The greatest discovery is the natural laws of human life. That everyone is equal Without choosing a social caste as the basis for determining humanity When the soul is the real person of man That accumulates knowledge from the mind with reasons And show his intention to act accordingly Would receive the result of Own action

Breaking

Post Top Ad

Your Ad Spot

วันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

สุนทรียศาสตร์ในปรัชญาพุทธภูมิ : วัดพระศรีสรรเพชญ์



Aesthetics in Buddha Bhumi Philosophy :  Wat Phra sir Sanphet

๒.อภิปรัชญาและทฤษฎีความรู้ว่าด้วยการดำรงอยู่ของพระนครศรีอยุธยา 


                 การดำรงอยู่ของพระนครศรีอยุธยาสามารถอธิบายด้วยหลักอภิปรัชญา      ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในปรัชญาพุทธภูมินั้น         หากพิจารณาเปรียบเทียบทฤษฎีความรู้ของปรัชญาตะวันตกนั้น           นักคิดตะวันตกนั้นมักมองว่าความรู้ที่แท้จริงเกิดจากการรับรู้อายตนะภายในแล้วสั่งสมเป็นประสบการณ์อารมณ์อยู่ในจิตใจเท่านั้น           ในทำนองเดียวกัน ความรู้เกี่ยวกับการมีอยู่ของพระนครศรีอยุธยา      ในฐานะเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรอยุธยานั้น      ส่วนใหญ่เหล่านี้ถูกส่งผ่านและหล่อเลี้ยงจิตวิญญาณของเรา   ผ่านตำราประวัติศาสตร์และสถาบันการศึกษา ทว่าความรู้จากหน้ากระดาษเหล่านั้นมิใช่ "ความจริงแท้" จนกว่า ผู้เรียนได้ก้าวข้ามจินตนาการในห้องเรียน     ผ่านการเดินทางไปสัมผัสสถานที่จริง  เพื่อรับรู้ร่องรอยแห่งอารยธรรมโบราณด้วยประสาทสัมผัสของตนเอง     

                  อดีตราชธานีแห่งนี้เคยดำรงอย่างมีเอกราชยาวนานนับร้อยปี   วิถีชีวิตของผู้คนถูกหล่อหลอมด้วยพระพุทธศาสนาเถรวาท สะท้อนผ่านสถาปัตยกรรมเรือนไทย        การแต่งกายและจริยวัตรประจำวันอันงดงาม    โดยมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นแบบอย่างการดำเนินชีวิต ทว่าในท้ายที่สุด      อาณาจักรที่เคยเจริญรุ่งเรือง กลับต้องล่มสลายลงตามกฎไตรลักษณ์   อันมีเหตุปัจจัยมาจากกิเลสและตัณหา"ของมนุษย์ เมื่อสงครามพรากจิตวิญญาณและผู้คนไปจากพระนครเมืองที่เคยงดงามจึงเหลือเพียงความร้างไร้ชีวิต แต่อย่างไรก็ดีความรู้เกี่ยวกับกรุงศรีอยุธยา  มิได้สูญหาย ไปตามกาลเวลาเพราะได้แปรสภาพ เป็น "สัญญา" (ความจำได้หมายรู้)      ที่สั่งสมอยู่ในจิตไร้สำนึกของมนุษย์เป็นประวัติศาสตร์บอกเล่าสืบทอดให้ลูกหลานได้ ตระหนักถึงความสามัคคีสืบไป    

