจากพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬา ฯ มาอธิบายข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความเป็นรัฐพุกามโบราณได้ชัดเจนยิ่งขึ้น เป็นต้น บทความในเรื่องจะเป็นประโยชน์ต่องานเผยแผ่พระพุทธศาสนา ที่พระวิทยากรใช้เป็นเนื้อหาบรรยายให้กับผู้แสวงบุญใน พม่า อินเดียและเนปาล เป็นต้น ส่วนกระบวนการวิเคราะห์หลักฐานจะเป็นประโยชน์ต่อการวิจัยในระดับปริญญาเอกด้านปรัชญาและพระพุทธศาสนา ที่นิสิตจะใช้เป็นแนวทางในการตรวจสอบข้อเท็จจริง และรวบรวมพยานหลักฐานให้เพียงพอ เพื่อพิสูจน์ความจริงของในเรื่องที่ตนเองสนใจแสวงหาความรู้ เพื่อให้ผลวิจัยเป็นความรู้ที่สมเหตุสมผล ปราศจากข้อสงสัยในข้อเท็จจริงอีกต่อไป ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการนำความรู้ทางพระพุทธศาสนาไปบูรณาการกับศาสตร์ใหม่และยุทธศาสตร์แห่งชาติต่อไป
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น