๓. สีสรรค์แห่งสุนทรียศาสตร์ : การหยั่งรู้ความงามเหนือซากปรักหักพัง

            สุนทรียศาสตร์คือ สาขาหนึ่งซึ่งเป็นมนุษย์ ที่มุ่งค้นหาเหตุผลเกี่ยวกับความงามมนุษย์ศึกษาศาสตร์นี้เพื่อจรรโลงจิตใจและผ่อนคลายความเครียดจากโลกีวิสัยในทางพุทธศาสนา ความงามมิใช่สิ่งสมบูรณ์ภายนอก แต่เป็นอาการของจิตที่เกิดขึ้นเมื่อวัตถุหรือปรากฎการณ์ภายนอกมากระทบกับอินทรีย์หกของมนุษย์ ส่งข้อมูลเข้าสู่จิตใจของมนุษย์ผู้นั้น  เมือมนุษย์คิดแล้ว  หากจิตเกิดความพึ่งพอใจย่อมเกิดความเสพสุขและคล้อยตาม หากไม่พึงพอใจย่อมเกิดความทุกขภาวะในแต่ละวัน  จิตของมนุษย์ถูกดึงดูดด้วยรูป รสกลิ่น เสียง      และสัมผัสที่โลกปรุงแต่งขึ้น เพื่อสนองตัณหา และการสร้างบารมีในโลกธรรม แต่ทว่าสรรพสิ่งนั้นไม่เที่ยงแท้ โดยเฉพาะจิตวิญญาณของชีวิต ต้องเวียนวายเกิดในสังสารวัฏนับอสงไขยไม่ถ้วน 

          ผู้เขียนได้มาเยือนอุทยานประวัติศาสตร์พระศรีอยุธยาเมืองหลวงอันเก่าแก่ของอาณาจักรอยุธยาหลายครั้ง  โดยเฉพาะวัดพระศรีสรรเพชญ์ แม้ภายนอกจะเป็นเพียงโบราณสถานที่ปราศจากสีสันของชีวิตหรือเมืองที่เคยมีอยู่ และเต็มไปด้วยร่องรอยแห่งโศกนาฏกรรมทางสงครามระหว่างอาณาจักรอยุธยากับพม่าในอดีต แต่หากเรามองด้วยจิตวิญญาณที่เหนือกว่าผัสสะภายนอก เราจะไม่เพียงแต่ได้เห็นก้อนอิฐหรือเจดีย์โบราณที่หลงเหลือในอาณาจักรอยุธยาเท่านั้น ทว่าเราจะมองเห็นคุณค่าภายใน  ก้อนอิฐทุกก้อนเกิดจากหยาดเหยื่อแรงงาน และจิตวิญญาณของผู้คนในอดีตร่วมกันสร้างสรรค์ด้วยแรงศรัทธา  แม้ดวงวิญญาณเหล่านั้นจะดับและไปจุติใหม่ในภพภูมิต่าง ๆ  ตามแรงกรรมแล้ว หรือบางดวงจิตอาจยังคงผูกพันด้วยอธิษฐานอยู่ ณ สถานที่แห่งนี้ก็ตาม 

      ถึงกระนั้น ผู้คนชมสถานที่แห่งทุกวันเพราะเป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่มีชื่อเสียงระดับโลกเมื่อจิตวิญญาณของพวกเราเห็นวัดพระศรีสรรเพชญ์ ทำให้พวกเราเกิดความรู้ทางประสบการณ์ของประสาทสัมผัสของตัวเองและสั่งสมไว้ในจิตเราไม่ได้คิดมีเหตุผลเพียงแง่มุมเดียวไม่ว่าความจริงคือสถานที่แห่งนี้เป็นอะไรเรารู้ได้อย่างไรว่าเป็นความจริง เรามีวิธีการปฏิบัติอย่างไร ให้ได้ความจริงเหล่านั้น สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่จากความสงสัยของจิตเราทั้งสิ้น  เราจึงไม่ได้มองภาพของสถานที่แห่งนี้แค่ซากปรักหักพังเหลือก้อนอิฐ เจดีย์เก่าคล่ำคล้าตีค่าด้วยจิตวิญญาณ ซึ่งเป็นเครื่องมือมนุษย์ในวัดสรรพสิ่งว่าเป็นสิ่งไม่สวยงาม แต่เรามองเข้าไปคุณค่าภายในของโบราณสถานที่อยู่เหนือประสาทสัมผัสของเราขึ้น คือเรื่องราวของวิถีชีวิตของผู้คนที่เคยอาศัยในบริเวณแห่งนี้ พวกเราร่วมมือการสร้างสิ่งเหล่านี้ขึ้นมาด้วยศรัทธาของพวกเขาเอง  จิตวิญญาณของพวกเขาทุกดวงจิตก็ไปจุติจิตสู่ภพชาติต่าง ๆ ในสังสารวัฏแล้วชีวิตเกิดดับ แต่จิตพวกเขาลาลับไปสู่ภพภูมิใหม่แล้วแต่บางดวงจิตมีความผูกพันในสถานที่แห่งนี้ เพราะมีความหลังที่เป็นความสุขและเป็นความทุกข์ จึงผูกมัดจิตวิญญาณด้วยการอธิษฐานบารมีไว้ตามคำสัญญา  และคำสัญญานั่นสั่งสมอยู่ในจิตชั่วนิจนิรันดร์   จิตวิญญาณจึงยังต้องหมุนเวียนล่อยลอยไปมาอยู่กับสถานแห่งนี้ไปจนกว่าอวิชชาจะสูญหายไปจากจิต และจิตเกิดวิชชารู้แจ้งแห่งความเป็นไปของวิถีชีวิตเช่นเดียวเปรตที่เป็นพระญาติของพระเจ้าพิมพิสารที่ล่องลอยไปในภพชาติต่าง ๆ    

          เมื่อภาพของวัดพระศรีสรรเพชญ์ ปรากฏขึ้นแก่สายตาผ่านประสาทสัมผัสเข้าสู่จิตของเราเอง จิตของฉันก็จินตนาการเห็นก้อนอิฐทุกก้อนเกิดจากจิตวิญญาณและหยาดเหงื่อแรงงานของมนุษย์ที่เกิดมา เพื่อเป็นทาสหลายร้อยคนได้จรรโลงสร้างวัดแห่งนี้ให้สวยงามแสดงให้เห็นถึงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของพระราชอาณาจักรสยามที่เคยเจริญรุ่งเรือง เป็นเรื่องราวของชีวิตผู้คนที่มีประสบการณ์ผ่านความทุกข์ยากในการสร้างสรรค์โบราณสถาน ที่เคยมีชีวิตชาวพระราชวังหลวงอยุธยามาก่อน และการปกป้องพระราชอาณาจักรให้มีอิสระภาพ มนุษย์ได้รับรู้เรื่องของความรู้ผ่านอินทรีย์ ๖ ที่เป็นนามธรรมที่สั่งสมอยู่ในจิตและห่อหุ้มจิตของมนุษย์ไว้ และเมื่อมนุษย์ตายจิตจะออกจากร่างของมนุษย์ไปจุติจิตในวัฏฏสงสารกรุงศรีอยุธยาเคยเป็นราชธานีที่ยิ่งใหญ่ อาคาร สถานที่วัดวาพระพุทธศาสนาและพระราชวังเคยมีปรากฎรูปร่างลักษณะทางกายภาพในอดีตบัดนี้ได้สูญสิ้นไปหมดจากสายตาของมนุษย์ทุกคนแล้ว เหลือแต่ซากปรักหักพังหักพังของก้อนอิฐและหินปูเก่าๆ แต่เรื่องราวของวิถีชีวิตของชาวกรุงศรีอยุธยาในอดีตเป็นสิ่งที่ยังมีอยู่ในใจของมนุษย์ 

             ผู้เวียนว่ายตายเกิดสิ่งเหล่านั้นไม่เคยหายไปจากจิตของมนุษย์แต่อย่างใดแม้จะเกิดและตายมาแล้วกี่ภพชาติก็ตาม เรื่องราววิถ๊ชีวิตของชาวอยุธยา จึงยังคงสถิตอยู่ในจิของผู้เวียนว่ายตายเกิด มิเคยสูญหายไปตามกาลเวลา เมื่อผู้เขียนได้กลับมาเยือน ในความทรงจำที่เป็นสัญญาของความรู้อยู่ในจิต    วัดพระศรีสรรเพชญ์แห่งนี้ ฉันเคยทางมาเที่ยวชมโบราณสถานวัดพระศรีสรรค์เพชญ์เมื่อฉันบวชได้พรรษาที่ ๓ฉันเคยมาเที่ยวชมวัดพระศรีสรรเพชญ์ที่นี้กลายเป็นสัญญาของความทรงจำที่ถูกลืมเลื่อนไปเกือบ ๒๐ ปีแล้วฉันได้ห่างหายไปจากสถานที่แห่ง เพราะสัญญาของความรู้ใหม่เข้ามาแทนที่ความรู้เก่า เมื่อจิตผัสสะโบราณสถานแห่งนี้อีกครั้งความคุ้นเคยที่หายไปผุดขึ้นในจิตอีกครั้งหนึ่ง แสดงให้เห็นว่าจิตของฉันได้สั่งสมความรู้ของเรื่องราวของสถานที่แห่งนี้ไว้ ฉันนึกถึงวันเก่าๆ ที่เคยมาเยือนวัดแห่งนี้  ๆ หลายคนบอกว่าไม่รู้จะมาทำไมเพราะวัดพระศรีสรรค์เพชญ์มีแต่ซากปรักหักพังของโบราณสถาน ภาพความมีวิถีชีวิตของผู้คนในประวัติศาสตร์ได้หายไปหมดสิ้นแล้วไม่มีอะไรน่าสนใจ เป็นการมองภาพประวัติศาสตร์ของโบราณสถานด้วยความไม่รู้จึงมองคุณในจิต ถ้ามองในแง่ของเหตุผลทางปรัชญาแล้ว เมื่อเรามาผัสสะสถานที่แห่งจิตเราย่อมเกิดความสงสัย อะไรเป็นเหตุให้สถานที่แห่งนี้เจริญรุ่งเรือง เหตุปัจจัยทำให้อาณาจักรอันยิ่งใหญ่แห่งนี้ล่มสลายไปเป็นการอนุมานความรู้อันยิ่งใหญ่ที่ใช้จิตของมนุษย์ นึกคิดหาเหตุผลย้อนหลังไปอีกหลายร้อยปี จะรู้เลยว่าที่นี้คือตำนานที่เล่าขานถึงวิถีชีวิตของผู้คนของประเทศเรา ที่เป็นไปในประวัติศาสตร์ของความเป็นไปในสังสารวัฏ ล้วนแต่เป็นเรื่องที่สนองความอยากเห็นของผู้คนที่นึกจินตนาการย้อนหลังไป   

        
        

๓.๑.ชีวิตมีจิตในพุทธปรัชญาเถรวาท   


             แนวคิดของพุทธศาสนาเถรวาทสอนว่า มนุษย์ทุกคนถูกพันธนาการด้วยกิเลสตัณหาที่ผ่านจิตเข้ามาห่อหุ้มจิตไว้เหมือนนักโทษ มีความอยากของจิตมัดชีวิตให้จมปลักกับความทุกข์ของชีวิต เพราะความอยากที่เรียกให้สวยงามว่าความปรารถนานั้น ไม่สมหวังดั่งตนคิดปรารถนาแล้วไม่ได้ย่อมเกิดความทุกข์ได้การตรัสรู้ของพระโพธิสัตว์เป็นพระพุทธเจ้า ทำให้มนุษย์รู้จักอิสระภาพของชีวิตเมื่อเราตัดความพอใจของชีวิตออกไปด้วยความทุกข์จากความไม่สมหวังได้ กิเลสตัณหาที่เป็นอยากของจิตที่ถูกบีบคั้นด้วยปัจจัยภายนอก ได้แก่ความอยากมีเงิน ทรัพย์สินที่ใช้ทำให้จิตได้รับความสะดวกสบายในการเคลื่อนไหวของชีวิตเมื่อตนไม่มีทุกคนจึงหาวิธีการแสวงหาสิ่งต่างๆ มา สนองความต้องการของบางครั้ง ต้องแลกด้วยสุขภาพจึงทำให้มนุษย์เกิดความทุกข์ซ้ำซากในโลกนี้ และโลกหน้าในแต่ะเรื่องราวของภาย นอกชีวิต เรารับรู้ด้วยประสาทสัมผัสมากมายหลายต่อหลายเรื่อง เรื่องราวเหล่าจำได้ไม่ได้บ้าง เรื่องที่จดจำดีเป็นเรื่องที่ทำให้เราเกิดความทุกข์การบีบคั้นด้วยความไม่พอใจ มิใช่เป็นเรื่องสำคัญเพราะความแท้จริงของชีวตมนุษย์นั้นได้เคยเวียนว่ายตายเกิดมาแล้วไม่รู้กี่อสงไขยในภพภูมิต่าง ๆ จิตที่ไปจุติจิตไปน้อมออกไปรับนั้นสั่งสมเรื่องราวเป็นอนุสัยเป็นล้าน ๆ เรื่องด้วย เพียงแต่เราใช้จิตของเราภาวนาให้มีเพียงอารมณ์เดียวเพื่อสลัดอารมณ์อื่น ๆ ของกิเลสที่ห่อหุ้มจิตให้ออกมากที่สุดเท่าที่มนุษย์คนหนึ่ง จะทำได้โดยใช้จิตเป็นเครื่องนำทางต่อให้กิเลสเป็นสิ่งพันธการทับถมในจิตมากน้อยไปเท่าไหร่ ฉันจะสำรอกสิ่งที่หมักหมมในจิตฉันให้หมดสิ้นไป การตั้งสติพิจารณาอารมณ์ที่เกิดขึ้นกับจิตให้ลดความเครียดจากความผ่อนจากหน้าที่การงานของชีวิต

 ๓.๒.ชีวิตมีเจตสิกในพุทธปรัชญาเถรวาท 

         เจตสิกเป็นอาการของจิตเป็นความจริง ๑ ใน ๔ ของความจริงทางอภิปรัชญาในพุทธปรัชญาเถรวาทอันได้แก่ รูป จิต เจตสิกและนิพพาน เป็นต้นความจริงทางอภิปรัชญาเรื่อง "เจตสิก" แปลว่าอารมณ์เกิดขึ้นพร้อมกับจิตกล่าวคือเมื่อจิตมนุษย์ผัสสะสิ่งต่าง ๆที่อยู่ล้อมรอบตัวเราจิตย่อมคิดจากสิ่งที่ผัสสะนั้น นึกคิดว่าเป็นสิ่งใด มีสภาพของเหตุการณ์มีลักษณะอย่างไร สั่งสมความรู้กลายเป็นสัญญาอยู่ในจิตของมนุษย์ แม้วันเวลาผ่านไปจิตของเราไม่เคยลืมเลือนไป เมื่อบวชใหม่ ๆ ฉันเคยมาสถานที่แห่งนี้ภาพของเจดีย์ ๓ องค์ ที่บรรจุอิฐิธาตุพระมหากษัตริย์ที่เคยปกครองดินแดนแห่งผุดขึ้นมาในจิต ชีวิตของมนุษย์หมุนเวียนเปลื่ยนไปอย่างนี้ไม่มีที่สิ้น ฉันอ่านเรื่องราวของวัดพระศรีสรรค์เพชญ์แล้ว    เป็นพระอารามหลวงในสมัยกรุงศรีอยุธยาสมัยยังมีชีวิตเป็นวัดที่ไม่มีพระภิกษุสงฆ์จำพรรษาตั้งอยู่ในพระราชวังโบราณของพระนครศรีอยุธยา เช่นเดียวกับปราสาทหินนครวัดเป็นเทวสถานในศาสนาฮินดูและปราสาทบายนเป็นพระอารามหลวง ไม่มีพระภิกษุจำพรรษาเพราะเป็นวัดส่วนพระองค์ที่ทรงใช้ปฏิบัติบูชา รักษาอุโบสถศีล นั่งสมาธิปฏิบัติธรรมเจริญปัญญาใคร่ครวญ พิจาณามาจากอารมณ์เรื่องราวต่าง ๆ ของชีวิตมนุษย์มาจากภายนอกผ่านอายตนะภายในเข้าสู่จิตและอนุสัยต่าง ๆ นอนเนื่องมายาวนานไม่รู้กี่ภพชาติแล้ว  สุนทรียในใจของฉัน  เมื่อฉันเดินเข้ามาสู่โบราณสถานวัดพระศรีสรรเพชญ์ จิตได้ผัสสะผ่านอินทรีย์ ๖ ของร่างกายฉัน ซึ่งเต็มไปด้วยซากปรักหักของโบราณสถาน กองโบราณคดีเขามีการบูรณเจดีย์ ๓ องค์ตั้งตระหง่าน ในท่ามกลางเมืองเก่า ผู้คนมากมายเขามาเที่ยวสถานที่แห่งนี้ การเที่ยวชมคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น หากมีไกด์ผู้มีความรู้ในพระพุทธศาสนา บรรยายให้เที่ยวชมสถานที่แห่งนี้ คุ่มค่าของชีวิตคือการได้เรียนทางประสบการณ์ของปฏิบัติด้วยการลงมือทำด้วยจิตของฉัน คือการเคลื่อนไหวจิตด้วยการนึกคิดจินตนาการย้อนหลังไปสู่อดีตที่ผ่านมา สถานที่แห่งนี้ไม่มีพระจำพรรษาเพราะตั้งอยู่ในพระบรมมหาราชวังในสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีของพระราชอาณาจักรสยาม ในแง่แนวคิดอีกอย่างหนึ่งวัดแห่งนี้เป็นสุสานหลวงโดยเฉพาะพระเจดีย์ ๓ องค์นั้นเป็นที่บรรจุพระอัฐิของบูรพมหากษัตริย์ถึง ๓ พระองค์อากาศยามบ่ายไม่ร้อนมากนัก จิตของฉันนั่งสมาธิแผ่เมตตาวิญญาณที่ยังเฝ้าสถานที่แห่งนี้ตามความรู้ที่ฉันศึกษาจากพระไตรปิฎกว่าชีวิตของมนุษย์มีจิตเป็นผู้เวียนว่ายเกิดไปสู่ภพชาติต่าง ๆ ตามกรรมของตัวเองที่มีค่าเป็นกุศลและอกุศลอยู่ในจิตของแต่ละคน ติดตามจิตที่ไปจุติจิตในภพภูมิต่าง ๆน่าจะเป็นการทำบุญอย่างหนึ่งที่ได้จากการภาวนาก็เป็นกุศลอย่างยิ่งในการใช้ชีวิต และเป็นการลดความเครียดที่สั่งสมมายาวของการทำงานของฉันชีวิตทุกคนจึงเป็นทุกข์ ยิ่งรวยยิ่งทุกข์มาก เพราะภาระรับผิดชอบมีมาก จิตร่างกายจึงทำงานมาก คิดมากยิ่งเครียดมากด้วยจิตฉันเป็นย่อมเกิดความรู้สึกย่อมวังเวง นึกความตายเบื้องหน้าการเจริญมรณะสติบ่อยๆ บางที่ทำให้ลดปัญญาของความวุ่นวายในชีวิตได้เช่นเดียวกัน ฉันพิจารณามองซากปรักหักล้วนแต่เกิดมาจากจิตวิญญาณเพราะเป็นแรงงานของผู้หลายพันคน   ที่ถูกเกณฑ์แรงงานมา สร้างสถานแห่งนี้ขึ้นวันแล้ววันเล่า กาลเวลาทำให้ทุกสิ่งอยากเกิดขึ้นย่อมดับไป เป็นวัฏฏจักรอันยาวนาน มนุษย์ผู้มีความอยากในสิ่งตนชอบตามอารมณ์ของโลกธรรมย่อมไม่มีความรู้สึกใด ๆ  ต่อสถานที่แห่งนี้ เพราะมัวแต่สนใจในสิ่งตนอยากมีและอยากกับสิ่งนั้น ๆ ไม่อยากให้พลัดพรากจากไป แม้จิตจะคิดรั้งให้ตนอยู่กับเหล่านี้นาน ๆ  

ไม่มีความคิดเห็น:

Post Top Ad

Your Ad Spot

หน้าเว็บ